สูตรเด็ดสลายไมเกรนด้วย “ยำเทพจิตร”

ยำเทพจิตร
ยำเทพจิตร

สลายไมเกรนด้วย “ยำเทพจิตร” สมัยวัยรุ่นดิฉันจำได้ว่าต้องรับประทานยาแก้ปวดศีรษะอยู่บ่อย สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งแล้วนานวันเข้าอาการปวดก็รุนแรงขึ้นจนถึงขั้นอาเจียนตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะสายตาไม่ปกติ จึงไปตัดแว่นมาสวมแต่นั่นก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

แถมความถี่ของการรับประทานยาก็มากขึ้น ๆ จนต้องไปพบแพทย์ พอได้ยาที่คุณหมอเจียดให้มารับประทาน อาการก็ดีขึ้นใน 3 วัน ทว่าก็กลับมาเป็นอีกจนต้องรับประทานยาหลายอย่างมากขึ้น คุณหมอวินิจฉัยว่าอาการปวดศีรษะของดิฉันคือ “ไมเกรน” ซ่งึ ดิฉันเป็น ๆ หาย ๆ อยู่นานหลายปี

กระทั่งได้มีโอกาสเรียนการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ดิฉันจึงได้รับการรักษาและเรียนวิชาทางหัตถเวชศาสตร์จากอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ บุญรัตนหิรัญ ท่านก็รักษาดิฉันอยู่หลายครั้ง จนอาการปวดศีรษะไมเกรนที่เป็นหายไปนานหลายปี แต่ท่านบอกว่ามันอาจกลับมาเป็นใหม่ได้จึงควรรู้วิธีป้องกัน ถ้าเรารู้วิธีการรักษาโรคที่ถูกต้องก็จะสามารถรักษาทั้งตนเองและช่วยคนอื่นได้

อาหารต้านไมเกรน

ดิฉันไม่เพียงแต่รักษาด้วยการนวดแบบราชสำนักเท่านั้นยังมีอาจารย์อีกสองท่านคือ อาจารย์นิรันดร์ พงษ์สร้อยเพชรและอาจารย์ประกิต สุมนกาญจน์ ที่ท่านยังวินิจฉัยว่าอาการของดิฉันในทางการแพทย์แผนไทย เรียกว่า “โรคลมปะกัง” หรือ “ลมตะกัง” เป็นอาการปวดศีรษะที่มีอาการปวดตามแนวเส้นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอบ่า ไหล่ มีอาการปวดและตึงร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้พอนานวันเข้าก็มีอาการตึงและปวดร้าวขึ้นบริเวณคอ ฐานกะโหลกศีรษะ ท้ายทอย ปวดกระบอกตา ขมับ หรือในบางคนอาจมีอาการปวดกระตุกที่ขมับ

ทางการแพทย์แผนไทยจะมีวิธีการรักษาหลายโรคดังกล่าวขึ้นอยู่กับอาการที่ตรวจพบ และจะใช้การนวดหรือประคบเพื่อคลายเส้นต่าง ๆ ให้เลือดลมเดินปกติ เนื่องจากอาการของโรคลมปะกังนั้นเกิดจากการที่เลือดและลมเดินไม่ปกติ สาเหตุหลักคือ มีอาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นนั้นตึงแข็ง หรือเกิดจากมีความร้อนมาก ทำให้เลือดและลมที่จะไหลเวียนในส่วนบนนั้นเดินไม่ปกติ หรือเกิดจากการที่ร่างกายนั้นได้รับอุบัติเหตุมาหรือนอนผิดท่าอยู่บ่อย ๆ ทำให้มีอาการปวดตึงคออยู่เป็นประจำ พอนานเข้าจะทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ต่อเนื่องกันนั้นตึงหรือถูกดึงรั้งจนส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

แม้แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น นอนดึกประจำ นอนไม่พอ ทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องเกร็งหรือใช้มัดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ต้นแขน และสายตาอยู่เป็นประจำ ก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการยอดฮิตที่ปัจจุบันเรียกติดปากว่า“ออฟฟศิซินโดรม”

อาการดังกล่าวนี้เราสามารถป้องกันได้ ด้วยการหมั่นบริหารกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ต้นแขนอยู่เป็นประจำ ไม่ทำงานเกินกำลัง พักผ่อนเป็นเวลา อาจใช้น้ำอุ่นประคบหรือใช้ลูกประคบก็ได้ หรือจะใช้น้ำมันทาถูนวดหรือใช้การนวดเพื่อการบำบัดแบบแผนไทยก็ได้เช่นกันค่ะ และถ้ามีปัญหาสายตาควรไปตรวจวัดสายตาเพื่อสวมแว่นที่เหมาะสม เพราะอาการปวดศีรษะบางอาการเกิดจากปัญหาทางสายตา

ในทางแพทย์แผนไทยนั้นมักใช้การนวดและการประคบเป็นหลักในการรักษา ในบางรายอาจให้ยาร่วมด้วยในกรณีที่มีอาการปวด นอนไม่หลับ หรือมีความเครียด เพื่อเป็นการปรับสมดุลในระบบเลือดและลมให้เป็นปกติ เช่น การรับประทานยาหอมบางตำรับ อาทิ ยาหอมเทพจิตร ยาหอมอินทจักร์ ในตอนเช้าและก่อนนอนจนกว่าอาการจะดีขึ้นหรือหาย ซึ่งเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติหรือถ้ามีอาการปวดศีรษะอันเกิดจากความร้อนแฝงในร่างกายมากนั้นอาจให้รับประทานเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีฤทธิ์ไปทางสุขุมเย็นเล็กน้อยก็ได้เช่นกัน ในครั้งนี้ดิฉันจึงขอเสนอเมนูยำเทพจิตร

(อ่านต่อหน้า 2)

ยำเทพจิตร

ยำเทพจิตร

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)เตรียม 20 นาที ปรุง 20 นาที

  • บวบเหลี่ยมปอกเปลือกหั่นเต๋า 4 ช้อนโต๊ะ
  • ดอกแคขาว 10 ดอก
  • ผักกวางตุ้งดอกเอาแต่ยอดที่มีดอก 10 ยอด
  • ผักชีลาวหั่นท่อน 30 กรัม
  • บัวบกเด็ดเอาแต่ใบ 10 ใบ
  • อกไก่ต้มฉีกเป็นเส้นฝอย 60 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง 4 เม็ด
  • หอมเล็กซอย 2 หัว
  • กระเทียมไทย 20 กลีบ
  • งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ ¼ ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 2 ช้อนชา
  • น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ลวกบวบในน้ำร้อนจนสุก ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้คงความสดเขียวอยู่ แล้วลวกดอกแคและดอกผักกวางตุ้งด้วยวิธีเดียวกัน พักสะเด็ดน้ำไว้
2. คั่วพริกแห้ง หอม กระเทียมรวมกันในกระทะจนเหลือง นำใส่ครกโขลกหยาบ ตักใส่ชามผสม ใส่น้ำมะนาว น้ำปลาน้ำมันงา ผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้เผ็ดปานกลาง เค็ม หวานและเปรี้ยว
3. จัดผักที่เตรียมไว้ใส่จาน วางดอกกวางตุ้งตรงกลาง ตามด้วยดอกแคและบวบ วางใบบัวบกและผักชีลาวรอบ ๆ
4. โรยอกไก่ต้มฉีกด้านบน เวลารับประทานจึงใส่น้ำยำที่เตรียมไว้ราดบนผักและไก่ โรยงาขาวคั่วให้ทั่ว เวลารับประทานให้คลุก-
เคล้าเข้ากัน รับประทานเป็นอาหารจานเดียวได้เลย หากชอบรับประทานไข่ต้ม สามารถเพิ่มลงไปได้โดยต้มแบบยางมะตูมจะทำให้อร่อยอีกแบบหนึ่ง

สรรพคุณ

  • บวบ บัวบก ดอกแค เป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น แก้ไข้ระงับอาการปวดศีรษะ แก้ร้อนภายในเสริมฤทธิ์ช่วยให้หลับดีขึ้น มีกากใยป้องกันท้องผูก
  • ผักชีลาว ช่วยขับลมช่วยเสริมการไหลเวียนต่าง ๆ บัวบก ป้องกันการอุดตันของเลือดบำรุงประสาทและสมอง
  • น้ำมันงาและงาคั่ว บำรุงกำลังบำรุงประสาทและสมอง

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 631.10 กิโลแคลอรี
โปรตีน 18.64 กรัม ไขมัน 53.65 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 21.25 กรัม ไฟเบอร์ 3.90 กรัม

โดย : อาจารย์วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย
เรียบเรียง : สิทธิโชค ศรีโช ผู้ช่วยกองบรรณาธิการ : ธนภัทร, วริยา ภาพ : จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร
ผู้ช่วยช่างภาพ : ธิติสุดา, พสชนัน สไตล์ : ปรางรัตน์ ฤกษ์สง่า ผู้ช่วยสไตลิสท์ : ปริชญา เชื้อพรหม

 

keyboard_arrow_up