รวมเทรนด์ ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพเท่าไรนัก

ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพ

ในปัจจุบัน เทรนด์สุขภาพกลายเป็นกระแสที่มาแรงไม่มีตก ยิ่งเวลาผ่านไป ผู้คนยิ่งสนใจหาความรู้ อ่านข้อมูลสุขภาพมากขึ้น และข้อมูลเหล่านี้เองก็หลั่งไหลในโลกออนไลน์เป็นน้ำป่า ชนิดว่าถ้าไม่กลั่นกรองกันให้ดี อาจบริโภคข้อมูลผิดๆ ทำไปทำตามแล้วเกิดผลเสีย หรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลยก็ได้ วันนี้เราจะมาเปิดโปง ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพเท่าไรค่ะ

ไร้ไขมัน (Fat-Free) กับทุกอย่าง

ผู้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมัน เพราะเชื่อว่าอาหารที่มีไขมันต่ำหรือไร้ไขมันจะช่วยไม่ให้อ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด  เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือ อาหารที่มีไขมันในระดับปานกลาง โดยควรบริโภคร้อยละ 20 ถึง ร้อยละ 35 ของแคลอรี่ที่ต้องการในแต่ละวันและควรมาจากแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ความเชื่อสุขภาพ,ข้อมูลสุขภาพ,ลดความอ้วน,ลดน้ำหนัก

การบริโภคไขมันในปริมาณที่น้อยเกินไปอาจสร้างปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งขาดสารอาหาร ปัญหาด้านความจำ โรคผิวหนังและความเหนื่อยล้า ในขณะที่สินค้าอาหารประเภทไขมันต่ำ อย่างเหล่าขนมอบและคุกกี้ที่มีส่วนผสมของไขมันน้อยอาจฟังแล้วให้ความรู้สึกว่าเฮลตี้กว่าอาหารชนิดเดียวกันที่มีส่วนผสมของไขมันปริมาณปกติ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเพื่อที่จะทำให้อาหารที่ปราศจากไขมันต่าง ๆ เหล่านี้มีรสชาติที่ดีและสามารถเก็บได้นานผู้ผลิตจึงเพิ่มปริมาณน้ำตาลที่มากกว่าปกติและเพิ่มสารเติมแต่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพแทนทนแทน

บ้าตัดแคลอรี่

โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่จำเป็นสำหรับการลดน้ำหนัก  คือ การบริโภคแคลอรี่ให้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย (Caloric deficit) เพื่อให้ร่างกายเอาพลังงานที่สะสมในร่างกายมาใช้ หมายความว่าคุณจะต้องเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้มากกว่าที่บริโภค ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความต้อ งการที่อยากจะข้ามขั้นตอนการเริ่มลดน้ำหนักด้วยวิธีการลดแคลอรี่ให้ต่ำมากที่สุด แต่มันเป็นวิธีที่ไม่ดีต่อสุขภาพและไม่ได้ผล

วิธีการที่ว่านี้คือ การทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะตอบสนองต่อความอดอยากและความหิวโหยจนระบบเผาผลาญค่อย ๆ ต่ำลง ต่อมาร่างกายจะเก็บกักพลังงานเอาไว้ไม่นำไปใช้ เนื่องจากร่างกายมีพลังงานไม่เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ขาดสารอาหาร รับประทานมากเกินไป มีอาการซึมเศร้า ความเครียดเพิ่มขึ้นและในกรณีที่ร้ายแรงอาจสร้างปัญหาถึงอวัยวะต่างๆ

ขจัดสารชีวพิษออกจากร่างกายด้วยน้ำผักผลไม้สกัดเย็น

ผู้ที่เสนอวิธีการดีท็อกซ์แบบโภชนาการบำบัด อ้างว่า เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นของแข็งที่ต้องเคี้ยวโดยให้เลือกจิบเฉพาะน้ำผักผลไม้แทนและเสริมด้วยการล้างพิษ

เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถกำจัดสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนและรับรองในทางวิทยาศาสตร์  สำหรับการดีท็อกซ์แล้วไม่จำเป็นต้องใช้น้ำผลไม้หรือยาเพราะวิธีการดีท็อกซ์เหล่านี้สามารถสร้างผลข้างเคียงได้ เช่น ทำให้เกิดแก๊สในท้อง ท้องอืด ท้องเสีย สูญเสียกล้ามเนื้อและทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ตามที่ทั้งคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ the Journal of Family Practice ระบุไว้

เข้าใจว่าธรรมชาติ เท่ากับ ปลอดภัย

วิธีการรักษาด้วยพืชสมุนไพรถูกใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นและขจัดความเจ็บป่วย แต่ผู้คนจำนวนมากมักเข้าใจผิดทึกทักเองว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ ธรรมชาติ เท่ากับว่าปลอดภัย แม้จะอยู่ในรูปแบบอาหารเสริมก็ตาม

ความเชื่อสุขภาพ,ข้อมูลสุขภาพ,ลดความอ้วน,ลดน้ำหนัก

มีรายงานผลการศึกษาน้อยชิ้นมากที่สนับสนุนเรื่องความปลอดภัยหรือประสิทธิผลของการรักษาด้วยสมุนไพรอีกทั้งยังมีวิธีการรักษาด้วยสมุนไพรอีกหลายรูปแบบที่ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดด้านความปลอดภัยคุณภาพหรือประโยชน์ของยาที่ควรจะมี ตัวอย่างเช่น โกลเด้นซีลเป็นอาหารเสริมที่ใช้ในการจัดการกับอาการท้องผูกและการอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้หัวใจเกิดความผิดปกติ นอกจากนี้สมุนไพรช่วยกระตุ้นที่ใช้เพื่อเพิ่มพลังงานและใช้ลดน้ำหนัก เช่น อีเฟดราและสารสกัดส้มขม ก็อาจสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นก่อนที่จะใช้วิธีการรักษาด้วยสมุนไพรควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อน

บริโภคโปรตีนมากเกินไป

อาหารประเภทโปรตีนให้กรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อเยื่อไร้ไขมันหรือเนื้อเยื้อเนื้อแดง เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่ร่างกายของคุณต้องการปริมาณที่เพียงพอในการทำงานอย่างอย่างเหมาะสม แต่ถ้าหากรับประทาน“มากเกินไป” ย่อมไม่ดีแน่นอน
ด้วยความนิยมของวิธีการรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือ โลวคาร์ป ทำให้คนส่วนมากเริ่มที่จะเห็นว่าอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเป็นอาหารที่สามารถทานได้อย่างอิสระไม่ก่อผลเสีย

อีกทั้งปริมาณโปรตีนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้น้ำหนักลดลงในระยะสั้นตามที่สภาแพทย์สหรัฐฯได้ระบุไว้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการรับประทานโปรตีนที่มากเกินไปนี้ PCRM(the Physicians Committee for Responsible Medicine) กล่าวว่าการกินอาหารแบบโปรตีนสูงนั้นเชื่อมโยงกับโรคไต โรคนิ่วในไต โรคกระดูกพรุนและหลายรูปแบบของมะเร็งนอกจากนี้การบริโภคโปรตีนที่มากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

กินกลูเต็นฟรีอย่างไร้เหตุผล

อาหารที่ปราศจากกลูเตน หรือที่เรียกว่า กลูเตนฟรี เป็นอาหารที่มีปริมาณกลูเตนที่น้อยมากหรือไม่มีกลูเตนอยู่เลยเหมาะกับคนที่มีความไวต่อกลูเตนและจำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น หากคุณเป็นโรคเซลิแอคซึ่งเป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อกลูเตน เมื่อรับประทานกลูเตน ก็จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำลายผนังลำไส้จนทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตามการทานสินค้าที่ปราศจากกลูเตนอาจไม่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อการค้าที่ไร้กลูเตนเหล่านี้มีแคลอรี่พอ ๆ กับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันที่มีกลูเตนหรืออาจมีแคลอรี่มากกว่าเสียอีก

นอกจากนี้ความเสี่ยงของการทานอาหารประเภทปราศจากกลูเตนอย่างไม่จำเป็นอาจส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร มีอาการท้องผูกและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งเกิดจากการขาดแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ หากคุณเชื่อว่าตัวคุณมีอาการแพ้กลูเตนควรเข้ารับการปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ของคุณ

ตัดคาร์โบไฮเดรตอย่างบ้าคลั่ง

แม้ว่าการเปลี่ยนจากคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณค่าทางสารอาหารต่ำ อย่างเช่น คุกกี้และเพรทเซิล ด้วยอาหารชนิดอื่นที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากกว่า ดูจะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด แต่การลดหรือจำกัดคาร์โบไฮเดรตทุกชนิดเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสิ่งควรทำคือเลือกแหล่งสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้ถูกต้อง

ความเชื่อสุขภาพ,ข้อมูลสุขภาพ,ลดความอ้วน,ลดน้ำหนัก

ทางที่่ดีคุณควรเลือกแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่เป็นเชิงซ้อน เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มท้องและช่วยให้มั่นใจได้ว่าเป็นสารอาหารเหมาะสมต่อสมองและการทำงานของร่างกาย ตัวอย่างของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ มันเทศหวาน  สควอช (พืชกลุ่มฟักทอง) ถั่ว ข้าวโอ๊ต เมล็ดแฟล็กซ์บด และเบอร์รี่

เป็นRaw Vegan 100%

อาหารสด เช่น ผัก ผลไม้สดและเมล็ดพืช ต่างมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามการทานแต่อาหารสดเท่านั้นอาจก่อเกิดความเสี่ยงได้   การรับประทานอาหารแบบรอว์ฟู้ดหรืออาหารสดนั้นดีต่อสุขภาพมาก แต่ก็มีโอกาสขาดสารอาหารบางอย่างได้ โดยสารอาหารที่มักขาดบ่อย เช่น แคลเซียม วิตามินบี12 และวิตามินดี เนื่องจากการบริโภคอาหารแบบรอว์ฟู้ดจะทำให้ได้รับวิตามินบี12 น้อยเกินไป เพราะส่วนใหญ่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เมื่อได้รับวิตามินบี12 ไม่เพียงพออาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ท้องผูก

ความเชื่อสุขภาพ,ข้อมูลสุขภาพ,ลดความอ้วน,ลดน้ำหนัก

เบื่ออาหารและเป็นเหน็บชา นอกจากนี้ หากบริโภควิตามินดีและแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจทำให้กระดูกเปราะบางได้ เพราะทั้งสองสิ่งนี้เป็นส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูก หากคุณเลือกที่จะรับประทานอาหารวีแกนหรืออาหารรอว์วีแกนคุณควรพิจารณาทานอาหารเสริมทั้งวิตามินบี12 และวิตามินดีเพิ่ม  อันที่จริงคุณสามารถผลิตวิตามินดีด้วยตัวเองได้ โดยใช้เวลาอยู่ในแสงแดดให้มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำกัดการสัมผัสกับแสงแดดไม่ให้มากจนเกินไปโดยขึ้นอยู่กับเม็ดสีผิวของคุณเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง

รู้อย่างนี้ก็รับข้อมูลอย่างมีสติ อย่าผลีผลามเชื่ออะไรง่ายๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ลองหาข้อมูลที่อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันที่เชื่อถือได้ เพราะสุขภาพของเราไม่มีสำรองค่ะ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กินอัลมอนด์ เสี่ยงทำคอเลสเตอรอลสูงจริงหรือ

ยาอมหญ้าดอกขาว ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ

กินเต้าหู้ มาก ทำสมองเสื่อมจริงหรือ

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up