ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ไม่นอกใจ…นายแน่มาก! เรื่องเล่าเมื่อบวช ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ไม่นอกใจ…นายแน่มาก! เรื่องเล่าเมื่อบวช ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ก่อนที่จะเข้ามาบวช อาตมาไม่เคยมองเห็น “ฝั่ง” ของนิพพาน…แม้จะเคยได้ยินคำว่า “นิพพาน” ผ่านหูมาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะมองว่านิพพานไม่ใช่เรื่องของตัวเอง และเราคงไม่มีสิทธิ์ไปถึง

ย้อนกลับไปในสมัยที่อาตมาเป็นฆราวาส อาตมามักโดนข้อมูลแบบโลก ๆ หลอกสมองอยู่เป็นประจำ คือ ต้องเรียนเรียนหนังสือให้เก่ง ทำตัวให้เด่น ทำงานต้องได้เงินเดือนมากๆ ถึงเวลาต้องแต่งงานมีลูกมีเมีย…ตอนนั้นต่อให้ใครมาชวนไปนิพพาน อาตมาก็คงไม่ไป เพราะเราเข้าใจเอาเองว่า นิพพานคงเป็นอะไรที่จืดชืด ขาดรสชาติ ไม่มัน ไม่เร้าใจ และมีไว้สำหรับคนที่ปล่อยวางแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทั้งนั้น อาตมาอยากเรียนให้ทราบว่าจริงๆ แล้วนิพพานไม่ใช่ไม่มี “รสชาติ” แต่เป็นการ “ลด – ชาติ” ต่างหาก

นิสัยเดิมของอาตมาเป็นคนใจร้อน เจ้าอารมณ์ ไม่มีเหตุผล เมื่อเข้ามาบวชใต้ร่มโพธิ์ของพระพุทธศาสนา นิสัยเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ ทางแก้ที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นคือ เอาศีลบังคับหรือข่มไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของการครองผ้าเหลืองให้ดูดีสมกับเป็น “พระ”

ความเครียดที่เกิดจากจิตที่ปรุงแต่งให้คิดมากจนทำให้สมองเกิดปฏิกิริยาหลั่งสารความเครียดออกมานี้เองที่ทำให้ยาแก้โรคกระเพาะหมดไปหลายขวด…เมื่อลองสังเกตดู อาตมาพบว่า คนเราสามารถเครียดได้ทุกเรื่องและทุกวัน ตั้งแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เรื่องเล็กทำเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีเรื่องเครียดก็ไปนั่งคิดถึงอดีตและอนาคตให้เครียด…ไม่มีใครทำอะไรให้ทุกข์ เราก็ทำให้ตัวของเราทุกข์ได้

ในช่วงเวลานั้น แม้ว่ากิเลสจะวิ่งเข้าวิ่งออกอาตมาตลอดเวลา แต่อาตมาไม่เคยรู้ บางทีเดินบิณฑบาตออกมาข้างนอก เจอสายเดี่ยว ขาสั้น หรือเจอเขาสับขาหลอกเวลาไปบรรยายในมหาวิทยาลัย อาตมาแทบเลือดกำเดาไหล เกือบมรณภาพไปก็มี (หัวเราะ) แถมตอนกลางคืนยังฝันเห็นหน้าแม่นางลอยไปลอยมาอีกต่างหาก ทว่าเมื่อเริ่มฝึกปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพียงแค่ไม่นอกใจตัวเอง มีสติอยู่กับกายและใจ ความเครียดที่เคยมีก็หมดไป และโรคกระเพาะก็ไม่เคยได้ฉันอาตมาอีกเลย

ไม่นอกใจตัวเองทำอย่างไร…ทำได้ด้วยการฝึกดูกาย ดูใจของตัวเองไปเรื่อยๆ เมื่อทำบ่อยเข้า เราจะเห็นเจ้าอารมณ์กิเลสต่างๆกระโดดเข้ามา หน้าที่ของเราคือ ใช้สติดู “มัน” ไป สติเป็นตัวกุศลเมื่อเอากุศลมารู้กายรู้ใจที่กิเลสมาวิ่งป่วนอยู่ กิเลสจะเบาบางลงไปเรื่อยๆ และกระโดดออกไปเอง

เมื่อกิเลสดับไป เราจะพบว่าใจจะไม่ถูกอารมณ์มาบงการ ทำให้ไม่เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ มีแต่ความรู้ ตื่น เบิกบาน เป็นอิสระปลดปล่อย โล่งเบาสบาย และมีพลัง พอจะเรียกได้ว่าเป็น “นิพพานที่นี่เดี๋ยวนี้” ส่งผลให้จิตมีคุณภาพสูงสุดควรแก่การงาน เพราะใจปลอดสารพิษ ไม่ไปพ่นพิษใส่ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องพฤติกรรมไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงซึ่งเกิดจากแรงผลักดันของกิเลสจึงไม่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้โลภะ โทสะ โมหะ หรือกิเลสต่างๆ มีไว้เพื่อให้รู้เท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ละ เมื่อเราปฏิบัติธรรมถูกวิธีตามลำดับ จิตจะเกิดปัญญา แลเห็นโทษ และสามารถละกิเลสได้ด้วยตัวเขาเอง

ส่วนใครที่ไม่เคยลองฝึกปฏิบัติธรรมและมักถูกกิเลสจิกหัวใช้งานราวกับเป็นทาสที่ซื่อสัตย์โดยไม่รู้ตัว หรือใครที่มักจะลางานไปปฏิบัติธรรม 7 วัน 10 วัน แล้วเดินเครื่องใส่เต็มแม็กเพื่อหวังจะถึงโลกุตตร-นิพพาน อาตมาขอเชิญชวนกันมาชิมนิพพานที่นี่เดี๋ยวนี้หรือโลกียนิพพานกันบ้าง โดยเริ่มต้นทำตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรีรอ เพียงแค่มีสติรู้เท่าทันกายและใจ รู้ลมหายใจของตัวเองรู้การเคลื่อนไหวของตัวเอง มองเห็นความคิดของตัวเองก่อนที่จะผลักดันให้กลายเป็นคำพูดหรือการกระทำ…

เกิดเป็นมนุษย์ จิตทุกดวงสามารถเข้าถึงโพธิญาณสัมผัสนิพพานได้ ตั้งแต่ระดับชั้นต้นจนถึงระดับชั้นสูงคือพระอรหันต์ โดยมีสิทธิ์เสมอภาคกัน ไม่เกี่ยงว่าเป็นหญิง ชาย น่า-เสียดายที่หลายคนสละสิทธิ์ อุปมาดังทุกคนมีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง แต่บางคนก็เลือกที่จะกาโนโหวต สละสิทธิ์ของตัวเองไป ซึ่งไม่สามารถโทษใครได้นอกจากตัวเอง

เมื่อเราเกิดเป็นชาวพุทธ แต่กลับไม่เคยได้รู้ซึ้งถึงประโยชน์จากพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ถือว่าเกิดมาสูญเปล่า…ประโยชน์สูงสุดของการเป็นชาวพุทธไม่ใช่นรก สวรรค์ แต่คือนิพพาน ต่อให้เราได้นิพพานที่นี่เดี๋ยวนี้ก็ยังถือว่าเราได้ประโยชน์จากพระพุทธศาสนา ได้ก้าวบันไดขึ้นไปขั้นที่หนึ่ง เมื่อก้าวขึ้นขั้นที่หนึ่ง โดยธรรมชาติจะมีการก้าวเดินไปยังขั้นต่อไปแน่นอน

ดังนั้นสำหรับอาตมา คนที่ไม่นอกใจตัวเองถือว่า…นายแน่มาก!

Special Box

หลายคนรู้พระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ เข้าใจและสามารถจำธรรมะได้ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ต่างจากอ่านตำรายา รู้จักสมุนไพรทุกชนิด เก็บยามากองเต็มบ้าน แต่ไม่เคยต้มยาทานเพื่อรักษาอาการป่วยของตัวเอง การรู้ธรรมะ การศึกษาธรรมะนั้นทำให้เห็นความลึกซึ้งของธรรมะจากพระพุทธองค์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราต้องไปเทศน์ให้คนอื่นฟัง แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเผยแผ่ ไม่ต้องการความลึกซึ้ง รู้แค่ใจตนเองก็พอ


ที่มา: นิตยสาร SECRET

เรื่อง พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ / เรียบเรียงโดย ณัฐนภ ตระกลธนภาส

ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี


บทความน่าสนใจ

ดีดูดดี  ข้อคิดพลิกชีวิต โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ทำงานด้วย จิตว่าง ทำอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีคำตอบ

จุดตัดในสังสารวัฏ ธรรมะโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ทุกข์ เพราะป่วย วิธีปรับความคิดให้พ้นโรค โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

คาถา ระงับความโกรธรวดเร็ว แบบ 4G โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

กรรม กฎแห่งการกระทำ ข้อคิดโดย พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

keyboard_arrow_up