เสถียรธรรมสถาน

บวชเพื่อเรียนรู้โลกและธรรม พร้อมทำงานเพื่อรับใช้ผู้คน 4 พุทธสาวิกาแห่ง เสถียรธรรมสถาน

เสถียรธรรมสถาน
เสถียรธรรมสถาน

บวชเพื่อเรียนรู้โลกและธรรม พร้อมทำงานเพื่อรับใช้ผู้คน

4 พุทธสาวิกาแห่ง เสถียรธรรมสถาน

หากกล่าวถึงสถาบันที่ให้ความสำคัญในการสร้างธรรมทายาทหญิง เสถียรธรรมสถาน ผุดขึ้นมาในใจของเราเป็นอันดับแรก

คุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ให้โอวาทไว้ว่า “การบวชเรียนคือการเปลี่ยนรหัสชีวิต” และท่านเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงที่สนใจเข้ามาบวชเพื่อเรียนรู้และก้าวเดินบนหนทางธรรม เสมอดังเช่นพุทธสาวิกาทั้ง 4 ที่มีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือ การเดินสู่เส้นทางธรรมเพื่อเป็นนักบวช เป็นธิดาของพระผู้มีพระภาคเจ้า

พุทธสาวิกาอสมิตา ลูวากูณ อายุ 18 ปี เป็นชาวเนปาลที่สนใจเรียนรู้พุทธศาสนา ขณะอายุ 12 ปี เธอได้พบคุณแม่ชีศันสนีย์เมื่อครั้งที่พาคณะพุทธสาวิกาไปบวชที่ประเทศอินเดีย จึงอยากบวชเรียนในพุทธศาสนาเพื่อเรียนรู้ธรรมะและชีวิตนักบวช เธอขอบวชกับคุณแม่ชีศันสนีย์ในครั้งนั้น และไปอยู่ที่วัดไทยพุทธคยา จากนั้นย้ายไปเรียนภาษาและชีวิตนักบวชที่วัดไทยลุมพินี 6 เดือน ก่อนเดินทางมาศึกษาปฏิบัติที่เสถียรธรรมสถาน นับรวมเวลาบวชได้ 6 ปี

พุทธสาวิกาอารยา ศรีจำเริญ (หมอ) อายุ 14 ปี มาจากจังหวัดสงขลา เริ่มแรกบวชในโครงการของเสถียรธรรมสถาน เมื่อครบกำหนดสึกจึงขอบวชต่อ ส่วนหนึ่งเพราะอยากลองใช้ชีวิตที่ไม่ได้อยู่บนความคาดหวังและกดดันตามค่านิยมการเรียนแบบปกติ และพบว่าตนเองสนุกกับการได้ศึกษาวิชาการและวิชาธรรมะที่นี่ ปีนี้บวชเป็นปีที่ 5 แล้ว

พุทธสาวิกาพรณพัด อ่อนจงไกร (สติมา) อายุ 13 ปี อยู่ที่เสถียรธรรมสถานมาตั้งแต่เกิด ได้ซึมซับธรรมะมาตั้งแต่เล็ก เธอเคยบวชเมื่ออายุ 4 ขวบ ต่อมาเมื่อได้บวชเรียนอีกครั้งเพราะอยากบวชให้คุณแม่ จึงบวชต่อเนื่องและศึกษาปฏิบัติเรื่อยมา จนถึงวันนี้เป็นเวลา 5 ปีแล้ว

พุทธสาวิกาศุณิษา แพน้อย (มายด์) อายุ 13 ปี บวชเมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 โดยคุณยายพามาจากจังหวัดลพบุรี เพราะอยากให้ได้ศึกษาธรรมะไปพร้อมกับการเรียน ช่วงที่มาแรก ๆ เธอยังกลัวกับการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อมีเพื่อนที่ต้องอยู่และเรียนด้วยกันก็ทำให้ปรับตัวได้ดีขึ้น

เสถียรธรรมสถาน

พุทธสาวิกาทั้ง 4 ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรมไปพร้อมกับการเรียนวิชาการที่สามารถนำไปเทียบหลักสูตรกับโรงเรียนทั่วไปได้ พุทธสาวิกาสติมาบอกว่า “ที่นี่เรียนคล้ายกับโฮมสกูล” โดยเน้นการศึกษาตามความสนใจของแต่ละบุคคล และนอกจากการเรียนหนังสือก็ยังได้ทำกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะอื่น ๆ เช่น การทำงานในค่ายเยาวชนนานาชาติ ISV Club (International Spiritual Volunteer Club) ซึ่งได้เรียนรู้เรื่องมารยาท การรับใช้ดูแล และประสบการณ์ทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย

นอกเหนือจากนี้ภารกิจสำคัญของพุทธสาวิกาของเสถียรธรรมสถานคือ การรับใช้ผู้คน ทั้งการออกไปจาริกข้างนอก เช่น การออกไปเยียวยาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล และการอยู่ที่เสถียรธรรมสถาน เช่น การต้อนรับและดูแลผู้ปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ทั้งด้านการทำงาน พัฒนาความคิดและจิตวิญญาณ เพื่อให้อยู่บนโลกนี้อย่างไม่เป็นทุกข์

ดังนั้นการบวชเป็นพุทธสาวิกาจึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

พุทธสาวิกาอสมิตา : ในช่วงที่มีการอัญเชิญพุทธชยันตีองค์ดำนาลันทาไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามโรงพยาบาล หนูมีโอกาสไปด้วย และได้ไปนวดมือนวดขาให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย เพียงเราเดินเข้าไปหา เขาก็ยิ้มมีความสุข เมื่อเรานวดให้เขา ใจของเขาจะไม่อยู่กับความเจ็บปวด แต่จะอยู่ที่มือที่เราไปสัมผัสนวด หรือบอกให้เขากลับมาอยู่กับลมหายใจ และหนูชอบเวลาที่ได้ไปเดินบิณฑบาตกับคุณยายจ๋าด้วยค่ะ คุณยายไม่ได้ถือบาตรอย่างเดียว แต่จะไปพูดเยียวยาคนด้วย ไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ความรู้สึกคือไม่ใช่เราจะไปรับอย่างเดียว แต่เราต้องให้เขาด้วย

พุทธสาวิกาสติมา : คุณยายจ๋าเดินบิณฑบาตแต่เช้าแต่กลับมาสิบโมง (ยิ้ม) เพราะคุณยายจะช่วยเหลือทุกคนเสมอ ตอนที่ไปเยียวยาผู้ป่วยหนูก็ไปด้วย ได้ไปนวดให้เขาผ่อนคลายและมีความสุข หนูก็มีความสุขเช่นกันค่ะ

พุทธสาวิกามายด์ : เวลาไปบิณฑบาตหนูเห็นคนกวาดถนนที่กวาดใบไม้ที่ร่วงจากเสถียรธรรมสถาน มีทั้งใบไม้และฝุ่น เขาคงเหนื่อย หนูก็เลยเอาของจากบาตรแบ่งให้เขา เขาก็ขอบคุณค่ะ หนูก็รู้สึกดีใจด้วย

พุทธสาวิกาหมอ : ทุกวันศุกร์เราจะได้ดูแลผู้มาปฏิบัติธรรม ให้คำแนะนำ ตอบคำถามต่าง ๆ บางทีก็เป็นคำถามซ้ำ ๆ แต่หนูก็ยินดีตอบ บางคนก็ใจร้อน หนูก็จะพูดแบบใจเย็น ๆ ซึ่งเป็นการฝึกตัวเองให้โกรธน้อยลง และกลับมาอยู่กับลมหายใจ

เมื่อพูดถึงเรื่องหลักธรรมประจำใจที่นำมาใช้ในชีวิต ทุกคนต่างมีวาทะธรรมประจำใจ (วาทะธรรมคือคำสอนจากคุณแม่ชีศันสนีย์ ที่ปรับภาษาธรรมยาก ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายและใช้ในชีวิตได้อย่างเห็นผล) พุทธสาวิกาทุกคนมีวาทะธรรมที่ตัวเองประทับใจ

พุทธสาวิกาหมอ : “ยากแค่ไหนก็ทำให้สำเร็จ” เพราะช่วยให้มีกำลังใจ บางทีหนูขี้เกียจหรือบางงานไม่อยากทำ วาทะธรรมนี้จะย้ำเป้าหมายว่าเราต้องทำอะไร

พุทธสาวิกามายด์ : “การทำงานเป็นทางแห่งการภาวนา” เพราะการทำงานทุกอย่างเป็นการภาวนาได้ กวาดใบไม้ก็กลับมาอยู่กับลมหายใจได้

พุทธสาวิกาอสมิตา : “คนข้างหน้าคือคนพิเศษสำหรับเรา” คือทำให้คนตรงหน้ามีความสุขแม้ว่าเราไม่เคยรู้จักกัน แล้วเราจะมีความสุขไปด้วย คุณยายจ๋าพูดเสมอว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้รู้จักกันก่อน

พุทธสาวิกาสติมา : “เปิดใจกว้างละวางอคติ” ถ้ามีใครมาดุเรา เราก็อคติกับเขาแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเขาเจออะไรมาก่อน เราควรเปิดใจกว้างละวางอคติที่เรามีต่อเขาก่อนค่ะ

ตลอดการสนทนา พุทธสาวิกาทั้ง 4 ต่างเล่าเรื่องราวอย่างมีความสุข ดังที่เห็นจากรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะตามธรรมชาติของเด็ก ๆ ที่พูดหยอกกันบ้าง

เมื่อถามถึงเรื่องอนาคต เวลานี้ทุกคนอยากบวชต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็มีเป้าหมายในใจว่าอยากทำอะไรในอนาคต เช่น อยากเป็นช่างภาพ เป็นครู หรือทำงานเผยแผ่ธรรมะและเยียวยาผู้คน ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และเติบโต แต่การเรียนรู้นั้นมีพื้นฐานของธรรมะที่หล่อเลี้ยงประสบการณ์ทั้งภายนอกและภายใน

พุทธสาวิกาทั้ง 4 บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไปไกลมากนัก เพราะการอยู่กับปัจจุบันสำคัญที่สุด พุทธสาวิกาอสมิตากล่าวทิ้งท้ายแทนทุกคนโดยหยิบยกวาทะธรรมของท่านแม่ชีศันสนีย์ที่สรุปเรื่องได้ว่า

“ถ้าเราลงทุนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลาอันประเสริฐให้ดี อนาคตก็ย่อมดีเช่นกัน”

 

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 232

เรื่อง : เชิญพร คงมา   ภาพ : วรวุฒิ วิชาธร

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

เรียนรู้ธรรมเพื่อพ้นทุกข์ ธรรมทายาทรุ่นเยาว์ ด.ญ.สามินี ยศชัย  ( น้องแก้ม )

เจาะชีวิตสามเณรกร วัดป่ามณีกาญจน์ ศาสนทายาทขวัญใจชาวเน็ต

เสถียร เสถียรสุต ผู้ริเริ่มก่อตั้งเสถียรธรรมสถานเสียชีวิตอย่างสงบ

keyboard_arrow_up