นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

กระต่ายผู้ทรงศีล
กระต่ายผู้ทรงศีล

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล

ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

 

เทพเทวดาย่อมคุ้มครองผู้รักษาศีล ไม่เพียงแต่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองแม้สัตว์เดรัจฉานอย่าง กระต่ายผู้ทรงศีล อีกด้วย

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำล้อมรอบ โดยมีสัตว์เป็นเพื่อนกันอีก 3 ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ

วันหนึ่ง กระต่ายมองดูพระจันทร์ก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงรักษาศีล ให้ทานกันเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ดังนั้นพวกเราจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันให้คนขอทานเถิด” สัตว์ทั้งสามจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน

ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน 7 ตัว จึงนำไปฝังทรายเอาไว้แล้วก็ข้ามแม่น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลาเหล่านั้นจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ไม่มีใครปรากฎตัวแสดงความเป็นเจ้าของ จึงคาบปลาทั้งหมดกลับไปยังที่อยู่ของตน แล้วนอนรักษาศีล

ส่วนลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาก็กลับที่อยู่ของตนเพื่อนอนรักษาศีล เจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน โดยคิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสาร เราก็ไม่มีให้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่

ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของท้าวสักกะเร่าร้อน จึงลงมาพิสูจน์คุณของศีลของสัตว์ทั้งสี่ ด้วยการแปลงร่างเป็นพราหมณ์ไปยังที่อยู่ของนากก่อน แล้วร้องขออาหารกับนาก นากกล่าวว่า “พราหมณ์.. เรามีปลาตะเพียนอยู่ 7  ตัว ขอเชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของสุนัขจิ้งจอก เอ่ยปากขออาหารอีก สุนัขจิ้งจอกก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. ข้าพเจ้ามีเนื้อย่าง 2 ไม้ เหี้ย 1 ตัว นมส้ม 1 หม้อ เชิญท่านบริโภคเถิด” พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของลิงเอ่ยปากขออาหารเช่นเดิม ลิงก็มอบอาหารให้พร้อมกับพูดว่า “พราหมณ์.. มะม่วงสุก น้ำเย็น ร่มเงาไม้อันร่มรื่นขอเชิญท่านบริโภคและพักผ่อนก่อนเถิด”

พราหมณ์รับไว้แล้วก็ไปที่อยู่ของกระต่ายและร้องขออาหารเช่นเดิม กระต่ายดีใจจึงพูดว่า ” พราหมณ์… ขอเชิญท่านก่อไฟเถิด เราไม่มีอะไรจะให้ท่าน นอกจากเนื้อของเรานี่แหละ ขอเชิญท่านบริโภคเราเถิด” ว่าแล้วก็กล่าวเป็นคาถาว่า”กระต่ายไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าวสาร ท่านจงบริโภค เราผู้สุกด้วยไฟนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด”

ท้าวสักกะจึงเนรมิตให้มีกองไฟขึ้นแล้วบอกให้กระต่ายทำตามที่พูด กระต่ายลุกขึ้นจากหญ้าแพรกสลัดขนไล่สัตว์อื่น ๆ 3 ครั้ง มีความดีใจ ไม่กลัวต่อความตาย กระโดดเข้ากองไฟไป แต่ก็ต้องแปลกใจว่าไฟทำไมเย็นยิ่งนักจึงถามพราหมณ์ดู

ท้าวสักกะในร่างพราหมณ์จึงกล่าวว่า “ท่านบัณฑิต เรามิใช่พราหมณ์ดอก เราเป็นท้าวสักกะ มาเพื่อทดลองศีลของท่านเท่านั้นเอง”

กระต่ายจึงตอบไปว่า “ท่านท้าวสักกะ ท่านหวังจะทดลองข้าพเจ้าเท่านั้นเองหรือ แล้วชาวโลกจะรู้ว่าข้าพเจ้าปรารถนาให้ชีวิตเป็นทานได้อย่างไรกันเล่า”

ท้าวสักกะตอบว่า “คุณความดีในการเสียสละชีวิตเป็นทานของท่านครั้งนี้จะมีปรากฏตลอดไป” ว่าแล้วก็เขียนรูปกระต่ายไว้บนดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ให้ชาวโลกได้เห็นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วก็หายวับกลับเทวโลกไป สัตว์ทั้ง 4 ตัวได้รักษาศีลจนตราบสิ้นชีวิต

 

ที่มา : 84000.org

ภาพ : Gustavo Zambelli on Unsplash

 


บทความน่าสนใจ

อานิสงส์ของการรักษาศีล โดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ศีล 5 ไร้คำ “ห้าม!” : ข้อคิดฝึกสติ 5 ประการ จากหมู่บ้านพลัม

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ ศีลข้อ 8

Dhamma Daily : ถือศีลวันพระ ได้บุญกุศลมากกว่าวันธรรมดา จริงหรือไม่?

10 ทศพิธราชธรรม – ธรรมที่พ่อสอน (ศีล)

น้องสุวิทย์ เด็กดีศรีระยอง ผู้ไม่ผิดศีลข้อที่สอง

Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ

Dhamma Daily: อยู่กินก่อนแต่ง ในความปกครองของพ่อแม่ ผิดศีลไหม

ไขข้อข้องใจเรื่องของ การทำร้ายสัตว์ พร้อมผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 1

Dhamma Daily : พ่อทำผิดศีล จนแม่ต้องเป็นทุกข์ ลูกอย่างเราจะวางใจอย่างไรดี

Dhamma Daily : ถ้ามีแฟนอยู่แล้ว แต่ไป คุยกับผู้ชายคนอื่น แบบเพื่อนให้คำปรึกษาถือว่าผิดศีลไหม

 

 

keyboard_arrow_up