เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ

เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของ รางวัลแมกไซไซ เชื่อหรือไม่ หนึ่งในหกของผู้ที่ได้รับ รางวัลแมกไซไซ ประจำปี 2012 เป็นแม่ค้าขายผัก! เฉินซู่จวี๋ (Chen Shu-chu) คือชื่อของแม่ค้าขายผักคนดังกล่าว เธอเป็นชาวไต้หวัน เรียนจบแค่เกรดแปด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เฉินซู่จวี๋ ไม่เคยประกอบอาชีพอื่นใดนอกจากการบริหารแผงขายผักของเธอในมณฑลไต้ตง (Taitung County) ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่ออีกต่อหนึ่ง ชีวิตประจำวันของเฉินซู่จวี๋ คือ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองตีสามเพื่อเดินไปซื้อผักในตลาดขายส่ง จากนั้นเธอจะกลับมาจัดร้านและขายต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม แม้ว่าผักที่เธอขายจะไม่ได้มีราคาสูงกว่าแม่ค้าคนอื่น คือตกกำละ 30 ดอลลาร์ไต้หวัน (หรือประมาณ 30 บาท) ถ้าซื้อ 3 กำ ลดเหลือ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน ทว่าด้วยความที่เฉินซู่จวี๋ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและประหยัดอดออม เธอจึงสามารถแบ่งรายได้เพื่อบริจาคให้สถานเด็กกำพร้า โรงเรียน ฯลฯ ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมา แม่ค้าขายผักคนนี้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน     ถ้าวัดจากทรัพย์สินเงินทอง เฉินซู่จวี๋ คงไม่มีทางติดทำเนียบเศรษฐี เพราะเธอไม่มีเงินเก็บในบัญชีมากนัก แต่จะแบ่งเงินที่หามาได้เพื่อช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศลอย่างเงียบๆ […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คุณพ่อป่วย เราจะทำบุญแทนท่านได้อย่างไร

ถาม : ขอคำแนะนำว่า เราจะทำบุญแทนคนป่วยที่ไม่รู้สึกตัวได้อย่างไร (เพราะคุณพ่อของผมป่วย ทำให้ท่านจำใครไม่ได้และไม่ตอบสนอง)

ชีวิตหลังม่านของจินตหรา สุขพัฒน์

ชีวิตหลังม่านของ จินตหรา สุขพัฒน์ ถ้าให้คุณนึกถึงนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทในวงการบันเทิงไทยสักคนเชื่อแน่ว่าชื่อ จินตหรา สุขพัฒน์ ต้องอยู่ในลิสต์  เธอได้รับการยกย่องจากคนในวงการด้วยกันและคนดูในฐานะนักแสดงที่มีฝีไม้ลายมือและใช้ชีวิตได้อย่าง “น่ามอง” ทั้งในจอและนอกจอ คุณแหม่มใช้ชีวิตในวงการนี้ยาวนาน และเกือบครึ่งชีวิตของเธอมีหลายเรื่องราวที่ไม่ค่อยได้รับการเปิดเผยเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เธอเข้าสู่วงการในยุคที่นางเอกต้องเก็บตัว และควรมีข่าวน้อยที่สุด อีกส่วนเป็นเพราะเธอเป็นคนรักความสงบ     อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้อยู่ในวงการได้นานขนาดนี้คะ จริงๆไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่เวลาทำงานต้องตั้งใจ มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไร อาจเป็นเพราะ ได้รับการปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่หลายท่านในวงการ  อาทิ คุณสักกะ  จารุจินดา คุณกอบสุข จารุจินดา รวมถึงคุณดวงดาว  จารุจินดา ท่านสอนว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และเป็นเด็กต้องมีสัมมาคารวะคนไทยชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด ที่สำคัญคือต้องรู้จักกาลเทศะ รวมไปถึงการดูแลตัวเองด้วย เช่นการไม่ไปในที่อโคจร คุณอาพิศมัย วิไลศักดิ์  ซึ่งเป็นแม่แบบในการแสดงอีกคน ก็สอนเสมอว่าต้องรับผิดชอบและรักงานที่ทำ ที่สำคัญต้องไม่ดูถูกคน ดูในการทำงานกับคนหมู่มาก ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าไม่อยากให้คนพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ต้องประพฤติตัวให้ดีเวลาจะทำอะไรแหม่มจะคิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมายังไงจะได้ไม่รู้สึกผิดหวังว่าพยายามน้อยไป   อารมณ์ไหนเล่นเหนื่อยที่สุดคะ บทโกรธจะเหนื่อยมาก บางทีบทที่เขาเขียนมาก็ไม่ได้ช่วย ไม่ได้มีเหตุมีผลพอที่จะต้องโกรธขนาดนั้น เราก็ต้องสร้างอารมณ์เอง อย่างบทร้องไห้ก็นึกไปถึงคำพูดที่สะเทือนใจ ซึ่งก็ช่วยได้บางครั้งบางเรื่องบทดีเหลือเกิน […]

True Story : เห็นสัจธรรมชีวิต เมื่อวิกฤตมาเยือน

True Story : เห็นสัจธรรมชีวิต เมื่อวิกฤตมาเยือน คนเรามัก เห็นสัจธรรมชีวิต ต่อเมื่อมีปัญหาชีวิตเข้ามาเยือน True Story เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้คำพูดประโยคนี้สมจริงมากขึ้น เป็นเรื่องจริงของชายคนหนึ่งที่เขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมชีวิตเมื่อวิกฤตเข้ามาเยือนเขา ผมเคยเป็นคนมั่งมีมาก่อน แต่เมื่อชีวิตเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหลาย ๆ เรื่อง ผมก็รู้ซึ้งถึงสัจธรรมชีวิตที่ว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนั่นเป็นเรื่องจริง ผมเป็นเด็กที่คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผมเรียนที่แม่ฮ่องสอน ซ้ำชั้นอยู่ 2 ปี เพราะสอบตกแล้วโรงเรียนไม่ให้เรียนต่อ คุณแม่จึงหาโรงเรียนใหม่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ผมกลับเป็นเด็กเรียนดีได้ที่หนึ่งที่สองของห้อง อาจเพราะว่าอยู่หอพักประจํา ไม่ได้ไปเกเรที่ไหน โรงเรียนบังคับให้อ่านหนังสือเป็นเวลา ทําให้ผมต้องทําตามและผลการเรียนดีขึ้น พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผมศึกษาต่อสายอาชีพ สาขาช่างสํารวจ หลังจากเรียนจบผมไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ทําได้ 15 วันก็มีโอกาสเจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านทํางานการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ ท่านถูกชะตากับผม พาไปเป็นลูกจ้างอยู่ที่เทศบาลประมาณหนึ่งปี จากนั้นผมก็ได้รู้จักกับเศรษฐีท่านหนึ่ง เขาถูกจริตกับผมเพราะผมคุยเก่ง ชวนให้ผมออกจากงานที่ทําอยู่ ตอนผมทํางานเทศบาลเงินเดือน 1,500 บาท ถ้าไปทํางานกับเขาจะได้ 2,500 บาท ผมตกลงไปทํางานด้วยทันที เวลานั้นผมไม่รู้เลยว่างานที่ต้องทําเป็นงานผิดกฎหมาย ต่อมานายจ้างเกรงจะถูกจับจึงเลิกทํา […]

ความทุกข์ของคนเก่ง บำบัดได้ด้วยธรรมะ

เรื่องราวของผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ซึ่งเกิดความทุกข์จากการเรียนในต่างแดนและการถูกคุกคามทางเพศโดยไม่คาดฝันเธอจะหาวิธีคลายทุกข์ได้หรือไม่ ธรรมะจะรักษาใจเธอได้หรือเปล่า

เหตุผลที่คนทุกข์ ไม่ควรหาเพื่อนคลายทุกข์ บทความดีๆ จากท่านปิยโสภณ

เมื่อใจเป็นทุกข์ อย่าเพิ่งหา เพื่อนคลายทุกข์ นั่นอาจเป็นการกลบทุกข์ไว้ ทำให้ไม่เห็นทุกข์จริง

Ture Story : ขอให้เรื่องนี้ เป็นเพียงความฝัน

ขอให้เรื่องนี้ เป็นเพียงความฝัน ชีวิตพลิกเพราะ ติดเพื่อน และดื่มเหล้า ใครจะคาดคิดว่าเหล้าเพียง 3 จิบ หมัดเพียง 4 หมัด จะทําให้ผมต้องสูญเสียอิสรภาพไปถึง 5 ปี ผมเกิดในอําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่จําความได้ชีวิตผมมีเพียงแม่ยายและพี่สาวที่เลี้ยงดูมาตลอด เพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมยังเล็ก ครอบครัวเราค่อนข้างยากจน แม่ต้องออกไปรับจ้าง เพื่อหาเงินมาดูแลทุกคน เราไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง เมื่อย้ายบ้านผมก็ต้องย้ายโรงเรียน ประกอบกับผมเรียนไม่เก่งจึงต้องซ้ำชั้นอยู่หลายครั้ง ขณะที่ผมเรียนอยู่ชั้นป.6 เพื่อนรุ่นเดียวกันอยู่ชั้นม.2-3 ผมไม่อยากเรียนต่อเพราะอายเพื่อน ๆ จึงเริ่มติดเพื่อนนอกโรงเรียน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาจึงไม่เรียนต่อ ต่อมาแม่และพี่สาวไปทํางานในกรุงเทพฯปล่อยให้ผมอยู่กับยาย ช่วงนั้นผมได้รับอิสระอย่างเต็มที่ ทําตัวเสเพล ออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ มีเรื่องชกต่อยทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ เมื่อแม่รู้ว่าผมเกเรจึงพาเข้ากรุงเทพฯ และพาไปสมัครงานกับบริษัทจัดหางาน ไม่นานผมก็ได้งานในโรงงานแห่งหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมนัก สิ่งนี้ทําให้ผมดีใจที่สุด เพราะจะได้กลับไปเจอเพื่อนกลุ่มเดิมและใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง ตอนนั้นผมคิดเสมอว่าเพื่อนคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต พอนานวันเข้าจากการนั่งรถไปหาเพื่อนแค่ช่วงสุดสัปดาห์ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นการย้ายไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันแทน ผมขาดงานบ่อยขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตเสเพลเช่นเดิม แม้ว่าผมใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อนที่ติดยาเสพติด แต่กลับไม่เคยคิดลองเลยสักครั้ง เพราะเวลาเห็นเพื่อนเมายา เขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งการพูดจาและท่าทาง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น […]

ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของดิฉัน เมื่ออยู่ด้วยกันสักพักจนเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น

ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของดิฉัน เมื่ออยู่ด้วยกันสักพักจนเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น ถาม : ตอนนี้ดิฉันกำลังตั้งท้องค่ะ ก่อนหน้านี้มีลูกมาแล้ว 4 คน แต่คนละพ่อกัน ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตจะเหมือนกันหมด คือ อยู่ด้วยกันสักพัก พอเราท้อง เขาก็ไปมีผู้หญิงอื่น ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมชีวิตดิฉันถึงเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคะ ตอบ : จริงๆ จิตที่เร่าร้อนก็จะดึงดูดสิ่งที่เร่าร้อนเข้ามา มันเป็นกฎของธรรมชาติ ตามหลักธรรมเราต้องปรับคลื่นของเราใหม่ จูนคลื่นจิตที่เคยร้อนแรงให้ซอฟต์ลง ก็จะเจอคนที่เมตตาการุณย์เอื้อเฟื้อจริง ๆ เรามีหน้าที่แค่ชงจิตเราให้กลมกล่อม โดยเอากรรมฐานหรือธรรมะมาช่วยปรุงจิตในเบื้องต้น ใช้ความสงบสยบการเคลื่อนไหว ใช้ความอ่อนสยบความแข็ง กระบวนท่าบางอย่างถ้าแข็งมาแล้วแข็งไปมันก็หัก แนะนำให้ปรุงจิตโดยใช้โอสถธรรมปลดปล่อยตัวเอง คนจะเป็นครูสั่งสอนคนได้ เขาต้องไปประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมากมาย…ก่อนที่เขาจะมาสอนเรา เขาต้องถูกโลกสอนมาก่อน ต้องถูกโลกตบหน้ามาก่อน บางคนเคยติดคุก เคยเป็นคนชั่วมาก่อน มองอีกแง่หนึ่ง สักวันเราอาจจะได้เป็นตัวแทนสื่อสารเรื่องราวชีวิตของเราเป็นธรรมทาน ประสบการณ์ที่เลวร้ายของเราอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ถ้าชีวิตเจอแต่เรื่องดี ๆ มาตลอดจะมีค่าอะไร คนเราต้องเจอทุกข์ถึงจะพบธรรม ขนาดภิกษุณีอรหันต์ในสมัยพุทธกาลก็ยังเคยถูกข่มขืนมาก่อนเลย   พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาธรรม photo by pixabay หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ อย่า “แก้ปัญหา” ด้วยการ “เพิ่มปัญหา” เมื่อ สามีนอกใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ตอบประเด็นคำถามค้างคาใจเรื่องการ นอกใจคนรัก โดย 4 พระอาจารย์ Dhamma daily : แฟนนอกใจ จนผู้หญิงอีกคนท้อง ควรทำอย่างไรดี ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ทำอย่างไรจึงจะลืมเรื่องราวในอดีตที่ สามีเคยนอกใจ ได้คะ […]

Dhamma Daily : ทำอย่างไรดีให้เลิกโกรธพี่สาว

Dhamma Daily : ทำอย่างไรดีให้ เลิกโกรธ พี่สาว โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ คำถาม : ดิฉันทะเลาะกับพี่สาวตั้งแต่ยังเด็กเพราะ พี่สาวทําไม่ดีกับพ่อแม่ แต่ปัจจุบันเขาปรับปรุงตัวและพ่อแม่ก็ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป มีแต่ตัวเราเอง ที่ยังลืมเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ ยังไม่ เลิกโกรธ พี่สาวควรทําอย่างไรดีคะ คำตอบ : ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ไม่มีผู้ใดไม่เคยกระทําผิด มาก่อน ลองพิจารณาตัวเองด้วยความเป็นธรรมว่า ตั้งแต่ เล็กจนโต เราเคยทําความผิดต่อคุณพ่อคุณแม่บ้างหรือไม่ อาจเล็กบ้างน้อยบ้าง แต่ย่อมต้องมีกันทุกคน การที่เราเฝ้าคิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดีของพี่สาวและทําไม่ดี กับเขาเป็นประจํา นอกจากจะทําให้จิตใจขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา แล้ว ในอนาคตการกระทําอันเป็นอกุศลนั้นอาจส่งผลต่อเรา ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราอาจกระทํา ผิดต่อคนที่มีความหมายกับเรามากที่สุดในชีวิต แล้วเขาอาจ ไม่ให้อภัยเราเลยก็ได้ ดังเช่นที่เราเคยทํากับพี่สาว การรู้จักให้อภัยถือเป็นการเอาภัยออกจากตัว อาตมาอยากให้ลองสังเกตใจเราดู ขณะที่ให้อภัยคนอื่น เราจะรู้สึก เบาสบายขึ้นทันที ให้หมั่นฝึกให้อภัยคนบ่อยๆจนเป็นนิสัย เมื่อจิตเสพคุ้นกับสภาวะที่เบาสบายอยู่เสมอ เราก็จะรับรู้ผล แห่งการให้อภัยในที่สุด พุทธเจ้าทรงกล่าวเรื่องเกี่ยวกับอภัยทานไว้ว่า เป็น การให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุและเป็นทานสูงสุด ใคร มีอภัยทานประจําใจ ผู้นั้นก็เข้าถึงปรมัตถบารมีซึ่งเป็นบารมี สูงสุดที่จะทําให้เข้าถึงพระนิพพานแล้ว […]

ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ปลดล็อคใจโดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ปลดล็อคใจโดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ” ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ” คำพูดนี้ของพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญอาจชวนให้สงสัยไม่มากก็น้อย แต่จะจริงหรือที่ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ มีสาเหตุหรือสมุทัยแล้วนั้น การแก้ปัญหา เราก็ไปดูจากปัญหาแต่ละอย่างว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ถ้าเรายังทําอย่างนั้นต่อไป ปัญหาก็ต้องเกิด ตัวทุกข์ก็เกิด ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไร แต่ยังทําเหมือนเดิม ปัญหาก็เกิดเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ไม่ทุกข์แล้ว เพราะรู้อยู่ว่าที่เกิดปัญหานั้นเนื่องจากละจากสาเหตุไม่ได้ อย่างเช่น ถ้ายังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ เลิกเหล้าไม่ได้รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี พอเป็นโรคอะไรที่เกิดจากสาเหตุนี้ เขาก็ยอมรับได้ เพราะเกิดจากตัวเขาเอง อย่างน้อยก็เป็นนิโรธทางใจ คือดับฉับพลันเด็ดขาด เพราะรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของปัญหาแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ ไม่อยากได้ ไม่อยากให้เกิดปัญหาหรือเจอปัญหา มีทางเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ การละ หรือการไม่ทําอย่างเดิม เป็นการละสมุทัยละจากสาเหตุ ปัญหาก็ไม่เกิดทุกข์ก็ไม่มี แม้เราจะมีปัญหามากมาย แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด หนัก ที่สุดคือการเวียนเกิดเวียนตาย การท่องเที่ยวในสังสารวัฏเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ภพแล้วภพเล่า ร้อยชาติแสนชาติการเวียนว่ายตายเกิดเป็นปัญหาหลัก เป็นภัยใหญ่ พอเราเกิดมาก็ต้องเจอกับสิ่งต่างๆมากมายในโลก เดี๋ยวก็เจอโลกธรรม8 ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ นินทาสรรเสริญ สุขและทุกข์ เป็นของคู่กัน เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะมันเป็นของคู่โลก การเวียนว่ายตายเกิดย่อมทําให้เราต้องมาถาม-ตอบปัญหากันไม่รู้จบ เรื่องชีวิต […]

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ หรือคำถามต่าง ๆ ที่ถูกตั้งขึ้นด้วยความสงสัยในหลักคำสอนเรื่องภพชาติในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าคำถามนี้ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ยังถูกตั้งเป็นคำถามอยู่ ในคัมภีร์พุทธศาสนาเล่าถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าและพระสาวกไว้มากมาย หรือการปฏิบัติจนได้ญาณล่วงรู้อดีตชาติ และอนาคต เราลองมาฟังความเห็นเรื่องชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ได้แก่ เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ กันเถอะ   เข็มอัปสร สิริสุขะ เชอรี่เชื่อว่า เหตุที่คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ก็เพราะเราเคยเกิดมาแล้วคนละหมื่น ๆ ชาติ บุญกรรมจากชาติที่ผ่าน ๆ มาจะสั่งสมมาเรื่อย ๆ และมีผลต่อชาติภพเพศอาชีพครอบครัวรวมทั้งนิสัยของเรา อย่างชาตินี้ เชอรี่เกิดเป็นดารา หลายคนอาจจะมองว่ามีบุญ แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่ว่าการเกิดมาหน้าตาดีก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะถูกยั่วยุถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว ถูกตัดสินด้วยรูปลักษณะก่อนที่จะตัดสินด้วยจิตใจ แต่ชาติที่แล้วเชอรี่คงจะเกิดเป็นคนที่ทําบุญมามากพอสมควร ชาตินี้จึงได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา ได้เรียนรู้คําสอนของพระพุทธเจ้า คิดว่าชาติหน้าหากไม่ได้เกิดเป็นคนก็คงไม่อยากเกิดอีกแล้ว   เขมนิจ จามิกรณ์ […]

อานาปานสติ ใช้ลมหายใจนี้จัดการความเครียดกันเถอะ

อานาปานสติ ใช้ลมหายใจนี้ จัดการความเครียด กันเถอะ คนเราเครียดเพราะจัดการความคิดของตนเองไม่ได้ ผู้คิดไม่รู้จักหยุดคิด หรืออยากหยุดแต่หยุดไม่ได้ วางอารมณ์ลงไม่ได้ ภาษาพระเรียกว่า “ปปัญจสัญญา” แปลตามศัพท์ว่า “สัญญาเป็นเหตุให้เนิ่นช้า” หรือ “ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญต่าง ๆ ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง พร่ามัว ไม่ปลอดโปร่งแจ่มใส” ลองมาใช้สิ่งที่อยู่กับเราทุกวัน และเราก็ใช้อยู่ทุกวันเพื่อ จัดการความเครียด คือ การหายใจ หรือการทำอานาปานสติ ความเครียดเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง เกิดแก่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย มนุษย์ยุคปัจจุบันเหมือนจะมีความเครียดมากกว่ามนุษย์ยุคอื่น ๆ ทั้งๆ ที่ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากกว่ามนุษย์ยุคก่อน แต่ความเครียดกลับไม่ลดน้อยถอยลงเลย กลับทวีมากขึ้นกว่าเดิม มนุษย์แต่ละคนมีวิธีแก้เครียดที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ แต่หลงไปแก้อาการของความเครียดมากกว่า ความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ที่เป็นต้นเหตุของความเครียด ยังคงลอยนวลอยู่เหมือนเดิม จะจัดการความเครียดได้ มนุษย์ต้องรู้จักจัดการกับความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจ วิธีจัดการความคิดฟุ้งซ่านที่ดีที่สุดคือ สมาธิ ฝึกจิตให้สงบนิ่ง แน่วแน่จิตที่สงบ แน่วแน่ จะมีพลังมหัศจรรย์ในตัวเอง กำจัดความฟุ้งซ่านรำคาญต่าง ๆ ให้กระจุยกระจายไปได้ ศาสนาพุทธมีวิธีการทำสมาธิ หรือที่เรียกอย่างว่า […]

ไตรลักษณ์ ประตูสู่หนทางแห่งความหลุดพ้น

ไตรลักษณ์ ประตูสู่หนทางแห่งความหลุดพ้น ไตรลักษณ์ คือ ลักษณะสามประการที่พระพุทธเจ้าทรงสังเกตการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ หลักธรรมนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นกฎแห่งธรรมชาติ ผู้พิจารณา อนิจจัง ควรน้อมจิตที่สงบไปดูอารมณ์ที่ปรากฎชัดขณะนั้น ผู้ที่เห็นลมหายใจเข้า-ออกได้ชัดเจนก็จับลมหายใจเป็นสิ่งพิจารณา ส่วนผู้เห็นนามธรรมอื่น ๆ ได้ชัดเจนก็จับลมหายใจเป็นสิ่งพิจารณา ส่วนผู้เห็นนามธรรมอื่น ๆ ได้ชัดก็จับนามธรรมชนิดนั้น ๆ ขึ้นพิจารณา เคยพูดมาแล้วว่า ผู้สำเร็จอานาปานสติจะเป็นผู้มีกำลังจิตมาก มีกำลังความสงบสูง เรียกว่า “สมถยานิก” ผู้ปฏิบัติกลุ่มนี้จะพิจารณาเห็นนามธรรมได้ชัดเจน ควรเริ่มจับนามธรรมที่ปรากฏชัดขณะนั้น มองดูอาการเปลี่ยนแปลงและอาการเกิด-ดับของนามธรรมชนิดนั้น ๆ เช่น เกิดความรู้สึกเอิบอิ่ม เบากาย เบาใจ อย่าปล่อยให้จิตหลงเตลิดไปกับความรู้สึกเอิบอิ่ม ทรงจิตเป็นกลาง ๆ มองดูอาการเอิบอิ่มขณะนั้นอย่างมีสติและปัญญา จะเห็นอาการเอิบอิ่มตามเป็นจริง คือ อาการเปลี่ยนแปลงและเกิด-ดับ เหมือนกระแสน้ำหรือกระแสลม เมื่อเข้าใจธรรมชาติความเอิบอิ่มตามที่เป็นแล้ว ก็จะเข้าใจอารมณ์ต่าง ๆ เหมือนกัน ไม่ว่าอารมณ์ความรู้สึกนั้นจะดีวิเศษขนาดไหนก็มีธรรมชาติเหมือนกัน อดีต – ปัจจุบัน – อนาคตก็เป็นอย่างเดียวกัน พระพุทธองค์จะทรงอุบัติหรือไม่ก็ตาม ธรรมชาติรูปและนามทั้งหมดก็เป็นอย่างนี้คือ อนิจจัง ไม่แน่นอน เกิดขึ้นแล้วก็แตกดับไปทันที ผู้ปฏิบัติที่พิจารณาอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จะสงสัย […]

Dhamma Daily : คนที่ดูถูก รังแก ทําร้ายคนอื่นจะได้รับผลกรรมอย่างไร โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Dhamma Daily : คนที่ดูถูก รังแก ทําร้ายคนอื่น จะ ได้รับผลกรรมอย่างไร โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ คำถาม : คนที่ดูถูก รังแก ทําร้ายคนอื่น จะ ได้รับผลกรรมอย่างไร เมื่อไหร่ หรือเราจะต้องคิดว่าเป็นเวรกรรมของเราที่ถูกเขารังแก คำตอบ : มีกรรมชนิดหนึ่งเรียกว่า สหชาตผล คือผลที่เกิดพร้อมขณะกระทํา ทําทันทีได้รับผลทันทีทั้งดีและไม่ดี โดยเฉพาะผลทางนามธรรม ทางใจ ทางความรู้สึก ความเดือดเนื้อร้อนใจ เกิดขึ้นทันที เช่น เมื่อเราทําไม่ดีกับใครคนใดคนหนึ่ง สิ่งใด สิ่งหนึ่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง เวทนาหรือความรู้สึกจะเป็นโทมนัส(ความบีบคั้นทางใจ) อุปายาส(ความคับแค้นใจอย่างแรง) เป็นผลที่ได้รับในตอนที่ทําพร้อมกันเลย แต่ถ้าทําในสิ่งที่ดี เวทนาหรือความรู้สึกจะเป็นโสมนัส เป็นปีติ เป็นความรู้สึกที่ดี คําถามที่ว่าเป็นกรรมของเราไหม ถ้าเราไม่เคยไปทําอะไรไว้ก่อน ใครจะมาทําอะไรเราได้ ลองดูหน้าตัวเองก่อนว่า แน่ใจแล้วหรือว่าที่ผ่านๆมาเราไม่เคยไปทําอะไรใครก่อนมั่นใจตัวเองไหมว่าไม่เคยด่าใคร ว่าใคร จงเกลียดจงชัง อาฆาตพยาบาท เบียดเบียนอิจฉาใคร เรามั่นใจไหม ลอง ไปส่องกระจกดูอีกทีก็ได้ แล้วจะรู้สึกว่ามันถูกแล้วใช่ไหมที่มีคนมาทํากับเราแบบนี้ […]

ความสุขอันสูงสุดของคุณหมอวัยเกษียณ แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง

ฉันชื่อ แพทย์หญิงศิวาพร จันทร์กระจ่าง เหตุผลที่ทำให้ใครต่อใครมักถามคำถามนี้กับฉัน ก็เพราะในอดีตฉันเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ทางวิชาการมาแล้วมากมาย ทั้งเคยเป็น นายกสมาคมแพทย์ระบบประสาทแห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเป็น อาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์เกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง ซึ่งแน่นอนว่า ฉันยังเคยเป็น ประสาทศัลยแพทย์ หรือ หมอผ่าสมอง ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ใคร ๆ จะมองว่า ผู้หญิงที่เคยทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดทั้งชีวิตอย่างฉันจะสามารถใช้ชีวิตวัยเกษียณโดยปราศจากงานได้อย่างสงบ

โลกิยนิพพาน แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

โลกิยนิพพาน แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร ถาม: นิพพานชาวบ้าน (โลกิยนิพพาน) แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ได้ไขปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ: ตอบแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ โลกุตตรชำระอนุสัยกิเลสได้ ส่วนโลกิยะนี่ชำระอนุสัยกิเลสไม่ได้ เพียงแต่ชำระกิเลสในวิถีจิต ไม่ถูกกิเลสมาประกอบหรือครอบงำในความรู้สึก ทุกการคิด การพูด การกระทำ ไม่มีกิเลสปนเปื้อน แต่ว่าอนุสัยกิเลสยังมีอยู่เหมือนตะกอนที่นอนก้น ถ้ามีอะไรมากระทบก็พร้อมจะขุ่นขึ้นมา แต่ถ้าเป็นโลกุตตรนิพพานจะมีอานุภาพชำระอนุสัยที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ เช่น กามราคะ (ความติดใจในกาม) ปฏิฆะ (ความหงุดหงิดขัดเคือง) ทิฐิ (ความเห็นผิด) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัยในกุศลธรรม) มานะ (ความอวดดื้อถือตัว) ภวราคะ (ความกำหนัดในภพ) อวิชชา (ความไม่รู้จริง) ผู้ชำระอนุสัยเหล่านี้ได้คือพระอริยบุคคล เช่น พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ แต่ก่อนจะเป็นพระอริยบุคคลได้ ท่านก็ภาวนาจนได้นิพพานระดับชาวบ้านช่วยเคลียร์พื้นที่ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดโลกุตตรนิพพานก็หยั่งลง นิพพานชาวบ้านก็คือ นิพพานระดับกลาง ๆ ที่ปุถุชนคนธรรมดาก็สามารถสัมผัสได้…ที่นี่…เดี๋ยวนี้ ซึ่งง่ายกว่าการมุ่งมั่นจะให้ได้อริยบุคคลเป็นไหน ๆ […]

เจ็ท ลี ฮีโร่นอกจอ

“ฮีโร่”‹ ในจอภาพยนตร์คือคนที่ทำสิ่งที่ไม่น‹่าเป็นšไปได้Œให้เŒป็นšจริง คนที่ยอมอุทิศตัวเองเพื่อช่ว‹ยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า‹ และเอาชนะศัตรูได้หŒมด ไม่ว่า‹ศัตรูนั้นจะมีวิทยายุทธ์ที่ลึกล้ำ หรือมีตัวช่ว‹ยที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม เจ็ท ลี (Jet Li) รับบทฮีโร่มาแล้วŒนับครั้งไม่ถ้วน และเขายังเป็นšฮีโร่น‹อกจออีกด้วŒย เจ็ท ลี มีชื่อจริงว่าหลี่ เหลียนเจี๋ย (Li Lian Jie) เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1963 ที่ประเทศจีน พ่อของเขาตายตอนที่เจ็ท ลีอายุได้แค่สองขวบเนื่องจากทำงานหนักเกินไป ทำให้แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คนตามลำพัง เจ็ท ลีเป็นลูกคนสุดท้อง ตั้งแต่จำความได้เขาต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาช่วยแม่       ผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ของเจ็ท ลี คือ วู บิน (Wu Bin) ปรมาจารย์ด้านวูซูที่มีชื่อเสียง เขาได้พบเจ็ท ลี ตอนที่เจ็ท ลี มีอายุเพียง 8 ขวบ หลังจากพบกันครั้งแรก เขาก็ผลักดันให้เจ็ท ลี เข้าโรงเรียนสอนวูซูโดยเฉพาะ […]

พ่อแม่ให้ชีวิตลูก แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตลูก บทความข้อคิดดีๆ จาก แม่ชีศันสนีย์ 

อย่าจมอยู่กับความเครียด กลับมาหายใจลึก ๆ แล้วบอกตัวเองว่าเราให้ชีวิตเขา แต่เขาไม่ใช่ของเรา เขาแค่เลือกใช้ชีวิตของเขาอย่างที่เขาเป็นได้

keyboard_arrow_up