เยียวยาหัวใจ เมื่อเขามีใครอีก (หลาย) คน

เมื่อฉันรู้ว่าคนที่ฉันรักที่สุดกำลังทำลายชีวิตคู่ของเราด้วยการนอกใจ ไม่ใช่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่มีสัมพันธ์กับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกัน และเขาสารภาพว่า การนอกใจเป็นสิ่งที่เขาทำมานานตั้งแต่ปีแรกที่แต่งงานกับฉัน กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ฉันร้องไห้ดัง ๆ อย่างไม่อายใคร เมื่อรู้ว่าสิ่งที่สงสัยเป็นความจริง ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ เรารักกันมานานมาก แต่งงานกัน มีลูกที่น่ารัก ตัวฉันมีหน้าที่การงานมั่นคง เป็นระดับผู้จัดการในบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่งของเมืองไทย หน้าตาและรูปร่างยังสะสวย มีหลายคนเอ่ยปากชมอยู่บ่อย ๆ หลังจากจับได้ว่าเขานอกใจ ฉันนั่งร้องไห้กับตัวเองทุกวัน ร่างกายผ่ายผอม หัวใจแสนจะบอบช้ำ และมองไม่เห็นทางที่จะกู้หัวใจกลับคืนมาได้เลย แต่เมื่อลูกเข้ามาใกล้ ฉันก็ปาดน้ำตาและฝืนยิ้ม เพราะนี่คือความทุกข์ของฉัน เขาไม่ควรรับรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่ก่อขึ้น ฉันโกรธเขามากและไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า ความคิดขณะนั้นคือ “ฉันจะหย่า” ผู้หญิงอย่างฉันทำไมต้องทนกับคนที่หักหลัง ฉันยังมีทางไป หาเลี้ยงตัวเองได้ และอยู่กับลูกได้โดยไม่มีเขา แต่ในที่สุด “ลูก” คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของฉันไว้ไม่ให้ตัดสินใจหย่ากับเขา เพราะต้องการให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีผู้หญิงมากมายตั้งแต่สมัยโบราณนานมา แม้แต่ในปัจจุบันที่ต้องอดทนกับความเจ้าชู้ของผู้ชายและกล้ำกลืนน้ำตาด้วยเหตุผลที่เหมือนกับฉัน เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจการกระทำของคนรุ่นคุณย่าคุณยายหรือคุณแม่ว่าเป็นเพราะอะไรจึงต้องทน แต่มาวันนี้ฉันรู้ซึ้งดี เมื่อเทียบความทุกข์โศกของฉันกับความสุขของลูก ฉันยอมทนเพื่อลูก แล้วหัวใจของตัวเองเล่าจะเยียวยาอย่างไร ฉันนั่งลงมองลึกลงในหัวใจตัวเอง ความบกพร่องของเขาคือการเป็นสามีที่ไม่ดี แต่สำหรับความเป็นพ่อนั้น เขาไม่มีสิ่งใดบกพร่อง ดังนั้น คนที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียวคือฉัน […]

“มองให้เป็น เห็นด้วยใจ” พลังบวกให้ชีวิตจากผู้อยู่ในโลกมืด

หลังจากมีอาการปวดเอวมาหลายเดือน ก็มีคนแนะนำให้ฉันไปหาหมอนวดตาบอดมือดีคนหนึ่ง ฉันรีบไปทันทีโดยไม่คิดเลยว่า นอกจากจะได้รับความสบายกายแล้ว ยังได้รู้ว่าบางครั้งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปได้ เพียงแค่เราทำใจให้เป็นเท่านั้น พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนวดซึ่งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ผู้ชายในวัยห้าสิบเศษก็หันมายกมือไหว้ฉัน  พร้อมทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนจะเดินออกมาต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว  ถ้าไม่มีคนบอกมาก่อน  ฉันคงไม่รู้ว่าเขาตาบอด  เพราะดวงตาของเขาภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนไม่มีวี่แววของคนตาบอดสักเท่าไร  หลังจากลงมือนวดไปได้พักหนึ่ง  เขาก็พูดคุยกับฉันในเรื่องต่าง ๆ จนฉันได้รู้ว่าเขาเคยเป็นครูมาก่อน  แต่ต้องลาออกเพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการทางสายตาของเขา “ความจริงเหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ   หัวผมถูกกระแทกอย่างแรง แล้วคงกระเทือนไปถึงจอประสาทตา  แต่มันไม่ได้มองไม่เห็นทันทีนะครับ  เพิ่งจะมาส่งผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตาพร่า ตอนแรกนึกว่าไม่ร้ายแรงอะไร  แต่กลับเป็นมากขึ้น ๆ  จนในที่สุดวันหนึ่งทุกอย่างก็มืดมิดไป  เหมือนจอทีวีที่ดับไปเฉย ๆ”  เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่ฉันทั้งตกใจและเศร้าใจจนไม่กล้าถามอะไร  ได้แต่ฟังเขาเล่าต่อไป “ตอนแรกผมรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  คิดดูซิครับ  ทุกอย่างที่เคยเห็น  และมีสีสันสวยงาม  จู่ ๆ ก็กลายเป็นมืดสนิท ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน  มีแต่ความมืดมิด ทำอะไร  เดินไปไหนก็ไม่สะดวก  ผิดกับคนที่เขาตาบอดมาแต่กำเนิด  ซึ่งเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพราะความเคยชิน  เขาคงไม่เจ็บปวดเท่าคนที่เคยมองเห็นมาค่อนชีวิต ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งนะครับ เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร  งานก็ทำไม่ได้  ไปไหนก็ลำบาก  […]

ความรักของแม่ ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกเติบโตเป็นคนดี เท่านั้นก็เป็นความสุขแล้วสำหรับคนที่เป็นแม่ แต่ถ้าลูกเติบโตมากลายเป็นคนไม่ดี ทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แม่จะยังรักลูกอยู่หรือเปล่า ผมเกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีแม่เป็นพนักงาน (รายวัน) ของโรงงานแปรรูปอาหารจำพวกกุ้งแช่แข็งแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง แม่เช่าห้องแถวในละแวกนั้นเป็นที่อยู่อาศัย เพราะใกล้ที่ทำงานและค่าเช่าถูก แม่เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ผมเกิด แม่ลำบากมาก ตอนคลอด ผมคลอดยากมาก ใจแม่แทบขาด แต่เพื่อลูก แม่ทนได้เสมอ ตอนแบเบาะก็เลี้ยงยาก ป่วยบ่อย แม่หาเงินได้สองสามพันก็ต้องพาผมไปหาหมออีกแล้ว แต่แม่ยอมอดมื้อกินมื้อเพราะรักลูก เวลาไม่สบาย แม่ต้องคอยดูแลตลอดเพราะผมมีอาการชัก กลางคืนแม่ต้องเช็ดตัวตลอด บางครั้งไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แม้ลำบาก แต่เพื่อให้ลูกรอดชีวิตแม่ทนได้เสมอ ซึ่งผมป่วยอย่างนี้จนถึงสามขวบ ต่อมาแม่ส่งผมไปอยู่กับตายาย เพราะแม่ต้องทำงาน แม่ส่งเงินให้ผมทุกเดือนแม้จะมีรายได้น้อย แม่ต้องประหยัดเพื่อให้ผมได้เข้าโรงเรียนเหมือนคนอื่น บางครั้งจะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุด แม่ยังคิดแล้วคิดอีก แต่เพื่อให้ลูกมีวิชาความรู้ แม่ทนได้เสมอ หลังจากจบชั้นมัธยม แม่ให้ผมเรียนต่อสายอาชีพที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นช่วงที่แม่ลำบากมากเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องกู้หนี้ยืมสินคนรู้จัก จนติดหนี้มากมาย แต่แม่ก็บอกว่า “ไม่เป็นไรลูก ตั้งใจเรียนแล้วกัน จะได้มีวิชาความรู้ติดตัว มีงานที่ดีทำและไม่ลำบากเหมือนแม่ เพื่อลูก แม่ทนได้เสมอ” ช่วงนั้นด้วยวัยและตามเพื่อน ผมเกเรบ้าง โดดเรียน กินเหล้า สูบบุหรี่ จนเกือบเรียนไม่จบ […]

ผู้หญิงคนนี้ที่ฉันอยากบอกรัก…คุณบอกรักแม่ของคุณหรือยัง

“สวัสดีจ้ะ แม่จ๋า หนูรักแม่ที่สุดในโลก” วันแรกที่ลืมตาได้มองเห็นโลกใบนี้ ถ้าสามารถพูดเป็นประโยคที่ถ่ายทอดความรู้สึกรักได้ นี่จะเป็นประโยคแรกที่ฉันจะพูดออกมา ฉันอยากบอกให้แม่รู้ในวันแรกที่ได้พบกันเลยว่า “หนูรักแม่จ้ะ”   ผู้หญิงคนนี้ วันนี้ขอพักจากการจับพู่กันสร้างภาพแล้วจุ่มลงไปในแก้วน้ำล้างสี มาจับดินสอเหลาใหม่แหลมเปี๊ยบเขียนบรรยายบอกรักแม่ผ่านศิลปะไทยประดิษฐ์ที่เรียกว่าอักษรนี้สักครั้ง ปกติแล้วฉันไม่เคยมีเวลาว่างเลย ทำงานวาดรูปทั้ง 7 วันเต็ม ทำตัวเหมือนว่ายุ่งตลอดตั้งแต่สมัยเรียน ไม่ค่อยมีเวลาให้แม่สักเท่าไร นอกจากจะเรียนไกลบ้านแล้วสุดสัปดาห์ก็ยังเอาแต่เที่ยวกับเพื่อนจนลืมว่ามีแม่คอยอยู่ อย่างดีก็แค่แวะกลับเข้าบ้านสักพักเดียว แล้วก็กลับไปหอพักเพื่อเริ่มเรียนในสัปดาห์ต่อไป ชีวิตหมุนวนอยู่แบบนี้จนจบการศึกษา พอได้งานทำก็ยังคงมีพฤติกรรมซ้ำซากกับการทำตัวยุ่ง ๆ เหมือนเดิม ไม่เคยสนใจคำบ่นของแม่ถึงอาการเจ็บป่วยตรงโน้นตรงนี้ คิดว่าร่างกายของแม่อาจจะอ่อนกำลังลงไปบ้างตามวัยที่สูงขึ้น และจากการทำงานบ้านโดยไม่ค่อยยอมหยุดพัก (เพราะฉันเองก็ไม่เคยช่วยแบ่งเบาภาระแม่เลยแม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ) แม่ของฉันได้รับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกเดือนตามที่หมอนัด ในขณะที่ฉันผู้เป็นลูกมักจะทำตัวยุ่งอยู่เสมอ ไม่เคยไปเป็นเพื่อนแม่เลย แม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลคนเดียว รอตรวจแบบเหงา ๆ และแต่ละครั้งก็ใช้เวลานานกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาแม่ก็จะมีขนมมาฝากฉันเสมอ เพราะกลัวลูกอยู่บ้านแล้วจะหิว แต่ฉันก็ไม่เคยอยู่รอกินขนมของแม่เลย หาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกครั้ง เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เด็กจนโต ปิดหรือเปิดเทอมจนถึงวัยทำงาน ฉันก็ยังคงมีธุระต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เช้าวันหนึ่งของวันที่ชีวิตอยากหยุดพัก สายตาของฉันสะดุดเข้ากับกล่องเก็บรูปใต้โต๊ะ ซึ่งปกติก็เห็นอยู่ทุกวันว่านี่คือกล่องเก็บรูปเก่าที่ตั้งอยู่อย่างนั้นมานาน ฉันเปิดกล่องออกดูเพราะความอยากรู้ว่าจะมีรูปฉันอยู่บ้างไหม เพราะจำได้ว่าแม่เคยหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปฉันตอนเด็ก ๆ แม่เอารูปนั้นขึ้นมาแนบอกแล้วยิ้มออกมาอย่างสุดซึ้ง […]

ขอบคุณการพลัดพราก ที่ทำให้เห็นความจริงของชีวิตได้เร็วกว่าใคร

ขอบคุณการพลัดพราก ที่ทำให้เห็นความจริงของชีวิตได้เร็วกว่าใคร เรื่องราวที่ได้พบเจอเมื่อสี่ปีที่แล้วนั้น ทำให้ฉันเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการใช้ชีวิต และเลิกอ่อนแอ  ขอบคุณการพลัดพราก ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแสนใจดีของฉันรับราชการ แม่มอบชีวิตท้ังหมดให้ลูกและสามี ฉันเป็นลูกคนเล็ก และมีพี่สาวหนึ่งคน บ้านเราหาความสุขได้ง่าย ๆ แค่การไปทำบุญที่วัดใกล้ ๆ บ้าน หาของกินอร่อย ๆ และใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และพอเพียง ชีวิตฉันจึงแทบไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน ชีวิตฉันแวดล้อมด้วยความอ่อนโยน จึงเป็นคนอ่อนไหว ขี้สงสาร ฉันร้องไห้ง่าย แค่เห็นคนแก่ขอทานหรือสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่หิวโหยนั่งรอเศษอาหาร ฉันก็มักเก็บเอาเรื่องราวไปคิดอีกหลายวันว่า ทำไมผู้คนหรือเหล่าสัตว์ต่าง ๆ นั้นต้องพบเจอสิ่งที่เจ็บปวด บางคนมีเงินมีทองแต่กลับหาความสุขไม่ได้เลย ฉันเติบโตมาด้วยคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบ ชีวิตฉันดำเนินมาอย่างเรียบง่ายมีความสุข จนวันหนึ่งได้พบกับใครบางคนที่แสนดี เราแต่งงานกันในช่วงวัยช่วงเวลาที่แสนจะเหมาะสม จากน้ันก็มีลูกสาวที่แสนน่ารัก ครอบครัวเล็ก ๆ ของฉันมีความสุขเหลือเกิน สามีรักและหลงลูกสาวมาก เราอายุห่างกันสิบปี ฉันชอบงอแงเรียกร้องความสนใจจากเขา เลยโดนล้ออยู่บ่อย ๆ ว่าเขามีลูกสาวถึงสองคน เรามีชีวิตที่ราบเรียบและมีความสุขเหลือเกิน จนวันหนึ่ง วันที่เขาตรวจพบโรคร้ายคือมะเร็งตับระยะที่ 4 วันที่โลกถล่มทลาย วันที่ได้รับข่าวร้าย ฉันรู้สึกตัวชาต้ังแต่ศีรษะจรดปลายเท้า […]

ธรรมะทำให้ลดละจากของหวง

ของรักของหวง  บางชิ้นก็ซื้อหามาด้วยราคาแสนแพง (สำหรับกำลังเงินของเรา)  และบางชิ้นถึงแม้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร  หากแต่มันมีที่มาที่ไปและคุณค่าทางใจ  ที่เราประเมินค่าไม่ได้  แต่ล้ำค่าทางความทรงจำ ก่อนนี้ต้นพุทธก็คิดแบบนี้ จนเมื่อสองวันก่อนได้พบกับเรื่องราวของเสื้อยีนตัวหนึ่งที่ตัวเองเก็บเงินซื้อจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อ 12 ปีก่อน กับราคาตอนนั้น 1,250 บาท ซึ่งเรียกได้ว่าแพงที่สุดในชีวิต พี่สาวต้นพุทธเคยเอ่ยปากขอเสื้อยีนตัวนี้ เธอขอกึ่งแซวมาตลอดกว่า 12 ปีว่า เมื่อไหร่ไม่ใช้ พี่ขอ เธอเพียรพยายามขอมาตลอด แต่ต้นพุทธก็บ่ายเบี่ยง แสร้งเงียบ เปลี่ยนเรื่องคุย ฯลฯ กระทั่งล่าสุดเธอขออีกครั้งเมื่อต้นพุทธเอารูปเก่า ๆ ทเี่คยใส่เสื้อตัวนี้ส่งไลน์ไปให้เธอดู เพื่อบอกว่า ดูสิ เมื่อก่อนฉันเคยผอมสวย เธอจำเสื้อยีนตัวนี้ได้และเอ่ยปากขอผ่านไลน์มาอีกครั้ง ต้นพุทธตัดสินใจเขียนจดหมายใส่ในกล่องพร้อมเสื้อยีนตัวนี้ แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้เธอที่ทำงาน เนื้อความบอกเหตผุลว่าทำไมที่ผ่านมาถึงไม่ให้เสื้อยีนตัวนี้กับพี่เสียที “จี๊ (แปลว่าพี่สาว) มีเงินเดือนมากกว่าน้อง ทำไมไม่ซื้อเอง (พี่สาวได้เงินเดือนมากกว่า 2 หมื่นค่ะ ในขณะที่ต้นพุทธเป็นแค่ช่างตัดผมที่ร้านเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เงินเดือนไม่แน่นอน และไม่เคยถึง 2 หมื่นเลยสักเดือน ถึงรู้สึกเยอะ) น้องแลกมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ต้องเก็บหอมรอบริบ จี๊ไม่เคยนึกถึงใจน้องเลยเหรอ สังเกตบ้างไหมว่าทำไมน้องบ่ายเบี่ยงทุกครั้งตลอด 12 ปี […]

ฝันสลาย … เพราะพิษร้ายยาเสพติด

“ ฝันสลาย … เพราะพิษร้ายยาเสพติด ” เรื่องจริงของคนที่หลงเดินทางผิด ผมเกิดที่จังหวัดเชียงรายในครอบครัวที่มีฐานะยากจน  แม้ผมจะมีพี่น้องถึง 9 คน  แต่ครอบครัวของเราก็อยู่กันอย่างมีความสุขตามประสาคนบ้านนอก  พ่อแม่ส่งให้ลูกชายได้เรียนหนังสือ  ส่วนน้อง ๆ ผู้หญิงไม่ได้เรียน   ฝันสลาย ผมจึงตั้งใจเรียนหนังสือมาก และมีความฝัน “อยากเป็นครู” เพราะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้พ่อกับแม่ยามที่ท่านเจ็บป่วยได้ ที่สำคัญผมจะได้นำวิชาความรู้มาสอนแก่น้อง ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้เรียน ตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาผมเรียนดีมาก สอบได้ที่ 1 ของห้องมาโดยตลอด และได้รับเลือกให้เป็น “หัวหน้าห้อง” เป็นนักกีฬาโรงเรียน ผมเป็นที่รักของครูและเพื่อน ๆ ร่วมโรงเรียน พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวผมมาก เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาที่บ้านเกิดแล้ว ผมเห็นว่าท่านทั้งสองคงไม่มีเงินส่งให้ผมเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาแน่ จึงขออนุญาตมาเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือว่าหลวงพ่อมีเมตตามาก รับอุปถัมภ์เด็ก ๆ ที่เรียนดีแต่ฐานะยากจนหลายร้อยชีวิต เมื่อมาเป็นลูกศิษย์ท่าน หลวงพ่อเมตตาให้ที่พัก อาหาร และส่งเสียให้ผมเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมต้นพร้อมกับเพื่อน ๆ อีกหลายคน ในระหว่างที่มาอยู่กับหลวงพ่อ ปณิธานความอยากเป็นครูของผมยังแน่วแน่เหมือนเดิม ผมตั้งใจเรียน เป็นคนดีอยู่ในระเบียบวินัย คอยช่วยเหลืองานท่านอยู่เสมอ ตอนนั้นผลการเรียนของผมยังดีเหมือนเดิม ผมได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนและเป็นนักกีฬาของโรงเรียนอีกเช่นเคย เมื่อใกล้เรียนจบชั้นมัธยมต้น ผมเริ่มมองหาหนทางเพื่อเรียนต่ออีกครั้ง เพราะอยากแบ่งเบาภาระของหลวงพ่อเรื่องทุนการศึกษาที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อนโตมาเป็นเวลาหลายปี เพราะรู้ว่าหลวงพ่อมีภาระต้องรับผิดชอบเด็ก […]

สมาทานศีลที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ

สมาทานศีล ที่ใจใช่วาจา และทำบุญให้ได้บุญ คนไทยเป็นคนใจบุญสุนทาน  ชอบเข้าวัดทำบุญ  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี  เพราะในฐานะพุทธศาสนิกชนหรืออุบาสกอุบาสิกา  เราควรร่วมกันสืบพระบวรพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็น จากคนรอบข้างแล้วแปลกใจสงสัยคือ พวกเขาเข้าใจคำว่า “ศีล” และ “บุญ” มากน้อยแค่ไหน เพื่อนบ้านของฉันคนหนึ่งมักไปเข้าวัดทำบุญทุกวันพระ เธอชวนฉันไปด้วยบ่อย ๆ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้เนื่องจากไม่มีคนเฝ้าร้านให้ ก็ได้แต่อนุโมทนาไปกับเธอ วันหนึ่งเธอมาถามฉันว่า “มีเคล็ดลับอะไรดี ๆ ก็บอกกันบ้างสิ” ฉันงงว่าเรื่องอะไร เธอก็บอกว่า “ใครเขาบอกมาล่ะว่ารับเลี้ยงหมาแมวจรจัดเยอะ ๆ แล้วจะมีโชคลาภ” ฉันจึงได้ถึงบางอ้อ คงเพราะเธอเห็นว่าร้านของฉันคนเข้าเยอะ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี คงเกิดจากการที่ฉันรับเลี้ยงสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก ฉันบอกไปตามตรงว่าไม่มีใครบอก ที่ทำไปเพราะความสงสารล้วน ๆ เธอทำหน้าเหมือนคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร หลายวันต่อมา เธอร้องไห้โฮมาหาฉันที่บ้านแล้วถามว่า เธอจะบาปไหมที่เธอทำหมาตายไปหนึ่งตัว เนื่องจากมีลูกหมาหลงตัวหนึ่งมายืนอยู่หน้าบ้านเธอ ด้วยความที่เธอไม่ชอบสัตว์ จึงกระทืบพื้นเสียงดังไล่ลูกหมา ลูกหมาตัวนั้นตกใจวิ่งออกถนนแล้วถูกรถทับ ตายไปต่อหน้าต่อตาเธอ ฉันไม่รู้จะปลอบอย่างไร ได้แต่บอกว่า ฉันเข้าใจว่าคนเราไม่ได้รักสัตว์กันทุกคน แต่อย่างน้อยเราก็ควรมีเมตตา เมตตาธรรมค้ำจุนโลก เราโชคดีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่ควรไปเบียดเบียนเดียรัจฉาน เพราะเขาเกิดมาใช้กรรมมากพอแล้ว […]

“บทเรียนจากความตาย” อุทาหรณ์เตือนใจสำหรับลูกทุกคน

พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ก่อนที่พระองค์จะทรงละสังขารจากโลกนี้ไป ให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ซึ่งดิฉันรู้สึกว่าคำสอนของพระองค์ครอบคลุมการใช้ชีวิตได้อย่างดีมาก เพราะความประมาทเป็นบ่อเกิดของความเสียหายทั้งปวง โดยเฉพาะเรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเราจะไม่มีโอกาสได้แก้ไขมันอีก ดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่เคยประมาทกับเรื่องที่ไม่ควรประมาท เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณพ่อของดิฉันค่ะ ท่านเป็นโรคหัวใจและเคยผ่านการทำบายพาสมาครั้งหนึ่ง คุณหมอบอกว่า หลังจากที่ท่านผ่าตัดบายพาสสำเร็จ ท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานทีเดียว ซึ่งดิฉันก็เชื่อคำพูดของคุณหมอ เพราะไม่ว่าคุณพ่อของดิฉันจะป่วยและเข้าออกห้องไอซียูเป็นว่าเล่นแค่ไหน ทุกครั้งท่านก็โชคดีและรอดมาได้เสมอ จนใคร ๆ ต่างพากันบอกว่าท่านเป็นคนดวงแข็ง ทำให้ดิฉันซึ่งเป็นลูกพลอยคิดไปว่า ท่านคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเหมือนที่คุณหมอพูดไว้เป็นแน่ แต่คำว่านานของคุณหมอกับคำว่านานของดิฉันคงจะไม่เหมือนกัน เพราะวันหนึ่งขณะที่ดิฉันกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานตามปกติ เสียงโทรศัพท์มือถือของดิฉันดังขึ้น พอดิฉันรับสาย เสียงของนางพยาบาลที่ดูแลคุณพ่อก็บอกว่าท่านมีอาการหัวใจหยุดเต้น และตอนนี้หมอกำลังปั๊มหัวใจอยู่ ดิฉันตกใจมาก แต่ในใจลึก ๆ บอกกับตัวเองว่าคุณพ่อของดิฉันต้องไม่เป็นอะไรอีกเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งท่านก็รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ทุกครั้ง ดิฉันรีบรุดไปที่โรงพยาบาลทันที และระหว่างที่ดิฉันเดินทางไปหาคุณพ่อนั้น ดิฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากนางพยาบาลคนเดิมว่าตอนนี้คุณพ่อกลับมาหายใจได้ตามปกติแล้ว หลังจากใช้เวลาปั๊มหัวใจอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ทำให้ในใจของดิฉันยิ่งแน่ใจว่าคุณพ่อของดิฉันจะต้องไม่เป็นอะไร เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คุณพ่อนอนอยู่ในห้องไอซียูเพื่อรอดูอาการ ท่านนอนอยู่อย่างไม่ได้สติ ดิฉันมองผ่านกระจกห้องไอซียู เห็นหน้าอกท่านกระเพื่อมแสดงถึงการเต้นของหัวใจ ทำให้ดิฉันใจชื้นขึ้นอย่างมาก วันรุ่งขึ้นดิฉันและพี่น้องทุกคนตัดสินใจย้ายท่านไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำที่คุณพ่อรักษาโรคหัวใจมานาน ถึงจะย้ายโรงพยาบาลและเปลี่ยนเป็นหมอที่รักษากันประจำ ท่านก็ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูเหมือนเดิม หลังจากนั้นท่านก็ได้สติบ้าง แต่พูดไม่ได้ เนื่องจากท่อออกซิเจนยังคงคาอยู่ในปากตลอดเวลา ทุกครั้งที่ดิฉันเห็นท่านลืมตาตื่นขึ้นมามองดิฉันและพี่น้องของดิฉัน สายตาของท่านดูเหมือนอยากจะเล่าอะไรมากมาย แต่ท่านก็พูดไม่ได้ ดิฉันได้แต่พร่ำบอกว่าดิฉันรักท่านมากแค่ไหน […]

ในวันที่ความมั่นใจ พังทลาย ปอนด์ ภริษา ยาคอปเซ่น

ในวันที่ความมั่นใจพังทลาย ปอนด์ ภริษา ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint ฉันเคยเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง แต่แล้วเมื่อต้องเผชิญกับโรคประหลาดความมั่นใจท

ฉันรอดตายเพราะโน้ตบุ๊กของแม่

ฉันรอดตายเพราะ โน้ตบุ๊กของแม่ ริมถนนพระราม 2 มีต้นเฟื่องฟ้าเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม ด้วยอากาศที่ปลอดโปร่ง และจิตใจที่สบาย ฉันปั่นจักรยานไปในใจก็คิด “ฉันจะทำความดีจนลมหายใจสุดท้าย ฉันจะบริจาคร่างกาย ให้กายนี้ได้ทำความดีจนนาทีสุดท้าย ฉันจะกลับไปบริจาคที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น ชาติหน้าเผื่อได้เกิด จะได้กลับไปเกิดที่ขอนแก่น” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะคิดจบ… โน้ตบุ๊กของแม่ เอี๊ยดดด…ตุ้บ! “อ้าว…ฉันยังไม่ทันบริจาคร่างกาย จะตายแล้วเหรอ” เพียงแค่เสี้ยววินาที ร่างของฉันก็กลิ้งลงไปกองที่ข้างคูน้ำ ฉันถามตัวเอง “ฉันยังไม่ตายใช่ไหม ฉันต้องมีสติ” พอได้สติ ฉันมองไปยังรถคันที่ชน นาทีนั้นแว่นตาที่สวมอยู่แตก ขาก็อาบไปด้วยเลือด กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่สะพายก็ขาด ทุกอย่างที่ติดตัวอยู่เสียหายหมดเลย ฉันแข็งใจเดินไปขอความช่วยเหลือคนที่อยู่แถวนั้น และแบกความโกรธไว้อย่างหนักอึ้งเพื่อจะไปต่อว่าคนที่ชนฉัน แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ “พี่ขอโทษ” คู่กรณีกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ ใจฉันเริ่มเย็นลงทันที เพราะเห็นร่างกายเขาเลือดอาบ ฟันก็หัก ขาก็หัก อย่างน้อยฉันยังเจ็บน้อยกว่าเขา ฉันไม่ได้เรียกร้องให้เขารับผิดชอบค่าเสียหาย แค่ให้เขารักษาตัวเองก็พอ แต่ที่เสียใจคือ รถยนต์ที่ชนมอเตอร์ไซค์เขาจนเสียหลักมาเฉี่ยวจักรยานฉัน ไม่มีน้ำใจแม้แต่จะลงมาดูเขาเลย ฉันได้แต่แผ่เมตตาให้เขาสำนึกผิด ถ้าเราเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันก็ขอให้จบลงที่ชาตินี้ ทรัพย์สินหรือสิ่งของที่ฉันเสียไปอาจจะน้อยนิด อย่างน้อยก็หาใหม่ได้ แต่ขออย่าให้เขาไปทำกับคนอื่น เพราะคนเราไม่ได้วัดกันที่ฐานะ แต่วัดกันที่จิตใจ คนที่ถูกชนจนบาดเจ็บอาจจะยากจน หาเช้ากินค่ำไม่มีเงินรักษา […]

แม่จ๋า หนูขอโทษ ต่อไปหนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว

แม่จ๋า หนูขอโทษ ต่อไปหนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว “…มีสตางค์นี่นะช่างดีเหลือเกิน มีสตางค์จะทำอะไรก็เพลินจะตาย ไม่ต้องดิ้นต้องรน จะนกจะไม้ จะเอาอะไรก็ชี้ มีสตางค์ก็คงจะดีนะเออ เพียงแต่คนอย่างเรานะมันไม่ค่อยจะมี พยายามประคับประคอง สุดท้ายก็ได้เท่านี้…” ฉันหลับตาฟังเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมานานนับสิบชั่วโมง ตั้งแต่รถโดยสารเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ จวบจนใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางคืออำเภอเชียงคานแล้ว แต่ฉันก็ยังคงฟังเพลงเดิมอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะเนื้อหาของเพลงช่างตรงกับความทุกข์ภายในใจของฉันเสียเหลือเกิน ย้อนไปช่วงเย็นของเมื่อวาน ฉันกำลังช่วยแม่ปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนเช่นทุกวัน ผู้ชายคุ้นหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านแล้วพูดกับแม่ของฉันว่า “ป้าแต๋วครับ ลูกชายผมกำลังจะเข้าอนุบาลเดือนหน้าแล้วครับ แต่ผมยังไม่มีเงินเลย หายืมที่ไหนก็ไม่มีใครให้ ผมขอยืมเงินป้าแต๋วสักสามพันได้ไหมครับ ต้นเดือนหน้าผมจะคืนให้…ช่วยผมสักครั้งเถอะนะครับ ผมจะไม่ลืมพระคุณเลย” พูดจบเขาก็ยกมือไหว้แม่ แม่ตอบด้วยน้ำเสียงเห็นใจว่า “ได้สิกอล์ฟ เดี๋ยวป้าไปหยิบให้นะ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้ป้าก็ได้จ้ะ” ฉันเห็นเหตุการณ์โดยตลอด และจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เคยยืมเงินแม่มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังคืนเงินไม่ครบ ฉันโกรธแม่มากพลางคิดในใจว่า ทำไมแม่ถึงได้ใจดีแบบนี้นะ หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นกลับไป ฉันถามแม่ด้วยน้ำเสียงกระด้างว่า “ทำไมแม่ต้องให้คนอื่นยืมเงินตลอดเลย ทั้งที่เราช่วยกันทำงานอย่างหนัก เราจะช่วยกันเก็บเงินไว้ปลูกบ้านไม่ใช่เหรอ บางวันหนูต้องอดมื้อกินมื้อ แต่แม่เอาแต่สงสารคนอื่น ไม่เคยสงสารหนูบ้างเลยรึไง” สิ้นเสียงของฉัน แม่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ วินาทีนั้นฉันรู้สึกโมโหมาก ฉวยกระเป๋าเงินได้ก็วิ่งไปโบกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตทันที ในใจคิดว่าคอยดูนะ ฉันจะไม่อยู่กับแม่อีกแล้ว ฉันจะหนีออกจากบ้าน เมื่อมาถึงอำเภอเชียงคาน ฉันเดินหาที่พักที่หรูหราที่สุด เพราะอยากประชดแม่ด้วยการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย หลังจากได้ที่พักราคาหลายพันบาทต่อคืนแล้ว […]

บ้านหลังสุดท้ายของชีวิตที่ไร้ราก

คุณเคยคิดถึงบ้านไหม…แต่ความคิดถึงบ้านของคนที่ไปเรียนต่อหรือไปทำธุระต่างจังหวัด คงเทียบไม่ได้กับความคิดถึงบ้านของชายชาวเวียดนามคนหนึ่ง ซึ่งเปรียบเปรยถึงตัวเองไว้ว่าโชคชะตากำหนดให้เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไร้ราก แม้จะผลิดอกออกผลงอกงามสักเพียงใด หากชีวิตไม่ได้หวนคืนสู่รากเหง้าของตนเองแล้ว ก็คงมีแต่จะเหี่ยวเฉาและแห้งตายอย่างไร้ความหมาย บ้านหลังสุดท้าย ลาย (Lai) เป็นชาวเวียดนามโพ้นทะเลคนหนึ่งในจำนวนหลายล้านคน ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนไปใช้ชีวิตระหกระเหินอยู่ต่างแดนนานนับสิบปี เขาเป็นเจ้าของบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม และเป็นเจ้าของเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันจดจำได้ไม่เคยลืม… ลายเกิดและโตที่เมืองดานัง เขาอยู่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่จำความได้ ครอบครัวของเขาเป็นชาวเวียดนามเชื้อสายจีน โดยใช้นามสกุล “ลึว” ลายภาคภูมิใจในตระกูลของตัวเองเสมอว่า เป็นคนมีจิตใจดีและขยันหมั่นเพียร ตอนอายุ 19 ปี ลายเรียนจบหลักสูตรฝึกทหารที่เมืองดาลัต (Dalat) ถือเป็นทหารจบใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น หลังเรียนจบเขากลับบ้านที่ดานังและแต่งงานกับหญิงสาวจากบ้านเดียวกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน หลังเรียนจบ ลายเข้ารับราชการทหารในกองทัพ ในช่วงเวลาที่เวียดนามทำสงครามยืดเยื้อ นายทหารลายมีโอกาสเดินทางไปฝึกอบรมเกี่ยวกับกองทัพในประเทศต่าง ๆ ชีวิตราชการของลายเจริญรุ่งเรืองมากว่าสิบปี จนสุดท้ายได้รับตำแหน่งสำคัญในกองทัพ และไปประจำอยู่ที่จังหวัดกว๋างหงาย (Quang Ngai) เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ และทรัพย์สินเงินทอง กระทั่งถึงปี 1975 สงครามเวียดนามกับสหรัฐฯก็ถึงจุดเลวร้ายที่สุด เมืองไซ่ง่อนถูกกองทัพประชาชนเวียดนามยึดครองในวันที่ 30 เมษายน 1975 ถือเป็นวันสิ้นสุดของสงครามเวียดนามอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันชีวิตนายทหารที่กำลังรุ่งโรจน์ก็มีอันต้องสิ้นสุดลง เขาและเพื่อนทหารบางส่วนถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกันที่แห้งแล้งกันดารแห่งหนึ่งที่มีแต่ความอดอยากและทรมาน ลายใช้ชีวิตอย่างลำบากตรากตรำในค่ายกักกันโดยไม่ได้เจอหน้าครอบครัวเลยตลอดระยะเวลา 11 […]

“พริกของยาย” ความหมายที่ต่างจากหลายคนเข้าใจ

ตอนแรกที่ยายลงมือปลูกต้นพริก ไม่มีใครรู้ว่าต้นพริกทั้งสามต้นจะเจริญงอกงามได้ถึงเพียงนี้ เพราะต้นพริกที่เราต่างคุ้นเคยกันนั้นมักสูงแค่หัวเข่าเท่านั้นเอง หรือมากสุดก็แค่เอว ไม่สูงไปกว่านี้ ผมจำได้ว่าเมื่อยหลังทุกครั้งที่แม่สั่งให้ไปเก็บพริกมาประกอบอาหารมื้อเย็น แม้จะเป็นเด็กประถมตัวเล็ก ๆ แต่ก็ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลายครั้งกว่าจะเลือกเด็ดเม็ดพริกสีแดงได้ครบจำนวนตามที่แม่สั่ง พริกของยาย แต่ต้นพริกที่ยายปลูกหนนี้ ครั้งแรกสุดที่ผมเห็นยังเป็นต้นเล็ก ๆ มีใบเขียวสองสามใบอยู่ในกระป๋องน้ำเก่า ๆ ที่ยายใส่ดินดำเข้าไปแล้วใช้แทนแปลงผัก หลังจากนั้นสองเดือน พอผมกลับไปบ้านตายาย แล้วเห็นต้นพริกอีกที ก็แทบจะจำไม่ได้ ยอดของมันพุ่งพรวด ต้นพริกที่เคยคุ้นโตขึ้นมาถึงระดับอก แตกกิ่งแตกใบเป็นพุ่มสลอนอยู่ที่แปลงปลูกข้างบ้าน “ทำไมต้นพริกมันสูงอย่างนี้ล่ะตา” ต้นพริกดูจะสะดุดตาที่สุดเมื่อเทียบกับผักสวนครัวชนิดอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบ “มันคงเป็นสายพันธุ์ที่เขาปรับปรุงพันธุ์แล้วน่ะ” ตาตอบด้วยความรู้ทันสมัย พร้อมกับหยิบซองเมล็ดพันธุ์จากชั้นบนของตู้กับข้าวออกมาให้ดู ซึ่งก็ไม่ได้มีข้อความใดอธิบายความอัศจรรย์ของพริกต้นนี้ “นี่ขนาดไม่ค่อยได้รดน้ำนะ” ยายอวดเพิ่มเติม “ปุ๋ยก็ยังไม่ได้ใส่” “โอ้โห! นี่ถ้ารดน้ำพรวนดิน มันจะไม่โตเท่าต้นมะยมหน้าบ้านเลยหรือยาย” ผมพลอยตื่นเต้นไปด้วย ต้นพริกไม่ได้หยุดโตเพียงแค่นั้น แต่มันยังโตขึ้นเรื่อย ๆ จนสูงพอ ๆ กับผม ซึ่งขาดอีกประมาณหนึ่งฟุตก็จะถึง 2 เมตรพอดี และเมื่อผมกลับมาอีกที (ผมกลับมาเยี่ยมตายายได้เฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์) […]

อาหารจานโปรดที่มีลมหายใจ

ทะเลแดดสีทองอาบเทือกเขาตรงหน้า เกล็ดน้ำค้างแข็งระยิบระยับราวกากเพชรโปรยทั่วทุ่งหญ้า อาหารจานโปรดที่มีลมหายใจ ฉันลืมตาตื่นกับภาพตรงหน้าจากหน้าต่างกระจกของกุฏิหลังเล็กบนเนินเขาที่วัดป่าวิมุตติ วัดป่าสาขาหลวงพ่อชาในเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ ม้า 3 ตัวยืนกินหญ้า ฝูงแกะและวัวกระจายอยู่คนละฟากของเนินเขา แลดูคล้ายภาพถ่ายในโปสต์การ์ด สัปปายะอันได้แก่ สถานที่ อากาศ อาหาร อาจแตกต่างกันไปในวัดคนละซีกโลก อากาศที่ร้อนและอ้าวฝนในวัดแถบอีสานบ้านเรา เป็นคนละอุณหภูมิกับความหนาวเหน็บที่สอดแทรกเข้าไปใต้ผ้าห่มในคืนที่ต่ำกว่าศูนย์องศา ในประเทศแถบขั้วโลกใต้ระหว่างช่วงเข้าพรรษาซึ่งฤดูกาลตรงข้ามกับเมืองไทย อาหารก็เปลี่ยนรสจากส้มตำปลาร้ารสจัด ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียวมาเป็นข้าวอบเครื่องเทศกลิ่นแขกๆ ถั่วเหลืองต้มที่เรียกว่า “ดาล” แกงรากบัว และมันฝรั่งไส้ผักที่ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วทอด อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวศรีลังกา ชุมชนชาวพุทธผู้มีศรัทธาเต็มเปี่ยมในการถวายทาน รักษาศีล และภาวนา เหตุที่ฉันเปรียบเทียบสัปปายะระหว่างสองวัดในสองประเทศ ก็เพราะเมื่อต้นปีฉันได้มีโอกาสไปปฏิบัติที่วัดถ้ำผาจันทร์ ตำบลเต่างอย สกลนคร ซึ่งเป็นวัดที่ห่างไกลชุมชน และพอกลางปีฉันก็ได้บินข้ามฟ้ามาปฏิบัติที่วัดวิมุตติ นอกจากอากาศและอาหารที่ต่างกันแล้ว สิ่งที่ใกล้เคียงกันน่าจะเป็นสถานที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่บนเนินกลางทุ่งกว้างในโอบล้อมของเทือกเขา ในกุฏิไม่มีไฟฟ้าจึงต้องอาศัยแสงเทียนในยามค่ำคืน สิ่งที่ทำให้ฉันระลึกนึกย้อนถึงวัดถ้ำผาจันทร์ก็คือ ที่โน่นมีฝูงวัวฝูงควายในท้องทุ่ง ที่นี่ก็มีฝูงวัวเนื้อ วัวนม และฝูงแกะ วัวไทยกับวัวฝรั่งต่างกันตรงที่วัวฝรั่งไม่มีกะโหล่งคล้องคอ (ชาวอีสานเรียกกระดึงที่คล้องคอวัวว่ากะโหล่ง) ที่วัดถ้ำผาจันทร์ เสียงกะโหล่งดังกังวานก้องหุบเขาในทุกก้าวย่างของวัวควาย ทุกครั้งที่ฉันได้ยินเสียง กร๊องแกร๊ง กร๊องแกร๊ง ใจฉันสะท้อนถึงความตายที่ใกล้เข้ามาของฝูงสัตว์สัตว์สี่เท้าที่น่าเวทนาซึ่งให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย หารู้ไม่ว่าของขวัญห้อยคอที่เจ้าของหยิบยื่นให้ในวันแรกเกิด แท้ที่จริงคือของขวัญแห่งความตาย […]

ความเป็นพระอยู่ที่ใจ

ความเป็นพระ อยู่ที่ใจ โดย พระถวิล ฐานุตฺตโม เมื่อถึงวันพระ วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด เป็นต้น เราตั้งใจไปวัดเพื่อบำเพ็ญบุญกุศล โดยการถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร หรือถวายจตุปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ ด้วยเพราะเรานั้นมีศรัทธาในความเป็นพระของภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลมีธรรม หรือมีความเชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ความเป็นพระ ความจริงแล้วผู้ที่มีความเป็นพระนั้นมิใช่เพียงเฉพาะภิกษุสงฆ์ แต่ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ว่าคนนั้นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่ และผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั้นมีผู้ที่มีศีลมีธรรม เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นผู้ที่มีความหวังดี มีเมตตากรุณา มีความเอาใจใส่ที่จะให้เราเป็นคนที่ดี เป็นคนที่อยู่ในศีลในธรรมหรือไม่ หากลองพิจารณาตามเงื่อนไขเหล่านี้ ก็คงพบได้ไม่ยากว่าคุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นแท้ที่จริงนั้นก็คือ “พระในบ้าน” ของเรานั่นเอง พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นเทียบได้กับเป็นพระอรหันต์และพระพรหมประจำบ้าน เป็นผู้ที่มีพระคุณ เป็นผู้ที่เราจะต้องเอาใจใส่เลี้ยงดูท่านด้วยเช่นเดียวกัน เรามาที่วัดนั้นมาถวายสังฆทานหรือมาถวายภัตตาหารให้พระที่วัด โดยการประเคนด้วยมือสองข้างด้วยความเคารพต่อพระสงฆ์ ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บ้าน หากมีโอกาสที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน เช่น ตื่นเช้ามาก็ตักข้าว แล้วก็ยกจานข้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความเคารพ คุณพ่อคุณแม่ก็จะรู้สึกปลื้มใจ นี่ก็เป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เราสามารถที่จะทำกุศลโดยการมอบปัจจัยให้กับคุณพ่อคุณแม่ อย่างลูกน้องของเราบางคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ หากมีความตั้งใจดี […]

6 วินาที ใน Emergency Room ความเป็นความตายอยู่ใกล้กันเพียงพลิกฝ่ามือ

“อะไรก็เกิดขึ้นได้” คำนี้พี่สาวแสนดีพูดบ่อย แต่ฉันเพิ่งเข้าใจจริงๆ ก็วันนี้… Emergency Room วันนั้นเป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งขณะเล่นปิงปองใกล้จบเกม จู่ ๆ ก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายก็เกิดอาการ “รวนเร” ขยันทำงานขึ้นมากะทันหัน ฉันพยายามควบคุมสติ เก็บอาการ เพราะไม่อยากให้เพื่อน ๆ หมดสนุก จึงประคองตัวเล่นปิงปองต่อจนจบเกม ฉันขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง โดยมีเพื่อนติดรถมาด้วยอย่างงง ๆ เพราะฉันไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น พอมาถึงแผนกฉุกเฉิน ฉันก็แทรกตัวฝ่าฝูงคนที่ออกันอยู่ตรงประตูอย่างแน่นขนัด เข้าใจว่าคงมีเคสอุบัติเหตุจากที่ไหนสักแห่ง…แล้วปรี่ตรงไปที่เคาน์เตอร์ ซึ่งก็มีแต่พยาบาล ส่วนหมอนั้นกระจายอยู่ตามเตียงคนไข้หมด แต่นาทีนี้จะเป็นใครก็ช่าง ฉันขอทำ ECG (Electrocardiogram) โดยด่วน พยาบาลงงว่าคนไข้โรคหัวใจเดินมาขอตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเอง (ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันขับรถมาเองด้วยซ้ำ) พยาบาลชี้ให้ฉันเดินไปที่ห้องตรวจอีกด้านหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่สำหรับฉันในนาทีนั้นมันช่างไกลเหลือเกิน ฉันรวบรวมสติอีกครั้ง แข็งใจเดินต่อไปอย่างตุปัดตุเป๋ชนโต๊ะเก้าอี้ล้มโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังพอมีสติรับรู้ได้ว่า ทั้งหมอ ทั้งคนไข้ต่างหันมามองฉันเป็นตาเดียว ในที่สุดฉันก็พาตัวเองมาถึงเตียงคนไข้ และเพียงครู่เดียวก็มีคนมารุมฉัน ไม่นานก็ถอยออกไป เหลือไว้เพียงสายระโยงระยางที่เชื่อมตัวฉันเข้ากับอุปกรณ์ข้างเตียง ไม่นานหมอก็มาถึง พร้อมอ่านกราฟและพูดอะไรบางอย่างกับพยาบาล ซึ่งฉันได้ยินไม่ถนัด ต่อมาฉันก็ถูกย้ายไปนอนบนเตียงที่อยู่ใกล้เครื่องมือต่าง ๆ มากขึ้น หมออธิบายว่าหัวใจของฉันเต้นเร็วเกิน 200 […]

กรรมตามทัน เรื่องเล่าผลแห่งกรรมจากการทำร้ายสุนัข

ชดใช้ ” กรรม ” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนได้รับผลจากการกระทำในชาตินี้ บางคนอาจได้รับผลกรรมในอนาคตหรือชาติหน้า Secret มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกรรมที่ต้องชดใช้

keyboard_arrow_up