ตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ – ข้อคิดดี ๆ ที่ชาวพุทธควรรู้

การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์
การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์

ตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์

ข้อคิดดี ๆ ที่ชาวพุทธควรรู้

 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) ได้ทรงแสดงทรรศนะเกี่ยวกับ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ พร้อมกับทรงยกตัวอย่างไว้ดังนี้

การทำทานนั้น จะได้บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาว่าบริสุทธิ์หรือไม่ หากเจตนาไม่บริสุทธิ์ แม้วัตถุทานจะมากหรือทำมาก ก็ย่อมได้บุญน้อย

วัตถุทานจะมากหรือน้อย เป็นของเลวหรือประณีตไม่สำคัญ เมื่อเราได้ให้ทานไปตามกำลังทรัพย์ที่เรามีอยู่ย่อมใช้ได้ แต่มีข้ออันควรระวังอยู่ก็คือ การทำทานนั้น อย่าได้เบียดเบียนตนเอง เช่นมีน้อย แต่ฝืนทำให้มาก ๆ จนเกินกำลังของตนที่จะให้ได้ เมื่อได้ทำไปแล้วตนเองและสามี ภรรยา รวมทั้งบุตรต้องลำบาก ขาดแคลน เพราะไม่มีจะกินจะใช้ เช่นนี้ย่อมทำให้จิตเศร้าหมอง เจตนานั้นย่อมไม่บริสุทธิ์

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ คือ

ตัวอย่างที่ 1

ทำทานเพราะอยากได้ ทำเอาหน้า ทำอวดผู้อื่น เช่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาลใส่ชื่อของตน ไปยืนถ่ายภาพลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อให้ได้รับความนิยมยกย่องนับถือ โดยที่แท้จริงแล้วตนมิได้มีเจตนาที่จะมุ่งสงเคราะห์ผู้ใด เรียกว่าทำทานด้วยความโลภ ไม่ได้ทำเพื่อขจัดความโลภ ทำทานด้วยความอยากได้ คืออยากได้หน้า ได้เกียรติ ได้สรรเสริญ ได้ความนิยมนับถือ

ตัวอย่างที่ 2

ทำทานด้วยความฝืนใจทำเพราะเสียไม่ได้ ทำด้วยความเสียดาย เช่นมีพวกพ้องมาเรี่ยไร ตนเองไม่มีศรัทธาที่จะทำ หรือมีศรัทธาอยู่บ้างแต่ทรัพย์น้อย เมื่อมีพวกมาเรี่ยไรบอกบุญต้องจำใจทำทานไปเพราะความเกรงใจพวกพ้อง หรือเกรงว่าจะเสียหน้า ตนจึงได้สละทรัพย์ทำทานไปด้วยความจำใจ ย่อมเป็นการทำทานด้วยความตระหนี่หวงแหน ทำด้วยความเสียดาย ไม่ใช่ทำทานด้วยจิตเมตตาที่มุ่งจะสงเคราะห์ผู้อื่น ซึ่งยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย ให้ไปแล้วก็เป็นทุกข์ใจ บางครั้งนึกโกรธผู้ที่มาบอกบุญ เช่นนี้จิตย่อมเศร้าหมองได้บุญน้อย หากเสียดายมาก ๆ จนเกิดโทสจริตกล้าแล้ว นอกจากจะไม่ได้บุญที่จะได้ก็คือบาป

ตัวอย่างที่ 3

ทำทานด้วยความโลภ คือทำทานเพราะอยากได้นั่นอยากได้นี่ อยากเป็นนั่น เป็นนี่ อันเป็นการทำทานเพราะหวังสิ่งตอบแทน ไม่ใช่ทำทานเพราะมุ่งหมายที่จะขจัดความโลภความตระหนี่หวงแหนในทรัพย์ของตน เช่น ทำทานแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ชาติหน้าได้เป็นเทวดา นางฟ้า ขอให้รูปสวย ขอให้ทำมาค้าขึ้น ขอให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี ทำทาน 100 บาท แต่ขอให้ร่ำรวยนับล้าน ขอให้ถูกสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสมบัติสวรรค์ หากชาติก่อนไม่เคยทำบุญใส่บาตรฝากสวรรค์เอาไว้ อยู่ ๆ ก็มาขอเบิกในชาตินี้ จะมีที่ไหนมาให้เบิก การทำทานด้วยความโลภเช่นนี้ ย่อมไม่ได้บุญอะไรเลย สิ่งที่จะได้พอกพูนเพิ่มให้มากขึ้นและหนาขึ้นก็คือ “ความโลภ”

 

ที่มา: หนังสือ วิธีสร้างบุญบารมี ของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


บทความน่าสนใจ

ทำทานอย่างไรให้ได้บุญ แนวทางเพื่อการทำทาน

ทำทานเหมือนการอาบน้ำ คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ

ปัญหาธรรมประจำวัน :แม่ฝักใฝ่แต่การพนัน ไม่ยอมทำบุญทำทาน ลูกควรทำอย่างไร

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ไม่ทำบุญแต่ทำทาน จะสามารถอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับได้ไหม

ให้ทานอย่างไรให้เป็นทานแท้ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง  ว.วชิรเมธี

Dhamma Daily : จ่ายเงินแท็กซี่เกิน หรือไม่รับเงินทอน และคิดว่าเป็นการทำทานส่งบุญกุศล เหมาะหรือไม่

การให้ทานที่ได้ผลสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ให้ทานอย่างไร จึงจะได้ทำบุญอย่างสมบูรณ์

ลดความตระหนี่ด้วยการ ให้ทาน

หลักการให้ทาน 3 ประการ ที่ทำให้ทานสมบูรณ์แบบ

เพราะชีวิตสมดุลได้ด้วยการให้ทาน บทความธรรมะจาก พระไพศาล วิสาโล

หลังให้ทาน ต้องอธิษฐานอย่างไร | การอธิษฐานที่ถูกต้อง ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

จะรู้ได้อย่างไร ว่าที่ทำไป ได้บุญ แน่แล้วหรือ ?

 

 

keyboard_arrow_up