ท่าออกกำลังกาย, ลดไขมันหน้าท้อง, ลดพุง, ออกกำลังกาย

ท่าออกกำลังกาย+เมนู ลดไขมันหน้าท้อง

ท่าออกกำลังกาย, ลดไขมันหน้าท้อง, ลดพุง, ออกกำลังกาย
ท่าออกกำลังกาย, ลดไขมันหน้าท้อง, ลดพุง, ออกกำลังกาย

ลดไขมันหน้าท้อง ด้วยท่าออกกำลังกายแบบง่ายๆ และเมนูเด็ด

ลดไขมันหน้าท้อง ที่หนาตั้บกันเถอะค่ะ หลายคนกินอาหารตามใจปากจนน้ําหนักเพิ่มขึ้นหลายกิโลกรัม ซ้ําร้ายพุงยื่นล้ํา จนเพื่อนทักว่าเหมือนมีห่วงยางอยู่รอบเอว ใครประสบปัญหานี้ เรามีวิธีกระชับหน้าท้องในสองสัปดาห์อย่างได้ผลมาบอก

ลดพุงกันเถอะ

ท่าเตรียม ยืนตรง มือทั้งสองข้างถือดัมบ์เบลสูงระดับไหล่

-ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พยายามย่อตัวลงให้มากที่สุด โดยที่ต้นขาขนานไปกับพื้น แต่เข่าซ้ายห้ามเลยปลายเท้า เพื่อข้อเข่าจะได้ไม่รับน้ําหนักแทนกล้ามเนื้อ หากทําถูกต้องจะรู้สึกเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อหน้าขาและก้น

-บิดลําตัวและเหวี่ยงแขนทั้งสองไปทางซ้าย หายใจเข้า จากนั้นหายใจออก บิดลําตัวกลับสู่ท่าเตรียม สลับข้าง ทํา 40 วินาที พัก 10 วินาที ทั้งหมด 4 เซต

ออกกำลังกาย ลดไขมันหน้าท้อง
ท่าออกกำลังกาย ช่วยลดไขมันหน้าท้อง

น้ำมันอะโวคาโด ลดไขมันหน้าท้องและคอเลสเตอรอล

กระทรวงเกษตร ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง ในขณะที่ผลไม้ชนิดอื่นมีไขมันน้อยมาก หรือไม่มีน้ํามันที่สกัดจากผลอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวตําแหน่งเดียว (Monounsaturated Fatty Acid) สูงถึงร้อยละ 70 และมีงานวิจัยจํานวนมากรับรองถึงประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น รายงานจากวารสาร Diabetes Care พบว่า การกินอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวตําแหน่งเดียว (MUFA-Rich Diet) เป็นประจําช่วยลดน้ําหนัก ไขมันหน้าท้อง และเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินในการลําเลียงน้ําตาลเข้าสู่เซลล์ได้

The Journal of the American Heart Association ทดลองโดยแบ่งคนอ้วนออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกกินอาหารไขมันต่ํา มีสัดส่วนไขมันร้อยละ 24 ของพลังงานทั้งหมด(มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตําแหน่งเดียวร้อยละ 11) กลุ่มที่ 2 ให้กินอาหารที่มีสัดส่วนไขมันที่เหมาะสมคือ ร้อยละ 34 ของพลังงานทั้งหมด(มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตําแหน่งเดียวร้อยละ 17) กลุ่มสุดท้ายจัดอาหารเช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2 แต่เพิ่มอะโวคาโด 1 ผลลงในมื้ออาหารทุกวัน ผ่านไป 5 สัปดาห์ ไม่น่าเชื่อว่า กลุ่มสุดท้ายที่ได้รับไขมันมากที่สุด กลับสามารถลดระดับไขมันในเลือดได้มากที่สุด โดยช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (Low-Density Lipoprotein) ในเลือดถึง 13.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ส่วนกลุ่มที่ 1 และ 2 ลดคอเลสเตอรอลได้น้อยกว่า คือ 8.3 และ 7.4 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ตามลําดับ

ปรุงอย่างไรได้ประโยชน์

น้ํามันอะโวคาโดมีจุดเกิดควันสูงกว่าน้ํามันปาล์มและน้ํามันรําข้าวจึงใช้ผัดไฟแรง ทอดอบ หรือทำน้ำสลัดได้


บทความอื่นที่น่าสนใจ

สามารถติดตาม ชีวจิต ในช่องทางอื่นๆ ได้ที่

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up