ฝึกสติเชิงประยุกต์ ณ วัดลาดพร้าว

วัดลาดพร้าว
วัดลาดพร้าว

ฝึกสติเชิงประยุกต์ ณ วัดลาดพร้าว

วัดลาดพร้าว สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2413 เป็นวัดเก่าแก่ อายุนับร้อยปี ปัจจุบันยังคงมีประชาชนเข้าไปปฏิบัติธรรมอย่างสม่ําเสมอ เพราะวัดแห่งนี้เปิดสอนการเจริญสติเชิงประยุกต์ ซึ่งนําหลักจิตวิทยามาช่วยแก้ไขปัญหาชีวิต
 0
อาจารย์อณิวัชร์ เพชรนรรัตน์ วิปัสสนาจารย์ผู้สอนการเจริญสติประจําวัดลาดพร้าว เล่าว่า เดิมวัดลาดพร้าวมีโครงการปฏิบัติธรรมสําหรับบุคคลทั่วไปเดือนละครั้ง ครั้งละ 3 วัน 2 คืน และมีกิจกรรมสวดมนต์ ทุกวัน เวลา 16.30 น. – 17.30น. ส่วนใหญ่ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยในละแวกใกล้เคียง เขาจึงอยากเปิดสอนการเจริญสติรูปแบบใหม่ที่สามารถดึงดูดคนทุกเพศทุกวัยให้มาร่วมปฏิบัติได้ จึงขออนุญาตพระมหาอัมรินทร์ อมรินโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เปิดคอร์สสอนการเจริญสติเป็นธรรมทานไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ต่อมาเมื่อพระครูปลัดนิคม นาควโรเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็สนับสนุนเรื่อยมาจนปัจจุบันเปิดสอนมาเป็นปีที่ 3
 0
การเจริญสติตามแนวทางของอาจารย์อณิวัชร์นั้น ไม่เพียงสอนการนั่งสมาธิและเดินจงกรมเท่านั้น ยังผสมผสานความรู้ทางจิตวิทยาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาชีวิตของผู้ปฏิบัติด้วย โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากน.ท.หญิงนภัสกมล เพชรนรรัตน์ (ภรรยา) พยาบาล กองสุขภาพจิตและบําบัดยาเสพติดโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ
 0
“ก่อนเริ่มสอนการเจริญสติผมจะสอบถามผู้ปฏิบัติก่อนว่า เขากําลังประสบปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่าและให้เล่าให้ฟัง จากนั้นเราจะวิเคราะห์ว่าควรช่วยเหลือเขาอย่างไร พร้อมให้คําแนะนําและสอดแทรกแนวคิดเชิงบวกให้นําไปปรับใช้และแก้ปัญหาสุดท้าย จึงเริ่มสอนการเจริญสติตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 สายพอง – ยุบแบบง่ายและระดับลึก”
 0
อาจารย์อณิวัชร์เล่าต่อว่าจากการพูดคุยกับผู้มาปฏิบัติธรรมพบว่าปัญหาที่คนส่วนใหญ่เผชิญแบ่งได้ 3
ประเภท คือ ปัญหาเรื่องนิสัยส่วนตัว ปัญหาด้านการทํางาน และปัญหาในครอบครัวเขาจึงคิดค้นหลักสูตรการเจริญสติรูปแบบใหม่ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น สติพัฒนาตนเอง อาชีพ และครอบครัว สติพัฒนาการเรียน สติพัฒนาการเลี้ยงลูก สติพัฒนาสําหรับผู้สูงอายุ สติพัฒนาโรคทางใจ สติพัฒนาสําหรับพระบวชใหม่ วิปัสสนากัมมัฏฐาน และสนับสนุนสร้างศูนย์เจริญสติ – วิปัสสนากัมมัฏฐานในวัด
 0
“เมื่อเราสอนไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า การพูดคุย แนะแนวคิดเชิงบวกและเจริญสติไปพร้อม ๆ กันนี้ มีส่วนช่วยฟื้นฟูและพัฒนาสภาพจิตใจในกลุ่มคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตได้ด้วย เช่น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าโรคย้ําคิดย้ําทํา โรคเครียด โรควิตกกังวลโรคนอนไม่หลับ โรคสมาธิสั้น เป็นต้นแต่ต้องมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ําเสมอ บางคนบอกว่าถ้าเขาไม่มีปัญหา ไม่มีความทุกข์ และมีความสุขดี เขาจะฝึกสติไปเพื่ออะไร ก็เพื่อพัฒนาความสุขขึ้นไปอีกระดับทางพระพุทธศาสนาสอนไว้ว่าความสุขมี 3 ขั้น คือ กามสุข สมาธิสุข และนิพพานสุข แต่คนส่วนใหญ่รู้จักเพียงกามสุขเท่านั้นคือสุขจากการเสพสิ่งนอกกายจากการเที่ยวดื่ม กิน แต่การเจริญสตินั้นจะทําให้เราได้สมาธิสุข คือสุขจากการที่ใจเป็นสมาธิ และหากเราฝึกไปเรื่อย ๆ ด้วยความเพียรก็จะนําไปสู่นิพพานสุขคือสุขจากการที่ใจเป็นอิสระจากกิเลสอย่างสิ้นเชิงได้ และไม่ต้องกลับมาเกิดอีกในวัฏสงสาร”
 0
ไม่ว่าจะเป็นการเจริญสติหรือวิปัสสนารูปแบบใด ขอเพียงมีเป้าหมายคือการค้นพบความสุขที่แท้จริงทําให้มีสติและปัญญาลดละกิเลสในใจตนเอง เพื่อให้ผู้ฝึกมีอิสระทั้งปวงจากกองทุกข์ก็ถือเป็นหนทางแห่งความสุขประเสริฐของชีวิตแล้ว
 0
ติดต่อ
วัดลาดพร้าว ชั้น 2 อาคารปฏิบัติธรรมวัดลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ซอย 41 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
วันที่เปิดสอน : จันทร์-ศุกร์ เวลา17.00น.-20-00น. เสาร์-อาทิตย์เวลา1.30น.-1.00น.
ข้อมูลเพิ่มเติม http:// vipassanameditationthailand.blogspot.com
แจ้งเวลาที่ต้องการปฏิบัติธรรม โทร.08-7665-9222 อ.อณิวัชร์ เพชรนรรัตน์ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
 0
เรื่อง : Pitchaya
ภาพ : วรวุฒิ วิชาธร
ที่มา : นิตยสาร Secret ปี 2559 ฉบับที่ 199 (10 ต.ค. 59) หน้า 78-79

บทความน่าสนใจ
keyboard_arrow_up