ดูแลผิวหน้า ผิวกาย ให้เหมาะสมกับวัยของตัวเอง

เพราะความที่ผู้หญิงแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกันไปตามที่ธรรมชาติสร้างมา รวมถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ การเอาใจใส่ดูแล และที่สำคัญคือเรื่องของ “วัยหรืออายุ” ทำให้การดูแลผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายจึงต้องเอาใจใส่ต่างกัน ซึ่งผิวแต่ละวัยนั้นมีปัญหาที่ต้องให้แก้แบบพิเศษไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด อายุเท่าไร ก็ควรที่จะใส่ใจดูแลสภาพผิวตามอายุจริงเพื่อให้ความใส่ใจที่มีสะท้อนออกมาในสภาพผิวที่ดูดี สมวัย หรือดูอ่อนกว่าไวได้ยิ่งดี เหล่านี้คือความสำเร็จของการดูแลผิวได้ดีตามที่ใจปรารถนา

>> วัยขบเผาะไปจนถึงวัยทำงาน อายุประมาณ 15-20 ปี <<         

ปัญหาผิวที่พบบ่อยในวัยนี้คือ “สิวกวนตัว” และ “สิวกวนใบหน้า” โดยเจ้าสิวทั้งเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ สิวเสี้ยน สิวหัวช้างจะมาเต็มไปหมด นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนของวัยที่แรงดีมากเป็นพิเศษในช่วงวัยนี้ ยิ่งช่วงใกล้มีประจำเดือนหรือมีเรื่องเครียดด้วยแล้ว เจ้าสิวเม็ดโตจะประดังกันเข้ามาแบบไม่ขาดสาเลยล่ะค่ะ

: วิธีแก้ปัญหาและดูแลสภาพผิว :

  • อันดับแรกก็คือ ไม่ควรทำรุนแรงกับสิวด้วยการบีบ แกะ เค้น เพราะมือที่สกปรกและแรงกดจะทำให้สิวยิ่งอักเสบและใบหน้าเกิดรอยช้ำเข้าไปใหญ่
  • หากทนไม่ไหวเพราะสิวมันมาเต็มหน้าจนนอนไม่หลับ แนะนำให้ไปปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง อีกอย่างที่สำคัญคือเรื่องของความเครียด ดังนั้น คนในวัยนี้ที่รู้ตัวว่าเป็นคนเครียดง่ายก็หัดปล่อยวางลงบ้าง
  • ควรทำความสะอาดหน้าวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง หากมีกิจกรรมนอกบ้าน หรือต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+ ขึ้นไป
  • หลังจากดูแลผิวหน้าก็อย่าลืมดูแลผิวกายด้วยการอาบน้ำให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและตอนเย็น และหลังอาบน้ำต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นยืดหยุ่นให้ผิวกายด้วยนะคะ

>> วัยทำงานไฟแรงสูง อายุประมาณ 25-29 ปี <<    

ปัญหาผิวของสาววัยนี้คือผิวจะเหมือนเด็กก็ไม่ใช่ จะเหมือนแก่ก็ไม่เชิง เพราะเป็นวัยคาบเกี่ยวระหว่างเด็กวัยใสกับผู้ใหญ่วัยทำงาน คนในวัยนี้จะมีปัญหาสิวแบบช่วงวัยรุ่นน้อยลง แต่จะเป็นมากหน่อยก็ช่วงมีประจำเดือนเท่านั้น ปัญหาหลักเลยคือเรื่องของการเริ่มมีริ้วรอย เพราะเมื่อเข้าสู่เลข 25 อะไรๆ ก็อาจจะเสื่อมลง เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินที่สร้งความแข็งแรงยืดหยุ่นให้ผิวได้ถูกทำลายลงนั่นเอง หากไม่รีบใส่ใจดูแลผิวในช่วงนี้จะทำให้ผิวโทรมลงอย่างรวดเร็ว

: วิธีแก้ไขและดูแลสภาพผิว :

  • สาวๆ วัยนี้ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+ ขึ้น ไปเมื่อออกจากบ้านทุกครั้ง ผิวจะได้ขาวใส ไม่ไหม้เกรียม ไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
  • ควรบำรุงผิวหน้าและผิวกายด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในทุกวันเวลาก่อนนอน เพื่อผิวจะได้ไม่ขาดความชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น ไม่แห้งกร้านอยู่เสมอ ทางที่ดีควรใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA สักสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูสดใสไม่หมองคล้ำ
  • หมั่นกินอาหารบำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่งด้วยการกินผัก ผลไม้ที่มีแอนติออกซิแดนซ์ซึ่งช่วยชะลอวัยทำให้ผิวพรรณเต่งตึงขึ้น และควรกินเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรกินๆ หยุดๆ นะคะ

>> วัยทำงานสร้างฐานะ อายุประมาณ 30-34 ปี <<    

ผู้หญิงในวัยนี้จัดเป็นคนวัยทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ทำให้อาจลืมดูแลสุขภาพและความงามของตัวเองไปบ้าง เลยทำให้เจอปัญหาผิวที่พบบ่อยนั่นก็คืออาการ “หน้าแก่” ทำแต่งานจนลืมบำรุงหน้า บางรายทำงานจนมีเงินจนทองมากมาย แต่ยังไงก็ไม่สามารถกู้สภาพใบหน้าเอาไว้ได้ เพราะปล่อยให้ทรุดโทรมเกินจะเยียวยา ปัญหาที่เจอบ่อยๆ คือริ้วรอยที่ปรากฏชัดบริเวณหน้าผาก และหางตาเวลายิ้มเจ้าตีนกาก็มักจะมาเยือนนั่นเอง

: วิธีแก้ไขและดูแลสภาพผิว :

  • ยิ่งอายุมากขึ้นเราต้องยิ่งหมั่นบำรุงผิวหน้าและผิวกายด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำทุกวัน
  • ก่อนนอน บำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใสด้วยครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ให้ต่อเนื่องสัก 6 เดือน จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนจากครีมบำรุง AHA มาเป็นครีมที่มีส่วผสมของเรตินอล ที่ช่วยทำให้สภาพผิวดูอ่อนกว่าวัย ริ้วรอยและจุดด่างดำจะลดลง ควร
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+ เป็นต้นไป ทุกครั้วงที่ออกนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ที่สำคัญควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของสาวในวัยนี้ได้ดีขึ้น

>> วัยแห่งความมั่นคง อายุประมาณ 35-39 ปี <<

เมื่อย่างเข้าสู่วัยนี้คงต้องเรียกว่าขาลงของสภาพผิวแล้วล่ะค่ะ เพราะคนในวัยนี้นอกจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยแบบสังเกตได้ชัดแล้ว สภาพใบหน้าและผิวพรรณยังเสื่อมโทรมลงไปจนคนใกล้ตัวทักให้เครียดไปอีก ที่เห็นปัญหาหลักๆ ก็จะมีเรื่องของผิวที่หยาบเหมือนคนแก่ ริ้วรอยตื้นๆ บนในหน้าก็เริ่มลึกขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ที่เป็นแบบนี้เพราะคอลลาเจนและอิ ลาสตินเสื่อมสภาพลง หรือมีความยืดหยุ่นที่น้อยลงนั่นเอง

: วิธีการแก้ไขและดูแลสภาพผิว :    

  • สาวๆ วัยนี้เวลาจะออกไปนอกบ้านต้องห้ามลืมทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ตัวการที่ทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำได้ ซึ่งค่า SPF ก็ควรจะ 15+ ขึ้นไปเท่านั้น
  • ในช่วงเช้าควรดูแลผิวหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ AHA และทาครีมกันแดดทับไปอีกทีก็จะยิ่งดี
  • ก่อนเข้านอนควรสละเวลาสักนิดในการทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเรตินอลตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอยชัดเจน เช่น มุมปาก หางตา หน้าผาก ร่องแก้ม
  • กินอาหารดีๆ จำพวกผัก ผลไม้ให้มากๆ เพื่อผิวพรรณที่สดใสอ่อนวัย และดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อความชุ่มชื้นสดใสให้แก่ผิวค่ะ

 >> วัยชีวิตที่อยู่ตัว อายุประมาณ 40-44 ปี <<

คนในวัยนี้แม้ว่าจะมีทุกอย่างครบทุกอย่าง มีฐานะดี มีความก้าวหน้า มีความสำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถรักษาความสาวได้อีกต่อไป เพราะอายุเลยมาครึ่งชีวิตแล้ว แต่หากดูแลผิวพรรณให้ดีๆ อายุอาจดูน้อยลงไปอีกเป็นสิบปีได้เหมือนกัน ปัญหาผิวที่มักจะพบบ่อยของคนวัยนี้คงไม่พ้นเรื่องริ้วรอยที่ปรากฏชัดโดยเฉพาะบริเวณหางตา ร่องแก้ม และหน้าผาก

:วิธีการแก้ไขและดูแลสภาพผิว :

  • หมั่นใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF15+ ขึ้นไปเมื่อต้องออกนอกบ้านทุกครั้ง
  • หลังการล้างหน้านอกจากการใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับใบหน้าให้หมาดๆ แล้ว ควรเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง เป็นประจำ
  • ช่วงเวลากลางคืนควรบำรุงผิวด้วยครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลและทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทับทุกครั้งเป็นเวลา 6 เดือน ริ้วรอยที่ลึกจะตื้นขึ้น ผิวแลดูสดใส ยกกระชับขึ้น
  • อีกสิ่งที่ห้ามขาดเลยคือควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินอีมากๆ เช่น ตับสัตว์ เครื่องในสัตว์ ธัญพืช นม เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่ทรุดโทรมให้มีชีวิตชีวาและสดใสขึ้น อย่าลืมที่จะดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ สักวันละ 10 แก้วเป็นอย่างต่ำด้วยนะคะ

>> วัยสบายๆ อายุประมาณ 45-49 ปี <<

ปัญหาที่พบบ่อยในผู้หญิงที่มีอายุเข้าสู่ 40 ปลายๆ ดูเหมือนอะไรจะไม่เป็นดั่งใจเอาซะเลย โดยเฉพาะความสาวที่โบยบินจากไป ปัญหาที่เจอก็มีมากเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นมีริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ลึกและชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องสังเกต โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้ม หางตา หน้าผาก ใต้ตา รอบๆ ปาก รูขุมขนจะกว้างขึ้น ผิวจะเหลืองซีด ผิวพรรณดูหยาบ แห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น

: วิธีการแก้ไขและดูแลสภาพผิว :

  • เลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF15+ ขึ้นไปเป็นประจำทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
  • ในช่วงเช้าหลังจากทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ให้บำรุงด้วยครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA ติดต่อกันนาน 1 เดือน จะทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใส จุดด่างดำดูลดลง
  • ช่วงกลางคืนให้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของเรตินอลและใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ทาทับลงไปอีกที เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นแก่ผิว
  • หมั่นรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินอีให้มากๆ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ เพื่อให้ผิวพรรณสวยงามค่ะ

>> วัยแห่งการปล่อยวาง อายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป <<

บางคนอาจจะมองว่าผู้หญิงในวัยนี้จะต้องมีร่างกายที่ทรุดโทรม หย่อนยานไปทุกส่วน ผิวที่เคยสดใสก็ดูซีดเซียวและเหลืองกว่าเก่า แต่อย่าลืมว่าหากมีการดูแลตัวเองดีๆ และถูกวิธีผิวพรรณที่ควรจะเหี่ยวย่น ก็จะดูสดใส เปล่งปลั่ง และยับเยินน้อยกว่าที่ควรจะเป็นได้ค่ะ

: วิธีการแก้ไขและดูแลสภาพผิว :

  • ผู้หญิงในวัยนี้อาจจะต้องสละเวลาในช่วงเช้าบำรุงหน้าด้วยการทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA จากนั้นให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF15+ ขึ้นไป ปิดท้ายด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ปิดอีกรอบ
  • ช่วงกลางคืนให้ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเรตินอล จากนั้นก็ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์อีกชั้น จะทำให้ผิวดูสดใสชุ่มชื้นขึ้นอีกเป็นกอง
  • อย่าลืมกินอาหารที่มีวิตามินอี และธาตุเหล็กสูงๆ ให้มากๆ เพราะอาหารเหล่านี้มีส่วนในการช่วยบำรุงผิวให้แลดูอ่อนวัน และต้องดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 10 แก้ว ผิวจะได้ชุ่มชื้นค่ะ  

เกิดเป็นผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าไร ใครๆ ก็อยากจะดูสวยสมวัย อย่าไปกลัวค่ะว่ากาลเวลาจะมาทำร้ายเราได้ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ ดูแลผิวให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงมลพิษทำร้ายผิว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หันมาดูแลผิวพรรณให้เมาะกับวัยตามที่เราแนะนำไป เชื่อเถอะค่ะว่าเราจะต่อสู้กับความชราได้แน่ ไม่สามารถกลับไปเป็นสาวๆ วัยละอ่อนได้ แต่ถ้าดูแลถูกวิธี รับรองว่ายังไงก็ดูเด็กกว่าอายุจริงแน่นอนค่ะ!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 เคล็ดลับบูสต์ผิวให้เป๊ะปังหลังปาร์ตี้ ให้คุณกลับมาสวยใสได้ทันที!

วิธีกำจัดสิวเสี้ยนให้หายไป…แบบได้ผล ร้อยเปอร์เซ็นต์!!

รวมเคล็ดลับกำจัดเซลลูไลท์…ให้จากไปตลอดกาล!

keyboard_arrow_up