สูตรยาไทยลดอ้วน

10 สูตรยาไทยลดอ้วน ช่วยหุ่นเฟิร์ม

สูตรยาไทยลดอ้วน
สูตรยาไทยลดอ้วน

10 สูตรยาไทยลดอ้วน ช่วยหุ่นเฟิร์ม

สูตรยาไทยลดอ้วน

โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินจัดเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ทุกคนต้องตระหนักและ
ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะโรคอ้วนไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และการให้คุณค่าทางสังคมอีกด้วย

การแพทย์แผนไทยระบุว่า โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินนั้นเกิดจากความผิดปกติของธาตุทั้ง 4 ที่ไม่สมดุลกันทำให้การทำงานในร่างกายผิดปกติและนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคลม โรคอัมพฤกษ์อัมพาต ฯลฯ

เช่นเดียวกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่ระบุว่า โรคอ้วนเกิดจากการกินอาหารที่ให้พลังงานปริมาณมากกว่าพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญออกไป จึงทำให้มีไขมันสะสมในร่างกายมากผิดปกติและเกิดโรคเรื้อรังตามมา

ปักษ์นี้จึงได้รวบรวม 10 ตำรับยาสมุนไพร สูตรยาไทยลดอ้วน ลดอ้วนจากผู้เชี่ยวชาญและในคัมภีร์โบราณมาแนะนำดังต่อไปนี้

ตำรับคัมภีร์วรโยคสาร

คัมภีร์วรโยคสารเป็นคำภีร์เก่าแก่ ที่เขียนไว้ในหนังสือแพทยศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ที่ว่าด้วยเรื่องของสมุนไพร รสยา และสรรพคุณทางยา รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร

เนื้อหาในคัมภีร์ระบุว่า รูปร่างของคนมี 3 ลักษณะ คือ คนผอม คนอ้วน และคนรูปร่างกำลังดี โดยเฉพาะคนผอมต้องกินบำรุงให้รูปร่างปกติ คนที่มีรูปร่างปกติอยู่แล้วต้องกินบำรุงให้ร่างกายสมดุลไปตลอด และสำหรับคนอ้วนนั้นจำเป็นต้องลดน้ำหนักให้รูปร่างกลับมาปกติ เพราะ
หากไม่ลดน้ำหนักหรือทำให้รูปร่างกลับมาสมดุลปกติจะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้

ในคัมภีร์วรโยคสารได้ระบุตำรายาสมุนไพรที่ช่วยลดความอ้วนไว้ ดังนี้

ตำรับที่ 1

ส่วนผสม ลูกสมอไทย ลูกสมอ พิเภก ลูกมะขามป้อม สัดส่วนเท่า ๆ กัน
วิธีทำ บดเป็นผงละเอียด
วิธีกิน กินครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา โดยละลายกับน้ำต้มสุก หรือแทรกน้ำผึ้ง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็นหรือก่อนนอน

ตำรับที่ 2

ส่วนผสม ลูกสมอไทย หัวแห้วหมู ต้นบอระเพ็ด สัดส่วนเท่า ๆ กัน
วิธีทำ บดเป็นผงละเอียด
วิธีกิน กินครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา โดยละลายกับน้ำต้มสุก หรือแทรกน้ำผึ้ง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็นหรือก่อนนอน

ตำรับที่ 3

ส่วนผสม ลูกสมอไทย ลูกสมอพิเภก ลูกมะขามป้อม แก่นประดู่ รากเจตมูลเพลิงแดง แก่นขี้เหล็ก และเหง้าขมิ้นชัน สัดส่วนเท่า ๆ กัน น้ำสะอาดปริมาณท่วมตัวยา
วิธีทำ ต้มสมุนไพรกับน้ำ เคี่ยวจนเหลือน้ำยา 1 ใน 3
วิธีกิน ดื่มครั้งละ 200 – 250 มิลลิลิตร หรือแทรกน้ำผึ้ง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็นหรือก่อนนอน ติดต่อกันนาน 1 เดือน

ตำรับที่ 4

ส่วนผสม หัวแห้วหมู รากโกฐกระดูก เหง้าว่านน้ำ เหง้าขมิ้นชัน รากเจตมูลเพลิงแดง และเหง้าขิง สัดส่วนเท่า ๆ กัน
วิธีทำ บดเป็นผงละเอียด
วิธีกิน กินครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา โดยละลายกับน้ำต้มสุก หรือแทรกน้ำผึ้ง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็นหรือก่อนนอน

ตำรับที่ 5

ส่วนผสม เหง้าขิงแห้ง เมล็ดพริกไทย ดอกดีปลี สัดส่วนเท่า ๆ กัน
วิธีทำ บดเป็นผงละเอียด
วิธีกิน กินครั้งละ 1 – 2 ช้อนชา โดยละลายกับน้ำต้มสุก หรือแทรกน้ำผึ้ง วันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน

Recommended Usage

ตำรับที่ 1 และ 2 ตัวยาสมุนไพร จะเน้นไปทางการขับ หรือที่ทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่า รุ เพื่อขับพิษในระบบต่าง ๆ ออก โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด ขับเมือกมันออกจากร่างกาย ลดไขมันในเลือด ช่วยระบาย ขับถ่ายออกทางอุจจาระ โดยเฉพาะในคนที่กำลังธาตุอ่อนจะมีความสามารถในการระบายมากกว่าคนอื่น ๆ

แต่อย่างไรก็ตามสมุนไพรในตำรับมีฤทธิ์ทั้งเป็นยาระบาย และเป็นยาที่ช่วยลดการระบายในตัวหรือที่เรียกว่ารู้ปิดรู้เปิด

ส่วนตำรับที่ 3 4 และ 5 ค่อนข้างเป็นยารสร้อน เพื่อเพิ่มพลังของธาตุไฟให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น

ดังนั้นคนที่มีอุณหภูมิร่างกายสูง มีไข้ ความดันโลหิตสูง อาจต้องระมัดระวังในการกิน เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะตำรับที่ 3 นอกจากทำให้น้ำหนักลดลงแล้ว ยังช่วยเพิ่มกำลังให้แข็งแรง ไม่ใช่ผอมแห้งแล้วไม่มีแรง และตำรับที่ 4 กินแล้วยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย

ตำรับราชสกุลทินกร

แพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา ประจำคลินิกการแพทย์แผนไทยหม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร ระบุว่า คนที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุน้ำ (เกิดเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม) มีลักษณะเป็นคนอวบอ้วน เจ้าเนื้อ ซึ่งเป็นรูปร่างพื้นฐานของคนธาตุนี้ แต่ถ้าผอม
ไปจะทำให้ธาตุทั้งสี่ในร่างกายผิดปกติเจ็บป่วยได้ง่าย

แต่สำหรับคนที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟ (เกิดเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน) มีลักษณะเป็นคนรูปร่างผอม ถ้าเป็นโรคอ้วนจะทำให้เจ็บป่วยง่าย ดังนั้นถ้าอยากจะลดน้ำหนักจำเป็น
ต้องพิจารณาธาตุเจ้าเรือนของตัวเองประกอบด้วย

ตำรับที่ 6

ส่วนผสม เม็ดแมงลัก น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว อย่างละ 1 ส่วน ส้มแขก 2 ส่วน น้ำตรีผลาปริมาณพอสำหรับแช่เม็ดแมงลัก
วิธีทำ นำเม็ดแมงลักแช่ในน้ำตรีผลา (สมอพิเภก สมอไทย และมะขามป้อม) ให้พองตัว หลังจากนั้นนำมาผสมกับน้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว และส้มแขก
วิธีกิน ดื่มครั้งละ 200 – 250 มิลลิลิตรก่อนนอน สัปดาห์ละครั้ง

ตำรับที่ 7

ส่วนผสม ลูกสมอไทย ลูกสมอพิเภก ลูกมะขามป้อม ใบเตยหอม สัดส่วนเท่า ๆ กัน น้ำสะอาดปริมาณท่วมตัวยา
วิธีทำ ต้มสมุนไพรทุกชนิดกับน้ำสะอาด ปล่อยให้เดือด 15 นาที
วิธีกิน ดื่มครั้งละ 200 – 250 มิลลิลิตรก่อนอาหารเช้า – เย็น ติดต่อกันนาน 1 เดือน

ตำรับที่ 8

ส่วนผสม ดอกดีปลี เถาสะค้าน รากช้าพลู รากเจตมูลเพลิงแดง และเหง้าขิงแห้ง สัดส่วนเท่า ๆ กัน น้ำสะอาดปริมาณท่วมตัวยา
วิธีทำ ต้มสมุนไพรทุกชนิดกับน้ำสะอาด ปล่อยให้เดือด 15 นาที
วิธีกิน ดื่มครั้งละ 200 – 250 มิลลิลิตร ก่อนอาหารเช้า เย็น ให้ดื่มเมื่อเข้าเดือนที่ 2 (หลังจากหยุดยาตำรับที่ 7)

Recommended Usage

ตำรับที่ 6 และ 7 ตัวยาสมุนไพรเน้นการขับถ่าย มีความคล้ายคลึงกับการรุ ซึ่งเป็นวิธีรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย คือ นำของเสียออกจากร่างกายเสียก่อน แล้วค่อยรักษา บำรุงตามลำดับ สำหรับตำรับที่ 8 เป็นตัวยาสมุนไพรที่มีรสร้อน ควรระมัดระวังในการกิน หากร่างกายร้อนหรือมีไข้ให้หยุดยาทันที

ตำรับภัทรภาสคลินิก

แพทย์แผนไทยประยุกต์จิรายุ ชาติสุวรรณ ประจำภัทรภาสคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ระบุว่า การรักษาโรคอ้วนให้หายขาดนั้นจำเป็นต้องเริ่มจากการตรวจร่างกาย เพื่อเช็กระดับความผิดปกติของธาตุไฟในร่างกายก่อน เช่น มีธาตุไฟจากการคั่งค้างอยู่ตำแหน่งใดของร่างกาย และส่งผลให้ธาตุอื่นมีความผิดปกติอย่างไรบ้าง ฯลฯ

แล้วจึงทำการรักษาตามอาการหนัก – เบา (ลักษณะโรคอ้วนในแต่ละคน) ถ้าอ้วนมากจะใช้วิธีรุ คือ การขับถ่ายอุจจาระออกมาก่อนควบคู่กับการใช้ยาสมุนไพร เพื่อปรับความสมดุลและเสริมให้ธาตุแข็งแรงในทางกลับกันถ้าอ้วนไม่มาก ให้กินยาสมุนไพรรสร้อน เพื่อเพิ่มธาตุไฟ เพิ่มการเผาผลาญ กระจายธาตุลม ลดปริมาณธาตุน้ำในร่างกาย เช่น พริกไทย ขิง กระชาย ฯลฯ

ตำรับที่ 9

ส่วนผสม เหง้าขิง 1 ส่วน เมล็ดพริกไทย 3 ส่วน และน้ำผึ้ง 2 ส่วน
วิธีทำ บดละเอียด ผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
วิธีกิน กิน 3 เม็ด ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น

Recommended Usage

สำหรับตำรับที่ 9 เป็นตำรับที่มีตัวยาไม่มาก ทำได้ง่ายตัวยามีรสค่อนข้างร้อน เมื่อกินเข้าไปแล้วอาจทำให้ข้างในร่างกายร้อนได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังในการกินเช่นกัน

ตำรับหมอน้อย

แพทย์แผนไทยบุญยืน ผ่องแผ้ว หรือ หมอน้อย ครูแพทย์แผนไทยและอดีตคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ สูตรยาหมอน้อยบอกนิตยสาร ชีวจิต ระบุว่า มนุษย์เรานั้นเกิดมามีรูปร่างต่างกัน บางคนผอม บางคนอ้วน ซึ่งเป็นไปตามพันธุกรรมที่พ่อแม่ถ่ายทอดมาให้

คนไข้ที่มีรูปร่างอ้วนต้องลดการกินอาหารไขมันสูง ขนมหวาน และเน้นกินผักเยอะ ๆ สำหรับสูตรยาลดความอ้วน เหมาะสำหรับคนไข้ที่อ้วนมาก เพื่อช่วยระบายและขับไขมันออกจาก
ร่างกาย

ตำรับยาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที กินอาหารที่มีประโยชน์ หลากหลาย และ
ครบถ้วนตามความต้องการพลังงานของร่างกาย ซึ่งก็คือ 1,600 – 2,000 แคลอรีต่อวัน ก็เพียงพอแล้วที่จะไม่ทำให้เป็นโรคอ้วนนะครับ

ตำรับที่ 10

ส่วนผสม ใบมะขาม ใบส้มป่อย ใบส้มเสี้ยว ใบมะดัน ลูกสมอไทย ลูกสมอพิเภก ลูกมะขามป้อม เกลือสมุทร หนักอย่างละ 10 บาท หรือหนักอย่างละ 150 กรัม และน้ำสะอาด 3 ลิตร
วิธีทำ ต้มตัวยาทั้งหมดในน้ำ รอเดือด ทิ้งไว้ 30 นาที หรือบดตัวยาทั้งหมดเป็นผงละเอียด จากนั้นผสมรวมกันแล้วบรรจุใส่แคปซูลเบอร์ 0
วิธีกิน ยาต้ม กรองเฉพาะน้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหารเช้า – เย็น กินสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ติดต่อกันนาน 1 – 2 เดือน ยาแคปซูล กินครั้งละ 3 เม็ด ก่อนอาหารเช้า – เย็น กินสัปดาห์เว้น
สัปดาห์ ติดต่อกันนาน

Recommended usage

ตำรับที่ 10 ตัวยาเน้นไปในทิศทางของการรุ คือ การขับของเสียออกมาทางอุจจาระ
แต่ก็รวมตัวยาสมุนไพรที่ช่วยในการปรับและบำรุงธาตุไปด้วยในตัว เช่น ตรีผลา (ลูกสมอ
ไทย ลูกสมอพิเภก ลูกมะขามป้อม)

เรื่อง ศิริกร โพธิจักร ภาพ iStock เขียนลงเว็บ เนื้อทอง ทรงสละบุญ

ชีวจิต 456 นิตยสารรายปักษ์ ปีที่ 19 : 1 ตุลาคม 2560

– – –  – – – – –  – – – – –  – – – –  – – – –  – – –  – – –  – – –  – – –  – –  – –

บทความน่าสนใจอื่นๆ

ออฟฟิศซินโดรม แก้ได้ด้วยชีวจิต ด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณก็ทำได้

หยุดออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตคนทำงาน

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up