เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5

คู่มือเลือก เครื่องฟอกอากาศ ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5

เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5
เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5

คู่มือเลือก เครื่องฟอกอากาศ ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5

เครื่องฟอกอากาศ หรือ เครื่องกรองอากาศ ป้องกันฝุ่นละออง  PM 2.5 ในปัจจุบันมีมากมายหลายแบรนด์ในท้องตลาด  แถมมีคุณสมบัติที่เเตกต่างกันด้วย แล้วผู้บริโภคอย่างเราจะเลือกเครื่องฟอกอากาศอย่างไร ให้เหมาะสม คุ้มค่า ประหยัดค่่าใช้จ่ายของเรามากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม : ความรู้เบื้องต้น : ฝุ่นละออง PM2.5 และ PM 10

ข้อมูลจาก วารสารศิริราช มีคำเเนะนำเคล็ดลับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อครั้งเเรก ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

1. พิจารณาขนาดของห้อง เพราะขนาดของห้องมีผลต่อการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ โดยมีหลักการที่ไม่ต่างจากการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ขนาดห้อง

2. ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate ) อัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศต่อชั่วโมง เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือค่าที่บอกว่าเครื่องนี้ฟอกสิ่งสกปรกออกจากอากาศได้ปริมาณมากแค่ไหนใน 1 นาที ซึ่งจะประกอบด้วยตัวเลข 3 ชุด

  • ชุดทำความสะอาดที่มีฝุ่นละออง
  • ชุดอากาศที่มีเกสรดอกไม้
  • ชุดอากาศที่มีควันบุหรี่

3. Air Volome   จะเป็นเครื่องที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ในกรณีที่กรองสิ่งสกปรกเข้าใปในตัวเครื่องจำนวนมาก

4.ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ควรพิจารณา เช่น ระบบออโต้โหมด ความเงียบขณะเครื่องทำงาน เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ และที่สำคัญการบริการหลังการขาย อะไหล่เครื่องทดแทนที่ชำรุด ศูนย์บริการที่สะดวกในการติดต่อ เเละนำเครื่องไปซ่อม

5.Power Usage อัตราการกินไฟ อาจเทียบเคียงกันสัก 2-3 แบรนด์ ตัวไหนคุณภาพเท่าเทียมกัน กินไฟน้อยที่สุด

 

เครื่องฟอกอากาศ PM 2.5

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ iurban ได้สรุปไว้ 5 เทคนิคหลักๆ ดังนี้

1. ดูความละเอียดฟิลเตอร์ หรือไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศ

มาตรฐานฟิลเตอร์แบ่งออกได้ราว 3 ประเภท คือ

  • EPA มีความละเอียดในการกรอง 3 ระดับ ได้แก่ E 10, E 11 และ E 12 สามารถดักจับฝุ่นที่มีความละเอียดได้ราว 85-99.5%
  • HEPA มี 2 ระดับ ได้แก่ H 13 และ H 14 มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นราว 99.95-99.9995%
  • ULPA ที่มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นมากที่สุด ได้ถึง 99.9995-99.999995%

สำหรับฟิลเตอร์ที่แพทยสภาแนะนำสำหรับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ก็คือ HEPA เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นสูง  เพราะแค่ HEPA ก็เพียงพอที่สามารถดักจับแบคทีเรียแลัเกษรดอกไม้ ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ได้

2. การเปลี่ยนฟิลเตอร์ในอนาคต

เมื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศมาแล้ว หากใช้ไปสักพัก ฟิลเตอร์ที่เก็บและดักฝุ่นมานาน อาจหมดประสิทธิภาพ หากไม่เปลี่ยน เครื่องฟอกอากาศอาจกลายเป็นพัดลมตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่สามารถฟอกอากาศได้ ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องกังวลไป เพราะเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นมักจะมีตัวจับเวลาเปิด ปิดเครื่อง เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนฟิลเตอร์เมื่อใด

4. ฟังก์ชั่นเสริมในการฆ่าเชื้อโรค

เช่น การนำไอออนมากำจัดเชื้อโรค หรือการเพิ่มฟิลเตอร์คาร์บอนเพื่อดูดซับกลิ่น รวมถึงการใช้ประจุไฟฟ้า ไทเทเนียม หรือแสงอัลตราไวโอเลท เป็นต้น แต่ก็มีข้อระมัดระวังสำหรับบางฟังก์ชั่น เช่น การนำโอโซนเข้ามาใช้ฆ่าเชื้อโรค แต่ไม่เหมาะที่จะเปิดเป็นเวลานาน เพราะจะส่งผลต่อเซลล์ในร่างกาย

5. ฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ

การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เช่น สามารถเชื่อมต่อ WIFI ได้ หรือสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือได้ แม้ว่าเรายังไม่ถึงบ้าน ก็เปิดเครื่องฟอกอากาศรอได้เลย หรือบางรุ่นก็ปรับอัตราการอากาศเองได้อัตโนมัติเมื่อมีปริมาณฝุ่นมากขึ้น

อย่าลืมนะคะซื้อ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองอากาศทั้งที อย่าลืมประเมินข้อมูลข้างบนนี้ให้ถี่ถ้วน เพราะจะได้ตอบโจทย์ความคุ้มค่า เเละราคาประหยัด

 

อ้างอิง วารสารศิริราช และเว็ปไซต์ iurban 

บทความเพิ่มเติม

เช็คด่วน ใครเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมลพิษอากาศ PM 2.5 มากที่สุด

9 ต้นไม้ปลูกในบ้าน ฟอกอากาศ

ปลูกต้นไม้ดูดสารพิษพิชิต PM 2.5

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up