6 วิธีระบายความเครียด ระบายความโกรธ ทำง่ายและเห็นผลจริง ไม่โกรธไม่เครียดอีกต่อไป!

ความเครียด ความโกรธ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่แบ่งเพศ ไม่แบ่งชั้น เศรษฐีร่ำรวยหรือยากจนต่างก็มีเรื่องเครียดแตกต่างกันไป  แต่อันที่จริงแล้ว ความเครียดก็ถือว่ามีประโยชน์และข้อดี คือ ความเครียดจะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ แต่ถ้าเครียดมากไป เครียดเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ โมโหบ่อยๆ แบบนี้เรียก ความความเครียดที่เป็นทุกข์  จำเป็นที่จะต้องบำบัด ต้องระบายอารมณ์ ระบายความโกรธ หาวิธีระบายความเครียดเหล่านั้นออกไปบ้าง โดยวิธีระบายความเครียดที่นั้นมีหลากหลายวิธี

วิธีระบายความเครียด

บางคนเลือกการสังสรรค์ปาร์ตี้ บางคนเลือกการกิน ไปช็อปปิ้ง ไปเที่ยว  แต่บางครั้งวิธีระบายความเครียดเหล่านั้นอาจทำให้เครียดกว่าเดิม (บาคนอาจเป็นหนี้เกินตัว หรือยิ่งเครียดยิ่งกินจนอ้วน) ดังนั้น เราลองมาดูวิธีการระบายความเครียด ระบายความโกรธแบบเห็นผลทันตาและไม่เดือดร้อนตัวเองและผู้อื่นจากนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาจิตเวชศาสตร์

6 วิธีระบายความเครียดต่อไปนี้จะไม่ทำให้คุณเครียดไปกว่าเดิมแน่นอน!

 

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายคือวิธีระบายความโกรธ ระบายความเครียด ที่ดีที่สุด ได้ผลที่สุด และลงทุนน้อยที่สุด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ทำกัน

เมื่อรู้ว่าโกรธ เครียด อย่างแรกที่ทำไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่ควรไปออกกำลังกายก่อน เพราะหากพยายามแก้ปัญหาในขณะที่กำลังเครียดอาจจะทำให้เรื่องราวยุ่งเหยิงไปมากกว่าเดิม

การออกกำลังกายเป็นวิธีคลายเครียดและระบายอารมณ์ที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องพึ่งคนอื่น ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องเสียเงินมากเพื่อให้เราหายเครียด  ไม่ว่าจะเข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ วิ่งตามสวนสาธารณะ หรือเปิดคลิปวีดีโอออกกำลังกายที่บ้าน

การออกกำลังกายทำให้เราลืมเรื่องเครียดๆไปได้ชั่วขณะ สมองได้พัก ได้ลองคิดต่างมุม โดยขณะที่ออกกำลังกายสมองจะหลั่งสารเคมีคลายเครียด ทำให้เราสงบ คิดอะไรได้มีเหตุมีผลมากขึ้น

ความโกรธ ความเครียดที่เคยมีก็หายไป แถมแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นด้วย

 

เจริญสติ

เวลาโกรธใคร การไปออกกำลังกายหนักๆ อาจจะได้ผล แต่ปัญหาคือพอทำไปนานๆ ร่างกายอาจจะเบื่อ ถ้าวันไหนรู้สึกว่าไม่อยากก้าวขาวิ่งแล้ว ไม่อยากยกแขนยกขาแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่ความสงบด้วยการเจริญสติ

การเจริญสติคือการเฝ้าดูหรือกำหนดลมหายใจ จะใช้วิธีไหนก็ได้ เพราะผลที่ได้คือ ใจสงบนิ่งและผ่อนคลายหรืออาจจะเฝ้าดูร่างกายของตน เช่น เวลาขับรถก็รู้ว่ามือขวาบางอยู่บนพวงมาลัย ล้างจานก็ให้รู้ว่าล้างจานอยู่

ยิ่งถ้าเราเจริญสติขณะออกกำลังกายไปด้วย ก็จะได้ผลมากขึ้น เช่น หากใครเลือกออกกำลังกายด้วยการเดิน ก็เจริญสติไปด้วย ให้รู้ตัวเสมอว่าก้าวเท้าไหน หายเข้าใจออกก็รู้ตัว

รับรองว่าใจสงบและยังได้สุขภาพดีแถมมาด้วย

 

ทบทวนตัวเอง

การได้จัดการกับความคิดตัวเองให้เป็นระบบก็เป็นการคลายเครียด คลายความโกรธได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะเมื่อเราเข้าใจเหตุและยอมรับผลของเหตุการณ์ รวมถึงมองหาทางออกได้แล้ว ใจเราก็จะสงบ

ก่อนอื่นต้องทบทวนตัวเองว่า เราเครียดเรื่องอะไรกันแน่ ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด แล้วใช้สติค่อยๆ คิดพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเหตุและผลอย่างไรบ้าง แต่ไม่ต้องไปคิดว่า  “รู้งี้ทำแบบนั้นดีกว่า…รู้งี้พูดแบบนี้ดีกว่า”  เพราะอดีตก็คืออดีต แค่นำมาใช้เป็นบทเรียนในเหตุการณ์ครั้งหน้าก็พอ

แต่การคิดทบทวนตัวเองคือการมองหาทางออกของความเครียด หาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมองหลายๆ มุม หาทางเลือกไว้ 3-4 ทาง แล้วเลือกทางที่คิดว่าตัวเองจะมีความสุขที่สุด  เพราะไม่มีเส้นทางไหนถูกหรือผิด  หากเลือกไปแล้วยังเจอความเครียดก้อนใหม่อีก ก็ใช้วิธีเดิมในการจัดการต่อไป  ไม่ว่าความเครียดจะถาโถมขนาดไหน แค่แก้ไปตามจังหวะก็แฮปปี้ได้แล้ว

 

เล่าให้คนอื่นฟัง

เมื่อเกิดเหตุการณ์แย่ๆ หลายคนเลือกการเล่าให้คนสนิทฟัง ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว เพื่อนรัก คนรัก จะโทรศํพท์บอกเล่า หรือนัดพบกันก็ได้

การเล่าให้คนอื่นฟังเป็นการระบายอารมณ์ที่ดี ทำให้สิ่งที่อัดอั้นไว้ในใจของเราได้ปลดปล่อย  และอาจได้กำลังใจหรือแนวทางแก้ปัญหาจากมุมมองอื่นๆ กลับมาด้วย

แต่หลายครั้งการเล่าให้คนอื่นฟังก็อาจทำให้เครียดกว่าเดิม เพราะเมื่อผู้ฟังแนะนำทางออกให้ เรากลับไม่ฟัง หรือทำตามไม่ได้  กลายเป็นทะเลาะกัน หาว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจ ดังนั้น หากคุณต้องการเล่าให้คนอื่นฟัง ก็ต้องมีสติในการรับฟังด้วย อย่าเพิ่งโวยวายเมื่อความคิดเห็นขัดแย้งกัน ในส่วนของผู้ฟังนั้น บางครั้งคุณต้องเข้าใจว่าคนที่กำลังเครียดมักจะหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องนั้นๆ ไม่สนใจทางออกใดๆ ทั้งสิ้น

อย่าให้ความเครียด ความโกรธเพียงครั้งเดียวมาทำลายมิตรภาพคุณนะคะ

 

นินทา

การนินทาก็คล้ายๆ การเล่าให้คนอื่นฟัง แต่การนินทามักไม่ต้องการคำแนะนำเพื่อแก้ปัญหา แต่ทำไปเพื่อช่วยระบายอารมณ์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะนินทาเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ก็ถือเป็นการคลายเครียดที่ดี แต่ควรนินทาให้อยู่ในขอบเขตของเรื่องที่เครียด

เช่น จะบ่นเจ้านายเรื่องการทำงาน ก็ไม่ควรหยิบเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานของเขามานินทาเพิ่ม แล้วเมื่อซุบซิบนินทาจบแล้ว สบายใจแล้วก็กลับไปทำงานต่อ

สิ่งสำคัญคือ เลือกคนนินทาให้ถูกคน อย่างถ้าจะนินทาเจ้านายก็ไม่ควรไปนินทากับเลขาของเจ้านาย และไม่ควรนินทาคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากอยู่แล้ว เช่น ลูกหลานเจ็บป่วย ครอบครัวจะแตกแยก อาจทำให้เขาเครียดเลยมาลงกับเรา แบบนี้ควรจะเข้าใจ เห็นใจเขามากกว่าที่จะนำมาซุบซิบนินทา

 

พบจิตแพทย์

หากใช้วิธีต่างๆ นานาด้านบนแล้วก็ยังไม่หายเครียด ไม่หายโกรธ  อาจจะต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์ โดยจิตแพทย์ก็จะมีวิธีรักษาหลากหลายกันไป หลักๆ ก็คือ การทำจิตบำบัดและการกินยา

จิตบำบัด วัตถุประสงค์ให้เราเปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนวิธีเปลี่ยนพฤติกรรมแต่เดิมของเรา เช่น สาเหตุที่เราทุกข์มาก เครียดมาก โกรธบ่อยๆ อาจเป็นเพราะนิสัยบางอย่างที่ไม่เหมาะสม

หากเปรียบข้อบกพร่องเราเป็นแผลสด จิตแพทย์จะคอยชี้ให้เราเห็นว่า “แผลอยู่ตรงไหน” อาจจะค่อยๆ บอก หรือเอาทิงเจอร์ไอโอดีนราดเลย แล้วแต่จังหวะเวลา  อาจจะเจ็บปวดหน่อยแต่แผลจะค่อยๆ หาย อาการก็จะดีขึ้น

ส่วนวิธีการกินยา จะมีทั้งยาลดความเครียด ยาต้านอารมณ์เศร้า ขึ้นอยู่กับอาการและการวินิจฉัยของจิตแพทย์ ซึ่งยาปลอดภัยและไม่เสพติด ถ้าเราไม่จัดยากินเองตามใจ

บางคนอาจต้องกินยาตลอดชีวิต แต่ส่วนใหญ่ไม่ เพราะยาช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น ปฏิบัติตัวได้ดีขึ้น เมื่อเรากระทำกับคนรอบข้างเปลี่ยนไป คนอื่นก็จะกระทำกับเราเปลี่ยนไปเช่นกัน ปัญหาที่เคยมีอาจหมดไปได้ และเมื่อดีขึ้นอย่างถาวร เราก็อาจจะหยุดยาได้

 

 

keyboard_arrow_up