บอกลาคุณคนเก่า ที่แสนเฉื่อยไม่สดใส ด้วยการเติมสารอาหารบำรุงสมอง

account_circle
event

เคยไหมที่ คิดงานไม่ออก ลืมข้าวของ ความเครียดสะสม การทำงานหนัก รวมทั้งปัญหาการนอนไม่หลับ หรือแม้แต่ความรู้สึกเหี่ยวเฉากับการใช้ชีวิต ยิ่งในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การปล่อยให้สมองของเราช้า เฉื่อย เหนื่อยล้า ย่อมส่งผลเสียอยู่เช่นกัน

ดังนั้น วิธีการดูแลและบำรุงสมองมีหลายวิธี เพราะสมองของเราถูกทำลายทีละน้อย จากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รวมไปถึง ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเร่งให้สมองเกิดความเสื่อมก่อนวัย ซึ่งเราจะรู้ได้จากสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ที่ผิดปกติ เช่น คิดอะไรไม่ค่อยออก ,ขี้ลืมบ่อย ,เหนื่อยล้า เป็นต้น

ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงภาวะสมองล้า

บทความจากโรงพยาบาลสมิติเวช โดย แพทย์หญิงจิตแข เทพชาตรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ แนะนำวิธีจัดการกับภาวะสมองล้าแบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้

-จัดลำดับงานที่สำคัญจากมากไปน้อย

-หยุดเล่นโทรศัพท์สักพัก หรือหยุดเสพติดข่าว หรือสื่อที่ทำให้เครียดในช่วงที่กำลังเครียดจากงาน

-มองโลกในแง่บวก และหาเวลาทำกิจกรรมโปรด เพื่อปรับอารมณ์และผ่อนคลาย

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง

-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารเช้า

-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือบุหรี่ ในช่วงที่มีความเครียด เพราะยิ่งทำให้สมองล้า

-ฝึกสมาธิ

อาหารบำรุงสมอง มีอะไรบ้าง

อาหารบำรุงสมอง ทั่วไป ส่วนใหญ่ที่เราหลายคนรู้จัก คือ น้ำมันปลา , วิตามินบี , ใบแปะก๊วย , เลซิติน , และโปรตีน ซึ่งการจะมีสุขภาพสมองที่ดี ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือ การนอนหลับที่ดี, การมีสุขภาพจิตที่ดี และการได้รับสารอาหารเพื่อการทำงานที่เป็นปกติของสมอง

สารอาหารจากธรรมชาติเพื่อสมอง

การกินเพื่อให้สมองทำงานอย่างเป็นปกติ ร่างกายควรได้รับ L-theanine กรดอะมิโนแอลธีอะนีน ที่จะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และกาบา (GABA) ซึ่งช่วยให้สมองเกิดความผ่อนคลาย และลดความเครียดได้ นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารอีกมากที่ร่างกายควรได้รับ

-กรดอะมิโน แอล-ธีอะนีน สกัดจากชาเขียวญี่ปุ่น

ปราศจากคาเฟอีน งานวิจัยจาก Natural Standard Research Collaboration ระบุว่า การทาน L-theanine อย่างน้อย 200 มิลลิกรัม ต่อวัน มีส่วนช่วยลดความเครียด, ลดความดันโลหิต, เพิ่มสมาธิทำให้เกิดการเรียนรู้ และจำสิ่งต่างๆ ได้ดี

-เลซิตินจากถั่วเหลือง
เลซิติน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำ โดยการสร้างสารสื่อประสาท ทางการแพทย์ ใช้เลซิตินได้ผลดี ในผู้ป่วย พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์, และโรคทางสมองที่เกิดจากเซลล์ประสาทขาดสาร Acetylcholine หรือผู้สูงอายุที่เป็นโรคความจำเสื่อม

-Creatine Monohydrate

Creatine ช่วยเพิ่มพลังงานให้สมอง ลดความเหนื่อยล้า จากการทำงานของสมอง

-Choline L-Bitartrate

Choline L-Bitartrate เป็นสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี ช่วยการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำ โดยช่วยในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาท

-Phosphatidylserine
กรดไขมันที่พบมากในสมอง ร่างกายจะสร้างได้น้อยลง ตามอายุที่เพิ่มขึ้น สำคัญในการคงสภาพการทำงานระดับเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ในระบบประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำ ลดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ เช่น อัลไซเมอร์ แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ โดยควบคุมผ่านทางฮอร์โมนคอร์ติซอล ลดอาการของโรคสมาธิสั้น

-สารสกัดจากใบแปะก๊วย

สารสกัดจากใบแปะก๊วย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต นำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จำเพาะกับสมอง ช่วยป้องกันเซลล์สมองถูกทำลาย ทั้งจากความเครียด, อารมณ์, มลพิษ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ความคิด มีความเครียด วิงเวียนศีรษะ

-สารสกัดจากขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์สมองถูกทำลาย ทั้งจากความเครียด, อารมณ์, มลพิษ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ

-คาโมมายล์
ดอกคาโมมายล์ มีสารสำคัญคือ อะพิจีนีน ช่วยคลายความกังวล ลดความเครียด ส่งเสริมการนอนหลับให้มีคุณภาพ และดอกคาโมมายล์ ยังมีสาร GABA เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุล ทำให้เกิดความผ่อนคลาย จึงนอนหลับได้ดีขึ้น

-บร็อคโคลี่

สารสกัดจากบร็อคโคลี่ ลดความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรน ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจาก บร็อคโคลี่นับว่าเป็นผัก 1 ใน 5 ที่มีสารประกอบที่ทำหน้าที่คล้ายยาที่ใช้รักษาอัลไซเมอร์

-บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่ มีค่า ORAC หรือ ค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ สูงสุดในบรรดาผักผลไม้ ทำให้เซลล์สมองสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น เป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จำเพาะกับสมอง ช่วยป้องกันเซลล์สมองถูกทำลาย ทั้งจากความเครียด, อารมณ์, มลพิษ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ

-สารสกัดจากชิแซนดร้าเบอร์รี่
ชิแซนดร้าเบอร์รี่ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในสมุนไพรพื้นฐาน 50ชนิด ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ช่วยปรับสมดุลร่างกาย แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ทำให้จิตใจสงบ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด

-ผงเห็ดนางรม
ผงเห็ดนางรม ช่วยป้องกันภาวะ ความผิดปกติเล็กน้อยของความสามารถของสมอง เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำ มีส่วนช่วยการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

-สาหร่ายสไปรูลิน่า
สาหร่ายสไปรูลิน่า อุดมไปด้วยกลุ่มวิตามินบี เช่น B1, B2, B6, B12 เป็นแหล่งของ Omega 3 ช่วยบำรุงสมอง เป็นแหล่งของกรดอะมิโนหลายชนิด เช่น ทริปโตเฟน และ วาลีน ที่ช่วยในเรื่อง การควบคุมอารมณ์ ช่วยผ่อนคลายความเครียด

ทำตามด่วน เพื่อสมองที่แข็งแรง

และจากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เราอยากย้ำให้เข้าใจตรงกันว่า การกระตุ้นระบบประสาทและสมอง ให้ไม่เบลอ รู้สึกสดใส มีการตัดสินใจที่แล่นฉิว เราสามารถทำได้โดยการกินอาหารหลากหลายชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ควร และไม่ควรทำ เพื่อช่วยให้สมองไบรท์อีกด้วย

ข้อมูลจากหนังสือ “อ่านแล้ว YOUNG” โดย แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

ได้รวบรวมพฤติกรรมต้องทำและไม่ควรทำ เพื่อช่วยให้สมองดี แถมป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แนะนำดังนี้

6 DOS

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการออกกำลังสมองที่ดีที่สุด
  2. กินผักผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนต์โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาหารสมอง โดยการศึกษาหนึ่งระบุว่า บลูเบอร์รี่ช่วยฟื้นความจำของคนวัยชรา โดยนักวิจัยเชื่อว่า เป็นเพราะพลังของสารแอนติออกซิแดนต์ที่ช่วยป้องกันสมองจากการถูกฟรีแรดิคัลทำลาย
  3. กินกรดไขมันโอเมก้า - 3 ที่มีอยู่ในปลาและวอลนัต โดยพบว่าดีเอชเอในกรดไขมันโอเมก้า - 3 ช่วยสร้างเกราะป้องกันเนื้อเยื่อสมองหากขาดไขมันตัวนี้จะทำให้เกิดความจำเสื่อมตามวัย
  4. ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ การพูดคุยพบเจอเพื่อนใหม่ๆ จัดเป็นการออกกำลังสมองที่ดีอย่างหนึ่ง
  5. ฝึกเขียนไดอะรี่ การคิดและการเขียนเปรียบได้กับการพาสมองไปยกเวต เล่นกล้าม จึงช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้
  6. เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ เช่น เรียนภาษาที่สาม เรียนเต้นรำ เรียนดนตรี การเรียนรู้เปรียบได้กับการนำสมาร์ทโฟนไปอัพเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ ช่วยให้สมองกลอัจฉริยะและทันสมัยอยู่เสมอ

6 DON’TS

  1. อย่าปล่อยให้ความดันโลหิตหรือคอเลสเตอรอลในเลือดสูงเพราะภาวะทั้งสองเป็นตัวการทำลายหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้เกิดหลอดเลือดตีบ แตก หรือตัน
  2. อย่าเล่นกีฬาที่มีการกระทบกระแทกศีรษะมากเช่น ต่อยมวย รักบี้ เพราะสมองบอบบางเกินกว่าที่จะถูกกระแทกแรงๆ บ่อยครั้ง
  3. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้สมองหดลงเช่นที่พบในคนดื่มสุราเมามายทุกวัน
  4. หยุดเครียดและห้ามนอนดึก ฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งหลั่งออกมามากยามเครียด และเวลานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลทำลายเซลล์สมองโดยเฉพาะในส่วนความจำหรือฮิปโปแคมปัส
  5. อย่าพักการใช้งานสมองกลนานเกินไปเช่น ผู้ที่เกษียณแล้วไม่ทำอะไรเลย สมองอาจถูกทำลายได้ ดังนั้นต้องหมั่นทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง
  6. หลีกเลี่ยงสารพิษที่ทำร้ายสมอง เช่น สารระเหยในสี กาวเฟอร์นิเจอร์ใหม่ สารเสพติดต่างๆ ยาฆ่าแมลงปรอท

เห็นไหมละว่า แค่กินให้เป็น และใช้ชีวิตด้วยวิธีง่ายๆ ตามที่เราแนะนำ ก็ช่วยให้สมองแข็งแรง สดใสห่างไกลความเฉื่อยได้แล้ว

ENEL CHESS ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางเลือกสุขภาพสมอง ครบ จบ ในเม็ดเดียว

เอเนลเชส ประกอบด้วย แอลธีอะนีน, เลซิติน,โคลีน, สารสกัดใบแปะก๊วย, สารสกัดขมิ้นชัน, และสารสกัดธรรมชาติรวม 13 ชนิด สูตรเฉพาะ พัฒนาจากงานวิจัยสากล โดยเภสัชกรมหิดล จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพของสารอาหารที่จะได้รับ

 “คิดค้นและพัฒนาสูตรโดย ภญนวพร สุขเดโชสว่างเภสัชศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล

สนับสนุนข้อมูลโดยผลิตภัณฑ์​ ENEL

👉 Line   :@ENELThailand

👉 FB : ENEL Thailand เพจบริษัท https://www.facebook.com/ENELThailand/

👉website : https://www.enelthailand.com/

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

https://www.enelthailand.com/2021/07/24/enel-chess-info/

อ้างอิง

www.enelthailand.com

-คอลัมน์เกร็ดสุขภาพ ชีวจิตมือโปร นิตยสารชีวจิต ฉบับ 431

หนังสือ “อ่านแล้ว YOUNG” โดย แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

-โรงพยาบาลสมิติเวช

บทความอื่นที่น่าสนใจ

เรื่องเล่าจาก ชาเขียว ช่วยเสริมพลังสมอง

พักสมอง ให้เป็น เพิ่มพลังสมองได้ 

ตากระตุก ลางบอกเหตุ หรือแค่ขาดวิตามิน

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up