สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา…ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา…ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด
สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา…ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

“แม่” คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแพท (ณปภา ตันตระกูล)แม่ไม่เพียงให้ชีวิตและเลี้ยงดูแพทมาเท่านั้นแต่แม่ยังสร้างโอกาส “การทำงาน” ในวงการบันเทิงให้แพทมาจนทุกวันนี้อีกด้วยถ้าจะเรียกว่าแม่เป็น “เจ๊ดันตัวจริง” ก็ไม่ผิดนัก

ตั้งแต่จำความได้แพทก็มีแม่อยู่ข้าง ๆ แล้ว จากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน วันละเกือบ 24 ชั่วโมง เรียกว่า “มีแพทที่ไหนมีแม่ที่นั่น” แพทจะเล่าให้ฟังนะคะว่ากิจวัตรประจำวันของแพทมีอะไรบ้าง

จันทร์ – ศุกร์ แม่จะคอยรับ - ส่งแพทที่โรงเรียน กลับมาก็ให้ท่องศัพท์ ท่องสูตรคูณ ทำแบบฝึกหัดเสริม พอเสาร์ –อาทิตย์ก็ส่งแพทไปเรียนรำไทย บัลเลต์ เปียโน บางทีก็ส่งไปเรียนว่ายน้ำบ้าง เรียกว่า แม่จัดกิจกรรมให้แพทแน่นเอี้ยด แต่ถึงกิจกรรมจะเยอะแค่ไหนก็ห้ามงอแงนะคะ…เพราะแม่ทั้งดุ โหด และเฮี้ยบ

ย่างเข้าวัยรุ่น กิจกรรมของแพทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม่เริ่มพาแพทไปแคสต์ (cast) งานโฆษณากับโมเดลลิ่งแทบทุกเย็นหลังเลิกเรียน บางทีก็เสาร์ - อาทิตย์ ตอนนั้นใจแพทเองก็ไม่ได้อยากไปเท่าไร เพราะรู้ดีว่าหนึ่ง ตัวเองไม่ได้หน้าตาดี แถมยังออกจะดูกะโปโลด้วยซ้ำ สู้เขาไม่ได้แน่ๆ สองครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบาก ไม่เห็นต้องรีบดิ้นรนทำงานขนาดนี้ และสามข้อนี้แหละสำคัญที่สุด แพทเรียนมาเหนื่อยๆ ทั้งวันก็อยากจะพักบ้าง อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยขัดแม่ได้เลย เพราะแม่ให้เหตุผลสั้นๆ มาว่า

“แพท ถ้าหนูได้งานมันก็ดีนะลูกไปลองทำดูก่อน แม่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร”

หลังจากไปแคสต์มาเกือบ 10 ครั้งก็ยังไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอันสักที แพทก็เริ่มงอแง ไม่อยากทำอีกต่อไป จนถึงขั้นแอบคิดว่า “เปลี่ยนแม่ได้ไหม จะดุ จะบังคับกันไปถึงไหน” จากนั้นแพทกับแม่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่สุดท้ายแพทก็ต้องไปแคสต์งานกับแม่อยู่ดี ผลปรากฏว่า วันนั้นแพทได้รับเลือกให้เป็นตัวหลักภาพยนตร์โฆษณาครั้งแรกในชีวิต

เชื่อไหมว่างานโฆษณาชิ้นนั้นเหมือนเป็นประตูพาแพทเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เพราะหลังจากนั้นแพทก็มีผลงานตามมาอีกเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยโดยปริยาย ส่วนแม่ก็รับหน้าที่ดูแลตารางงานและจัดสรรรายได้ทั้งหมด

แม้จะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงแล้ว แต่แพทกับแม่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อห้าปีที่แล้วเมื่อแม่เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!

แรก ๆ ที่แม่มีอาการ แพทก็แค่สงสัยว่า แม่อาจจะเหนื่อยมากเกินไปถึงได้ลืม แต่พอแม่เริ่มลืมแม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่แม่ไม่เคยพลาดเลย แพทก็เริ่มเอะใจ รีบพาแม่ไปโรงพยาบาล พอคุณหมอบอกว่า “แม่เป็นอัลไซเมอร์”  ถึงจะตกใจอยู่บ้าง แต่แพทก็ยังพยายามคิดบวกว่าแม่สบายแล้ว จากนี้ไปอะไรไม่ดีแม่จะได้ไม่ต้องจำ ส่วนเรื่องอื่นๆ จากนี้ไปแพทจะรับหน้าที่ดูแลแทนเอง

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เพราะคำว่า “แม่” คำเดียวเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่นมากไปกว่านี้ แพทและคนที่บ้านค่อย ๆ ดูแลแม่ไปตามอาการ แต่อาการป่วยของแม่ก็ไม่ได้ดีขึ้น แถมยังหนักขึ้นเรื่อย ๆ แม่ค่อย ๆ ลืมเรื่องราวชีวิตทั้งหมด แม้แต่ชื่อแพท  ชื่อลูกคนอื่น ๆ แม่ก็จำไม่ได้ ลืมแม้กระทั่งการอาบน้ำ กินข้าว ฯลฯ

แถมบางครั้งแม่ก็มีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็โวยวาย ช่วงนั้นแพทเครียดมาก เพราะพูดอย่างไรแม่ก็ไม่เข้าใจ พอพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้งเข้า บางครั้งก็เหมือนกับดุแม่ แพทก็ได้แต่พยายามทำใจยอมรับและเข้าใจแม่ให้มาก ๆ ว่าตอนนี้แม่ก็ไม่ต่างจากเด็ก เขาเคยเลี้ยงเรามาได้ เราก็ต้องเลี้ยงเขาได้เหมือนกัน ถ้าวันไหนเครียดมาก ๆ แพทก็จะหาทางออกด้วยการไปทำบุญ หาหนังสือธรรมะมาอ่านเพื่อให้สบายใจขึ้น

แพทรับหน้าที่ดูแลแม่และทุกคนในครอบครัวอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพียงคนเดียว ถ้าถามว่า “ภาระนี้หนักแค่ไหน”ยอมรับว่า หนักมากค่ะ แต่แพทก็ไม่ท้อเพราะพอเราได้เห็นแม่ เห็นคนในครอบครัวกินอิ่มนอนหลับและมีความสุข ต่อให้เหนื่อยกว่านี้แพทก็ทำได้

ราวเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาเยือนแพทอีกรอบอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อคุณแม่ล้มฟาดพื้นจนกระดูกเคลื่อน! อาการรุนแรงจนทำให้แม่ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป แม่ต้องนอนบนเตียงหรือไม่ก็นั่งรถเข็นแทน เมื่อการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แพทก็ต้อง “เปลี่ยน” ข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านใหม่หมด ต้องซื้อเตียงแบบในโรงพยาบาล โต๊ะกินข้าวแบบในโรงพยาบาลมาใช้แทน ฯลฯ เพื่อให้สะดวกมากที่สุด แม้จะเศร้าว่า “อีกแล้วเหรอ”  แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วแพทก็ต้องสู้และต้องผ่านมันไปให้ได้

ทุกวันนี้แพทไม่ได้คาดหวังให้แม่กลับมาจำอะไรได้เหมือนเดิม แค่ขอให้แม่อารมณ์ดี กินอิ่มนอนหลับทุกวันก็พอ แพทเองแม้จะยุ่งจากงานแต่ก็พยายามหาเวลาว่างพาแม่ไปเที่ยวห้าง เพราะอยากให้แม่ได้เจอคนเยอะๆ จะได้ไม่เหงา แม้จะคุยไม่รู้เรื่อง

แต่แม่ก็จะยิ้มให้กับทุก ๆ คนที่เจอ แค่นี้แพทก็มีความสุขแล้วค่ะ

ถ้าถามว่า แพทอยากได้อะไรในวันนี้แพทไม่อยากได้อะไรเลย ขอแค่ยังมีแม่อยู่ถึงจะป่วย ถึงจะจำไม่ได้ ถึงจะเดินไม่ได้ถึงแพทจะเหนื่อยกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไม่เป็นไร

ขอแค่อย่างเดียว  “แม่อย่าไปไหน”ก็พอ…แพทรักแม่ค่ะ

 

เรื่อง วรลักษณ์  ผ่องสุขสวัสดิ์  ภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี

keyboard_arrow_up