พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม… ปล่อยวางในสิ่งที่เกินพยายาม

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม…ปล่อยวางในสิ่งที่เกิน พยายาม ฉันเป็นหนี้บุญคุณมดตัวหนึ่งอย่างมาก ถึงขั้นต้องคารวะเรียกว่า อาจารย์อย่างเต็มหัวใจ เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเดินจงกรมตามรู้กาย – ใจอยู่ ทันใดนั้นก็เกิดความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่บริเวณไหล่ขวา ตอนแรกคิดว่าเป็นความรู้สึกทางกายคล้ายมดกัดมากกว่าจะเป็นมดกัดจริงๆ เผลอสติชั่วขณะเอื้อมมือไปหวังจะเกาให้ถูกที่คัน แต่ทันทีที่มือสัมผัสกับร่างเล็กจิ๋วนั่นสติก็ร้องบอกว่า “เฮ้ย! นี่มันมดจริงๆ นี่หว่า” ฉันรีบยั้งมือทันก่อนที่จะบี้มดตัวนั้นตาย เจ้ามดตัวน้อยคงรู้ได้ถึงภัยร้ายที่กำลังคุกคาม แม้ฉันจะหยุดยั้งไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มันจึงตั้งใจกัดไหล่ขวาของฉันต่ออย่างเต็มเหนี่ยว ฉันก็ตามรู้กายที่กำลังถูกมดกัด รู้ถึงความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่กาย และรู้ใจตัวเองว่าเฉยๆ สบายๆ พร้อมกับคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงไป แต่เปล่าเลย นอกจากไม่ไปแล้ว หลังจากพักเหนื่อยไปอึดใจหนึ่ง มันก็เริ่มกัดฉันแบบจมเขี้ยวเป็นคำรบที่สอง ฉันก็เอาใจตามดูมันไป ดูซิมันจะทำอย่างไรต่อ ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรำคาญอะไร แค่อยากรู้ก็ดูไปเฉยๆ เมื่อพักเหนื่อยเสร็จไปอีกยก พอระฆังตียกที่สาม เจ้ามดก็ขึ้นสังเวียนชกไหล่ขวาฉันที่เดิมอีกอย่างเต็มแรง พอถึงยกนี้ฉันเริ่มรู้สึกนับถือในความเพียรพยายามของมันแล้วนะเนี่ย นี่มันกะจะกัดฉันให้ตายเลยหรือไงนะ ยกที่สี่ยกที่ห้าตามมา ฉันเริ่มเชื่อแล้วละว่ามดตัวนี้ต้องถือคติประจำใจว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แหงๆ ความรู้สึกเอ็นดูปรากฏขึ้นในใจ ประกอบกับเกรงว่ามันจะกัดฉันจนเหนื่อยตายไปเองเสียเปล่าๆ ไอ้เราก็รู้สึกแค่เนี้ย เจ็บแค่มดกัด จึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้อง ถอดเสื้อออกมาดู เห็นมันกำลังเอาหัวปักฝังเขี้ยวเสียมิดจนก้นกระดกอยู่ที่เดิมเป็นยกที่แปด ฉันเลยค่อยๆ […]

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข

แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข ความรู้สึกในวันแต่งงานของผมก็คงจะเหมือนกับของคนอื่นๆ คือรู้สึกเป็นสุขว่าเราเป็นแชมป์ เป็นผู้ชนะคู่แข่งขันอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันแต่งงานคือวันคาดเข็มขัดแชมป์บนเวทีชีวิตท่ามกลางสักขีพยานมากมาย วันแต่งงานคือวันประกาศให้พ่อแม่ พี่น้อง ญาติและเพื่อนฝูง ตลอดจนชาวบ้านทั่วไปรู้ว่าเราคือผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วนะ เราเป็นพระเอกที่สามารถพิชิตหัวใจนางเอกได้สำเร็จ เราภูมิใจที่พ่อแม่นางเอกยอมรับและยกลูกสาวสุดที่รักที่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาตั้งแต่ในท้องจนเป็นสาวให้เรา วันแต่งงานเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต (ขณะนั้น) แม้จะมีเสียงนกเสียงกาออกมาบ้าง เช่น เป็นวันสูญเสียอิสรภาพครั้งใหญ่ในชีวิตบ้าง คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าบ้าง หรือถ้าแกฆ่าคนตายติดคุกอย่างดีก็แค่ 20 ปี แต่วันแต่งงานเป็นวันที่แกเริ่มติดคุกวันแรกไปตลอดชีวิต (ของข้างใดข้างหนึ่ง) ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ พวกที่บอกว่าจะอยู่กันยืดยาวได้สักแค่ไหน ในเมื่อทั้งคู่มีความแตกต่างกันเกือบทุกอย่าง ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า ความแตกต่างหลายอย่างที่ว่านั้นไม่ใช่อุปสรรคของการครองรักครองเรือนอย่างมีความสุขแต่อย่างใด ผมยอมรับและกลับไปสำรวจตัวเองก็พบความจริง ดังนี้ ความแตกต่างอย่างแรกคือครอบครัว ครอบครัวของผมเป็นไทยแท้แต่โบราณ อยู่กับดินโคลน ทำนา ปลูกข้าว สาบกลิ่นตัวและกลิ่นขี้ควายได้ดมจนชินชาเป็นว่าหอม ผมมีพี่น้องท้องเดียวกัน 12 คน ส่วนครอบครัวของภรรยานั้น เตี่ย – ตาและมาม้า – ยายของผมเป็นลูกคนจีนโพ้นทะเลที่มาเกิดในเมืองไทยทั้งสองท่าน ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการค้าขายของชำ น้ำชากาแฟ ขนมไทยและจีนที่รับจากแม่ค้ามาอีกต่อหนึ่ง ครอบครัวนี้มีพี่น้อง 7 คน […]

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต หลังจากที่ฝนตกติดต‹่อกันมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็ถึงวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง นาฬิกาขŒ้อมือบอกให้Œรู้Œว่‹าขณะนี้เป็šนเวลาใกล้Œเที่ยงแล้วŒ แต‹่ผูŒ้เขียนกลับไม่‹รู้Œสึกหิวเลยแม้Œแต‹่นŒ้อย และเดินไปที่ชั้นหนังสือ (เก่‹า) เลือกหยิบนิตยสาร Secret ฉบับที่ 21 เล่‹มวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มาอ่า นเพื่อเรียกน้ำย่‹อย หลังจากเปิดดูสารบัญก็พลิกหนŒ้ากระดาษอย่างรวดเร็วไปที่หน้าŒ 68 หัวข้อŒเรื่องคือ “รสชาติของชีวิต” ขึ้นอ่านเป็นลำดับแรก หลังจากอ่านจบ ผู้เขียนเกิดแรงจูงใจอย่างหนึ่งทำให้อยู่เฉยไม่ได้ ต้องหยิบปากกาและกระดาษมาวาดเป็นตัวหนังสือเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ในสมัยวัยรุ่นที่สอบเอนทรานซ์ไม่ติดมาเล่าสู่กันฟัง เพราะผู้เขียนเชื่อว่า หลังจากการประกาศผลการสอบเอนทรานซ์ในแต่ละปีจบลง ย่อมต้องมีผู้ผิดหวังเสียใจมากกว่าผู้ดีใจอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการสนับสนุนหัวข้อดังกล่าวที่ท่านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ ท่านได้เขียนไว้ มีความตอนหนึ่งว่า “ความอดทนแม้จักขมขื่น แต่รสชาติมักจะหวานชื่นเสมอ” ว่าเป็นเรื่องจริงที่มีตัวเราเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จนั้นๆ ย้อนไปเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ผู้เขียนทั้งนั่งและนอนร้องไห้อยู่กับความเสียใจ หลังจากที่มองไม่เห็นรายชื่อตัวเองติดอยู่ที่บอร์ดในฐานะผู้สอบเอนทรานซ์ติด ในช่วงเวลานั้นนอกจากความเสียใจแล้วยังมีความรู้สึกเคว้งคว้างเข้ามาปะปนอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานาว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนดี พอเรียนจบมาแล้วจะมีงานทำหรือเปล่า เพราะในสมัยนั้นผู้เขียนมีความเชื่อว่า ถ้าเราจบจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เราถึงจะมีงานดีๆ ทำ เพื่อนๆ หลายคนที่สอบไม่ติดต่างพากันไปซื้อใบสมัครของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และด้วยความมีน้ำใจจึงไม่ลืมที่จะซื้อมาฝากผู้เขียนด้วยชุดหนึ่ง […]

เงินทองกับความสุข

เงินทองกับความสุข – เรื่องของเศรษฐีใหญ่ที่ปรารถนาจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลก เราท่านทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนควรตระหนักรู้Œถึงสิ่งที่เรียกว่‹าเงิน ว่‹าจะใชŒ้อย่‹างไรเงินนั้นจึงจะทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้อŒง รู้จักที่จะใช้Œเงินในทางที่เกิดประโยชน์คุณค‹่าที่แท้Œจริงตามอย่‹างสมมุติ อย่าให้กิเลสลากพาเอาภาษาโลกมาต่อต้านกับภาษาธรรมในทางที่ว่า หากไม่ทำอะไรแล้วคนทั้งโลกคงอดตาย นั่นเหมือนไส้เดือนกลัวดินหมด ปลากลัวไม่มีน้ำให้อาศัย นกกลัวไม่มีฟ้าให้โบยบิน ธรรมะคือหน้าที่ ทำการงานเลี้ยงชีพด้วยใจที่เย็น เบิกบาน สะอาด สว่าง บริสุทธิ์ จะทำงานหาเงินได้มากและใช้จ่ายไปในทางที่มีประโยชน์ อย่าใช้เงินไปตามเรื่องกิน กาม เกียรติ คนมีปัญญา เมื่อพายเรือถึงฝั่งก็จอดเรือไว้ตรงนั้น ไม่ต้องแบกหามขึ้นฝั่งอีกต่อไป ที่สุดจะเกิดปัญญาที่ว่า เงินนั้นไม่ใช่ของเรา แม้แต่ตัวเรานี้ก็ยืมโลกมาทั้งสิ้น เมื่อถึงเวลาก็ต้องคืนให้โลก หากคลายความยึดมั่นได้จนถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่มีตัวกู ของกู ที่จะต้องใช้เงินอีก สมมุติเรื่องเงินย่อมหมดไป จะขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่องค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่นับถือของคนจำนวนมาก หนึ่งในคนที่นับถือท่านนั้นคือเศรษฐีใหญ่ของจังหวัดชื่อ เจ้าสัวเฮง นายเฮงเป็นคนที่รวยและมีชื่อเสียงมาก อีกทั้งยังเล่นการเมืองมาโดยตลอด แกสนใจศาสนาแบบที่ว่า วัดไหนพระเครื่องดัง ศาลไหนไหว้เจ้าแล้วเฮงตามชื่อของแก ชาวบ้านมักรู้จักกันว่าเจ้าสัวเป็นคนธรรมะธัมโม ทั้งๆ ที่นายเฮงไม่เคยแม้แต่จะฝึกวิปัสสนากรรมฐานแต่อย่างใด แกมักจะไปทำบุญถวายปัจจัยเสมอ โดยขอพรว่า “ขอให้ผมรวยยิ่งขึ้นๆ รวยที่สุดตลอดกาลด้วยเถิด จะได้มีความสุขเยอะๆ” แกทำอย่างนี้ของแกมาเรื่อย ก็มีแต่เจริญรุ่งเรืองดี อยากได้อะไรก็มีเงินซื้อ อยากไปเที่ยวต่างประเทศก็ได้ไป แต่ก็ไม่วายที่จะเบื่อ […]

จมทุกข์ – เมื่อเธอเพิ่งรู้ว่าธรรมะช่วยเยียวยาความทุกข์ได้

จมทุกข์ – เมื่อเธอเพิ่งรู้ว่าธรรมะช่วยเยียวยาความทุกข์ได้ โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์ ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์ สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง 5 เป็นตัวทุกข์   พระอาทิตย์สีส้มกลมสุกกำลังจะลาลับยอดเจดีย์สถานที่เบื้องหน้าพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน ลมพัดเอื่อยๆ ให้คลายความอบอ้าวของเดือนเมษาฯ เหล่าอุบาสก – อุบาสิกาพากันเปล่งเสียงสวดมนต์ทำวัตรเย็นอย่างพร้อมเพรียงบนผืนหญ้าข้างสระน้ำขนาดใหญ่ เมื่อเสียงระฆังสิ้นสุดลง ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ เหมือนเมื่อสามวันก่อน ฉันเข้าใจว่าชุดสีขาวที่เหล่าอุบาสก – อุบาสิกานุ่งห่มอยู่นี้ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจของฉันให้รู้สึผ่อนคลายลงจนรู้สึกได้ถึงความสงบล้ำลึกอย่างประหลาดที่ผุดขึ้นกลางใจในบางครั้งบางคราว ประกอบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเนิบช้าของผู้คนที่วัดแห่งนี้ช่างแตกต่างกับชีวิตประจำวันของฉันในเมืองใหญ่ที่เพิ่งจากมา ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดี ความเอื้ออาทรอย่างจริงใจที่เหล่าผู้ปฏิบัติธรรมมีต่อคนแปลกหน้าอย่างฉันราวกับเป็นญาติพี่น้อง เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ฉันไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในการมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ แม้จะเพิ่งมาเพียงลำพังเป็นครั้งแรก เย็นวันนี้ก็คล้ายกับทุกๆ วันที่ผ่านมา ฉันสวดมนต์เป็นภาษาบาลีสลับกับคำแปลพร้อมกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมนับร้อย แต่ทว่าเมื่อมาถึงบทสวดสังเวคปริกิตตนปาฐะ ความรู้สึกสะท้อนสะเทือนใจที่ยากจะอธิบายได้ก็แล่นเข้ามา พร้อมภาพบางภาพที่ผุดขึ้นมาในการรับรู้สลับกับการสวดมนต์ นาทีนั้นภาพเก่าในอดีตเมื่อหลายปีก่อนค่อยๆ […]

ซอยนี้มีรถเยอะ – อุทธาหรณ์สอนใจให้คลายความหงุดหงิดตั้งมั่นในสมาธิ

ซอยนี้มีรถเยอะ – อุทธาหรณ์สอนใจให้คลายความหงุดหงิดตั้งมั่นในสมาธิ บ้านผมเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว ตั้งอยู่ในซอยที่มีรถราวิ่งแล่นเข้าออกบ่อยครั้ง เสียงรถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รบกวนโสตประสาทเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเวลาหลับกับเวลาดูโทรทัศน์ เสียงที่ได้ยินทำให้ผมตัดขาดจากกิจกรรมที่กระทำอยู่ เพราะความรู้สึกโกรธแล่นเข้าสู่จิตใจจนผมรำคาญ นอนต่อไม่ได้ รวมทั้งฟังเสียงโทรทัศน์ได้ไม่ต่อเนื่อง ทำให้พลาดส่วนสำคัญไป ไม่ใช่เพียงผมที่รู้สึกเช่นนี้ คนรอบข้างเป็นเหมือนกันหมด แต่อาจร้ายแรงกว่าคือ มีถ้อยคำด่าพ่วงมาด้วย หลายๆ ครั้งที่รู้สึกโมโหกับเสียงกวนประสาทที่ดูเหมือนว่าจะเข้ามาก่อกวนหัวใจถี่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งผมก็คิดได้ว่า เจ้าของรถยนต์รวมทั้งจักรยานยนต์คงไม่มีใครตั้งใจกลั่นแกล้งพวกเราหรอก ทุกคนหวังเพียงต้องการใช้เส้นทางไปสู่จุดหมายก็แค่นั้น แล้วไยผมต้องรู้สึกเจ็บปวดทุรนทุรายเมื่อมีเสียงรบกวนโสตประสาททุกครั้งไป จากนั้นผมก็ตั้งสติใหม่ โดยมีคนรอบข้างเป็นกระจกส่องให้มองเห็นความจริง พอมีเสียงรถยนต์มาขณะดูโทรทัศน์ เสียงด่าของคนใกล้ตัวดังขึ้นพร้อมกดปุ่มเร่งเสียงโทรทัศน์ดังแข่งกับเสียงรถ สรุปแล้วไม่มีใครฟังรู้เรื่อง เพราะมัวไปรู้สึกขุ่นเคืองโกรธแค้นชั่วขณะหนึ่ง และกดปุ่มเร่งเสียงอีกขณะหนึ่ง ส่งผลให้ช่วงเวลานั้นไม้ได้จดจ่อกับโทรทัศน์ตรงหน้า ในขณะที่รายการที่สนใจก็เคลื่อนผ่านไปไม่หวนมาอีก ครั้งต่อมาผมพยายามเตือนสติตัวเองให้รู้ตัวว่า หากมีเสียงดังรบกวนจะไม่อารมณ์เสีย ปรากฏว่าผมทำได้ดีขึ้น ตอนแรกอาจจะหันไปจดจ่อกับเสียงภายนอก แต่พอรู้ตัวก็ถอนตัวกลับมาจดจ่อจอโทรทัศน์ ผมสามารถรับรู้เรื่องราวจากโทรทัศน์ปะติดปะต่อได้บ้าง ดีกว่าขาดช่วงไม่รู้เรื่องแบบครั้งก่อน หลายเดือนผ่านไป ผมมีเรื่องให้สนใจครุ่นคิดเยอะแยะ จึงไม่ได้ใส่ใจประเด็นเสียงรบกวนโสตประสาทเหล่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีแบบทดสอบเข้ามาสู่ชีวิต ในขณะที่ผมกำลังชมฉากสำคัญของละครนั่นเอง ผมก็รู้สึกมีสมาธิมากจนปล่อยให้เสียงดังจากรถบรรทุกหายไป ไม่ได้รบกวนหรือดึงความสนใจจากผมไปจนไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของตัวละครในโทรทัศน์เหมือนที่ผ่านๆ มา ความประหลาดเกิดขึ้นกับผม รู้สึกราวกับว่ามองเห็นตัวเองในทุกขณะ ตั้งแต่เสียงดังนั้นเข้ามาในระยะที่ได้ยิน จิตใจรับรู้ว่ากำลังมีบางสิ่งรบกวน เสียงดังใกล้เข้ามาชัดขึ้นๆๆ หูได้ยิน […]

ในทุกข์… มีสุขเสมอ – ประสบการณ์สูญเสียที่ทำให้เห็นสัจธรรมชีวิต

ในทุกข์… มีสุขเสมอ – ประสบการณ์สูญเสียที่ทำให้เห็นสัจธรรมชีวิต ในเวลาที่มีความทุกข์ คนเรามักจะมองโลกในด้านเดียวเสมอ คือด้านร้าย เรามักจะเฝ้าถามตัวเองด้วยคำถามซ้ำๆ ว่า ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเรา ทำไมต้องเป็นเรา จนลืมไปว่า ในเวลาที่เราทุกข์ใจแสนสาหัสนั้น ยังมีสิ่งอื่นๆ ให้เราได้เรียนรู้อีกมากมาย…รวมทั้งความสุข เรื่องที่ฉันจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันเอง… ประมาณห้าปีก่อน ทุกคนในครอบครัวได้รับข่าวดีจากพี่สาวและพี่เขยของฉันว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่ ขณะนั้นพี่นิว พี่สาวของฉันซึ่งแต่งงานได้ประมาณสามปีตั้งครรภ์อ่อนๆ พวกเราดีใจกันมาก เพราะนี่เป็นหลานคนแรกของบ้านฉันและบ้านของพี่เขย แต่พอตั้งครรภ์ได้ประมาณห้าเดือน พี่นิวเริ่มมีอาการผิดปกติ เริ่มจากหน้าบวม เวลานอนจะหายใจไม่สะดวก รู้สึกแน่นที่คอบ่อยๆ แต่เมื่อไปตรวจกับแพทย์ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคใด ต่อมาอาการที่เป็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พี่นิวหน้าบวมมากขึ้น และเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้น พี่นิวบอกกับฉันว่า เวลานอนจะนอนไม่ได้เลย รู้สึกเหมือนโดนบีบคอ หายใจไม่สะดวก ต้องลุกขึ้นมานั่งทุกคืน พี่นิวจึงตัดสินใจไปตรวจกับแพทย์อีกครั้ง ครั้งนี้แพทย์ที่ดูแลส่งตัวไปเอกซเรย์ปอด แล้วพบสิ่งที่น่าตกใจมาก คือ ในช่องอกของพี่นิวมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ประมาณ 12 เซนติเมตรอยู่ทั้งสองข้าง ก้อนเนื้อนี้ไปเบียดขั้วปอด ทำให้หายใจลำบาก รวมทั้งยังไปกดเส้นเลือดดำใหญ่ที่นำเลือดจากศีรษะและใบหน้ากลับสู่หัวใจ ทำให้ไม่สามารถนำเลือดดำเข้าหัวใจเพื่อไปฟอกเป็นเลือดแดงที่ปอดได้ (ภาวะนี้เรียกว่า superior vena cava obstruction) หน้าของพี่นิวจึงบวมขึ้น และนอนราบไม่ได้ เมื่อเห็นดังนั้น […]

เมื่อฉันได้พบ อาวุธฟาดฟันความทุกข์

 เมื่อฉันได้พบ อาวุธฟาดฟันความทุกข์ – เรื่องเล่าของคนที่รู้เท่าทันความทุกข์ บ้าน… สำหรับใครต่อใครหลายคนอาจเป็นที่ที่อบอุ่น‹ และเป็นสุข แต่ส‹ำหรับฉัน บ้านไม่เคยให้คŒวามรู้สึกอย่างนั้น เพราะบ้านเป็นเพียงสถานที่ที่ตอกย้ำความขมขื่นโดดเดี่ยวของชีวิตในวัยเด็กที่ครอบครัวล่มสลาย หลายครั้งที่ใครๆ ถามว่า ทำไมฉันจึงไม่ค่อยกลับบ้าน ฉันตอบไปตามที่กระบวนการทางความคิดได้ไตร่ตรองไว้แล้วว่า ฉันไม่ค่อยมีเวลา มันเป็นเหตุผลที่เหมาะสมและทำให้ตัวเองไม่ดูแย่ในสายตาของคนถาม และกับเพื่อนรักที่คบหาสนิทสนมกันมายาวนาน คำตอบที่แท้จริงก็คือ เพราะฉันไม่เคยรักและผูกพันกับบ้าน ฉันรู้สึกว่าไม่เคยมีบ้าน นับตั้งแต่วันที่แม่แต่งงานมีครอบครัวใหม่ ฉันรู้ว่าแม่คงเสียใจกับคำตอบของฉัน ฉันเองก็เสียใจและเจ็บเหมือนกัน และยิ่งเจ็บมากกว่า หากต้องกลับไปเห็นฉากตอนต่างๆ ของชีวิตวันวานเหล่านั้นอีก ฉันจึงเลือกที่จะเติบโตและเบ่งบานในที่ที่ห่างไกลจากครอบครัว หัวเราะ…หรือร้องไห้…ตามลำพัง การกลับบ้านของฉันครั้งสุดท้ายจึงผ่านมานานมากแล้ว …นานมากจนฉันแทบนึกย้อนไปไม่ถึง ช่องทางการรับรู้ข่าวคราวสุขทุกข์ของกันและกันระหว่างฉันกับแม่มีเพียงเสียงตามสายโทรศัพท์กับคำพูดซ้ำเดิมไม่กี่คำว่า แม่สบายดีนะ…มีอะไรก็โทร.มานะ…หนูสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง… จนกระทั่งวันหนึ่ง ด้วยโอกาสและวาสนาได้โน้มนำให้ฉันไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเขาดินหนองแสงร่วมกับสมาชิกนิตยสาร Secret สิ่งที่ฉันได้กลับมาจากการปฏิบัติก็คือ การเป็นอิสระจากความทุกข์และหัวใจที่สุขสงบจากการรู้เท่าทันจิตเฉกเช่นผู้ร่วมปฏิบัติคนอื่นๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันได้แตกต่างจากคนอื่นคือ ฉันได้บ้านที่ฉันแกล้งทำเป็นลืมและละทิ้งไปยาวนานกลับคืนมา บ้านที่เป็นเพียงภาพเก่าๆ สีซีดจางที่ฉันตั้งใจเก็บซุกซ่อนไว้ในซอกหลืบเล็กๆ ของกล่องความทรงจำ เพียงหวังว่าจะลืม แต่แล้ว…ภาพสวนยางพาราที่ยืนต้นสูงสล้างสองข้างทาง กลับเกี่ยวกระหวัดความทรงจำที่อยากจะลืมให้หวนคืนกลับมา ภาพเก่า ๆ ภาพแล้วภาพเล่าวิ่งวนอยู่ในเงาตา ความเจ็บและขมขื่นเดือดพล่านอยู่ในใจ ความทุกข์เกาะกุมหัวใจของฉันอีกแล้ว ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ไม่ว่าฉันจะซุกจะซ่อนอย่างไร ความทุกข์ก็ตามหาฉันจนเจอเสมอ […]

เพิ่งรู้ว่า ชีวิตตัวเองมีค่า – เรื่องเล่าจากผู้อ่าน

เพิ่งรู้ว่า ชีวิตตัวเองมีค่า – เรื่องเล่าจากผู้อ่าน โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่คงคิดว่า การเข้าไปนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาเมื่อมีการเจ็บไข้ แต่สำหรับผมแล้วเป็นประสบการณ์ใหม่เอี่ยมเลยทีเดียว เพราะแม้ผมจะมีอายุเกินครึ่งศตวรรษมาตั้ง 8 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาลเลยแม้เพียงครั้งเดียว แต่ในที่สุดก็ต้องเสียสถิติจนได้ เพราะคืนหนึ่งตอนประมาณตีสี่ เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเหมือนมีตัวเอเลี่ยนดันทะลุออกมา (ดูหนังมาก) จนต้องปลุกลูกสาวและภรรยาให้พาไปโรงพยาบาล เมื่อไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบสีขาวเกือบ 10 คนก็กรูกันมาล้อมพร้อมอุปกรณ์ ทั้งเตียงเข็น ช่วยกันประคองลงนั่งรถเข็นอย่างทะนุถนอม แล้วเดินกันเป็นขบวนเข้าห้องฉุกเฉินไป เมื่ออยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว ผมถูกยกขึ้นนอนบนเตียงอย่างเบาหวิวโดยชายฉกรรจ์ 4 คน พยาบาลมาเจาะเลือดที่นิ้วและวัดความดัน แล้วหมอเวรก็เข้ามาถามอาการพร้อมกับกดท้องตรงนั้นตรงนี้ โดยมีหมอหรือพยาบาลอีกอย่างน้อย 3 คนคอยดูอยู่ใกล้ๆ จากนั้นผมก็ได้ยินคำวินิจฉัยลอยมาจากหลายทิศทาง “เรื่องไส้ติ่งตัดไปได้เลย อาจมีปัญหาที่ไตหรือตับอ่อนอักเสบ ดูหน้าซีดมาก ชีพจรก็ช้าผิดปกติอาจเป็นอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ น้ำตาลในเลือดสูง อาจมีเบาหวานด้วย” สิ้นคำวินิจฉัย ภรรยาและลูกของผมก็ถูกกันออกจากห้องด้วยน้ำตานองหน้า พอม่านถูกปิด กองทัพเสื้อขาวก็เริ่มงานทันที ผมพยายามบอกหมอว่า ผมไม่ได้เป็นโรคหัวใจนะ ไม่ได้เป็นโรคไต ปวดท้องอย่างเดียว แต่เหมือนไม่มีใครได้ยิน พอจะพูดอีกก็ถูกปิดปากด้วยปรอท เสียบจมูกด้วยสายออกซิเจน แขนซ้ายถูกล็อกเพื่อเจาะเลือด มือเสียบท่อน้ำเกลือ แขนขวาถูกรัดด้วยเครื่องวัดความดัน ข้อมือคล้องป้ายชื่อ บริเวณหน้าอกและลำตัวถูกแปะติดด้วยสายไฟหลากสี […]

วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง ประสบการณ์เฉียดตายที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิต

วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง – “จงดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ประโยคนี้ได้ยินมาบ่อยมาก คิดว่าเข้าใจแต่ก็ไม่ลึกซึ้งสักที จนเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้มุมมองชีวิตของเราเปลี่ยนไป และเริ่มตระหนักถึงความหมายของประโยคดังกล่าวขึ้นอย่างมาก วันนั้นพวกเรา 4 คน ตั้ม นันท์ ติ๊ก และฉันตื่นเต้นกันใหญ่สำหรับการขึ้นไปพักบนดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะข่าวว่ามีแม่คะนิ้งบนดอยด้วย หลังจากเก็บสัมภาระบนที่พัก พวกเราก็เดินลงมาทานข้าวเย็นที่ร้านค้า เสร็จแล้วจึงเดินกลับที่พัก กว่าจะถึงก็ค่ำพอดี อากาศหนาวมาก แม้ว่าห้องพักจะปิดหมดทุกด้าน ฉันตั้งใจว่าจะไม่อาบน้ำ แต่ตั้มบอกว่าจะอาบ ตั้มก็เลยอาบน้ำเป็นคนแรก โดยห้องน้ำที่อยู่ในห้องเรามีขนาดเล็กมาก ไม่มีช่องระบายอากาศ นอกจากพัดลมดูดอากาศตัวเดียว พอตั้มอาบน้ำได้สักพักก็ตะโกนออกมาให้ฉันเปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศที่หน้าห้องน้ำให้หน่อย ฉันก็เดินไปเปิดให้ แล้วกลับมาดูทีวีต่อ ยังไม่ถึง 5 นาที ตั้มเปิดห้องน้ำออกมาปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศพร้อมกับบ่นว่าหนาวมาก ก่อนที่จะกลับเข้าไปอาบน้ำใหม่ สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรหล่นในห้องน้ำ ฉันเลยตะโกนไปว่า “ทำอะไรหล่นอีกล่ะ” คิดในใจว่าคงหนาวจนสั่นแล้วไปปัดของใช้ตกลงมา แต่อีกสักพักก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังเหมือนคนกรนออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆ ที่พวกเราเปิดทีวีเสียงค่อนข้างดัง นันท์บอกฉันว่า “ไปดูมันหน่อยซิ” ฉันก็เลยเดินไปเรียกหน้าห้องน้ำ “ตั้มๆ” เงียบ…ไม่มีเสียงตอบ ฉันตบประตูห้องน้ำร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบอีก มีแต่เสียงกรนที่ดังอยู่ตลอดเวลา “เฮ้ย! แกเป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูหน่อย” ปรากฏว่าเงียบ […]

ขอเพียง…อย่ายอมแพ้ ประสบการณ์ของลูกผู้หญิงที่ถูกเจ้านายกลัั่นแกล้ง

ขอเพียง…อย่ายอมแพ้ – ชีวิตย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางครั้งเราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตของเราจะมีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับลูกผู้หญิงคนหนึ่ง บางช่วงเวลาอาจจะดูเหมือนว่าเลวร้ายมาก และในขณะเดียวกันบางเวลาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ชีวิตคู่ของฉันจบลงอย่างง่ายดายมากเมื่อสามีปันใจให้หญิงอื่น ฉันจึงเลือกที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัวโดยตัดคนที่เป็นพ่อของลูกออกไป จัดระเบียบให้กับตัวเองใหม่ วางแผนเรื่องอนาคตมากขึ้น ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น ประกอบกับเงินเดือนที่ถูกแสนถูก หลังจากที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะเปลี่ยนงานใหม่ เพราะงานที่ทำอยู่เดิมต่อให้ฉันทำงานทั้งวันทั้งคืนก็คงจะได้เงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการฝากความหวังไว้ที่ศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อหวังว่าจบออกมาจะได้งานทำที่พอเลี้ยงดูครอบครัวได ้ ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ต้องเรียนอยู่ในศูนย์ฝึกอาชีพ แม้ไม่ได้ลำบากทางกาย แต่ก็นับว่าลำบากใจอย่างมากที่ไม่มีเงินส่งเสียทางบ้านและลูก แต่ถึงอย่างไรก็บอกกับตัวเองว่า เราต้องอดทนจนกว่าจะเรียนจบ และในที่สุดความอดทนก็เป็นผลเมื่อฉันสำเร็จหลักสูตรอย่างที่ตั้งใจไว้ ฉันเริ่มต้นงานใหม่ มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม มีเงินเดือนมากขึ้นพอที่จะเลี้ยงลูกทั้งสองคนและส่งเสียทางบ้าน อีกส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ส่วนตัวและฝากเข้าบัญชีประจำสำหรับใช้ในอนาคตฉันได้ทำงานในโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งในพัทยา ในตำแหน่ง Spa Therapist ซึ่งหลายคนอาจจะพอคุ้นเคยอยู่บ้าง แลกกับเงินเดือนที่ได้รับเพียง 3,000 บาทต่อเดือน และไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำเหมือนแผนกอื่น ไม่มีสวัสดิการอื่นใดเลยนอกจากอาหาร 3 มื้อที่ทางโรงแรมมอบให ้ แต่ด้วยทิปที่ได้จากลูกค้าแล้ว พนักงานที่ทำงานในตำแหน่งนี้จะรู้ดีว่า ได้รัับมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน หรือบางเดือนได้รับมากกว่าพนักงานที่จบปริญญาโทเสียอีก ด้วยหน้าตาและผิวพรรณของฉัน ทำให้ฉันเป็นที่ถูกใจลูกค้าชาวยุโรปและชาวต่างชาติ ประกอบกับฝีมือในการนวดที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และองค์ประกอบอีกอย่างคือ นี่เป็นงานที่ฉันรัก ทุกครั้งที่ได้ทำงานฉันรู้สึกมีความสุขมากที่ได้มอบบริการที่ดีแก่ลูกค้า […]

ความฝันสุดท้าย …ของน้องติ๊ก

ความฝันสุดท้าย…ของน้องติ๊ก – แดดยามเช้าทอแสงเรืองรองกระทบใบหญ้าเขียวชอุ่มที่รายล้อมอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ของโรงพยาบาล ฉันรีบสาวเท้าเข้าไปในตัวอาคารเพื่อให้ทันนัดหมาย วันนี้ฉันมีนัดกับคนไข้เด็กที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งอยู่ในโปรแกรมการดูแลของทีม เราจะไปถวายสังฆทานที่หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ เป้าหมายของการทำบุญในวันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจคนไข้เด็กมะเร็งและพ่อแม่ เพื่อให้พวกเขามีพลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมจะต่อสู้หรือเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา “ไหน ๆ ก็มากันแล้ว ฟังเทศน์ก่อนแล้วค่อยกลับนะโยม… “ในโลกของความเป็นมนุษย์นั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ความพลัดพรากเป็นของธรรมดา โยมเคยเห็นต้นมะม่วงไหม มะม่วงดิบร่วงก่อนมะม่วงสุก ดอกมะม่วงร่วงก่อนที่จะเป็นผล เพราะฉะนั้น หากเด็กจะตายก่อนผู้ใหญ่ก็ไม่แปลก ขอให้พึงระลึกนึกถึงตัวเราเองว่า วันหนึ่งก็ต้องร่วงไปเหมือนกับผลและดอกของมะม่วงเช่นเดียวกัน” คำสอนของพระในวันนี้ได้สะกิดย้ำเตือนพวกเราว่า สังขารทั้งหลายต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตาย และความตายนั้นไม่เลือกเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา ขณะเดินกลับบ้าน ฉันนึกถึงคนไข้เด็กคนหนึ่งชื่อ “น้องติ๊ก”…ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขณะนั้นน้องติ๊กมีอายุเพียงแค่ 4 ขวบ แม่พามาพบหมอด้วยอาการไข้และซีดเรื้อรัง โดยไม่ทันคาดคิดว่าเด็กอายุเท่านี้จะเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็ง “จากการตรวจเลือดพบว่ามีเซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดในร่างกายที่มากผิดปกติ และเมื่อตรวจการทำงานของไขกระดูกอย่างละเอียด ทำให้หมอแน่ใจว่าน้องเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว” น้ำเสียงนุ่มนวลของหมอช่วยให้ผู้ฟังค่อย ๆ ตั้งสติได้บ้าง แต่กระนั้นหยดน้ำตาของคนเป็นแม่ก็ไหลอาบแก้ม เมื่อรวบรวมสติได้ เธอก็บอกกับตัวเองว่าต้องสู้ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะมะเร็งร้ายในร่างกายลูกให้ได้ […]

…แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่…

แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่ – เคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหมคะ ในเวลาที่เราเหนื่อย อ่อนล้า ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ คนแรกที่เราคิดถึงคือใคร ในทุกๆ วันฉันมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งต่างๆ มากมาย มีงาน มีเพื่อน มีสังคม สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามสภาพท้องฟ้าอากาศและอารมณ์ แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ฉันนอนป่วยเป็นไข้หวัด นอนซมไม่มีเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ไร้คนดูแล ทำให้ฉันหวนคิดถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ในยามที่ฉันป่วย เมื่อถึงเวลาอาหารจะมีผู้ชายรูปร่างผอมสูงถือชามโจ๊กที่เพิ่งทำสดๆ ร้อนๆ จากเตาเดินเข้ามา พร้อมกับยาที่แสนจะกลืนยากเสียเหลือเกิน ชายผู้นั้นคือคุณพ่อของฉันเอง คุณผู้อ่านรู้ไหมคะ โจ๊กชามนั้นเค็มมาก (รสชาติยังติดปากฉันจนถึงทุกวันนี้) มันเป็นโจ๊กสำเร็จรูป วิธีทำแสนง่าย แต่เพราะความที่กลัวคุณค่าทางอาหารจะหายไป คุณพ่อจึงเติมน้ำลงไปในปริมาณน้อย ทุกอย่างยังคงคุณค่าของความเค็มไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ฉันก็ทานโจ๊กชามนั้นจนหมด คุณพ่อคงคิดว่า ฉันชอบโจ๊กชามนั้นมากๆ (ซึ่งจริงๆ ก็ชอบ แต่มันเค็มไปหน่อยนะคะคุณพ่อขา) พอฉันป่วยทีไร ฉันจะได้ทานโจ๊กเค็มๆ ของพ่อทุกครั้งไป ในเวลาที่ฉันรู้สึกเหนื่อยใจไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ฉันจะนึกถึงเพื่อนหรือคนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน เพราะมีความรู้สึกว่าเราน่าจะคุยกันรูเ้ รื่องมากกว่า แต่คุณรู้ไหม ฉันคิดผิด ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่เข้าใจฉัน และรับฟังฉันได้ในทุกเรื่องคือคุณพ่อคุณแม่ของฉันนั่นเอง เราต่างคิดกันไปว่า ท่านเป็นผู้สูงวัย […]

เจอ “เทวดา” ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์

ประสบการณ์จากการเดินธุดงค์ – หลังจากออกพรรษาและได้ไปร่วมงานทอดกฐินของวัดสาขาต่าง ๆ แล้ว ทั้งพระและเณรต่างก็ใจจดใจจ่ออยู่กับการเดินธุดงค์ รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย 1 ข้าพเจ้าจะคอยแวะเวียนไปถาม พระอาจารย์อ๊อด ผู้นำทางในการเดินธุดงค์ครั้งนี้ว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง ระหว่างทางจะเจออะไรบ้าง ตอนกลางคืนจะปักกลดกันที่ไหน และต้องปฏิบัติตัวกันอย่างไร พระอาจารย์อ๊อดก็ได้แต่บอกว่า เมื่อได้ออกธุดงค์แล้วก็จะรู้เองว่าต้องทำอย่างไร 2 เสียงไก่ขันพร้อมกับเสียงครกกระเดื่องตำข้าวดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าใกล้เช้าแล้ว แต่ข้าพเจ้าตื่นก่อนเสียงนั้น เพื่อทำวัตรเช้าและทำความเพียรดังคำสอนของท่านพระอาจารย์ ชา สุภทฺโท คือ “ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ” 01 จิตใจตอนนี้รู้สึกเหมือนเด็ก ๆ ที่รู้ว่าจะได้ไปเที่ยวกับครอบครัว ข้าพเจ้ามองไปรอบ ๆ กุฏิเหมือนว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ขณะเดินบิณฑบาต จิตก็ปรุงแต่งเรื่องการเดินธุดงค์ คิดว่าเวลาไปเดินธุดงค์จะทำอย่างไร จะมีญาติโยมมาใส่บาตรไหม ถ้าไม่มีจะทำอย่างไร จะอดตายไหม จิตมันคิดวุ่นวายไปหมด 3 หลังจากฉันภัตตาหารเสร็จ ก็จัดการเก็บเอาบริขารต่าง ๆ ใส่ลงไปในบาตร กราบพระประธาน กราบครูบาอาจารย์ แล้วการเดินธุดงค์ก็เริ่มขึ้น ณ วินาทีนั้น เรื่องเล่าต่าง ๆ ที่ได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับการธุดงค์จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราไม่รู้ […]

บุญมากหรือบาปน้อย วัดผลได้จากอะไร – ประสบการณ์ธรรมะจากผู้อ่าน

บุญมากหรือบาปน้อย – บางครั้งทำน้อยแต่บาปมาก บางคราทำมากแต่ได้บุญน้อย มีเกณฑ์อะไรในการตัดสิน คำถามแบบนี้ละเอียดอ่อนและตอบยากมาก ๆ คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีหนึ่ง ผมเคยเข้าร่วมกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ระหว่างคืนนั้นมีพระอาจารย์หลายท่านสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นบรรยายธรรม แต่มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งทำให้ผมตื่นจากความง่วงได้ด้วยการเสนอทฤษฎี “บาปมากหรือบุญน้อย  จะใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานในการวัดผล” ระหว่างการบรรยาย พระอาจารย์มีแผนภูมิและภาพประกอบอย่างน่าสนใจ พระอาจารย์เริ่มยกตัวอย่างแรกว่า หากเรากินกล้วยแล้วทิ้งลงบนทางเท้า แล้วคนอื่นเดินมาเหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มหัวฟาดพื้นตาย เปรียบเทียบกับอีกกรณี เราเห็นคู่อริของเราเดินบนทางเท้าตามหลังเรามา แล้วเราขว้างเปลือกกล้วยไป โดยจงใจให้คู่อริลื่นล้มหัวฟาดพื้นตาย สองกรณีนี้แบบไหนบาปมากกว่ากัน เริ่มแรกต้องมาคำนวณกันก่อนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ทั้งสองกรณีนี้ผลกระทบคือ มีคนตาย 1 คนเหมือนกัน คราวนี้ก็ต้องมาพิเคราะห์กันต่อในเรื่องของ เจตนาและการจงใจให้เกิดขึ้น แบบนี้ก็จะได้ผลออกมาชัดเจนว่า กรณีแรกไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร แต่บังเอิญมีคนมาเหยียบเปลือกกล้วยของเราแล้วฟาดพื้นตาย ส่วนกรณีที่สองมีเจตนาที่จะให้คู่อริลื่นล้มด้วยเปลือกกล้วยที่เราขว้างไป แม้เราอาจไม่ได้อยากให้ถึงตายก็ตาม หากเปรียบด้วยจิตสำนึกสามัญแล้วก็เป็นอันชัดเจนว่า กรณีที่สองย่อมบาปมากกว่า แค่เรื่องนี้ก็ทำให้ผมอุทานเบา ๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจแล้ว แต่มืออาชีพอย่างพระอาจารย์ไม่มีทางมีแค่ตัวอย่างเดียว พระอาจารย์ยกตัวอย่างที่สองต่อว่า ลองเปรียบเทียบอีกที เหตุการณ์แรก เราวางแผนโกงเงินบริษัทที่เราทำงานอยู่แล้วได้เงินไปจำนวน 100,000 บาท ส่วนเหตุการณ์ที่สอง เราวางแผนโกงที่ของคุณยายแก่ ๆ คนหนึ่ง ได้เงินไป 100,000 บาทเท่ากัน […]

ชีวิตคุณ…เลือกได้ : เรื่องเล่าประสบการณ์ใช้ธรรมะช่วยรักษาโรคซึมเศร้า

ชีวิตคุณ…เลือกได้ – หม่าม้าเคาะประตูเรียกฉัน ซึ่งในขณะนั้นนอนซมเป็นผีตายซาก ความรู้สึกห่อเหี่ยวใจส่งผลให้ร่างกายดื้อแพ่งไปด้วย ฉันสองจิตสองใจจะเปิดไม่เปิดดี แต่ด้วยความอยากหายจากภาวะนี้ จึงเปิดรับภาวะที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดแต่เรื่องแย่ ๆ ที่เคยประสบมาถึง 26 ปี มันมะรุมมะตุ้มเข้ามาในหัวจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ปวดหัว เบลอ ไม่มีแรงทำอะไรทั้งนั้น หม่าม้าเข้ามาข้างเตียงมาลูบหัวพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ ต้องสู้ ไป ออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ซะ” ฉันไม่มีแรงจะหนีไปไหน เพราะปิดประตูล็อกตัวเองจากโลกภายนอกมา 3 วันแล้ว ไม่อยากเจอใคร ไม่มีแรงลุก ไม่เปิดให้ใครเข้ามา จนสุดท้ายก็ยอม เพราะไม่อยากตายแบบนี้ และคิดว่าถ้าตายไปคงได้ตกนรกแน่ ๆ เพราะรู้มาว่าจิตที่เศร้าหมองแบบนี้คงไม่ได้ไปดี หม่าม้ารีบลากฉันออกจากเตียงโดยมีน้องชายมาช่วย และพาฉันไปโรงพยาบาลจนได้ สุดท้ายฉันก็ดีขึ้นด้วยการรักษาทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกฉันต้องไปพบจิตแพทย์ ส่วนทางธรรมก็ปฏิบัติธรรมควบคู่กันไป ตอนไปโรงพยาบาลฉันไม่ชอบเลย เพราะรอบแรกต้องเล่าเรื่องตัวเองให้หมอฟัง รอบสองต้องมาเล่าให้นักศึกษาแพทย์ฟังอีก เล่าสองรอบก็ร้องไห้สองรอบ ตอกย้ำความคิดที่ทำให้เราเจ็บช้ำเข้าไปอีก สรุปหมอบอกเป็นโรคซึมเศร้า และให้ยามากิน ระหว่างนั้นฉันไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน 3 วัน สภาพแวดล้อมบรรยากาศการสอนของแม่ชี เรียกสติฉันคืนมา ฉันได้ตื่นตี 4 ฝึกโยคะ […]

มุกตลกของคุณตา กับสัญญาขนมหวาน : เรื่องจากผู้อ่าน Secret

มุกตลกของคุณตา กับสัญญาขนมหวาน – “คุณยายคะ  เดือนหน้าจะมีวันครบรอบทั้งวันเกิดและวันเสียของคุณตา  เราจะทำบุญให้คุณตาทั้งสองวันเลยดีไหมคะ” ฉันถามคุณยายเมื่อจะถึงวันครบรอบหนึ่งปีของการจากไปของคุณตา  คุณยายจึงอธิบายให้ฟังว่า   สำหรับคนที่ตายไปแล้วนั้นจะทำบุญให้เฉพาะครบรอบวันตายวันเดียวเท่านั้น แต่ฉันฟังแล้วกลับคิดในใจว่า   อยากทำบญุ ให้คุณตาในวันเกิดมากก่า   เพราะรู้สึกมีความสุขกว่าวันครบรอบวันตายตั้งเยอะ การทำบุญของฉันก็ไม่มีอะไรมาก  นอกจากซื้อขนมที่คุณตาชอบมาตักบาตรตอนเช้าให้ท่านเท่านั้นเอง  ซึ่งฉันก็ตักบาตรให้ท่านระหว่างปีตามโอกาสอยู่แล้ว ตอนที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านคุณตานั้น  ท่านอายุประมาณเจ็ดสิบกว่า ๆ แล้ว  ต้องเรียกว่าท่านเป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีมากคนหนึ่ง  ในอดีตคุณตาเป็นนักกีฬาหลายประเภท  ตั้งแต่นักกอล์ฟทีมชาติ (ในสมัยที่กีฬากอล์ฟ ยังไม่ค่อยมีคนเล่นมากมายเหมือนตอนนี้)  นักกีฬาปิงปองของที่ทำงาน  นักกีฬาเทนนิส  และยังมีกีฬาอื่น ๆ อีกมาก จนหลาน ๆ นำมาล้อกันว่าอะไรที่เป็นลูกกลม ๆ คุณตาครองแชมป์มาหมดแล้วทั้งสิ้น ลักษณะเฉพาะที่ทำให้คุณตาเป็นที่รักของทุกคนก็คือ มีคารมในการสนทนาและมุกตลกขั้นเทพมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ  แม้เมื่อสูงวัยขึ้นท่านจะทำอะไรช้ากว่าเดิมมาก  แต่ความเร็วในการคิดมุกตลกยังไม่ตกเลย  เช่น  วันหนึ่งเราพาคุณตานั่งรถออกไปกับครอบครัว  พอรถผ่านสี่แยกสวนรื่นฤดี ท่านก็เปรยกับคนที่นั่งมาในรถด้วยกันว่า “ผ่านมาแถวนี้ให้ระวังหน่อยนะ  อาจหกล้มได้ง่าย ๆ” พวกเราเมื่อฟังแล้วก็คิดใหญ่ว่าท่านหมายถึงอะไร สักพักคุณยายก็หัวเราะในลำคอ (คงเป็นคนเดียวที่คิดตามทัน) ก็แถวนี้เรียกกันสั้น ๆ […]

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our readers

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our reader 13 ในโลกนี้มีอยู่ 2 สถานภาพที่มนุษย์เราไม่พึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง อย่างแรกคือ ผู้ป่วย การที่คนเราต้องเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น มะเร็ง ไตวาย หัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เอดส์ หรือการที่ร่างกายต้องพิการจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง 0 สถานภาพที่สองคือ การเป็นนักโทษในเรือนจําหรือผู้ต้องขัง เพราะการถูกคุมขังในคุกไร้อิสรภาพนั้นถือเป็นหายนะที่สุดแสนจะทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเป็นที่สุด ในวันที่ชีวิตผมแพ้กิเลสตระกูลโลภะแล้วต้องมาใช้กรรมรับโทษอาญาแผ่นดินในเรือนจํากลางขอนแก่นนั้น ทําให้ผมหวนนึกถึงคําสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศ 6 00 ในวันที่ต้องเดินเข้าคุก ชีวิตของผมดูจะหายไป 4 ทิศ คือ ทิศเบื้องซ้าย ไม่มีเพื่อนฝูงเหลือเลย ทิศเบื้องหลัง ภรรยาก็หย่าและมีสามีใหม่ ทิศเบื้องขวาก็ไม่มีใครให้คําปรึกษาอะไรอีกแล้ว ส่วนอดีตลูกน้องทั้งหลายก็ไม่มีใครยอมติดต่อเป็นคนรู้จักกันอีกต่อไป ชีวิตผมเหลืออยู่ 2 ทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า บิดามารดาที่ให้โอกาสและอภัยให้ลูกเสมอ กับทิศเบื้องบนคือพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด 1 เมื่อต้องติดคุกใช้กรรม ผมจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้า คําสอนที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ให้ละชั่ว ทําดี […]

keyboard_arrow_up