True Story of Mom : ลูกคือโลกทั้งใบของเรา

True Story of Mom : ลูกคือโลกทั้งใบของเรา คุณนัทธิตา คชดี เข็นรถเข็นเด็กที่มีน้องออย ลูกสาววัย 6 ขวบนั่งอยู่ เข้ามาในโรงพยาบาลรามาธิบดีพร้อมกับรอยยิ้ม ถึงเธอจะเดินไม่ค่อยถนัดเพราะเท้าข้างขวาพลิกผิดรูปตั้งแต่กำเนิด เธอพาลูกสาวมาหาคุณหมอถึง 8 คลินิก ได้แก่ คลินิกศัลยกรรมหัวใจ คลินิกเด็ก คลินิกโรคเลือด คลินิกหู คอ จมูก คลินิกการได้ยิน คลินิกระบบประสาท คลินิกทางเดินอาหาร และศัลยกรรมทั่วไป  เพราะน้องออยมีโรคร้ายรุมเร้าหลายโรค และด้วยความรู้สึกว่า “ลูกคือโลกทั้งใบของเรา” เธอจึงอยากดูแลลูกคนนี้ให้ดีที่สุด ” แม่เท้าขวาพลิกแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ตอนเด็กคุณหมอดัดเท้าของแม่ให้เข้ารูปด้วยการเข้าเฝือก แต่ตอนนั้นทนเจ็บไม่ไหว เลยขอให้คุณพ่อเอาออก ขาของเราจะเป็นอย่างไรเราก็ยอม เท้าขวาจึงพลิกมาจนถึงทุกวันนี้ เดินไปก็เจ็บบ้าง แต่ชินแล้ว ” แม่มีลูก 2 คน คนแรกเสียชีวิตไปเมื่อ 8 ปีก่อน ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย ถ้าอยู่ถึงตอนนี้ก็น่าจะอายุประมาณ 10 ขวบ […]

พรวรินทร์ นุตราวงศ์ เธอคือพยาบาลผู้รักษาใจด้วยการกอด

พรวรินทร์ นุตราวงศ์ เธอคือพยาบาลผู้รักษาใจด้วยการกอด พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลอาวุโสผู้มีอ้อมกอดวิเศษไม่ต่างจากยาที่สามารถเยียวยาจิตใจของผู้ป่วยได้ เธอพบวิธีกอดอันมหัศจรรย์นี้ได้อย่างไร   จุดเริ่มต้นของการมอบกอดให้ผู้ป่วย  “ เริ่มจากลองกับตนเองก่อน คือตอนนั้นสามีป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง คิดอยู่อย่างเดียวว่า ไม่นานเขาคงจากเราไป จึงอยากให้เขาตายในอ้อมกอดของเรา เพราะในตอนนั้น เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ยารักษามะเร็งยังไม่เจริญเหมือนตอนนี้ คุณหมอจะรักษาโดยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูกแต่ต้องให้ยาเคมีครบ 8 ครั้งก่อน   แต่ปรากฏว่าพี่เขาทนไม่ไหว จึงต้องยุติลงก่อน ทุกคนรอบข้างมีแต่บอกกับเราว่า “ พี่แอ้… ต้องสู้นะพี่ อีก 4 ครั้งเอง เผื่อจะสำเร็จ”  มีแต่คำว่า “เผื่อ” เป็นคำที่ชวนให้เราหวัง แต่เมื่อสามีไม่ไหวก็ต้องเปลี่ยนมารักษาด้วยการกินยาแทน “ ทุกครั้งที่พูดถึงโรงพยาบาลหรือคุณหมอ สามีจะตัวสั่นมาก เราได้แต่บอกและกอดเขาไว้ว่า “อย่ากลัวนะพี่ แอ้ไม่พาพี่ไปโรงพยาบาลแล้วนะ แอ้จะซื้อยามาให้พี่กิน แล้วพี่จะได้หาย”  ตอนนั้นสามีกำลังมีตำแหน่งการงานที่มั่นคง ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเขามาป่วยเป็นมะเร็ง จากผู้ชายที่เคยเป็นผู้นำครอบครัว ตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่หมดอาลัยตายอยาก เขาเครียดและซึมเศร้ามากจนไม่อยากจะทำอะไร กินข้าวก็กินคำเดียว และนั่งเหม่อตลอดเวลาจนเราต้องเตือน ”   […]

True Story : เมื่อไหร่จะหมด (หนี้) กรรม อยู่ไปก็เหมือนตายทั้งเป็น

True Story : เมื่อไหร่จะหมด (หนี้) กรรม อยู่ไปก็เหมือน ตายทั้งเป็น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ชาวนาหว่านสิ่งใดไว้ ย่อมได้ผลตามนั้น ถ้าคนเราทำกรรมไว้ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง เป็นสัจธรรมของโลกอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์ แก่ท่านผู้อ่าน เจ้าของเรื่องจะได้บุญกุศลช่วยให้หนี้กรรมเบาบางลงบ้าง เพราะตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจาก ตายทั้งเป็น เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นชีวิตจริงของคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ประสบกับความทุกข์ภัยนานา จนทำให้คนรอบข้างท่านคิดว่า เวรกรรมได้เล่นงานท่านเสียแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อราว 60 กว่าปีก่อน เด็กหญิงเลี้ยงควายคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ กับภรรยาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน เศรษฐีคนนี้เป็นคนจีน ถือเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน ตอนหนุ่ม ๆ รับจ้างทำนาให้คหบดีคนหนึ่ง ด้วยความขยันหมั่นเพียร ทำให้คหบดีเมตตายกที่นาให้จำนวนหนึ่ง จนสามารถยืนได้บนลำแข้งของตนเองได้ มีข้าวไปขายที่โรงสี เก็บหอมรอมริบจนสามารถซื้อเรือขุดลำใหญ่ บรรทุกสินค้าต่าง ๆ พายไปขายตามลำคลองจนร่ำรวย ได้เงินก้อนมาก็ซื้อที่นาเพิ่มจนมีหลายร้อยไร่ ขายข้าวจนกลายเป็นเศรษฐี เศรษฐียกขันหมากไปสู่ขอลูกสาวของคหบดีซึ่งแอบชอบพอกันมาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว วันเวลาผ่านไป สองสามีภรรยาก็ช่วยกันหว่านไถและล่องเรือไปตามลำคลอง สามีพาย ภรรยาร้องตะโกนขายของ ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่ก็มีความสุขดี เมื่อเศรษฐีอายุมากขึ้นก็เลิกพายเรือขายของ แล้วจ้างคนงานรุ่น […]

สุดยอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ดอกเตอร์จากกองขยะ

ขยะอาจเป็นที่รังเกียจของคนอื่น แต่มันคือทองคำสำหรับผม ( ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ) และแม่…

“บุญ…ครั้งสุดท้าย” เรื่องเล่าของหญิงสาว ผู้บริจาคอวัยวะ

ผู้บริจาคดวงตา คนนี้มีเจตนาจะทำบุญครั้งสุดท้าย เธอมาเข้าฝันคุณพ่อ บอกว่า เธอกำลังจะไปเป็นเทวดา ไม่รู้ว่าเพราะบุญครั้งนี้หรือไม่ แต่ผู้เป็นพ่อ เชื่อสุดหัวใจ

True story : ชีวิตจริงของ ‘ซินเดอเรลล่า’ เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย

ฉันชื่อ แก้ว  เกิดและเติบโตที่หมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดปราจีนบุรี แม่เสียตั้งแต่ฉันยังเด็กมาก ส่วนพี่ๆ มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว ตั้งแต่จำความได้มีเพียงพ่อที่ดูแลฉันอย่างดีฉันไม่เคยเหงาเพราะได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ มีเพียงสิ่งเดียวที่พ่อไม่มีให้คือ เงิน

ชีวิตที่เหลือของลูก เมื่อได้ยินแม่พูดว่า “เอามันไปทิ้งที่ไหนก็ไป เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว!”

ฉันอับอายมากเพราะเป็นคำกล่าวหาที่รุนแรง  แม้จะไม่มีพยานหลักฐานว่าฉันเกี่ยวข้องด้วย แต่ญาติของผู้เสียชีวิตไม่เชื่อ  ส่งชายฉกรรจ์มาข่มขู่จะอุ้มฆ่าฉัน

ความรักที่วาดฝันไว้งดงาม แต่แล้วเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้ล้มทั้งยืน

ความรัก ครั้งแรกของฉัน เริ่มต้นตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถือว่าเร็วทีเดียวเมื่อเทียบกับสังคมไทยสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว วัยรุ่นในยุคนั้นยังจีบกันด้วยการ…

กับดัก ‘รักสามเส้า’ บทสรุปของคนปล่อยใจให้อยู่เหนือความถูกต้อง

คุณเชื่อเรื่องเวรกรรมหรือไม่ เชื่อไหมว่าหากทำสิ่งใดไว้ คุณย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น…ฉันเกิดในครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนในโรงเรียนดี ๆ 

กรรมสุดๆ พอเลิกเป็น คู่เวรคู่กรรม ก็มาเป็นฆาตกร เรื่องจริงเตือนสติ…โชคดีมีไม่บ่อย

ผู้หญิงทุกคนมักแต่งงานด้วยความวาดหวัง ชีวิตคู่จะเป็นดั่งคู่สร้างคู่สม หาใช่  คู่เวรคู่กรรม จริงมั้ย แต่โชคดีไม่ได้เกิดกับทุกคน เรื่องจริงของผู้หญิงที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ก็เช่นกัน เธอมีสามีที่กลายร่างเป็นอสูรทุกครั้งที่ดื่มเหล้า และต้องใช้ชีวิตราวตกอยู่ในนรกนานหลายปี วันที่เธอตัดสินใจก้าวออกจากขุมนรก เลิกเป็น คู่เวรคู่กรรม เธอก็ดันเปิดรับบทบาท ฆาตกร เข้ามาแทน ถ้าไม่เรียกว่ากรรมสุดๆ แล้วจะเรียกว่าอะไร “ฉันเกิดที่ต่างจังหวัด พ่อแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ความที่ทั้งคู่ต้องดิ้นรนทำงานหาเงิน จึงเอาฉันและพี่ๆ อีก 3 คนไปฝากตายายเลี้ยง และคอยส่งเสียเงินทองมาให้เป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร หลังเรียนจบ ป.4 ฉันย้ายมาทำงานที่โรงงานในกรุงเทพฯ และพบรักกับสามีคนแรก แต่งงานกัน มีลูกด้วยกันสองคน หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง แต่อยู่กินกันได้ไม่กี่ปี สามีเจ้าชู้มาก ฉันเลยทนไม่ไหว เราเลิกกัน สามีรับเลี้ยงดูลูกชาย ส่วนฉันเลี้ยงดูลูกสาว “ต่อมาฉันย้ายไปทำงานหล่อพระที่จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้พบกับสามีคนที่สองซึ่งทำงานหล่อพระด้วยกัน เราสองคนแต่งงานกันและมีลูกสาวหนึ่งคน ชีวิตแต่งงานกับสามีคนที่สองเหมือนตกนรก เพราะพอเขาดื่มเหล้าทีไรเป็นต้องทุบตีฉันทุกครั้ง แถมยังห้ามไม่ให้ฉันไปทำงาน ฉันเลยไม่มีเงินใช้ เพราะเขาให้บ้าง ไม่ให้บ้าง ฉันและลูกต้องอยู่แบบอดๆ อยากๆ บางครั้งฉันนอนร้องไห้ คิดน้อยใจโชคชะตาว่าทำไมต้องมาเจอแบบนี้ ตัวเองอดยังไงไม่ว่า แต่ขอให้ลูกมีกิน […]

ความในใจของคนไกลบ้าน

ฉันคือเด็กสาวบ้านนอกที่จากบ้านมาอยู่ในเมืองกรุง เมืองใหญ่เมืองศิวิไลซ์ที่ใคร ๆ ก็อยากมา คนไกลบ้าน ฉันชื่อ “นวล” เป็นเด็กบ้านนอก ฐานะยากจน เกิดมาในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในกระต๊อบเล็ก ๆ ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่จำความได้ฉันเห็นพ่อทำงานหนัก รับจ้างทำงานทุกอย่าง ว่างก็เผาฟืน นึ่งข้าวโพดไปขาย เพราะแม่ไม่สบาย นอนซมอยู่กับบ้าน พี่ชายสองคนต้องออกไปทำงานหาเงิน ส่วนฉันมีหน้าที่เลี้ยงน้องสาวตัวเล็ก ๆ แทนแม่ ความเป็นอยู่ของบ้านเราลำบากมาก ต่างจากฐานะความเป็นอยู่ของบ้านตายายอย่างสิ้นเชิง ตายายเป็นผู้มีอันจะกิน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านติดกัน แต่ท่านไม่เคยมาเหลียวแลหลาน ๆ ในบ้านนี้เลยสักครั้ง แม่เล่าว่าตาและยายโกรธแม่ที่มาคบหากับพ่อ แทนที่จะแต่งงานกับคนที่ท่านหมั้นหมายไว้ให้ ตายายไม่ชอบพ่อเพราะพ่อจน มีแต่ตัวท่านทั้งสองจึงโกรธมากที่แม่เลือกมาอยู่กับพ่อ ถึงกับตัดความเป็นพ่อแม่ลูกกันตั้งแต่นั้น ไม่ว่าท่านจะรู้ว่าลูกสาวและหลานลำบากเพียงใด ตาและยายก็ไม่เคยเหลียวแล มีแต่เพียงคำพูดที่ว่า “ไม่มีกินก็ช่างมึง” ครอบครัวของเราอยู่กันอย่างอด ๆ อยาก ๆ ข้าวที่ได้ปันมาจากการทำงานเก็บเกี่ยวก็มีน้อยนิด ไม่เพียงพอต่อสมาชิกในครอบครัวที่มีกันอยู่หลายชีวิต บ้านเราจึงไม่เคยได้กินข้าวสวย ข้าวนึ่ง มีแต่ข้าวต้มที่ใส่ข้าวเพียงกำมือแต่น้ำเต็มหม้อเพื่อให้พอแบ่งปันให้ทุกชีวิตในครอบครัวประทังความหิว ฉันอยู่บ้านดูแลแม่ดูแลน้อง จนอายุ 7 ขวบก็ได้ไปเข้าเรียน ป.1 ที่โรงเรียนใกล้บ้าน เวลานั้นน้องสาวก็ไปโรงเรียนเช่นกัน แต่เรามีชุดนักเรียนเพียงชุดเดียวเท่านั้น […]

True Story : เห็นสัจธรรมชีวิต เมื่อวิกฤตมาเยือน

True Story : เห็นสัจธรรมชีวิต เมื่อวิกฤตมาเยือน คนเรามัก เห็นสัจธรรมชีวิต ต่อเมื่อมีปัญหาชีวิตเข้ามาเยือน True Story เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้คำพูดประโยคนี้สมจริงมากขึ้น เป็นเรื่องจริงของชายคนหนึ่งที่เขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมชีวิตเมื่อวิกฤตเข้ามาเยือนเขา ผมเคยเป็นคนมั่งมีมาก่อน แต่เมื่อชีวิตเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหลาย ๆ เรื่อง ผมก็รู้ซึ้งถึงสัจธรรมชีวิตที่ว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนั่นเป็นเรื่องจริง ผมเป็นเด็กที่คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผมเรียนที่แม่ฮ่องสอน ซ้ำชั้นอยู่ 2 ปี เพราะสอบตกแล้วโรงเรียนไม่ให้เรียนต่อ คุณแม่จึงหาโรงเรียนใหม่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ผมกลับเป็นเด็กเรียนดีได้ที่หนึ่งที่สองของห้อง อาจเพราะว่าอยู่หอพักประจํา ไม่ได้ไปเกเรที่ไหน โรงเรียนบังคับให้อ่านหนังสือเป็นเวลา ทําให้ผมต้องทําตามและผลการเรียนดีขึ้น พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผมศึกษาต่อสายอาชีพ สาขาช่างสํารวจ หลังจากเรียนจบผมไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ทําได้ 15 วันก็มีโอกาสเจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านทํางานการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ ท่านถูกชะตากับผม พาไปเป็นลูกจ้างอยู่ที่เทศบาลประมาณหนึ่งปี จากนั้นผมก็ได้รู้จักกับเศรษฐีท่านหนึ่ง เขาถูกจริตกับผมเพราะผมคุยเก่ง ชวนให้ผมออกจากงานที่ทําอยู่ ตอนผมทํางานเทศบาลเงินเดือน 1,500 บาท ถ้าไปทํางานกับเขาจะได้ 2,500 บาท ผมตกลงไปทํางานด้วยทันที เวลานั้นผมไม่รู้เลยว่างานที่ต้องทําเป็นงานผิดกฎหมาย ต่อมานายจ้างเกรงจะถูกจับจึงเลิกทํา […]

Ture Story : ขอให้เรื่องนี้ เป็นเพียงความฝัน

ขอให้เรื่องนี้ เป็นเพียงความฝัน ชีวิตพลิกเพราะ ติดเพื่อน และดื่มเหล้า ใครจะคาดคิดว่าเหล้าเพียง 3 จิบ หมัดเพียง 4 หมัด จะทําให้ผมต้องสูญเสียอิสรภาพไปถึง 5 ปี ผมเกิดในอําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่จําความได้ชีวิตผมมีเพียงแม่ยายและพี่สาวที่เลี้ยงดูมาตลอด เพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมยังเล็ก ครอบครัวเราค่อนข้างยากจน แม่ต้องออกไปรับจ้าง เพื่อหาเงินมาดูแลทุกคน เราไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง เมื่อย้ายบ้านผมก็ต้องย้ายโรงเรียน ประกอบกับผมเรียนไม่เก่งจึงต้องซ้ำชั้นอยู่หลายครั้ง ขณะที่ผมเรียนอยู่ชั้นป.6 เพื่อนรุ่นเดียวกันอยู่ชั้นม.2-3 ผมไม่อยากเรียนต่อเพราะอายเพื่อน ๆ จึงเริ่มติดเพื่อนนอกโรงเรียน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาจึงไม่เรียนต่อ ต่อมาแม่และพี่สาวไปทํางานในกรุงเทพฯปล่อยให้ผมอยู่กับยาย ช่วงนั้นผมได้รับอิสระอย่างเต็มที่ ทําตัวเสเพล ออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ มีเรื่องชกต่อยทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ เมื่อแม่รู้ว่าผมเกเรจึงพาเข้ากรุงเทพฯ และพาไปสมัครงานกับบริษัทจัดหางาน ไม่นานผมก็ได้งานในโรงงานแห่งหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมนัก สิ่งนี้ทําให้ผมดีใจที่สุด เพราะจะได้กลับไปเจอเพื่อนกลุ่มเดิมและใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง ตอนนั้นผมคิดเสมอว่าเพื่อนคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต พอนานวันเข้าจากการนั่งรถไปหาเพื่อนแค่ช่วงสุดสัปดาห์ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นการย้ายไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันแทน ผมขาดงานบ่อยขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตเสเพลเช่นเดิม แม้ว่าผมใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อนที่ติดยาเสพติด แต่กลับไม่เคยคิดลองเลยสักครั้ง เพราะเวลาเห็นเพื่อนเมายา เขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งการพูดจาและท่าทาง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น […]

True Story : ชีวิตนี้… ผมติดหนี้ ”ผ้าเหลือง ”

หากอาตมาไม่ได้ผ้าเหลืองมาเตือนสติถึงสองครั้ง ป่านนี้อาตมาอาจยังเดินไม่ ได้หรือไม่ก็เป็นฆาตกรฆ่าคนไปแล้ว อาตมารู้สึกว่าตัวเอง ติดหนี้ ผ้าเหลือง จริง ๆ

True Story : กว่าฉันจะสอบผ่านวิชา “ ทุกขัง ”

หากเทียบกับบรรดาเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ฉันน่าจะเป็น “ผู้ใหญ่” เร็วกว่าใคร เพราะมีโอกาสได้ทำงานเก็บประสบการณ์ตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ว่าจะถ่ายละคร ถ่ายโฆษณา เป็นพริตตี้ พิธีกร แม้กระทั่งเป็นผู้ประกาศข่าว แต่ละงานได้ค่าตอบแทนสูง มีหน้ามีตา มีคนมาห้อมล้อมเอาใจ ง่ายต่อการหลงระเริงเป็นที่สุด…

True Story : สึนามิ กับความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมมาตลอด ยิ่งเมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์ร้ายจาก สึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ตัวเองคงทำกรรมร่วมกันมา ทั้งกับ “คน” และ “ไม่ใช่คน” อย่างแน่นอน! 14 ปีมาแล้วที่วันที่ 26 ธันวาคมทำให้ผมหวนระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น พร้อมกับหลายความรู้สึกระคนกัน ทั้งหวาดกลัวขวัญผวา น้ำตาซึมกับภาพติดตาที่ยากจะลบเลือนออกไปจากความทรงจำ และอดซาบซึ้งใจไม่ได้เมื่อนึกถึงว่า ครั้งหนึ่งผมรอดตายมาได้เพราะใคร ไม่น่าเชื่อว่าเราไม่ได้สื่อสารกันด้วย “คำพูด” แต่เขากลับรู้ว่าผมต้องการความช่วยเหลือและสามารถมาช่วยผมได้ทันเวลา ถ้าไม่ใช่เพราะจิตของผมกับจิตของเขาเคยทำกรรมร่วมกันมา ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไร… ผมเป็นคนจังหวัดนนทบุรี ที่บ้านทำสวนผลไม้ ผมเป็นน้องคนสุดท้องและขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก คนในบ้านจึงต้องคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคุณยายที่มักจะพาผมไปวัดด้วยเสมอ และพร่ำสอนให้ผมทำความดี เมื่อโตขึ้นผมจึงคิดเสมอว่าจะไม่ทำร้ายใคร ไม่เอาเปรียบคนอื่น และไม่คดโกง หลังเรียนจบคณะรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมได้งานแรกเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  ต่อด้วยการเป็นพนักงานธนาคารที่ก้าวหน้าในอาชีพจนได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการเงินฝากที่สำนักงานใหญ่ แต่ด้วยบรรยากาศการทำงานที่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทำให้ผมรู้สึกเบื่อจึงตัดสินใจลาออก ทิ้งเงินเดือนมากมายไปทำอาชีพใหม่ หลังลาออกจากงานธนาคาร ผมก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีก 2 คนไปประมูลสายเคเบิลที่หมดอายุขององค์การโทรศัพท์นำพวกทองแดงไฟเบอร์มาขาย แรก ๆ ธุรกิจของเราก็เป็นไปด้วยดี แต่สุดท้ายเพื่อนผู้หญิงที่ร่วมหุ้นด้วยกันก็แอบนำสายเคเบิลที่เราซื้อมาไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ ครั้งนั้นนอกจากผมจะเสียเพื่อนแล้ว ผมยังสูญเสียธุรกิจนี้ไปอีกด้วย แม้เพื่อนจะคืนเงินบางส่วนมาให้แต่สรุปแล้วก็คือไม่ได้กำไร ความล้มเหลวในครั้งนั้นทำให้ผมเครียดมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ จากนั้นเมื่อตั้งหลักได้ ผมก็เริ่มมองหาอาชีพใหม่ที่ตัวเองรัก นั่นคือการรับจัดสวนเพราะผมชอบปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำอาชีพนี้ บังเอิญไปจัดสวนหน้าร้านกาแฟให้กับพี่ของเพื่อนใครผ่านไปผ่านมาเห็นแล้วชอบ ทำให้ผมมีงานเรื่อยมา จากงานหลักหมื่นเป็นหลักแสน และหลังสุดเป็นหลักล้าน ผมกับเพื่อนคาดกันว่าเราจะได้กำไรเยอะเลยทีเดียว และครั้งนี้เราคงยิ้มได้อีกครั้ง แต่งานหลักล้านชิ้นแรกนี้เองที่ชักนำให้ผมก้าวเข้าไปสู่บ่วงกรรมที่มีผู้คนอีกนับร้อยต้องมาจบชีวิตลงด้วยกัน เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมได้รับงานจัดสวนในรีสอร์ตเปิดใหม่ที่เขาหลัก ตัวโครงสร้างรีสอร์ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่การจัดสวนที่ผมกับเพื่อนต้องเข้าไปจัดการครั้งนั้นเราไปพักที่ตะกั่วป่า ห่างจากรีสอร์ตไปประมาณ 30 กิโลเมตร เช้าวันที่เกิดสึนามิ พวกเรายังเปิดทีวีในห้องพักดูกันอยู่เลย เรารู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยแต่ไม่คิดว่าเป็นแผ่นดินไหว เพราะข้าง ๆ ที่พักกำลังมีการก่อสร้างหลังจากนั้นเราก็ออกมาทานอาหารเช้ากันที่ร้านขนมจีนที่อยู่ระหว่างทางไปรีสอร์ต ความจริงแล้วเราตั้งใจจะเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม แต่คงเป็นเพราะกรรมเก่าของพวกเรา ทำให้เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มอยากกลับไปที่รีสอร์ตอีกครั้งตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะรู้สึกว่าไฟในสวนที่จัดไว้เมื่อวานยังไม่สวย เราก็เลยตั้งใจจะย้อนกลับไปดูอีกครั้งก่อนกลับ เช้าวันนั้นขณะที่ผมกำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าของรีสอร์ตที่สระว่ายน้ำหลังทำงานเสร็จ สักพักก็ได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากชายหาดว่าน้ำแห้ง ผมมองไปก็เห็นน้ำทะเลแห้งลงไปจริง ๆ แห้งหายไปจากชายหาดประมาณ 2 กิโลเมตร ไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นโขดหินใต้น้ำโผล่ขึ้นมามีปลาในทะเลกระโดดดิ้นอยู่บนพื้นทราย เรือหลวงที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ก็พลิกคว่ำ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ เพื่อนผมเดินไปที่รถเพื่อนำกล้องมาถ่ายภาพ ส่วนพี่ชายของเพื่อนกลับเดินลงไปดูใกล้ ๆ และทันใดนั้นเอง น้ำทะเลก็ตีกลับเข้ามาเป็นคลื่นแตกฟองสีขาว ๆ  แล้วค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ พร้อมกับความสูงของคลื่นที่เพิ่มจาก 2 เมตรเป็น 3 เมตร คราวนี้เริ่มมีคนตะโกนบอกให้วิ่ง ผมพยายามวิ่งจากสระว่ายน้ำเข้ามายังรีสอร์ต วิ่งไปก็หันกลับไปมอง  เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ และคนรู้จักที่อยู่แถวนั้นโดนคลื่นซัดเข้าหารีสอร์ต ในขณะที่ตัวผมเองก็วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต! ที่สุดคลื่นก็ซัดเข้ามาหาผม โชคดีที่ผมเกาะต้นมะพร้าวที่เพิ่งปลูกต้นหนึ่งซึ่งโดนกระแสน้ำพัดพามาเอาไว้ได้ แต่ผมก็เกาะไว้ได้ไม่นาน เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกรากเหลือเกิน ทำให้ต้นมะพร้าวหลุดมือไป ผมไหลไปตามกระแสน้ำตามยถากรรม รู้สึกเจ็บที่หลัง เพราะคลื่นซัดไปโดนเสาบ้างต้นไม้บ้าง แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อไม่มีอะไรให้ยึดเกาะ ผมก็จมลงไปใต้น้ำเมื่อโผล่ขึ้นมาหายใจได้สักพักก็เจอคลื่นอีกเป็นอย่างนี้อยู่ 4 รอบจนผมเริ่มถอดใจรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตาย ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานสิ่งใดได้อีกต่อไป เมื่อจมลงไปในน้ำอีกครั้ง ผมยกมือไหว้ท่วมหัว พูดในใจว่า “พ่อจ๋า แม่จ๋าลูกลาก่อน เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองคงตายแน่ ๆ แต่แล้ว ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดันตัวผมขึ้นจากน้ำ แล้วบังเอิญมีฝาของลังโฟมลอยมาพอดี ผมจึงเกาะไว้ได้ จังหวะนั้นผมเงยหน้าไว้เพื่อให้ตัวเองหายใจได้อย่างเดียว ไม่สนใจแล้วว่าน้ำจะซัดไปทางไหน มารู้ทีหลังว่าผมถูกน้ำพัดพามาไกลจากชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร  ข้ามถนนเพชรเกษมอีกฝั่งเข้าไปอยู่ในชายป่า สักพักผมก็ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือศีรษะ ส่วนตาของผมมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด เพราะแว่นที่ใส่ประจำหลุดหายไปแล้ว ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าตัวเองไปนอนอยู่ที่พื้นดินที่มีลักษณะเป็นแอ่งรอบ ๆ ตัวมีเศษซากข้าวของ รวมถึงคนนอนทับนอนหงายกันอยู่มากมาย และส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ผมพยายามขยับตัวแต่ขยับไม่ได้เจ็บแปลบที่ไหปลาร้าและกระดูกสันหลังขาเจ็บไปหมด เพราะถูกของแข็งกระแทกส่วนหน้าตาเป็นอย่างไรตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดถึง ในจังหวะที่ผมอ่อนแรงและขยับตัวไม่ได้นั้น ความหวังที่จะมีชีวิตรอดก็เหมือนริบหรี่ตามลงไปด้วย ผมนึกในใจว่า กว่าใครจะหาผมเจอ ผมคงนอนตายด้วยความเจ็บปวดทรมานไปแล้ว นาทีนั้นเอง ผมมองเห็นลาง ๆ ว่ามีหมาตัวหนึ่งเดินอยู่แถวนั้น ผมพยายามชูมือขึ้นพร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเพราะคิดว่าอาจมีคนมาด้วย แต่ปรากฏว่ามีแต่หมาตัวเดียว มันค่อย ๆ เดินมาชะโงกดูผม แววตาของมันเหมือนจะบอกผมว่า “ฉันเห็นเธอแล้ว ไม่ต้องกลัว” ผมไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่มันส่งเสียงเห่าเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง ผมรับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าหมาตัวนี้ต้องกลับมาช่วยผมแน่นอน ประมาณ 20 นาทีผ่านไป หมาตัวนั้นก็พาคนมาช่วยผมจริง ๆ ผมรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จากนั้นผมก็ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ครั้งแรกที่เห็นหน้าตัวเองผมถึงกับช็อก เพราะริมฝีปากของผมฉีกขาดจนเกือบหลุดออกมา ผมต้องพยายามรวบรวมสติให้หมอเย็บแผลสด ๆ เพื่อแผลจะได้ติดสนิท โชคยังดีที่เพื่อนสนิทของผมรอดชีวิต แต่ที่น่าใจหายคือ พี่ชายของเขาสูญหายไป ไม่ทราบว่าเป็นหรือตาย คืนหนึ่งระหว่างที่ผมนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผมจำได้ดีว่าไม่ได้ฝันเพียงแค่สะลึมสะลือ ประมาณเที่ยงคืนผมก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู 3 ครั้ง และมีคนเดินเข้ามาในห้อง ผมมองดูก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของเพื่อน เขามายืนตรงปลายเตียงและพูดว่า “แจ๊บ พี่ดีใจนะที่แจ๊บกับจักรปลอดภัย แต่พี่ไม่รอด พี่มาลาน้องทั้งสองคน ยังไงฝากลูกกับเมียพี่ด้วยนะ” หลังจากนั้น 7 วันเขาก็มาหาผมอีก และบอกว่า “ตอนนี้หนาวมาก อยู่ในบ่อลึก” หลังจากวันนั้นไม่นาน เราก็พบศพเขาในบ่อแห่งหนึ่งจริง ๆ สภาพของเขาเหมือนกับที่ผมเห็นตอนสะลึมสะลือไม่มีผิด คือนุ่งกางเกงขาสั้นและไม่สวมเสื้อ …ทุกวันนี้ผมไม่ได้รับงานจัดสวนในต่างจังหวัดอีกแล้ว แต่ยังรับจัดดอกไม้ในงานต่าง ๆ และมีหน้าที่หลักในการดูแลคุณพ่อที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และดูแลหลานสาวตัวน้อยที่หน้าตาเหมือนกับผมยังกับแกะ ชีวิตโดยรวมมีความสุขสงบอย่างน้อยผมก็ภูมิใจที่ได้ดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ จนถึงตอนนี้ แม้จะผ่านเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกหวาดผวาทุกครั้งที่เห็นทะเล…ภาพคนนอนตายเกลื่อนกลาดยังคงติดตา แม้แต่หน้าและแววตาของหมาตัวนั้น ผมก็ยังจำได้แจ่มชัดเสมอ…ไม่เคยลืม และคงจะไม่ลืมไปจนตาย… กฎแห่งกรรม โดยพระชาญชัย อธิปญฺโญ พระพุทธองค์ตรัสว่า การกระทำที่มีเจตนานั้นเรียกว่า “กรรม” ซึ่งจะได้รับผลตอบสนองกลับเรียกว่า “วิบาก” หากทำกรรมดีก็ได้รับผลดีตอบสนอง หากทำกรรมชั่วก็ได้รับผลร้ายตอบสนอง คนที่ตั้งใจฆ่าผู้อื่น (รวมถึงสัตว์ใหญ่) ให้ตายด้วยน้ำ วิบากกรรมจะทำให้จมน้ำตาย หากฆ่าด้วยไฟ เช่น เผาทั้งเป็น ก็จะถูกไฟครอกตาย และหากฆ่าโดยฝังทั้งเป็น  ก็จะตายโดยถูกฝังทั้งเป็นเช่นกัน ผู้ที่ไม่ได้สร้างเหตุปัจจัยดังกล่าวก็ไม่ต้องตายด้วยเหตุนั้น แม้จะเผชิญกับภยันตรายทางน้ำ ไฟ และแผ่นดินไหว หรือตึกถล่ม ก็รอดตายมาได้หาใช่ปาฏิหาริย์ไม่ การที่มีผู้มาช่วยเราให้รอดตาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ มีเหตุมาจากในอดีต(รวมถึงอดีตชาติด้วย) เราเคยช่วยเหลือเกื้อกูลเขาไว้ เมื่อมีโอกาสเขาก็มาช่วยเหลือเรากรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง และให้ผลอย่างเที่ยงธรรม ทั้งดีและชั่ว ด้วยเหตุนี้สิ่งใดไม่ดีอย่าไปทำเลย ทำแล้วก็เท่ากับทำร้ายตนเองในภายหลัง จงทำแต่ความดีเถิดจะได้ผลดีอย่างแน่นอน   เรื่อง สุนทร […]

มีวันนี้ได้ เพราะคุณพ่อ เรื่องราวความประทับใจของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่มีต่อคุณพ่อ เรื่องดี ๆ ที่เราอยากแชร์

มีวันนี้ได้ เพราะคุณพ่อ เรื่องราวความประทับใจของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่มีต่อคุณพ่อ เรื่องราวดี ๆ ในวันนี้ที่ซีเคร็ตอยากแชร์ เป็นเรื่องราวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อคุณพ่อในวัยเด็ก ความทุ่มเทและความรักของคุณพ่อที่ทำให้ท่านมีวันนี้ได้ เรื่องราวความรักของคุณพ่อที่มีต่อลูกชาย  ได้ถูกโพสต์ใน เพจ  สุรเชษฐ์ หักพาล ดังนี้   “เรื่องเล่าของพ่อผม”พ่อของผม “ดาบตำรวจไสว หักพาล” ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตของผม… Posted by สุรเชษฐ์ หักพาล on Wednesday, December 5, 2018   “เรื่องเล่าของพ่อผม” พ่อของผม “ดาบตำรวจไสว หักพาล” ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตของผม ตั้งแต่เล็กจนโต ครอบครัวเราเป็นชาวบ้านฐานะธรรมดา ๆ ทั่วไป ใช้ชีวิตง่าย ๆ ในอำเภอเล็ก ๆ ของจังหวัดสงขลา แต่ความไม่ธรรมดาของพ่อผม ก็คือ “คำสั่งสอน การปลูกฝัง […]

มรสุมชีวิต หมู-ดิลก ทองวัฒนา จากพระเอกดาวรุ่งสู่วันที่ไม่เหลืออะไร

มรสุมชีวิต หมู-ดิลก ทองวัฒนา จากพระเอกดาวรุ่งสู่วันที่ไม่เหลืออะไร พระพุทธเจ้าตรัสถึงความไม่เที่ยง ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน มีขึ้นแล้วก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา ในวันที่ท้องฟ้าสดใสอยู่ ๆ กลับกลายเป็นวันที่มืดมนด้วยเมฆฝน ชีวิตของมนุษย์ธรรมดากับการพบพานกับความสุขและความทุกข์เป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ สิ่งนี้เรียกว่า “โลกธรรม 8” มรสุมชีวิต ไม่ต่างจากพายุร้ายที่โถมกระหน่ำเข้าหา เรื่องที่เราอยากแชร์ เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจ และกำลังใจในการต่อสู้กับมรสุมชีวิตในวันนี้ มาจากการเล่าสู่กันฟังของคุณหมู ดิลก ทองวัฒนา ดารารุ่นใหญ่ที่แสดงบทบาทคุณพ่อได้เยี่ยมจนหาใครเทียมได้ยาก จนมีฉายาว่า “พ่อทุกสถาบัน” ผ่านรายการ คุยแซ่บ Show     ก่อนที่คุณหมู-ดิลกจะมาเป็นนักแสดง เขาอาศัยอยู่ในบ้านเช่า ไม่เคยมีบ้านเป็นของตนเอง จนกระทั่งได้เป็นนักแสดงจึงพอเก็บเงินซื้อบ้านได้ แล้วกลายมาเป็นเรือนหอหลังจากแต่งงานครั้งแรก เมื่อเป็นพระเอกได้สัก 4-5 ปี และแต่งงานได้ 7 ปี ชีวิตคู่ก็มาถึงทางตัน ทั้งสองตัดสินใจหย่าร้างกัน สุดท้ายเขาก็ไม่ได้อะไรติดตัวมาเลยแม้นของที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง เพราะคุณหมูยกทรัพย์สินให้เป็นสินเดิมไม่ได้ยกให้เป็นสินสมรส     ตอนเป็นพระเอกอะไรก็ดีไปหมด มีชื่อเสียงและคนรู้จัก แล้วมีความสุขดีและเงินในกระเป๋าใช้ แต่เมื่อชีวิตขาดความสมดุลโดยเฉพาะเรื่องเงิน นับว่าชีวิตช่วงนั้นมีปัญหามาก เป็นมรสุมชีวิตเลยก็ว่าได้ ความรักพัง การงานแย่ […]

keyboard_arrow_up