วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง ประสบการณ์เฉียดตายที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิต

วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง – “จงดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ประโยคนี้ได้ยินมาบ่อยมาก คิดว่าเข้าใจแต่ก็ไม่ลึกซึ้งสักที จนเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้มุมมองชีวิตของเราเปลี่ยนไป และเริ่มตระหนักถึงความหมายของประโยคดังกล่าวขึ้นอย่างมาก วันนั้นพวกเรา 4 คน ตั้ม นันท์ ติ๊ก และฉันตื่นเต้นกันใหญ่สำหรับการขึ้นไปพักบนดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะข่าวว่ามีแม่คะนิ้งบนดอยด้วย หลังจากเก็บสัมภาระบนที่พัก พวกเราก็เดินลงมาทานข้าวเย็นที่ร้านค้า เสร็จแล้วจึงเดินกลับที่พัก กว่าจะถึงก็ค่ำพอดี อากาศหนาวมาก แม้ว่าห้องพักจะปิดหมดทุกด้าน ฉันตั้งใจว่าจะไม่อาบน้ำ แต่ตั้มบอกว่าจะอาบ ตั้มก็เลยอาบน้ำเป็นคนแรก โดยห้องน้ำที่อยู่ในห้องเรามีขนาดเล็กมาก ไม่มีช่องระบายอากาศ นอกจากพัดลมดูดอากาศตัวเดียว พอตั้มอาบน้ำได้สักพักก็ตะโกนออกมาให้ฉันเปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศที่หน้าห้องน้ำให้หน่อย ฉันก็เดินไปเปิดให้ แล้วกลับมาดูทีวีต่อ ยังไม่ถึง 5 นาที ตั้มเปิดห้องน้ำออกมาปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศพร้อมกับบ่นว่าหนาวมาก ก่อนที่จะกลับเข้าไปอาบน้ำใหม่ สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรหล่นในห้องน้ำ ฉันเลยตะโกนไปว่า “ทำอะไรหล่นอีกล่ะ” คิดในใจว่าคงหนาวจนสั่นแล้วไปปัดของใช้ตกลงมา แต่อีกสักพักก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังเหมือนคนกรนออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆ ที่พวกเราเปิดทีวีเสียงค่อนข้างดัง นันท์บอกฉันว่า “ไปดูมันหน่อยซิ” ฉันก็เลยเดินไปเรียกหน้าห้องน้ำ “ตั้มๆ” เงียบ…ไม่มีเสียงตอบ ฉันตบประตูห้องน้ำร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบอีก มีแต่เสียงกรนที่ดังอยู่ตลอดเวลา “เฮ้ย! แกเป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูหน่อย” ปรากฏว่าเงียบ […]

ขอเพียง…อย่ายอมแพ้ ประสบการณ์ของลูกผู้หญิงที่ถูกเจ้านายกลัั่นแกล้ง

ขอเพียง…อย่ายอมแพ้ – ชีวิตย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางครั้งเราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตของเราจะมีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับลูกผู้หญิงคนหนึ่ง บางช่วงเวลาอาจจะดูเหมือนว่าเลวร้ายมาก และในขณะเดียวกันบางเวลาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ชีวิตคู่ของฉันจบลงอย่างง่ายดายมากเมื่อสามีปันใจให้หญิงอื่น ฉันจึงเลือกที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัวโดยตัดคนที่เป็นพ่อของลูกออกไป จัดระเบียบให้กับตัวเองใหม่ วางแผนเรื่องอนาคตมากขึ้น ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น ประกอบกับเงินเดือนที่ถูกแสนถูก หลังจากที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะเปลี่ยนงานใหม่ เพราะงานที่ทำอยู่เดิมต่อให้ฉันทำงานทั้งวันทั้งคืนก็คงจะได้เงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการฝากความหวังไว้ที่ศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อหวังว่าจบออกมาจะได้งานทำที่พอเลี้ยงดูครอบครัวได ้ ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ต้องเรียนอยู่ในศูนย์ฝึกอาชีพ แม้ไม่ได้ลำบากทางกาย แต่ก็นับว่าลำบากใจอย่างมากที่ไม่มีเงินส่งเสียทางบ้านและลูก แต่ถึงอย่างไรก็บอกกับตัวเองว่า เราต้องอดทนจนกว่าจะเรียนจบ และในที่สุดความอดทนก็เป็นผลเมื่อฉันสำเร็จหลักสูตรอย่างที่ตั้งใจไว้ ฉันเริ่มต้นงานใหม่ มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม มีเงินเดือนมากขึ้นพอที่จะเลี้ยงลูกทั้งสองคนและส่งเสียทางบ้าน อีกส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ส่วนตัวและฝากเข้าบัญชีประจำสำหรับใช้ในอนาคตฉันได้ทำงานในโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งในพัทยา ในตำแหน่ง Spa Therapist ซึ่งหลายคนอาจจะพอคุ้นเคยอยู่บ้าง แลกกับเงินเดือนที่ได้รับเพียง 3,000 บาทต่อเดือน และไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำเหมือนแผนกอื่น ไม่มีสวัสดิการอื่นใดเลยนอกจากอาหาร 3 มื้อที่ทางโรงแรมมอบให ้ แต่ด้วยทิปที่ได้จากลูกค้าแล้ว พนักงานที่ทำงานในตำแหน่งนี้จะรู้ดีว่า ได้รัับมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน หรือบางเดือนได้รับมากกว่าพนักงานที่จบปริญญาโทเสียอีก ด้วยหน้าตาและผิวพรรณของฉัน ทำให้ฉันเป็นที่ถูกใจลูกค้าชาวยุโรปและชาวต่างชาติ ประกอบกับฝีมือในการนวดที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และองค์ประกอบอีกอย่างคือ นี่เป็นงานที่ฉันรัก ทุกครั้งที่ได้ทำงานฉันรู้สึกมีความสุขมากที่ได้มอบบริการที่ดีแก่ลูกค้า […]

ความฝันสุดท้าย …ของน้องติ๊ก

ความฝันสุดท้าย…ของน้องติ๊ก – แดดยามเช้าทอแสงเรืองรองกระทบใบหญ้าเขียวชอุ่มที่รายล้อมอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ของโรงพยาบาล ฉันรีบสาวเท้าเข้าไปในตัวอาคารเพื่อให้ทันนัดหมาย วันนี้ฉันมีนัดกับคนไข้เด็กที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งอยู่ในโปรแกรมการดูแลของทีม เราจะไปถวายสังฆทานที่หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ เป้าหมายของการทำบุญในวันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจคนไข้เด็กมะเร็งและพ่อแม่ เพื่อให้พวกเขามีพลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมจะต่อสู้หรือเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา “ไหน ๆ ก็มากันแล้ว ฟังเทศน์ก่อนแล้วค่อยกลับนะโยม… “ในโลกของความเป็นมนุษย์นั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ความพลัดพรากเป็นของธรรมดา โยมเคยเห็นต้นมะม่วงไหม มะม่วงดิบร่วงก่อนมะม่วงสุก ดอกมะม่วงร่วงก่อนที่จะเป็นผล เพราะฉะนั้น หากเด็กจะตายก่อนผู้ใหญ่ก็ไม่แปลก ขอให้พึงระลึกนึกถึงตัวเราเองว่า วันหนึ่งก็ต้องร่วงไปเหมือนกับผลและดอกของมะม่วงเช่นเดียวกัน” คำสอนของพระในวันนี้ได้สะกิดย้ำเตือนพวกเราว่า สังขารทั้งหลายต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตาย และความตายนั้นไม่เลือกเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา ขณะเดินกลับบ้าน ฉันนึกถึงคนไข้เด็กคนหนึ่งชื่อ “น้องติ๊ก”…ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขณะนั้นน้องติ๊กมีอายุเพียงแค่ 4 ขวบ แม่พามาพบหมอด้วยอาการไข้และซีดเรื้อรัง โดยไม่ทันคาดคิดว่าเด็กอายุเท่านี้จะเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็ง “จากการตรวจเลือดพบว่ามีเซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดในร่างกายที่มากผิดปกติ และเมื่อตรวจการทำงานของไขกระดูกอย่างละเอียด ทำให้หมอแน่ใจว่าน้องเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว” น้ำเสียงนุ่มนวลของหมอช่วยให้ผู้ฟังค่อย ๆ ตั้งสติได้บ้าง แต่กระนั้นหยดน้ำตาของคนเป็นแม่ก็ไหลอาบแก้ม เมื่อรวบรวมสติได้ เธอก็บอกกับตัวเองว่าต้องสู้ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะมะเร็งร้ายในร่างกายลูกให้ได้ […]

…แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่…

แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่ – เคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหมคะ ในเวลาที่เราเหนื่อย อ่อนล้า ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ คนแรกที่เราคิดถึงคือใคร ในทุกๆ วันฉันมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งต่างๆ มากมาย มีงาน มีเพื่อน มีสังคม สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามสภาพท้องฟ้าอากาศและอารมณ์ แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ฉันนอนป่วยเป็นไข้หวัด นอนซมไม่มีเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ไร้คนดูแล ทำให้ฉันหวนคิดถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ในยามที่ฉันป่วย เมื่อถึงเวลาอาหารจะมีผู้ชายรูปร่างผอมสูงถือชามโจ๊กที่เพิ่งทำสดๆ ร้อนๆ จากเตาเดินเข้ามา พร้อมกับยาที่แสนจะกลืนยากเสียเหลือเกิน ชายผู้นั้นคือคุณพ่อของฉันเอง คุณผู้อ่านรู้ไหมคะ โจ๊กชามนั้นเค็มมาก (รสชาติยังติดปากฉันจนถึงทุกวันนี้) มันเป็นโจ๊กสำเร็จรูป วิธีทำแสนง่าย แต่เพราะความที่กลัวคุณค่าทางอาหารจะหายไป คุณพ่อจึงเติมน้ำลงไปในปริมาณน้อย ทุกอย่างยังคงคุณค่าของความเค็มไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ฉันก็ทานโจ๊กชามนั้นจนหมด คุณพ่อคงคิดว่า ฉันชอบโจ๊กชามนั้นมากๆ (ซึ่งจริงๆ ก็ชอบ แต่มันเค็มไปหน่อยนะคะคุณพ่อขา) พอฉันป่วยทีไร ฉันจะได้ทานโจ๊กเค็มๆ ของพ่อทุกครั้งไป ในเวลาที่ฉันรู้สึกเหนื่อยใจไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ฉันจะนึกถึงเพื่อนหรือคนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน เพราะมีความรู้สึกว่าเราน่าจะคุยกันรูเ้ รื่องมากกว่า แต่คุณรู้ไหม ฉันคิดผิด ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่เข้าใจฉัน และรับฟังฉันได้ในทุกเรื่องคือคุณพ่อคุณแม่ของฉันนั่นเอง เราต่างคิดกันไปว่า ท่านเป็นผู้สูงวัย […]

เจอ “เทวดา” ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์

ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์ – หลังจากออกพรรษาและได้ไปร่วมงานทอดกฐินของวัดสาขาต่าง ๆ แล้ว ทั้งพระและเณรต่างก็ใจจดใจจ่ออยู่กับการเดินธุดงค์ รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย 1 ข้าพเจ้าจะคอยแวะเวียนไปถาม พระอาจารย์อ๊อด ผู้นำทางในการเดินธุดงค์ครั้งนี้ว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง ระหว่างทางจะเจออะไรบ้าง ตอนกลางคืนจะปักกลดกันที่ไหน และต้องปฏิบัติตัวกันอย่างไร พระอาจารย์อ๊อดก็ได้แต่บอกว่า เมื่อได้ออกธุดงค์แล้วก็จะรู้เองว่าต้องทำอย่างไร 2 เสียงไก่ขันพร้อมกับเสียงครกกระเดื่องตำข้าวดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าใกล้เช้าแล้ว แต่ข้าพเจ้าตื่นก่อนเสียงนั้น เพื่อทำวัตรเช้าและทำความเพียรดังคำสอนของท่านพระอาจารย์ ชา สุภทฺโท คือ “ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ” 01 จิตใจตอนนี้รู้สึกเหมือนเด็ก ๆ ที่รู้ว่าจะได้ไปเที่ยวกับครอบครัว ข้าพเจ้ามองไปรอบ ๆ กุฏิเหมือนว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ขณะเดินบิณฑบาต จิตก็ปรุงแต่งเรื่องการเดินธุดงค์ คิดว่าเวลาไปเดินธุดงค์จะทำอย่างไร จะมีญาติโยมมาใส่บาตรไหม ถ้าไม่มีจะทำอย่างไร จะอดตายไหม จิตมันคิดวุ่นวายไปหมด 3 หลังจากฉันภัตตาหารเสร็จ ก็จัดการเก็บเอาบริขารต่าง ๆ ใส่ลงไปในบาตร กราบพระประธาน กราบครูบาอาจารย์ แล้วการเดินธุดงค์ก็เริ่มขึ้น ณ วินาทีนั้น เรื่องเล่าต่าง ๆ ที่ได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับการธุดงค์จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราไม่รู้ […]

บุญมากหรือบาปน้อย วัดผลได้จากอะไร – ประสบการณ์ธรรมะจากผู้อ่าน

บุญมากหรือบาปน้อย – บางครั้งทำน้อยแต่บาปมาก บางคราทำมากแต่ได้บุญน้อย มีเกณฑ์อะไรในการตัดสิน คำถามแบบนี้ละเอียดอ่อนและตอบยากมาก ๆ คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีหนึ่ง ผมเคยเข้าร่วมกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ระหว่างคืนนั้นมีพระอาจารย์หลายท่านสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นบรรยายธรรม แต่มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งทำให้ผมตื่นจากความง่วงได้ด้วยการเสนอทฤษฎี “บาปมากหรือบุญน้อย  จะใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานในการวัดผล” ระหว่างการบรรยาย พระอาจารย์มีแผนภูมิและภาพประกอบอย่างน่าสนใจ พระอาจารย์เริ่มยกตัวอย่างแรกว่า หากเรากินกล้วยแล้วทิ้งลงบนทางเท้า แล้วคนอื่นเดินมาเหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มหัวฟาดพื้นตาย เปรียบเทียบกับอีกกรณี เราเห็นคู่อริของเราเดินบนทางเท้าตามหลังเรามา แล้วเราขว้างเปลือกกล้วยไป โดยจงใจให้คู่อริลื่นล้มหัวฟาดพื้นตาย สองกรณีนี้แบบไหนบาปมากกว่ากัน เริ่มแรกต้องมาคำนวณกันก่อนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ทั้งสองกรณีนี้ผลกระทบคือ มีคนตาย 1 คนเหมือนกัน คราวนี้ก็ต้องมาพิเคราะห์กันต่อในเรื่องของ เจตนาและการจงใจให้เกิดขึ้น แบบนี้ก็จะได้ผลออกมาชัดเจนว่า กรณีแรกไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร แต่บังเอิญมีคนมาเหยียบเปลือกกล้วยของเราแล้วฟาดพื้นตาย ส่วนกรณีที่สองมีเจตนาที่จะให้คู่อริลื่นล้มด้วยเปลือกกล้วยที่เราขว้างไป แม้เราอาจไม่ได้อยากให้ถึงตายก็ตาม หากเปรียบด้วยจิตสำนึกสามัญแล้วก็เป็นอันชัดเจนว่า กรณีที่สองย่อมบาปมากกว่า แค่เรื่องนี้ก็ทำให้ผมอุทานเบา ๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจแล้ว แต่มืออาชีพอย่างพระอาจารย์ไม่มีทางมีแค่ตัวอย่างเดียว พระอาจารย์ยกตัวอย่างที่สองต่อว่า ลองเปรียบเทียบอีกที เหตุการณ์แรก เราวางแผนโกงเงินบริษัทที่เราทำงานอยู่แล้วได้เงินไปจำนวน 100,000 บาท ส่วนเหตุการณ์ที่สอง เราวางแผนโกงที่ของคุณยายแก่ ๆ คนหนึ่ง ได้เงินไป 100,000 บาทเท่ากัน […]

ชีวิตคุณ…เลือกได้ : เรื่องเล่าประสบการณ์ใช้ธรรมะช่วยรักษาโรคซึมเศร้า

ชีวิตคุณ…เลือกได้ – หม่าม้าเคาะประตูเรียกฉัน ซึ่งในขณะนั้นนอนซมเป็นผีตายซาก ความรู้สึกห่อเหี่ยวใจส่งผลให้ร่างกายดื้อแพ่งไปด้วย ฉันสองจิตสองใจจะเปิดไม่เปิดดี แต่ด้วยความอยากหายจากภาวะนี้ จึงเปิดรับภาวะที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดแต่เรื่องแย่ ๆ ที่เคยประสบมาถึง 26 ปี มันมะรุมมะตุ้มเข้ามาในหัวจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ปวดหัว เบลอ ไม่มีแรงทำอะไรทั้งนั้น หม่าม้าเข้ามาข้างเตียงมาลูบหัวพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ ต้องสู้ ไป ออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ซะ” ฉันไม่มีแรงจะหนีไปไหน เพราะปิดประตูล็อกตัวเองจากโลกภายนอกมา 3 วันแล้ว ไม่อยากเจอใคร ไม่มีแรงลุก ไม่เปิดให้ใครเข้ามา จนสุดท้ายก็ยอม เพราะไม่อยากตายแบบนี้ และคิดว่าถ้าตายไปคงได้ตกนรกแน่ ๆ เพราะรู้มาว่าจิตที่เศร้าหมองแบบนี้คงไม่ได้ไปดี หม่าม้ารีบลากฉันออกจากเตียงโดยมีน้องชายมาช่วย และพาฉันไปโรงพยาบาลจนได้ สุดท้ายฉันก็ดีขึ้นด้วยการรักษาทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกฉันต้องไปพบจิตแพทย์ ส่วนทางธรรมก็ปฏิบัติธรรมควบคู่กันไป ตอนไปโรงพยาบาลฉันไม่ชอบเลย เพราะรอบแรกต้องเล่าเรื่องตัวเองให้หมอฟัง รอบสองต้องมาเล่าให้นักศึกษาแพทย์ฟังอีก เล่าสองรอบก็ร้องไห้สองรอบ ตอกย้ำความคิดที่ทำให้เราเจ็บช้ำเข้าไปอีก สรุปหมอบอกเป็นโรคซึมเศร้า และให้ยามากิน ระหว่างนั้นฉันไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน สภาพแวดล้อมบรรยากาศการสอนของแม่ชี เรียกสติฉันคืนมา ฉันได้ตื่นตี 4 ฝึกโยคะ […]

มุกตลกของคุณตา กับสัญญาขนมหวาน : เรื่องจากผู้อ่าน Secret

มุกตลกของคุณตา กับสัญญาขนมหวาน – “คุณยายคะ  เดือนหน้าจะมีวันครบรอบทั้งวันเกิดและวันเสียของคุณตา  เราจะทำบุญให้คุณตาทั้งสองวันเลยดีไหมคะ” ฉันถามคุณยายเมื่อจะถึงวันครบรอบหนึ่งปีของการจากไปของคุณตา  คุณยายจึงอธิบายให้ฟังว่า   สำหรับคนที่ตายไปแล้วนั้นจะทำบุญให้เฉพาะครบรอบวันตายวันเดียวเท่านั้น แต่ฉันฟังแล้วกลับคิดในใจว่า   อยากทำบญุ ให้คุณตาในวันเกิดมากก่า   เพราะรู้สึกมีความสุขกว่าวันครบรอบวันตายตั้งเยอะ การทำบุญของฉันก็ไม่มีอะไรมาก  นอกจากซื้อขนมที่คุณตาชอบมาตักบาตรตอนเช้าให้ท่านเท่านั้นเอง  ซึ่งฉันก็ตักบาตรให้ท่านระหว่างปีตามโอกาสอยู่แล้ว ตอนที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านคุณตานั้น  ท่านอายุประมาณเจ็ดสิบกว่า ๆ แล้ว  ต้องเรียกว่าท่านเป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีมากคนหนึ่ง  ในอดีตคุณตาเป็นนักกีฬาหลายประเภท  ตั้งแต่นักกอล์ฟทีมชาติ (ในสมัยที่กีฬากอล์ฟ ยังไม่ค่อยมีคนเล่นมากมายเหมือนตอนนี้)  นักกีฬาปิงปองของที่ทำงาน  นักกีฬาเทนนิส  และยังมีกีฬาอื่น ๆ อีกมาก จนหลาน ๆ นำมาล้อกันว่าอะไรที่เป็นลูกกลม ๆ คุณตาครองแชมป์มาหมดแล้วทั้งสิ้น ลักษณะเฉพาะที่ทำให้คุณตาเป็นที่รักของทุกคนก็คือ มีคารมในการสนทนาและมุกตลกขั้นเทพมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ  แม้เมื่อสูงวัยขึ้นท่านจะทำอะไรช้ากว่าเดิมมาก  แต่ความเร็วในการคิดมุกตลกยังไม่ตกเลย  เช่น  วันหนึ่งเราพาคุณตานั่งรถออกไปกับครอบครัว  พอรถผ่านสี่แยกสวนรื่นฤดี ท่านก็เปรยกับคนที่นั่งมาในรถด้วยกันว่า “ผ่านมาแถวนี้ให้ระวังหน่อยนะ  อาจหกล้มได้ง่าย ๆ” พวกเราเมื่อฟังแล้วก็คิดใหญ่ว่าท่านหมายถึงอะไร สักพักคุณยายก็หัวเราะในลำคอ (คงเป็นคนเดียวที่คิดตามทัน) ก็แถวนี้เรียกกันสั้น ๆ […]

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our readers

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our reader 13 ในโลกนี้มีอยู่ 2 สถานภาพที่มนุษย์เราไม่พึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง อย่างแรกคือ ผู้ป่วย การที่คนเราต้องเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น มะเร็ง ไตวาย หัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เอดส์ หรือการที่ร่างกายต้องพิการจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง 0 สถานภาพที่สองคือ การเป็นนักโทษในเรือนจําหรือผู้ต้องขัง เพราะการถูกคุมขังในคุกไร้อิสรภาพนั้นถือเป็นหายนะที่สุดแสนจะทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเป็นที่สุด ในวันที่ชีวิตผมแพ้กิเลสตระกูลโลภะแล้วต้องมาใช้กรรมรับโทษอาญาแผ่นดินในเรือนจํากลางขอนแก่นนั้น ทําให้ผมหวนนึกถึงคําสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศ 6 00 ในวันที่ต้องเดินเข้าคุก ชีวิตของผมดูจะหายไป 4 ทิศ คือ ทิศเบื้องซ้าย ไม่มีเพื่อนฝูงเหลือเลย ทิศเบื้องหลัง ภรรยาก็หย่าและมีสามีใหม่ ทิศเบื้องขวาก็ไม่มีใครให้คําปรึกษาอะไรอีกแล้ว ส่วนอดีตลูกน้องทั้งหลายก็ไม่มีใครยอมติดต่อเป็นคนรู้จักกันอีกต่อไป ชีวิตผมเหลืออยู่ 2 ทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า บิดามารดาที่ให้โอกาสและอภัยให้ลูกเสมอ กับทิศเบื้องบนคือพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด 1 เมื่อต้องติดคุกใช้กรรม ผมจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้า คําสอนที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ให้ละชั่ว ทําดี […]

keyboard_arrow_up