5 คําถามยอดฮิตติดในใจ เรื่องของการทำบุญ

เรื่องของการทำบุญ
เรื่องของการทำบุญ

5 คําถามยอดฮิตติดในใจ เรื่องของการทำบุญ

ข้อสงสัยว่า เรื่องของการทำบุญ ที่ยอดฮิต มักมีผู้อ่านสงสัย ไปดูกันค่ะ มีอะไรบ้าง ตรงใจกับคุณผู้อ่านหรือเปล่า…

 

ทําไมจึงต้องมีการบอกบุญ
เพราะบุญทั้งหลายสําเร็จด้วยการขวนขวายในทาง การขวนขวาย บอกให้คนอื่นทําบุญ แม้ว่าตนเองจะไม่ได้ทําก็ตาม
ถือเป็นการขวนขวาย ให้บุญของเขาสําเร็จ ผู้บอกก็ได้บุญเพราะถือเป็นการชวนเขาทําความดี แต่ก็ได้บุญตามที่เราขวนขวายเท่านั้น
เพราะเราไม่ได้ร่วมบริจาควัตถุด้วย
ทําไมจึงต้องอนุโมทนาบุญ
เพราะบุญทั้งหลายสําเร็จด้วยการกระทําอนุโมทนา หมายถึง เมื่อ เห็นคนอื่นทําบุญทํากุศลก็กล่าวคําว่า “สาธุ ขอให้บุญกุศลนั้นจงสําเร็จ ขออนุโมทนาด้วย” ก็จะได้บุญไปด้วย เพราะเกิดความสุขกับการทําบุญของคนอื่น การได้สรรเสริญ ได้อนุโมทนา ได้ยกย่องคนอื่นที่ทําความดี
จิตใจผู้อนุโมทนาก็จะพลอยมีความสุข

ทําไมต้องกรวดน้ํา
ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า
การกรวดน้ําเป็นสัญลักษณ์ของการมอบ สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แก่คนใดคนหนึ่ง เช่น ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารทําบุญเลี้ยงพระแล้วทรงหลั่ง ทักษิโณทก (กรวดน้ํา) เพื่อเป็น สัญลักษณ์ของการ “อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล” ให้แก่พระญาติที่ล่วงลับ ของพระองค์ นับแต่นั้นเป็นต้นมา เวลาทําบุญจึงนิยมใช้การกรวดน้ํา เป็นสัญลักษณ์แทนการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ความจริงในการทําบุญจะไม่กรวดน้ําก็ได้ แต่ให้ใช้วิธีตั้งจิต อธิษฐานแบ่งส่วนบุญุกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับหรือสรรพสัตว์ก็ได้ผลเหมือนกัน
เวลาไปวัดจําเป็นไหมที่ต้องใส่ซองผ้าป่าหรือกฐิน
พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ให้ข้อคิดในเรื่องนี้ไว้ว่า
การทําบุญในลักษณะนี้โดยมากจะเป็นการทําบุญกับสถานที่ ฉะนั้นจึงไม่ได้มีบ่อยๆและมีเป็นวาระ เราทุกคนควรทําดีกว่าจะต้อง
เสียใจภายหลังเมื่อโอกาสหมดไปให้คิดเสียว่านําเงินมาทําบุญดีกว่านําไปซื้อกระเป๋าหนังสัตว์เดรัจฉานซื้อหินเจียระไนมาสะสมไว้แล้วไม่ได้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และเวลามีใครให้ซองบอกบุญมา ก็ให้คิดว่าเราอาจเคยบอกบุญกับเขา เขาก็บอกบุญตอบกลับมากับเรา เป็นการแสดงความปรารถนาดีต่อกันดังคําโบราณที่ว่า “ทําบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน” เพราะเขารักเราจึงอยากทําบุญร่วมกับเรา
ยิ่งทําบุญมากก็ยิ่งรวยมาก… จริงไหม
เรื่องนี้ พระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า
แม้การทําบุญจะเป็นสิ่งที่ดีและให้ผลดี แต่ไม่จําเป็นว่าจะต้องทําให้ผู้ทํานั้นร่ํารวยเสมอไป ผลขึ้นอยู่กับว่าเราทําบุญหรือทําความดีอย่างไรด้วย เช่น ถ้ามีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ละเว้นปาณาติบาต จะส่งผลให้มีอายุยืน ถ้าไม่ชอบเบียดเบียนทําร้ายสัตว์ จะส่งผลให้มีสุขภาพดี ส่วนความร่ํารวยนั้นเป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการให้ทาน
อย่างไรก็ตาม ความร่ํารวยที่เกิดจากการให้ทานนั้น ตามความในพุทธพจน์ พระพุทธองค์ตรัสว่าจะไม่เกิดขึ้น ในชาตินี้ แต่เป็นชาติหน้าและจําเพาะว่าชาติหน้านั้นต้องเกิดมาเป็นมนุษย์ด้วย ทั้งนี้อานิสงส์ของบุญก็จะต้องสอดคล้องกับลักษณะของ การทําบุญด้วย ไม่ใช่ทําบุญอะไรก็ตามแล้วจะทําให้รวยได้ และไม่ใช่ว่า ทําครั้งเดียวจะเกิดอานิสงส์ดังว่า แต่ต้องทําเป็นประจําสม่ําเสมอ หรือ “ถือปฏิบัติพรั่งพร้อมถึงที่”
ความคิดที่ว่า “ยิ่งทําบุญมากก็ยิ่งรวยมาก” อาจทําให้เกิดความ เข้าใจผิดว่า ถ้าอยากรวยก็ทําบุญอย่างเดียวแล้วกัน ไม่ต้องขยัน หมั่นเพียรในการทํางานก็ได้ การคิดแบบนี้สวนทางกับคําสอนของ พระพุทธองค์ เพราะผลต้องสอดคล้องกับเหตุด้วย อยากรวยก็ต้องขยัน ซื่อสัตย์ อดออม คบเพื่อนดี และมีศีล หาไม่แล้ว แม้หมั่นทําบุญก็ทําให้รวยไม่ได้ หรือถึงรวยก็แค่ชั่วขณะเท่านั้น

ที่มา : นิตยสาร Secret


บทความน่าสนใจ
10 ทางเลือกในการทำบุญ โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท
keyboard_arrow_up