การลาออกครั้งใหญ่

หลังหมดโควิดคนจะ “ลาออก” กันมหาศาล และส่วนใหญ่อาจเป็นกลุ่มคน Gen Z

account_circle
event
การลาออกครั้งใหญ่
การลาออกครั้งใหญ่

หลังหมดโควิดคนจะ “ลาออก” กันมหาศาล และส่วนใหญ่อาจเป็นกลุ่มคน Gen Z

โลกของเราต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเกือบ 2 ปี แน่นอนว่าในช่วงระยะเวลาที่ว่านี้ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่การทำงาน ที่หลายคนต้องปรับและเปลี่ยนรูปแบบกันยกใหญ่เพราะเข้าใกล้กันไม่ได้เหมือนแต่ก่อน

การเดินทางเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศลดน้อยถอยลงไป หลายบริษัทใช้นโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน และการต้องเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศทุกวันอาจไม่ตอบโจทย์

work from home

มีผลสำรวจที่น่าสนใจจาก Bankrate ซึ่งเป็นบริษัทหางานสัญชาติอเมริกัน ที่ระบุว่า 55% ของแรงงานในสหรัฐ บอกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะหางานใหม่ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

เหตุผลที่จะลาออกนั้นก็คือการที่โควิดทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป พนักงานเริ่มชินกับวัฒนธรรมการทำงานทางไกล ที่มีเวลายืดหยุ่นมากกว่า จึงมองหาช่องทางหรือบริษัทใหม่ที่ยังรักษานโยบายการทำงานจากที่บ้านไว้ในช่วงหลังหมดโควิด

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ “ภาวะหมดไฟ” ที่เกิดจากการไม่สามารถแบ่งเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัวได้อย่างชัดเจน ทำให้ต้องหักโหมทำงานมากเกินไป และกลายเป็นการเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นจากการทำงานด้วยตัวเอง นำมาสู่ความเครียด ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และส่งผลให้อยากลาออก

ภาวะหมดไฟ-ลาออก

ขณะที่ผลการศึกษาจาก Adobe พบว่า ในช่วงเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว พนักงานในสหรัฐฯ กว่า 4 ล้านคนลาออกจากงาน (ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ)

เป็นที่แน่ชัดว่าเทรนด์นี้จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น พนักงานบริษัท 35% ระบุว่าตนเองมีแผนที่จะเปลี่ยนงานในปีหน้า และ 61% ของคนกลุ่มนี้ระบุถึงเหตุผลว่าเป็นเพราะ “ต้องการที่จะออกแบบตารางเวลาชีวิตของตนเองได้อย่างอิสระมากขึ้น”

และตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ในระดับที่สูงยิ่งขึ้นสำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงานหรือกลุ่มคน Gen Z แม้ว่าคน Gen Z จะเพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่กว่าครึ่งหนึ่งมีแผนที่จะหางานใหม่ในปีหน้า เนื่องจากพวกเขามีความพึงพอใจน้อยที่สุดกับ Work-Life Balance (56%) รวมถึงอาชีพการทำงานโดยรวม (59%) และคนกลุ่มนี้รู้สึกกดดันมากที่สุดที่จะต้องทำงานใน “ช่วงเวลาทำงานตามปกติ” (62%)

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม 

keyboard_arrow_up