ปลาทู… ปลาในวิถีไทย

ปลาทู
ปลาทู

ปลาทู… ปลาในวิถีไทย

 

ผู้เฒ่าผู้แก่มักพูดแก้เคล็ดให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีว่า ปลาทู จะเข้าเยอะหมายถึงฝูงปลาทูจะพากันว่ายเข้าในเขตน้ำตื้น  ให้ชาวประมงที่ออกเรือบริเวณชายฝั่งได้จับกันมาก ความเชื่อโบราณนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปลาทูผูกพันอยู่ในวิถีชีวิตแบบไทยๆ มาช้านาน

ในฐานะอาหาร  อาจกล่าวได้ว่า  ปลาทู ยึดหัวหาดครองใจคนไทยมากกว่าปลาชนิดอื่นๆ ด้วยรสชาติอร่อย ราคาไม่แพงและหากินได้ง่าย

แต่ไหนแต่ไรมา เรายกให้ปลาทูที่อาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวไทย ในเขตน้ำตื้นที่มีป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์แถบจังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรีว่ามีรสชาติอร่อยกว่าที่อื่น ดังคำกล่าวที่ได้ยินกันจนชินหูว่า ปลาทูกินดี กินอร่อย ต้องปลาทูแม่กลอง และปลาทูนึ่งแม่กลองของแท้ต้องมีลักษณะ หน้างอ คอหัก

ปลาทูในจังหวัดแถบนี้ยังเคยสร้างชื่อในฐานะอาหารที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรด โดยเฉพาะปลาทูทอดและข้าวต้มสามกษัตริย์ที่มีปลาทูสดๆ เป็นส่วนผสมซึ่งพระองค์ทรงคิดปรุงขึ้นในเรือฉลอม คราวเสด็จประพาสละมุที่ปากอ่าวแม่กลองจนกลายเป็นเมนูประวัติศาสตร์ที่เล่าขานกันมาถึงปัจจุบัน

เป็นการยืนยันรสชาติอร่อยของปลาทูนั่นเอง

ปลาตัวเล็ก ประโยชน์โต๊โต

ปลาทูเป็นอาหารทะเลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะในปลาที่ได้จากอ่าวไทย จากหลักฐานทางด้านวิชาการของกองประมงทะเล กรมประมง พบว่าปลาทูในบริเวณดังกล่าวมีสารอาหารอยู่ในตัวมากกว่าที่อื่น

ปลาทูเป็นแหล่งของสารอาหารนานาชนิด ในปลาทูสด 100 กรัม มีคุณค่าทางสารอาหารดังนี้

พลังงาน 140 แคลอรี โปรตีน 20 กรัม แคลเซียม 170 มิลลิกรัม ไนอะซิน 9.2 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส?60 มิลลิกรัม เหล็ก 11.9 มิลลิกรัม วิตามินบี 1?0.03 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.62 มิลลิกรัม วิตามินซี 9.2 มิลลิกรัม

จะเห็นได้ว่าปลาทูมีโปรตีนสูงมาก จึงถือเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่พ่วงมาด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่ดีจากท้องทะเล

หลากวิธีกินปลาทู

ปลาทูสามารถนำมาทำอาหารได้หลายประเภท ทั้งปลาทูนึ่งและปลาทูสด

ปลาทูสด นิยมนำมาทำอาหารประเภทต้มยำ ต้มเค็ม ต้มส้ม ทอด แกง ย่าง ตำเป็นน้ำพริก หรือนำมานึ่งให้สุกเพื่อเก็บไว้รับประทาน

ปลาทูนึ่ง นิยมทอดกินกับน้ำพริก ตำเป็นน้ำพริก หรือนำมาประยุกต์ทำเป็นแซนด์วิชปลาทูก็ได้

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

ข้าวต้มปลาทูสด

ส่วนผสม

ปลาทูสด 4 ตัว รากผักชีหั่น 2 ช้อนชา

กระเทียมไทย 5 กลีบ ข่าแก่ทุบหั่นเป็นท่อนยาวครึ่งนิ้ว 1 ท่อน

น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนชา

พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ข้าวกล้องหุงสุก 2 ถ้วย

น้ำซุปผัก (จากแครอท หัวไช้เท้า หอมหัวใหญ่ อย่างละ 1 หัว ต้มกับน้ำ 1 ลิตร)

ตังฉ่าย กระเทียมเจียว ผักชีซอย ขึ้นฉ่ายซอย พริกไทยป่น (สำหรับโรยหน้า) อย่างละเล็กน้อย

วิธีทำ  

  1. ล้างปลาทู ควักเหงือกและไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด แล่เอาแต่เนื้อปลา หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้
  2. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอม
  3. ใส่เนื้อปลา ค่อยๆ ผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ผัดพอทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จานพักไว้
  4. ต้มน้ำซุปด้วยไฟปานกลางจนเดือด ใส่ข่า ลดไฟให้อ่อนลง เคี่ยวนาน 5 นาที
  5. ตักข้าวใส่ชาม ตามด้วยเนื้อปลาที่ผัดไว้ ตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ลงไป โรยตังฉ่าย กระเทียมเจียว ผักชีซอย ขึ้นฉ่ายซอย พริกไทยป่น พร้อมเสิร์ฟ

ปลาทู

วิธีเลือกปลาทู

ปลาทูมีหลายพันธุ์ หากเลือกไม่ดีอาจได้ปลาทูที่ไม่อร่อยตามที่อัณณ์ร่ายมาเสียยาวเราไปดูวิธีเลือกปลาทูรสชาติอร่อยกันค่ะ

  1. ปลาทู หรือบางครั้งเรียกว่า ปลาทูสั้น ปลาทูเตี้ย จะมีลำตัวกว้าง แป้น ตาเล็กปากแหลมมน ไม่มีลายข้างตัว 3 เส้น บริเวณใกล้สันหลังมีสีน้ำเงินแกมเขียวตลอดแนวลำตัว เวลาเลือกซื้อ ควรเลือกปลาทูตัวแป้นๆ และมีสีน้ำเงินแกมเขียวใกล้สันหลังสดใสชัดเจน จึงจะได้ปลาทูที่มีเนื้อละเอียด นุ่ม มีมันมาก รสอร่อย
  2. ปลาทูโม่ง หรือบางครั้งเรียกว่า ปลาลัง ปลายาว ปลาโม่ง มีลำตัวกลมตัวเรียวกว่าปลาทู ตาโต ปากแหลม หลังมีแถบสีเขียวแกมน้ำตาล 2 – 3 แถบพาดตามยาว เนื้อหยาบ มันน้อย รสไม่อร่อย
  3. ปลาทูปากจิ้งจก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายปลาลัง แต่มีขนาดความยาวเท่าปลาทูความกว้างของลำตัวน้อยกว่าปลาลัง ปากแหลม บนลำตัวมีสีน้ำเงินแวววาว ท้องมีสีขาวเงิน เนื้อหยาบ มันน้อย รับประทานไม่อร่อย

ถึงจะเป็นปลาตัวเล็ก?แต่ด้วยประโยชน์และรสชาติที่ไม่ธรรมดา ปลาทูจึงเป็นขวัญใจตัวจริงของคนไทยเสมอ

วิธีเลือกปลาทูนึ่ง

ปลาทูนึ่งที่สดและใหม่จะมีกลิ่นหอมตัวอวบอ้วน เนื้อแน่น ผิวหนังขาวสดใสผิวไม่ลอกหลุด ท้องไม่ผุ ขอบตาไม่แดงถ้าขอบตาแดง ผิวสีเหลือง แสดงว่าปลาไม่สด อาจเป็นปลาที่ได้จากอวนลากไม่ใช่ปลาทูโป๊ะ ซึ่งมีการใช้น้ำยาเคมีรักษาสภาพของปลา เป็นปลาทูที่มีคุณภาพไม่ดี

จาก คอลัมน์ DIY มื้อสุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 298 (1 มีนาคม 2554)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

อยากฉลาด มากินปลากันเถอะ

รวมเคล็ดลับกิน แซลมอน เอาใจสมอง

“กินปลา” ช่วยร่าเริง หยุดอาการซึมเศร้า

keyboard_arrow_up