รอยช้ำเป็นรอยเขียว

แค่รอยช้ำตามร่างกายก็อาจเป็นสัญญาณบอกโรคร้ายแรงได้

รอยช้ำเป็นรอยเขียว
รอยช้ำเป็นรอยเขียว

แค่รอยช้ำตามร่างกายก็อาจเป็นสัญญาณบอกโรคร้ายแรงได้

รอยช้ำตามร่างกาย อย่าปล่อยไว้นาน เพราะอาจเป็นสัญญาณบอกโรคร้ายแรงได้ เชื่อว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่มักประสบกับปัญหาผิวพรรณ โดนกระทบกระทั่งหรือสัมผัสกับอะไรเพียงเล็กน้อยก็เกิดเป็นรอยช้ำรอยจ้ำได้ง่ายๆ  บางคนอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสภาพจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ผิวมีรอยช้ำได้ง่ายก็จะทำให้ผิวพรรณไม่สวยงาม ขาดความมั่นใจ มีผลต่อบุคลิกภาพ อยากจะสวมใส่เสื้อผ้าที่อวดผิวพรรณก็ไม่กล้า รู้สึกหมดความมั่นใจเพราะเนื้อตัวผิวพรรณเป็นจ้ำ ๆ ดูไม่สวย

แต่รอยช้ำตามร่างกายอย่างที่บอกไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบอกโรคต่างๆ ได้ด้วย  เช่นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ เสี่ยงเสียชีวิตได้

การที่อยู่ดี ๆ ร่างกายก็มีรอยช้ำ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารอยช้ำเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่หรือไปโดนอะไรมาก รู้ตัวอีกทีคือเจ็บหรือรอยช้ำมีสีเข้มมากแล้ว นายแพทย์อิศรา อนงค์จรรยา อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า รอยช้ำเกิดขึ้นได้ทั้งจากอุบัติเหตุและโรค สามารถแบ่งได้ดังนี้

-อุบัติเหตุหรือกระแทกสิ่งของ หากรอยช้ำเป็นรอยเขียวและเป็นรอยช้ำเพียง 1-2 จุด เฉพาะที่บนร่างกาย กดลงไปแล้วมักจะเจ็บเบา ๆ อาจเป็นรอยฟกช้ำธรรมดาที่เราเดินไปชนสิ่งของหรือเดินไปกระแทกกับของแข็งโดยไม่รู้ตัว

รอยช้ำมีสีเข้ม

-อายุที่มากขึ้น ผิวหนังจะบางลง ไขมันและคอลลาเจนที่ช่วยปกป้องเส้นเลือดก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เส้นเลือดเปราะบางและแตกง่าย จึงเกิดเป็นรอยคล้ำเมื่อเลือดออกที่ผิวหนัง

-ขาดวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซีและเค วิตามินซีอาจจะขาดจากทานผลไม้ไม่พอ และวิตามินเคอาจเกิดจากได้รับยาฆ่าเชื้อติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้เลือดออกได้ง่าย จุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดเกิดได้ทั่วร่างกาย หากปล่อยไว้นานอาจรุนแรงขึ้นจนมีเลือดออกในอวัยวะสำคัญได้

-ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผลข้างเคียงจากยาอาจทำให้เส้นเลือดฝอยเปราะบางและแตกง่าย จนเกิดรอยช้ำตามร่างกายได้บ่อยครั้ง

-เกล็ดเลือดต่ำหรือเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ  รอยช้ำมักจะเห็นได้ตามผิวหนังตื้น ๆ อาจเจอได้ชัดตามข้อพับ เกล็ดเลือดต่ำเกิดได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่ยาที่รับประทานไปจนถึงมะเร็ง หรือไขกระดูกฝ่อ ซึ่งต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้การรักษาที่เหมาะสม

-ขาดโปรตีนแฟคเตอร์8 หากเป็นตั้งแต่กำเนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรมเรียกว่าโรคฮีโมฟิเลีย แต่อาจถูกกระตุ้นจากโรคอื่น ๆ ได้ด้วย ทำให้การแข็งตัวของเลือดลดลงจนเกิดภาวะเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก และเกิดรอยฟกช้ำจ้ำใหญ่ทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่มักจะมีเลือดออกค่อนข้างรุนแรง ตามการขาดโปรตีนแฟคเตอร์

รอยช้ำตามตัว

-โรคไขกระดูกบกพร่อง เกิดจากเกล็ดเลือดต่ำเพราะร่างกายสร้างได้ไม่ปกติ ทำให้มีรอยจ้ำหรือรอยช้ำเลือดตามร่างกาย เลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดา เลือดออกในช่องปาก หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีอาจกลายเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้

-มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย เป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย จะเกิดขึ้นในไขกระดูกซึ่งเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือด โดยเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวตัวอ่อนเติบโตมากผิดปกติและไม่สามารถกลายเป็นเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ได้ จนไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติชนิดอื่น ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อง่าย อ่อนเพลีย เลือดออกง่ายผิดปกติ และเกิดจ้ำเลือดตามร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วและถูกวิธีอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ง่าย

-ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก มักแป็นบริเวณขาและเกิดรอยจ้ำเขียว รู้สึกปวดร่วมกับมีอาการบวม แต่ถ้าลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันที่ปอดอาจทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก ไอ ไอปนเลือด เวียนศีรษะ หายใจถี่และหมดสติ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตรอยช้ำที่ไม่เป็นอันตรายส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นและค่อย ๆ จางหายไปเองใน 3 – 7 วัน และมักจะเป็นเฉพาะที่ แต่หากเป็นนานกว่า 1 สัปดาห์

หรือรอยช้ำมีสีเข้มขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคร้ายแรงได้ ดังนั้น ควรสังเกตร่างกายตัวเองอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำหรืออาการอื่น ๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ขอบคุณข้อมูลจาก: รพ.เวชธานี

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฟกช้ำ และปวดเคล็ดขัดยอก อาการเล็กๆ ที่รักษาได้เอง

รู้ทัน อาการปวด ลดเมื่อย หลังออกกำลังกาย

บัวบก สมุนไพรไทย ที่มีคุณค่ามากว่าแค่แก้ช้ำใน

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up