แม้ชีวิตต้องพบแต่ ความสูญเสีย แต่หัวใจไม่ยอมเสียศูนย์

แม้ชีวิตต้องพบแต่ ความสูญเสีย แต่หัวใจไม่ยอมเสียศูนย์
แม้ชีวิตต้องพบแต่ ความสูญเสีย แต่หัวใจไม่ยอมเสียศูนย์

แม้ชีวิตต้องพบแต่ ความสูญเสีย แต่หัวใจไม่ยอมเสียศูนย์

หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับความสูญเสียแต่เมื่อสรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ทำให้การพลัดพรากจากลาเป็นเรื่องยากเกินหลีกเลี่ยงฉันจึงต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญกับความสูญเสียด้วยใจที่เป็นกลาง

 

ฉันเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิดครอบครัวของฉันไม่ได้ร่ำรวยอะไร ซ้ำร้ายพ่อกับแม่ยังแยกทางกันตั้งแต่ฉันยังเด็ก ฉันอาศัยอยู่กับแม่ที่พยายามส่งเสียเลี้ยงดูฉันด้วยความรัก กระนั้นฉันก็ยังรู้สึกราวกับว่าชีวิตขาดอะไรไป

ตั้งแต่เด็กฉันมักตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงไม่มีพ่อเหมือนคนอื่น ทำไมมีแค่แม่ที่คอยดูแลฉันในวันประชุมผู้ปกครอง ในขณะที่เพื่อนคนอื่นมีทั้งพ่อและแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่างคำถามเหล่านี้เองที่เป็นเสมือนมีดคอยกรีดหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำว่าเราคือเด็กที่ครอบครัวแตกแยก

พอฉันอายุได้ 8 ขวบ แม่ก็แต่งงานใหม่แต่ความรักครั้งใหม่ของแม่ไม่ได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของฉัน เพราะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ เราไม่ใช่ครอบครัวฉันมีปัญหากับพ่อเลี้ยงอยู่เนือง ๆ แต่เพราะ

รักแม่ ฉันจึงพยายามทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด

เมื่อเข้าช่วงวัยรุ่น ฉันใช้ชีวิตสนุกสนานกิน ดื่ม เข้าผับ เที่ยวบาร์ ฉกฉวยความสุขเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเหมือนวัยรุ่นทั่วไป กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ฉันพบผู้ชายคนหนึ่ง เราตัดสินใจคบกันตอนฉันเรียนชั้นปีที่สอง เขา

เป็นคนหน้าตาดี ฐานะร่ำรวย อัธยาศัยไมตรีดี สนุกสนานเฮฮา ทำให้มีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาติดพัน

ฉันมักเห็นเขาเดินกับผู้หญิงคนอื่นบ่อย ๆ แต่ฉันก็ให้อภัยเรื่อยมา เราคบกันจนฉันเรียนจบ จากนั้นฉันก็ไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากเดินเตะฝุ่นนานกว่าสองเดือน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจช่วงนั้นย่ำแย่ เป็นเหตุให้คนที่จบสายท่องเที่ยวอย่างฉันพลอยลำบากไปด้วย

ตำแหน่งงานแรกหลังเรียนจบไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ฉันเป็นพนักงานต้อนรับหน้าบริษัทที่ได้เงินเดือนเพียงไม่กี่พันบาทแต่ด้วยฐานะทางบ้านและวิกฤติเศรษฐกิจบีบบังคับฉันจึงตอบรับ เพราะเชื่อว่าศักยภาพของฉันสามารถนำทางไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

หลังจากทำงานได้เพียงหนึ่งปี ฉันกับแฟนหนุ่มก็ตกลงแต่งงานกัน จากนั้นไม่นานฉันก็ให้กำเนิดลูกชาย

ฉันคิดว่าหลังจากที่แต่งงานมีลูก สามีของฉันจะเลิกเจ้าชู้ แต่เปล่าเลย ฉันคิดผิด

หลังคลอดลูกได้ไม่นาน สามีก็ไปมีผู้หญิงอื่น ฉันเลือกข่มความเสียใจเอาไว้ภายใน เพราะไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหา สำหรับฉันแล้ว คำว่าครอบครัวสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับฉัน

ทุกครั้งที่จับได้ว่าคนรักไม่ซื่อสัตย์ ฉันมักแก้ปัญหาโดยการเงียบ ไม่พูดคุยปรับความเข้าใจ เพราะฉันเองก็มีทิฐิ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นบานปลายจนลุกลามกลายเป็นวิกฤติทางใจ กระนั้นฉันก็ยังพยายามประคับประคอง

ความรักที่ดูกระท่อนกระแท่นของเราเรื่อยมา

กระทั่งวันหนึ่ง สามีที่อยู่กินกันมากว่า 5 ปีก็ขอหย่าด้วยเหตุผลว่าเขาต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อเห็นว่าขัดความต้องการของคนรักไม่ได้ ทั้งอนาคตของครอบครัวก็ดูริบหรี่เต็มทน ฉันจึงยอมหย่า แต่มีข้อแม้ว่าฉันต้อง

เป็นผู้มีสิทธิ์ดูแลลูกชายคนเดียวซึ่งเขาก็ยินดี เนื่องจากต้องเดินทางไปต่างประเทศ

ช่วงนั้นฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียคำว่าครอบครัวที่พยายามประคับประคองมานาน ทำให้น้ำหนักลดลงนับสิบกิโล ร่างกายดูซูบผอมทรุดโทรม เมื่อไม่มีทางเลือก ฉันทำได้เพียงนั่งร้องไห้ในที่

ทำงานจนไม่เป็นอันทำอะไร

เมื่อความทุกข์กัดกินปางตาย ฉันจึงเลือกบรรเทาทุกข์ด้วยการหันหน้าเข้าหาธรรมะพยายามสวดมนต์ทุกวัน เพื่อดึงความสนใจให้ออกห่างจากความเศร้าโศก และหาอะไรทำตลอดเวลาเพื่อไม่ให้จิตว่างจนฟุ้งซ่าน

หลังจากหัวใจจางคลายจากความทุกข์ครั้งนั้นได้ไม่นาน ฉันก็ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหม่ เพราะบริษัทที่ทำงานมากว่า 10 ปีเลิกจ้าง

ฉันยังจำวินาทีที่เห็นชื่อตัวเองปรากฏอยู่บนลิสต์รายชื่อผู้ถูกเลิกจ้างได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นฉันลืมนึกถึงคนอื่นไปเสียสนิท คิดเพียงแต่ว่าทำไมถึงต้องเป็นฉันที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป เพราะฉันไม่ได้

อยู่ตัวคนเดียว แต่ยังมีลูกที่ต้องรับผิดชอบ

แม้จะเสียใจเพียงใด แต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ฉันจึงไปสมัครงานที่ต่าง ๆ และได้ทำงานหลากหลาย ท้าทายความสามารถอย่างที่คาดหวังไว้

ในขณะเดียวกัน ฉันก็พยายามเลี้ยงลูกชายให้ดีที่สุด เพราะคิดเสมอว่าเขาเกิดจากความรักระหว่างฉันกับผู้ชายที่ฉันรัก และหวังจะฝากชีวิตไปจนตาย แม้ท้ายที่สุดเราเป็นได้เพียงเพื่อนกันก็ตาม

ฉันดำเนินชีวิตตามปกติเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่รู้ว่าสามีของฉันแต่งงานใหม่รอยแผลในใจก็ถูกกรีดให้เปิดออกอีกครั้งแม้ว่าความรักระหว่างเราสองคนหมดไปนานแล้ว แต่พอได้ยินเรื่องนี้ ฉันก็ยังคงเจ็บปวดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงทำหน้าที่แม่ของลูกและเพื่อนของอดีตสามีให้ดีที่สุด

แต่เรื่องราวความสูญเสียของฉันยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะปีที่แล้วอดีตสามีของฉันได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ฉันจำได้ว่าวันที่เขาเสียชีวิตเป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา เช้าวันนั้นฉันส่งข้อความไปบอกเขาว่าลูกชายไม่สบาย ขอใช้สิทธิ์ข้าราชการ แต่เขาไม่ตอบ ตอนนั้นรู้สึกเอะใจ แต่คิดว่าไม่มีอะไร กระทั่งช่วงบ่ายน้องสาวของเขาโทร.มาด้วยเสียงสั่นเครือ

“พี่ปุ๋ย พี่หนึ่งเสียแล้วนะ”

ราวกับว่าหัวใจถูกกระชากไปจากอก ฉันถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว สมองของฉันก็คิดเพียงแต่ว่า ไม่มีอีกแล้ว เพื่อนสนิทที่สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องผู้ชายที่ฉันรักและทุ่มเทชีวิตให้ จากนี้ไปหากเกิดปัญหา ฉันจะพูดคุยกับใคร ฉันเจ็บปวดจนแทบประคองสติไม่ได้ ลูกชายจึงรับโทรศัพท์ไปพูดแทนพลางกอดฉันเพื่อปลอบใจ

ฉันไปรับศพอดีตสามี และเห็นกับตาว่าเขาจากฉันไปตลอดกาล ฉันร่ำลาพลางบอกว่าอย่าเป็นห่วง ฉันจะทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูกอย่างดีที่สุด จากนั้นฉันก็จัดงานศพให้เขาอย่างสุดความสามารถที่คนคนหนึ่งจะสามารถทำให้แก่คนรักเป็นครั้งสุดท้าย

จากนั้นมาฉันก็ทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับสามี คือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูก อบรมเลี้ยงดูให้เขาเป็นคนดี และดำเนินชีวิตตามคำสอนในพระพุทธศาสนา ฉันยังคงสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน และปฏิบัติธรรมทุก ๆ 3 เดือน

ฉันไม่รู้ว่าในอนาคตจะต้องสูญเสียอะไรอีก แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาหล่อหลอมให้ฉันเข้มแข็งขึ้น และทำให้ฉันเห็นสัจธรรมชีวิตว่าไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน และไม่มีอะไรที่เป็นของเราแม้กระทั่งร่างกายนี้

เมื่อเกิดขึ้นก็ต้องดับไป เป็นวัฏจักรอย่างนี้เอง

 

ข้อคิดจากพระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ทน ไม่เที่ยง ไม่แท้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป เป็นธรรมดาของสัตว์โลก คุณโยมเจอทั้งจากเป็นและจากตาย เป็นแบบฝึกหัดราคาแพงที่ทำให้ต้องต่อสู้ชีวิตในยามที่มีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ การมีชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานของธรรมะของพระพุทธเจ้า ดุจดั่งใช้ชีวิตอยู่บนดอกบัว ดอกบัวเปรียบเสมือนสติที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปบนความถูกต้อง

คุณโยมมีความทุกข์ที่เกิดขึ้นขณะสามีมีชีวิต คือ ต้องหย่าร้าง และมาจากตายด้วยวัยไม่สมควร ทำให้คุณโยมทุกข์หนัก เพราะการพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักย่อมเป็นทุกข์ แต่เมื่อทุกข์กระทบ ธรรมะก็กระเทือน คุณโยมได้เรียนรู้สิ่งสำคัญ คือ ความไม่แน่นอนของชีวิต

ทั้งนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณโยมได้สู้ต่อไป คนที่อยู่ก็่ต้องอยู่อย่างมีสติ อาจต้องพานพบกับอุปสรรคบ้าง แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นเหมือนใบไม้ที่ร่วงลงทับถมพื้นดิน เมื่อถึงเวลาอันสมควร ใบไม้ก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้พื้นดินได้ชุ่มชื่น เฉกเช่นเดียวกันกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาก็จะคลี่คลายด้วยแสงพระธรรมของพระพุทธเจ้า ทำให้คุณโยมใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท ตั้งอยู่ในศีลธรรม มีธรรมะเป็นเข็มทิศ ค่อยชี้นำทางให้ใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง


เรื่อง อัญพัชญ์ เรียบเรียง อิศรา ราชตราชู

ภาพ ดวงพร ใบพลูทอง สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ ผู้ช่วยช่างภาพ กรวิทย์ คงสิบ, ประเมศฐ์ พิพิธชนินันท์, ชลิตา รักธรรมนูญ

ขอขอบคุณสถานที่ ร้าน Hidden Backyard


 

บทความน่าสนใจ

ขอบคุณ “ความสูญเสีย” ที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง

5 เทคนิค รับมือกับ ความสูญเสีย อย่างชาญฉลาด

อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคร้ายที่มีแต่ความสูญเสีย

9 สี ปรับเสริมดวง อารมณ์ ช่วยให้สุขภาพกายใจดี

พี่แอม เสาวลักษณ์ กับความคิดถึงที่มีต่อคุณพ่อ

20 ความอัศจรรย์ที่ค้นพบจากการปฏิบัติธรรม

10 ปีไม่ลืมบุญคุณ ! เด็กชายเติบโตเป็นทหารหนุ่ม ตามหาคุณลุงทหารผู้ช่วยชีวิต

 

 

keyboard_arrow_up