สงกรานต์ดั้งเดิม เสริมมงคลชีวิตรับปีใหม่ไทย

ปีใหม่ไทย
ปีใหม่ไทย

สงกรานต์ดั้งเดิม เสริมมงคลชีวิตรับปีใหม่ไทย

ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงสงกรานต์  หรือ ปีใหม่ไทย คนส่วนใหญ่คิดถึงแต่การสาดน้ำกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ  บางแห่งถึงกับปิดถนนสาดน้ำกันไปจนค่ำมืดดึกดื่น   โดยอาจลืมประเพณีวัฒนธรรมและความหมายที่แท้จริงว่า  “สงกรานต์” เป็นช่วงเวลาที่ควรคิดถึงเรื่องดังต่อไปนี้

1. เคลียร์ตัวเอง เตรียมตัวเป็นคนใหม่

  • ทบทวนว่าตลอดปีทำสิ่งใดสำเร็จแล้วบ้าง ถ้ายังทำไม่สำเร็จควรรีบทำให้ลุล่วง เพราะเชื่อกันว่าหากปล่อยให้พ้นช่วงสงกรานต์ไป ตลอดทั้งปีชีวิตจะมีแต่เรื่องค้างคา ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
  • ไม่พูดจาว่าร้าย ด่าทอ หรือทะเลาะวิวาท หากมีเรื่องผิดใจกันควรขอขมา ลาโทษและอโหสิกรรมต่อกัน
  • ทำความสะอาดบ้านเรือนและ เครื่องนอน อาสาช่วยพระทำความสะอาด วัด เช่น กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำ

2. ทำบุญจัดหนัก  

สำหรับผู้ที่อยากทำบุญตามแบบฉบับสงกรานต์แท้ ๆ มีขั้นตอนดังนี้คือ จัดเตรียมอาหารทั้งคาวและหวานให้พร้อมทำบุญทั้งสามวัน ที่จะขาดไม่ได้เลยคือข้าวเหนียวแดงและกะละแม เพราะเป็นขนมประจำเทศกาลทำบุญสงกรานต์

  • แต่งกายไปทำบุญด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตหลังสงกรานต์มีแต่ความราบรื่น เบิกบาน
  • นำอัฐิของบรรพบุรุษไปทำบุญที่วัดหรือหากไม่มีอัฐิก็ให้เขียนชื่อของผู้ตายลงบนกระดาษ แล้วนิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์อุทิศผลบุญระหว่างที่ทำบุญในช่วงเช้า
  • ปล่อยนกปล่อยปลา หรือทำบุญกับมูลนิธิที่ดูแลคุ้มครองสัตว์

3. สรงและสาดให้ฉ่ำใจ

การเล่นน้ำตามประเพณีสงกรานต์ ที่แท้จริงเป็นไปตามลำดับดังนี้

  • สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์โดยเตรียมดอกไม้ ธูป เทียนถวายพระ-พุทธรูป และประพรมน้ำอบที่องค์พระส่วนการสรงน้ำพระสงฆ์ควรเตรียมผ้าไตรจีวรไปให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยนหลังจากเสร็จพิธีด้วย
  • รดน้ำดำหัวเพื่อแสดงความเคารพ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้สูงอายุในชุมชนตามธรรมเนียมลูกหลานจะซื้อเสื้อผ้า ผ้าขนหนูผ้าขาวม้า และผลไม้ตามฤดูกาลไปมอบให้และรดน้ำท่าน หลังจากนั้นท่านจะให้ศีลให้พรและผลัดผ้าชุดใหม่ที่ลูกหลานซื้อมาให้
  • สาดน้ำคลายร้อน นอกจากเพื่อความสนุกสนานแล้ว ยังเชื่อว่าช่วยชำระสิ่งไม่ดีให้ออกจากร่างกายและจิตใจ ประเพณีสงกรานต์ที่แท้จริงจึงใช้น้ำสะอาดรดกันด้วยความนุ่มนวล การเล่นสงกรานต์ด้วยน้ำเย็นหรือนำน้ำผสมกับดินสอพองและสีต่าง ๆ การใช้อุปกรณ์ฉีดน้ำที่เป็นอันตราย หรือเปิดเพลงเสียงดังรบกวนผู้อื่น นอกจากจะผิด ธรรมเนียมการเล่นสงกรานต์อันเป็นประเพณี  ที่ดีงามแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย

รวมข้อคาใจในวันสงกรานต์ เล่นสงกรานต์อย่างไร เย็นทั้งกาย สบายทั้งใจ

แก่นแท้ของประเพณีสงกรานต์ออกจะเลือน ๆ ไปมาก จากที่เมื่อก่อนเคยสรงน้ําพระรดน้ําดําหัวผู้ใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า บางแห่งฉลองสงกรานต์ด้วยการสาดน้ําใส่กันโครม ๆ บางครั้งก็มีโชว์โคโยตี้นุ่งน้อยห่มน้อย แถมด้วยออปชั่นลวนลามถึงเนื้อถึงตัว ให้ผู้หญิงหมดสนุก เอ…แล้วแบบนี้ สงกรานต์จริง ๆ แล้วเราควรทําอะไรกันแน่หนอ
พระอาจารย์คะจริง ๆ แล้ว สงกรานต์เราควรทําอะไรคะ
ไทยเป็นวันที่ควรจะเริ่มต้น ในสิ่งที่ดีงาม และถือเป็นวันครอบครัว วันรวมญาติ ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้มาพบ คุณพ่อ คุณแม่

จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกคนมารดน้ําดําหัวเพื่อขอโทษขอขมา ซึ่งกันและกันโดยใช้น้ําเป็นสัญลักษณ์ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ให้อภัยให้ศีลให้พร

ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่กัน และกันความสุขก็เกิดขึ้นครอบครัวก็เป็น ปึกแผ่น
วันสงกรานต์ถือเป็นโอกาสที่เราจะทําหน้าที่ต่อครอบครัว เช่น ลูกควรกราบเท้า คุณพ่อ คุณแม่ ถึงแม้บางคนจะรู้สึกว่า

คุณพ่อคุณแม่ไม่น่ากราบก็ตามเราก็ควร ทําหน้าที่ของเราในสถานะของลูกให้ดีก่อนเพราะเป็นหน้าที่ที่มีอยู่ และเป็นสิ่งที่สวยงามน่ารัก

ใครไม่ทําหน้าที่ของใครก็ไม่เป็นไร แต่เราจะไม่ละเลยหน้าที่ของเรา ถึงแม้ ฝ่ายหนึ่งจะบกพร่องผิดพลาด เราก็ต้องให้ อภัยท่านหรือคุณพ่อคุณแม่ เมื่อรู้ว่าทําหน้าที่ได้ไม่ดี อาจจะมีการขอโทษลูกด้วยก็ได้ โดยอาจถือโอกาสใช้พิธีรดน้ําดําหัวนี้ ขอโทษลูกที่ดูแลลูกได้ไม่เต็มที่…มีน้ําก็ใช้น้ํา ขอโทษกันไป ลูกก็พยายามทําความเข้าใจท่าน ขอขมาท่าน และขอบคุณท่านด้วย
งานฉลองสงกรานต์เดี๋ยวนี้ มักมีโชว์โคโยตี้ สาว ๆ นุ่ง กางเกงขาสั้น ใส่เสื้อบาง ๆ ผู้ชายก็ชอบไปดูไปเต้นด้วย… แบบนี้ถือว่าบาปไหมคะ
บาปสิ บาปในที่นี้คือไปดูสาว ๆ เต้น และไปเต้นกับสาว ๆ ในยุค นี้อํานาจของกิเลสทําให้สงกรานต์กลายเป็นแบบนี้คนที่เขาเย็นแล้วจริงๆ ก็คงไม่ไปดูโคโยตี้ หรือคงไม่ไปเต้น คนที่ไปดูก็คือยัง ไม่ได้รดน้ํา ยังไม่ได้เล่นสงกรานต์อย่าง แท้จริง ยังไม่ได้รดน้ําที่ใจ ใจก็จะไม่สงบ ไม่สะอาด ไม่สว่าง
แล้วทําไมวันสงกรานต์ ถึงต้องสาดน้ําใส่กันด้วยล่ะคะ
สมัยก่อนไม่ได้ใช้สาดหรอก ใช้วิธีรดน้ํากัน เดือนเมษาเป็นหน้าร้อน น้ําเป็นสัญลักษณ์ของความเย็น ความใสสะอาด ใช้ชําระล้างสิ่งที่ไม่ดี
เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกับธรรมะ
ธรรมะเปรียบเสมือนน้ํา สิ่งเปื้อน ๆ ที่อยู่ในใจ ความทุกข์ ความเศร้าหมอง ความกังวลทั้งหลายถูกชําระได้โดยธรรมะ เมื่อชําระแล้ว ใจจะเย็น สงบ
สะอาด และ สว่าง พิธีรดน้ําดําหัวจึงเป็นการเอาธรรมะ ไปรดให้กันรดให้คนนั้นคนนี้ โดยใช้น้ํา เป็นสื่อในการเติมสิ่งที่ดีให้เขา
คนสมัยโบราณมักมีอุบายที่แยบคายแฝงเรื่องลึกซึ้งเอาไว้เสมอ ๆ เขาถึงเรียกว่าภูมิปัญญา

บทความน่าสนใจ

ทำบุญด้วยใจ เงื่อนไขไม่จำเป็นต้องมี

รวมแหล่งทำบุญออนไลน์ วิธีง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

5 คําถามยอดฮิตติดในใจ เรื่องของการทำบุญ

 

 

keyboard_arrow_up