Dhamma Daily : ถ้าฆ่าสัตว์มีพิษเพื่อป้องกันตัว บาปหรือไม่

Dhamma Daily  : ถ้าฆ่าสัตว์มีพิษเพื่อป้องกันตัว บาปหรือไม่

 

มีคำถามส่งมายังนิตยสารซีเคร็ตเพื่อคลายความสงสัยว่า ฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันตัว เช่น ตะขาบ งูพิษ บาปมากไหม

พระ ดร.นิตินัย อุดมกัน สำนักสงฆ์เมตตาวนาราม จังหวัดเชียงราย พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาธรรม อธิบายว่า

ธรรมชาติของทุกชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ หากเจออันตรายจะป้องกันตัวเองก่อน เพราะรักและหวงแหนชีวิตด้วยกันทั้งนั้น สัตว์ก็เช่นกัน ถ้าเราไม่ไปแตะเนื้อต้องตัวเขา เขาก็จะไม่ทำอันตรายเรา

อีกคำถามซึ่งใกล้เคียงกัน ถามว่า การที่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์หรือการุณยฆาตเพื่อการศึกษาเป็นบาปไหม ศีลจะขาดหรือไม่

ดร.พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา อธิบายว่า

การฆ่าไม่ว่าจะ ฆ่า แบบไหนถือว่าเป็นการพรากชีวิตของสัตว์อื่น ล้วนเป็นบาปกรรมทั้งสิ้น ศีลจะขาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ กล่าวคือ สัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะ ฆ่า มีความพยายามฆ่า และสัตว์นั้นตายหาก ประกอบด้วยองค์ 5 ประการนี้ ถือว่าศีลข้อที่ 1 ขาดทันที

ส่วนจะบาป มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือตัวแปรคือ สัตว์นั้นมีคุณหรือมีโทษ ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ มีความพยายามในการ ฆ่า มากน้อยแค่ไหน เจตนาที่มุ่ง สังหารนั้นโหดร้ายทารุณอย่างไร หากสัตว์นั้นมีแต่โทษ เป็นสัตว์ตัวเล็กทำให้ มีความพยายามในการฆ่าน้อย จิตเจตนาในการสะสมการฆ่านั้นก็ไม่มากและรุนแรง  บาปกรรมนั้นก็ไม่มาก แต่หากสัตว์นั้นมีคุณประโยชน์ เป็นสัตว์ตัวใหญ่ ต้องใช้ความพยายามในการ ฆ่า มาก จะทำให้จิตเจตนาสะสมความโหดร้ายทารุณมากตามไปด้วย

อีกมุมหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอคือ ศีลกับธรรม หรือเบญจศีลและเบญจธรรม  บางทีขาดศีลแล้วรักษาธรรม บางทีรักษาศีลแล้วสลัดธรรมโดยจับกันเป็นคู่ ๆ คือ  ฆ่า สัตว์กับมีเมตตากรุณา ลักขโมยของคนอื่นกับสัมมาอาชีวะ นอกใจคู่ครองหรือ ละเมิดเรื่องเพศกับกามสังวร มิจฉาวาจากับสัมมาวาจา ดื่มของมึนเมากับมีสติ สัมปชัญญะ

ผู้ปฏิบัติธรรมบางทีก็ต้องเลือกเอาระหว่างข้างใดข้างหนึ่ง หรือ เลือกทั้งสองข้าง แต่ความหนักเบาต่างกัน

 


หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]

keyboard_arrow_up