6 เทคนิคกดจุดด้วยตัวเองพิชิต ภูมิแพ้

ภูมิแพ้
ภูมิแพ้

เทคนิคกดจุดด้วยตัวเองพิชิต ภูมิแพ้          

โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโรคที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันในร่างกายคนเราช่วยต่อต้านเชื้อโรค แต่หากภูมิต้านทานได้รับสารกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ หรือ แอนติเจน (Antigen) ผิดปกติ

โรคภูมิแพ้ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ไวผิดปกติ อาการมักเกิดกับอวัยวะที่ไวต่อสารกระตุ้น ได้แก่ โพรงจมูกเรียกว่า โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ดวงตา เรียกว่า โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้ ผิวหนัง เรียกว่าโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำให้เป็นโรคหืดได้

โรคภูมิแพ้ ส่วนหนึ่งอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมหากร่วมกับการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ปริมาณมากและเป็นเวลานาน ก็จะแสดงอาการ แต่กระนั้นอาการจะลดลงเมื่อลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรือเมื่อภูมิคุ้มกันสูงขึ้น

การฝังเข็ม จะช่วยลดความไวของปฏิกิริยาร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งหากปฏิกิริยาของร่างกายมีความไวน้อยลง ก็จะทำให้อาการภูมิแพ้ลดลงหรือหายไปและทำให้ผู้ป่วยทนต่อสารก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้น เนื่องจากไปลดปริมาณไอจีอีแอนติบอดี (IgE Antibody)

นอกจากนี้การฝังเข็มมีผลต่อระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉายแสงหรือเคมีบำบัด ซึ่งโดยทั่วไปจะมีผลข้างเคียง เช่น ปริมาณเม็ดเลือดขาวลดลง แต่พบว่า ในผู้ป่วยกลุ่มที่ฝังเข็มก่อนเข้ารับการรักษา สามารถป้องกันการลดลงของปริมาณเม็ดเลือดขาวได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการฝังเข็ม ฉะนั้นหากใช้การฝังเข็มร่วมกับการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน ก็จะช่วยลดผลข้างเคียงของการรักษา และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ขอแนะนำการกดจุดฝังเข็มด้วยตนเอง เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งสามารถใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย จุดที่จะแนะนำให้กดนี้ เป็นจุดฝังเข็มที่ใช้บ่อยในการรักษาโรคภูมิแพ้ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดความไวของปฏิกิริยาร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ได้

สำหรับคนปกติสามารถกดจุดเหล่านี้เพื่อป้องกันไข้หวัดได้ หรือแม้แต่ช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ หากกดจุดตามที่แนะนำบ่อยๆ ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคหวัด โรคภูมิแพ้ และยังช่วยลดอาการอ่อนเพลีย เพราะจุดเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มชี่หรือพลังชีวิต ขอแนะนำการกดจุดตามลำดับดังนี้

 

1. จุดกลางหน้าอก 

หาตำแหน่งนูนสุดที่ปลายกระดูกไหปลาร้าทั้งสองข้าง ซึ่งจะตรงกับขอบบนของกระดูกหน้าอก เลื่อนนิ้วลงมาใต้ปุ่มกระดูกซึ่งจะตรงกับจุดกระตุ้นภูมิต้านทานของระบบทางเดินหายใจ ขณะกดให้หายใจเข้า - ออกลึกๆ ช้าๆ 1 นาที

กดจุด ภูมิแพ้

2. จุดกลางท้องน้อย 

เลื่อนนิ้วจากสะดือลงมาประมาณ 2 นิ้ว ขณะกดให้หลับตาหายใจเข้า - ออกลึกๆ จุดนี้ช่วยบำรุงชี่ ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานทั้งร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และการไหลเวียนเลือดในอุ้งเชิงกราน

 

3. จุดไท่ชง 

เป็นจุดที่อยู่ระหว่างง่ามนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้เท้า กดข้างละครึ่งนาที หลังจากนั้นกดจุดหลังตาตุ่มด้านในซึ่งมีชื่อว่าจุดไท่ซี ข้างละครึ่งนาที

กดจุด ภูมิแพ้

4. จุดกลางบั้นเอว 

ใช้หลังมือสองข้างถูบริเวณบั้นเอวทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 1 นาทีเพื่อให้เกิดความร้อน ตำแหน่งนี้มีเส้นประสาทจากกระดูกสันหลังไปเลี้ยงอวัยวะใช่องท้อง ได้แก่ อวัยวะในระบบสืบพันธุ์ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบขับถ่ายฉะนั้นการถูนวดบริเวณนี้จะช่วยปรับการทำงานของอวัยวะทั้ง 3 ระบบให้มีประสิทธิภาพ

การกดจุดนี้ยังช่วยเสริมการรักษาภาวะมีบุตรยาก ปวดประจำเดือน ซีสต์ในรังไข่ต่อมลูกหมากโต ท้องผูก ของแพทย์แผนปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

5. จุดจู๋ซานหลี่ 

จุดนี้อยู่บริเวณหน้าแข้งด้านนอก อยู่ใต้หัวเข่าลงมาประมาณ 2 นิ้วกดจุดนี้แล้วจะช่วยในเรื่องการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร จึงช่วยบำรุงร่างกายและเพิ่มชี่ทั่วร่างกาย

กดจุด ภูมิแพ้

6. จุดไว่กวน

จุดนี้อยู่เหนือข้อมือทั้งสองข้างขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว หลังจากนั้นกดจุดหลังมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ชื่อว่าจุดเหอกู่ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย

 

อีกเคล็ดลับหนึ่งคือ การฝึกหายใจควรหายใจเข้า-ออกลึกๆ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้พฤติกรรมการไม่ออกกำลังกาย การยืนการนั่ง การนอน ในท่าเดิมนานๆ ก็จะบั่นทอนภูมิคุ้มกันได้ เช่น การยืนนานทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหลัง การนั่งนานมีผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ท้องอืด ท้องผูก การนอนนาน เช่นผู้ป่วยอัมพาต ทำให้มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อของทางระบบทางเดินหายใจได้ง่าย

ฉะนั้นการกดจุดตามตำแหน่งที่กล่าวไปจึงสามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้

อีกสาเหตุหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้สำหรับปัญหาโรคระบบภูมิคุ้มกันคือ ภาวะเครียดหรือวิตกกังวล ซึ่งบางครั้งผู้ป่วยไม่รู้ตัว แต่ลองสังเกตช่วงที่ร่างกายอยู่ในภาวะเครียดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าจะหดเกร็ง ขอแนะนำให้ฝึกหายใจเข้า - ออกลึกๆ ขณะเครียดร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้

ขอแนะนำอาหารกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้แก่ เห็ด มะละกอ มะระ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

สุดท้ายอย่าลืมว่าการนอนหลับมีผลอย่างมากต่อระดับภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่อดนอน ระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงกว่าปกติ และยังทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล

ต้องดูแลตัวเองแบบองค์รวม เพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้ค่ะ

จาก คอลัมน์หมอจีนประจำบ้าน นิตยสารชีวจิต ฉบับ 404 (1 สิงหาคม 2558)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

5 วิตามิน และแร่ธาตุ เยียวยาหวัดและภูมิแพ้

ภูมิแพ้ผิวหนัง โรคพบบ่อยเมื่อสภาพอากาศแย่

ออกกำลังกายอย่างไร ฟื้นฟูภูมิชีวิต พิชิตภูมิแพ้

keyboard_arrow_up