การฆ่า

ทุกการฆ่าล้วนเป็นบาป บทความธรรมะดี ๆ โดย ท่านว.วชิรเมธี

การฆ่า
การฆ่า

การทำเมตตาฆาตเป็นบุญหรือบาป เพราะในการเป็นสัตวแพทย์มีการทำ เมตตาฆาต คือ การทำให้สัตว์ตายโดยสงบอย่างไม่ทรมาน เนื่องจากสัตว์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย อาการหนัก ระบาดติดสู่คนและสัตว์อื่นได้ เช่น การฆ่า ไก่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก การฆ่า วัวเพื่อป้องกันโรควัวบ้า ซึ่งการฆ่าสัตว์เลี้ยงที่ป่วยหนักและไม่มีเจ้าของดูแลนั้นในต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องปกติ

การค้าขายสัตว์เพื่อบริโภค เพื่อเลี้ยงดู เพื่อใช้แรงงาน เหล่านี้เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้หรือไม่ เพราะเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามค้าขายสิ่งมีชีวิตนั้นหมายถึงมนุษย์เท่านั้น

การฆ่าด้วยเมตตา เรียกว่า “การุณยฆาต” (Mercy Killing) หรือจะเรียกว่าเมตตาฆาตก็ไม่ผิด ทั้งสองคำนี้แปลว่า “การฆ่าด้วยเมตตา” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ตามลำดับ แต่ถ้าจะให้เลือกเอาสักคำหนึ่งก็ควรเป็น “การุณยฆาต” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ในวงการแพทย์หรือวงการชีวจริยธรรม ซึ่งมักตั้งคำถามต่อเรื่องทำนองนี้ก็ใช้คำว่า “การุณยฆาต” มากกว่าเมตตาฆาต

เพราะเมตตาเป็นเพียงคุณภาพของจิตที่ปรารถนาจะให้สรรพสัตว์เป็นสุข หรือเป็นการวางจิตให้มีความเป็นมิตรต่อสรรพสัตว์ทั้งโลกในยามปกติ ส่วนกรุณานั้นหมายเอาคุณภาพของจิตที่มุ่งเน้นการ“ช่วยเหลือ” ให้สรรพสัตว์พ้นจากทุกข์ในยามถูกความทุกข์ครอบงำเป็นสำคัญ

การฆ่าด้วยความกรุณานั้นมุ่งเน้นการช่วยให้พ้นทุกข์ ดังนั้นการุณยฆาตจึงน่าจะเหมาะสมกว่าเมตตาฆาต แต่เมื่อเราพูดถึงการุณยฆาต ก็หมายรวมถึงเมตตาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งเมตตาและกรุณาเป็นคุณภาพจิตด้านบวกด้วยกันทั้งคู่ มีอยู่ในจิตของใครคนคนนั้นก็เป็นคนดีที่น่าคบทั้งนั้น

ในคัมภีร์พระไตรปิฎกมีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องความเป็นปฏิกูลของร่างกาย ภิกษุกลุ่มหนึ่งฟังเทศนาเรื่องนี้แล้วเกิดเบื่อหน่ายในชีวิตและร่างกาย จึงจ้างให้เพชฌฆาตสมัครเล่นคนหนึ่งมาปลงชีวิตของตัวเอง ปรากฏว่าคราวนั้นมีภิกษุเต็มใจฆ่าตัวตายจำนวนมาก ความทราบถึงพระพุทธเจ้า จึงทรงปรับอาบัติภิกษุที่ทำเช่นนั้นว่ามีโทษหนักถึงขั้นต้องอาบัติปาราชิก คือ ขาดจากความเป็นภิกษุทันที

การที่ทรงปรับอาบัติปาราชิกแก่ภิกษุที่ตั้งใจฆ่าตัวตายเอง หรือขอให้คนอื่นฆ่าตัวเองด้วยความเต็มใจ รวมทั้งรู้เห็นเป็นใจให้มีการฆ่าตัวตาย ก็เพราะการฆ่าเป็นอาชญากรรมที่ตัดรอนชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสูงค่าที่สุดที่มนุษย์มีอยู่ให้ขาดไป

เมื่อเราตายลงจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นั่นหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงสิ่งดี ๆ ทั้งปวงได้หลุดลอยขาดหายไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสอันสำคัญที่สุดก็คือโอกาสในการบรรลุธรรม การฆ่าจึงเป็นการสังหารผลาญทั้งชีวิต ทั้งร่างกาย และทั้งโอกาสในการพัฒนาทางจิตวิญญาณไปพร้อม ๆ กัน

ในทัศนะของพระพุทธศาสนา การฆ่าในทุกความหมายจึงถือว่าเป็นบาป

คำสอนเบื้องต้นที่สุดของพุทธศาสนาจึงเริ่มต้นด้วย “การไม่ฆ่า” (ปาณาติปาตา เวรมณี) คำสอนทั่ว ๆ ไปก็ล้วนมุ่งเน้นให้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต เช่น การสอนให้มองสรรพสัตว์ สรรพชีพว่าล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในโลกด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

การฆ่าที่จะถือว่าเป็นบาปสมบูรณ์นั้นต้องประกอบด้วยเหตุปัจจัย ๕ ประการ

(๑) สัตว์มีชีวิต
(๒) รู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต
(๓) มีจิต (เจตนา) คิดจะฆ่า
(๔) พยายามฆ่า
(๕) สัตว์ตาย

ถ้าครบองค์ประกอบทั้งห้าถือว่าเป็นบาปโดยสมบูรณ์ ทุก ๆ ครั้งที่มีการฆ่าเกิดขึ้นในนามของความกรุณา เราคงต้องถามว่า ผู้ฆ่าได้ทำให้องค์ประกอบทั้งห้าสมบูรณ์หรือไม่ โดยมากล้วนแล้วแต่ทำให้องค์ประกอบทั้งห้าสมบูรณ์ทั้งนั้น เพราะคงไม่มีนักเรียนแพทย์หรือแพทย์คนไหนที่ไม่รู้ว่าสัตว์ที่ตนจะฆ่านั้นเป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้น ถ้ามีการฆ่าเกิดขึ้น แม้จะด้วยเจตนาดี ก็ยังคงถือว่าเป็นบาปอยู่นั่นเอง

แต่ถามต่อไปว่า บาปมากหรือบาปน้อย ท่านก็ให้หลักเกณฑ์การพิจารณาต่อไปว่า ถ้าสัตว์นั้นมีคุณมากก็บาปมาก มีคุณน้อยก็บาปน้อยลงไปตามส่วน แต่ที่จะไม่บาปเลยนั้นเป็นไม่มี ด้วยเหตุนั้น ถ้าเธอฆ่า เธอก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับบาป ในความหมายว่า อาจเป็นกรรมติดตัวต่อไปในอนาคต ต่างแต่ว่ากรรมนั้นอาจไม่รุนแรงมากนัก เพราะเจตนาฆ่านั้นไม่ได้เกิดจากเจตนาร้าย แต่เป็นเจตนาดี

ในต่างประเทศ การฆ่าสัตว์ที่ติดเชื้อถือเป็นเรื่องปกติ ก็เพราะต่างชาติมีระบบความเชื่อต่างออกไปจากศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นถ้าเธอคิดจะฆ่าด้วยความกรุณา ก็คงต้องถามด้วยว่า เธอฆ่าบนพื้นฐานของชุดความเชื่อแบบไหน

ถ้าฆ่าบนพื้นฐานของชุดความเชื่อแบบวิทยาศาสตร์ อาจไม่บาปเลยก็ได้

ถ้าฆ่าบนพื้นฐานของชุดความเชื่อแบบศาสนาอื่น ๆ ก็คงต้องพิจารณากันไปตามกรณีนั้น ๆ ว่าอ้างศาสนาไหน

แต่ถ้าฆ่าบนพื้นฐานของชุดความเชื่อแบบพุทธ (ซึ่งอิงสัจธรรมไม่ใช่เป็นบาปเพราะพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ แต่เพราะมันเป็นไปตามกฎธรรมชาติอย่างนั้นเอง) แม้จะฆ่าด้วยกรุณาก็ยังคงเป็นบาป จะบาปมากบาปน้อย ให้พิจารณาจากเกณฑ์ทางจริยธรรมที่อธิบายแล้ว

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

Image by David Mark from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily : การฆ่าตัวตาย ถือเป็นบาปกว่าฆ่าคนอื่นเป็นเรื่องจริงไหมขอรับ

keyboard_arrow_up