True Story : จุดจบของ ผู้หญิงหลายใจ ผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ชายหลายคน

สมัยสาว ๆ ฉันเป็นชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ไม่ได้ใส่ใจนำมาเตือนสติตัวเองมากนัก เพราะมัวหลงติดสนุกสนานเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต มาย้อนคิดได้ก็ตอนที่อายุมากขึ้น และเชื่อว่าชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คือผลกรรมที่ตัวเองเคยก่อไว้ทั้งสิ้น เมื่อมองดูคนในครอบครัวก็ไม่มีใครมีปัญหาเรื่องการเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่ว่าพ่อ แม่ น้องชาย และน้องสาว แต่ไม่รู้ทำไมฉันจึงมีปัญหากับเรื่องนี้อยู่คนเดียว ตั้งแต่มีแฟนคนแรกคือ แซม ตอนเรียนปริญญาตรี ฉันก็มีจิตใจซุกซน ไม่ถึงกับคอยสอดส่ายสายตาไปมองคนอื่น แต่ถ้าใครแหย่เข้ามาก็พร้อมเล่นด้วย ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยฉันจึงแอบมีกิ๊กเป็นระยะ โดยที่แฟนไม่ระแคะระคาย เพราะเขาก็เรียนหนักและทำกิจกรรมเยอะ ดีกรีความไม่ซื่อสัตย์ของฉันเริ่มแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นเมื่อเรียนจบและมีงานทำ เนื่องจากฉันทำงานที่ต้องติดต่อพบปะผู้คนในสังคมที่ดี จึงมีโอกาสได้พบผู้ชายมากหน้าหลายตา และฉันเป็นคนติดพ่อจึงให้ความสนใจผู้ชายที่มีอายุมากเป็นพิเศษ แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับผู้ชายอายุคราวพ่อสองคนในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองคนนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของฉันในเวลาต่อมา คนแรกคือ ชัย คนที่สองคือ แทน ซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมพอสมควร ด้วยความที่เป็นเด็กสาวเพิ่งพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ฉันรู้สึกตื่นเต้นลำพองใจที่มีผู้ชายอายุมาก มีฐานะ มีความมั่นคงในชีวิต แถมยังมีชื่อเสียงมาตามจีบ แต่ฉันก็ทำตัวสองใจ เลือกไม่ถูก เลยตอบรับไปทั้งสองคน โดยยังคบกับแฟนคนแรกอยู่เหมือนเดิม ชีวิตของฉันจึงวุ่นวายและรบกวนการทำงาน เพราะต้องวิ่งรอกสับรางไปมาระหว่างผู้ชายสามคน จะเบาหน่อยก็ตอนช่วงที่แทนกลับไปสหรัฐอเมริกา เพราะเขามาเมืองไทยปีละสองครั้ง ถ้าถามว่าฉันทำได้อย่างไร ก็คงต้องยกความดีให้สมัยนั้นที่เป็นช่วงปลายยุคเพจเจอร์ และกำลังเริ่มมีโทรศัพท์มือถือ โลกโซเชียลก็ยังไม่บูมเหมือนสมัยนี้ ฉันจึงรอดพ้นจากการถูกตามเช็กตามส่องผ่านช่องทางต่าง ๆ ความไม่ซื่อสัตย์ย่อมมาพร้อมคำโกหก […]

ผลแห่งกรรม คำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า

ผลแห่งกรรม คำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนาสอนเรื่องว่ากรรมมีผลต่อชีวิตและการไปสู่ภพภูมิใหม่ หากทำกรรมดี ก็จะไปเกิดในสุคติภูมิ (ได้แก่ โลกมนุษย์และสวรรค์) ถ้าทำกรรมชั่ว ก็จะไปเกิดในทุคติภูมิ (ได้แก่ เดรัจฉาน อสุรกาย เปรต และนรก) พระพุทธเจ้าตรัสเรื่อง ผลแห่งกรรม ที่ทำให้มนุษย์ประสบแต่สิ่งที่ไม่ดีถึง 7 ผลแห่งกรรมชั่ว และ ผลแห่งกรรม ที่ส่งผลให้มนุษย์ประสบแต่สิ่งที่ดีงามถึง 7 ผลแห่งกรรมดีด้วยกัน ดังปรากฏใน จูฬกัมมวิภังคสูตร ครั้งพระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตุพน วัดที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย มีหนุ่มน้อยนามว่า “สุภมานพ” เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วทูลถามว่า “ข้าแต่พระสมณโคดม เหตุและปัจจัยใดที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกัน บางคนเกิดมาอายุสั้น บางคนเกิดมาอายุยืน บางคนเกิดมาไม่แข็งแรงมีโรครุมเร้า บางคนเกิดมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง บางคนเกิดมามีผิวพรรณไม่งาม บางคนเกิดมามีผิวพรรณงาม บางคนเกิดมาไม่มีอำนาจวาสนา บางคนเกิดมามีอำนาจวาสนา บางคนเกิดมารวย บางคนเกิดมาจน บางคนเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีฐานะ บางคนเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ บางคนเกิดมาฉลาด แต่บางคนเกิดมาโง่เขลาเบาปัญญา” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “มนุษย์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นสิ่งนำพาไปเกิด เกิดมาก็มีกรรม มีกรรมเป็นเครือข่ายปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ว่าเป็นญาติ เป็นคนรู้จัก […]

พระพุทธพจน์ว่าด้วยเรื่อง สุญญตา (ความว่าง)

อีกคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงสอนคือเรื่อง ความว่าง หรือ สุญญตา และมีความหมายตรงกับคำว่า ศูนยตา ในพุทธศาสนามหายาน พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องสุญญตา หรือ ความว่าง ไว้ในส่วนต่าง ๆ ของพระไตรปิฎกดังนี้   ” อานนท์ ทั้งเมื่อก่อนและทั้งตอนนี้ เรามีปกติอยู่โดยอย่างมากด้วยความว่าง ” จากจุฬสุญญตสูตร   ” สูตรทัังหลายเหล่าใด อันเป็นคำที่ตถาคตได้ตรัสไว้ลึกซึ้ง เป็นคัมภีรภาพ มีอรรถอันลึกซึ้ง อยู่เหนือโลก ประกอบด้วยสุญญตา คือ ความว่าง เราจะเข้าถึงธรรมนั้นตลอดเวลา ” จากธัมมทินนสูตร   ” ดูกรพระโมฆราช ท่านจงพิจารณาโลกนี้ด้วยความว่างเปล่า มีสติทุกครั้งที่พิจารณา สามารถถอนอัตตานุทิฏฐิเสีย (ความเห็นว่ามีตัวตน) เป็นผู้ข้ามความตาย ด้วยการมองโลกด้วยสุญญตา บุคคลที่พิจารณาโลกเช่นนี้ได้ ความตายย่อมไม่เจอ ” จากโมฆราชมาณวกปัญหา   ” พาหิยะ ร้องขอมาเช่นนี้ เมื่อเธอเห็นก็จนสำเหนียกว่าเห็น ทำก็สำเหนียกว่าทำ เกิดความรู้สึกก็สักแต่ว่ารู้ ทำเช่นนี้ เธอจะไม่มีตัวตนในโลกนี้และโลกอื่น […]

การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์

การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์ หลายคนมักกล่าวว่า “คนกิเลสหนา บรรลุธรรมไม่ได้” และเชื่อกันแบบนี้หลายคน แต่พระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องนี้ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า วิตถารสูตร ถึง การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา ไว้ว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ตามปกติเป็นผู้มีความกำหนัดยินดีในกาม (ราคะ) ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดจากความกำหนัดยินดีในกามตลอด เป็นผู้มีความโกรธ (โทสะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความโกรธตลอด เป็นผู้ที่มีความหลง (โมหะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความหลงตลอด แต่อินทรีย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เหล่านี้มีความแรงกล้า เขาย่อมบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน แต่หากคนผู้นั้นมีกิเลสเป็นราคะ  โทสะ และโมหะเบาบาง ไม่ได้มีความทุกข์โทมนัสจากราคะ โทสะ และโมหะ แต่อินทรีย์ทั้ง 5 ประการนี้อ่อน เขาย่อมได้บรรลุมรรคผลล่าช้า การบรรลุธรรมจึงขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ประการ   ระดับของการบรรลุธรรม การบรรลุธรรมของคนที่มีกิเลสหนาถึงจะขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 แต่ก็มีความช้าและความเร็วแตกต่างกันไป พระพุทธเจ้าจัดระดับไว้ 4 ระดับคือ […]

“Are You Happy ?” เทคนิคสร้างพลังบวกอันยิ่งใหญ่ของ Mr. Kim

“Are You Happy ?” เทคนิคสร้างพลังบวก อันยิ่งใหญ่ของ Mr. Kim ในสังคมโลก คุณค่าแห่งชีวิตคืออะไร ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขและความสำเร็จในทุก ๆ ด้านของชีวิต การมีพลังบวกเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต ช่วยให้ดำเนินชีวิตเป็นไปในเส้นทางที่ดี การรู้ เทคนิคสร้างพลังบวก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อครั้งที่ผู้เขียนทำงานอยู่องค์การสหประชาชาติ (2002-2018) ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนดีและคนเก่งมากมายแต่ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน คือ Mr. Gwang-Jo Kim อดีตผู้อำนวยการ ยูเนสโก ชาวเกาหลีใต้ Mr. Gwang-Jo Kim ท่านทักทายกับทุกคนอย่างเป็นมิตรว่า “Are You Happy?” คำทักทายนี้ถึงเป็นคำสั้น ๆ แต่ได้ใจของทุกคนที่ได้ยินกลายเป็นคำพูดที่สร้างพลังบวกที่ยิ่งใหญ่ สัมผัสได้ถึงความห่วงใย ความใส่ใจซึ่งกันและกัน ท่านพูดเสมอว่าถ้าเจ้าหน้าที่ยูเอ็น ผู้มีภารกิจทำให้โลกสงบสุข แต่กลับก่อสงครามขึ้นภายในจิตใจตนเองหรือภายในองค์กร ภารกิจการสร้างและธำรงรักษาสันติภาพบนโลกใบนี้จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ดังนั้น ในการร่วมปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ถึงแม้ว่ามีอุปสรรค เราขอไม่ท้อถอย และพยายามรู้เท่าทันอารมณ์ รีบดึงสติกลับสู่ความสงบให้รวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ในการบริหารงานและสร้างความสัมพันธ์  Mr. Kim ใช้หลักของจิตวิทยาด้วย […]

“เราเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น” พระพุทธเจ้าเป็นเพียงผู้บอกทาง ไปสู่พระนิพพาน

“เราเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น” พระพุทธเจ้าเป็นเพียงผู้บอกทาง ไปสู่พระนิพพาน การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า ทำให้โลกใบนี้สว่างไสว เพราะได้รู้ถึงความจริงของโลก การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็เป็นไปเพื่อเป็นผู้บอกทาง ไปสู่พระนิพพาน แก่โลกนี้เช่นกัน ครั้งพระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พราหมณ์คนหนึ่งเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วทูลถามว่า “การที่พระองค์ทรงสอนบรรดาเหล่าสาวกอยู่เช่นนี้ สาวกของพระองค์บรรลุพระนิพพานทุกคนหรือไม่” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “ถึงแม้เราจะสอนสาวกทั้งหลายถึงเรื่องพระนิพพาน ก็มีคนจำนวนน้อยที่จะเข้าถึงพระนิพพาน” พราหมณ์ทูลถามต่อว่า “เป็นเพราะเหตุใดสาวกที่พระองค์ทรงสอนถึงไม่บรรลุพระนิพพานกันหมด ทั้งที่พระนิพพานก็มีอยู่ เส้นทางหรือวิธีก็มีอยู่ ผู้สอนก็มีอยู่” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “หากมีคนถามพราหมณ์ว่า กรุงราชคฤห์ไปทางไหน พราหมณ์อธิบายเส้นทางอย่างละเอียด แต่เขากลับเดินทางไปไม่ถูก ไปไม่ถึงกรุงราชคฤห์นั้น แล้วเป็นเพราะเหตุใดที่คน ๆ นั้นถึงไปกรุงราชคฤห์ไม่ถูก” พราหมณ์จึงอุทานขึ้นว่า “จะทำอย่างไรได้ ข้าก็เป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น” พระพุทธเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า “พราหมณ์ การมีอยู่ของพระนิพพาน ไม่ต่างจากกรุงราชคฤห์ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเมืองนี้มีอยู่จริง เส้นทางที่ไปถึงเมืองนี้ก็มีอยู่ ผู้รู้เส้นทางก็มีอยู่จริง แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจในการอธิบายเส้นทาง สาวกของเราก็ไม่ต่างจากนักเดินทาง เราสอนพระนิพพาน บอกวิธีการไปถึงพระนิพพาน แต่ก็ยังไปถึงได้น้อย เราจะทำให้พวกเขาไปถึงพระนิพพา่นทั้งหมดได้อย่างไร เมื่อเราเป็นเพียงผู้บอกทาง” การเข้าถึงพระนิพพานนั้น ขึ้นอยู่กับปัญญาของสาวก พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องพระนิพพาน บอกเส้นทางไปสู่พระนิพพานแก่สาวกทั้งหลาย แต่ที่ไม่สามารถไปถึงได้เพราะยังไม่ได้ละซึ่งอวิชชา หากละได้ซึ่งอวิชชาแล้ว ปัญญาที่จะนำไปสู่พระนิพพานก็จะเกิดขึ้น […]

ความตายในทางพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป

ความตายในทางพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป ความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัว นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปคิด หลายคนไม่อยากตาย อยากมีชีวิตที่ยืนยาว พยายามยื้อชีวิตของตัวเองให้ยาวนานที่สุด แต่ทางพระพุทธศาสนา นั้นกลับตรงข้าม พระพุทธเจ้าไม่เกรงกลัวต่อความตาย ซ้ำยังเป็นผู้กำหนดความตายด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว นี่คือการตายอย่างพุทธ อย่างผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยแท้จริง มาดูกันว่า ความตายในทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างไร     ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จุดเริ่มต้นของมนุษย์คือความเกิด ในระหว่างทางคือความเป็น และปลายทางก็คือความตาย นี่คือการมองความตายว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ได้แยกต่างหากจากชีวิต ท่าทีนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเรามองความตายว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความกลัวตายจะหายไป เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว จะกลัวทำไม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวว่า “ความกลัวตายเป็ความกลัวที่ไร้เหตุผลที่สุด เพราะความตายนั้นมาพร้อมความเกิดอยู่แล้ว ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวเอาไว้ดีมาก ท่านบอกว่า ความตายนั้นมาพร้อมความเกิด อุปมา ดังหนึ่งเมื่อเห็ดดอกหนึ่งชำแรกผิวดินออกมา ก็จะมีผลคลีธุลีดินติดอยู่ที่ดอกเห็ดโดยอัตโนมัติความข้อนี้ฉันใด เมื่อเราทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็มีความตายสืบเนื่องกับชีวิตมาเป็นเนื้อเดียวกันฉันนั้น อุปมาดังหนึ่งเหมือนเรายกหน้ามือขึ้น หลังมือก็ตามมา หากชีวิตคือหน้ามือ ความตายก็คือหลังมือ ทั้งชีวิตหรือทั้งเกิดและความตายก็คือสองด้านของฝ่ามือเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรกลัวตาย”     ความตายนั้นเป็นธรรมชาติ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรามองว่า […]

ก่อนมรณาจะมาถึง หนังสือแห่งสัจธรรมสุดท้ายของชีวิต

ก่อนมรณาจะมาถึง หนังสือแห่งสัจธรรมสุดท้ายของชีวิต เราควรทำอย่างไรก่อนความตายจะมาถึง ระหว่างใช้ชีวิตเต็มที่กับสิ่งที่แสวงหามา โดยไม่สนใจภพหน้าว่าจะเป็นอย่างไร หรือจะอยู่กับปัจจุบันขณะ เพื่อให้จิตดวงสุดท้ายเดินทางไปสู่ภพใหม่อย่างสงบ คำตอบของความสงสัยนี้กำลังรอคุณอยู่ในหนังสือเล่มนี้ “ ก่อนมรณาจะมาถึง ” คำถามค้างคาใจของหลายคนจะได้รับความกระจ่างจากหนังสือเล่มนี้ งานเขียนเล่มล่าสุดของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านบอกสาเหตุที่นำเสนอธรรมะด้วยเรื่องของความตาย สัจธรรมสุดท้ายของชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญ     หนังสือที่ใช้ความตายเตือนสติแก่ผู้ที่มีชีวิตอยู่ หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นเพื่อนำเสนอคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาใช้ความตายเป็นกุศโลบายในการสอน เพราะความตายเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเจอ แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงหนีความตายไม่พ้นเช่นกัน ในคำสอนสุดท้ายก่อนพระพุทธองค์ดับขันธปรินิพพาน พระองค์ทรงสอนเรื่อง “ความไม่ประมาท” แล้วสิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงสอนในเรื่องนี้ด้วยคือ “ความตาย” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย วันนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ดังนั้นเธอทั้งหลายจงดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท” หนังสือเล่มนี้เป็นเพื่อนเตือนสติไม่ให้เราทุกคนประมาทต่อการมีชีวิตอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร “ความไม่ประมาท” คำสอนสุดท้ายของพระพุทธองค์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อเราทุกคน     คิดถึงความตาย มีชัยไปกว่าครึ่ง การที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้มรณานุสติภาวนาเพราะทำให้เราไม่ประมาทในการดำรงชีวิต คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ด้วยความประมาททั้ง ๆ ที่มนุษย์มีวันตายเป็นของตนเอง  แต่กลับใช้ชีวิตดังว่าไม่มีวันเจ็บและวันตาย มนุษย์ประมาทเพลิดเพลินในยศ อำนาจ รูป เสียง กลิ่น และ รส แสวงหาเงินทอง ลาภ ยศ […]

มัฏฐกุณฑลี ผู้ไปเกิดเป็นเทวดา เพราะมีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

มัฏฐกุณฑลี  คือชื่อของเด็กหนุ่มชาวเมืองสาวัตถี พ่อแม่ของเขาเป็นพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง แต่มีความตระหนี่ถี่เหนียวมาก จนได้รับฉายาว่า “อทินนปุพพกะ” แปลว่า “ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร” 1 แต่ถึงกระนั้น พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็ยังมีแก่ใจเอาทองมาตีแผ่ทําเป็นตุ้มหูเกลี้ยงๆ ให้ลูกชายได้สวมใส่ ด้วยเหตุนี้คนทั้งหลายจึงเรียกเด็กคนนี้ว่า “มัฏฐกุณฑลี” แปลว่า “มีตุ้มหูเกลี้ยง” อย่างไรก็ดี ตุ้มหูที่พราหมณ์ให้ลูกใส่นั้นเขาก็ยังอุตส่าห์ทําเอง เพราะไม่อยากเสียค่าจ้างให้ช่างทําทอง 2 เมื่ออายุ 16 ปี มัฏฐกุณฑลีป่วยหนัก แม่เห็นลูกป่วยก็สงสาร จึงขอร้องให้พ่อพาลูกไปหาหมอ แต่พ่อเกรงจะเสียเงิน เลยถามหมอว่า คนป่วยอาการอย่างนี้ต้องกินยาอะไร แล้วพ่อก็ไปหารากไม้ ใบไม้มาต้มให้ลูกกินตามที่หมอบอก 3 แต่ก็ไม่เป็นผล ลูกอาการทรุดลงเรื่อยๆ จนเมื่อไปหาหมอ หมอไม่รับรักษา พ่อคิดว่าลูกคงตายแน่แล้วคราวนี้ ซ้ํายังกลัวว่าถ้ามีใครมาเยี่ยมจะเห็นทรัพย์สมบัติ เลยหามลูกชายออกมานอนที่ระเบียงนอกห้อง 4 เช้าวันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด ทรงทอดพระเนตรเห็นมัฏฐกุณฑลีนอนตะแคงหันหน้าเข้าฝาบ้านอยู่ไม่ทันเห็นพระองค์ จึงทรงเปล่งพระรัศมีไปวาบหนึ่ง ชายหนุ่มคิดว่า “แสงอะไรกันนะ” แล้วหันหน้าออกมามองก็ได้เห็นพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า 5 “เพราะพ่อเราเป็นอย่างนี้ เราจึงไม่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ไม่ได้ถวายทานหรือฟังธรรม บัดนี้ แม้แต่มือเราก็ยกไม่ไหวเสียแล้ว จะทําอย่างอื่นได้อย่างไร” […]

อนุโมทนา ป๋าต๊อบบวชชี เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม อย่างไม่มีกำหนดสึก 

อนุโมทนา ป๋าต๊อบบวชชี เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม อย่างไม่มีกำหนดสึก เป็นข่าวดี ๆ อีกเรื่อง เมื่อ ป๋าต๊อบบวชชี เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรมในโครงการฯของคุณแม่ชีศันสนีย์ สร้างความปีติให้แก่ตนเองที่สละเส้นผม เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา   View this post on Instagram ธรรมมะสวัสดีนะเจ้าคะ❤️ A post shared by Peemai Wattanaselarat (@peemai28) on Oct 12, 2018 at 6:45pm PDT   ป๋าต๊อบ-ปฏิญญา ควรตระกูล ทายาทนายปัญญา ควรตระกูล เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านเครือปัญญากรุ๊ป เข้าร่วมโครงการ “บวชพุทธสาวิกาศีล 10 เพื่อน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 2 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ที่เสถียรธรรมสถาน โดยมีพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม และเจ้าคณะจังหวัดนครพนม พระอุปัชฌาย์ และ […]

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม โดย อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ถาม : อาจารย์คะ หน้าที่ของลูกมีอะไรบ้างคะ ตอบ : พ่อแม่เป็นผู้มีอุปการคุณต่อลูก เพราะฉะนั้นลูกต้องกตัญญู คือ รู้คุณ และกตเวที คือ ตอบแทนคุณ ด้วยการประพฤติจริยธรรมของลูก ได้แก่ หนึ่ง ท่านเลี้ยงเรามา ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน หนักหนาอย่างไรให้คิดว่า สมัยเรายังเป็นเด็ก ท่านอดทนเลี้ยงเรา เราหิว ร้องไห้กลางดึก ท่านก็ตื่นมาป้อนนมให้หายหิว เราทำสกปรกเลอะเทอะ ท่านก็ตามเช็ดตามล้างให้ สอง รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่ทำพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม ไม่ทำตัวให้เป็นที่พูดถึงในทางไม่ดี สาม ช่วยธุรกิจการงานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรือหากท่านทำธุรกิจ มีกิจการใด หากเราช่วยได้ก็ต้องช่วยทำงานแทนท่าน สี่ ประพฤติตนให้สมควรเป็นผู้ได้รับมรดก และ ห้า เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วต้องทำบุญอุทิศให้ท่าน ถาม : ถ้าเราไม่สามารถอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่ในยามที่ท่านแก่ชรานี่ ถือว่าอกตัญญูไหมคะ ตอบ […]

เลี้ยงโคนม อาชีพพระราชทาน จากในหลวงรัชกาลที่ 9

เลี้ยงโคนม อาชีพพระราชทาน จากในหลวงรัชกาลที่ 9 เลี้ยง โคนม อาชีพพระราชทาน จากในหลวงรัชกาลที่ 9 เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “นมไทย-เดนมาร์ค” มาตั้งแต่เด็ก หรือบางคนเรียกว่า “นมวัวแดง”  จนถึงวันนี้หลายคนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังดื่มนมไทย-เดนมาร์ค ขณะเดียวกันได้ส่งต่อความผูกพันนี้ไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่กว่าที่จะมาเป็นนมไทย-เดนมาร์ค  เช่นทุกวันนี้ เกิดจากพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ “ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ” ที่ทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย จึงก่อเกิด “อาชีพโคนม” อาชีพพระราชทานที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยมายาวนานและยั่งยืน พระบิดาแห่งโคนมไทย ผู้ให้กำเนิดอาชีพเลี้ยงโคนม เดือนกันยายน พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสทวีปยุโรป ในการเสด็จทรงประทับแรมอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ค ทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในตอนหนึ่งว่า “การเลี้ยงโคนมก็เป็นอาชีพที่ดีสำหรับคนไทย เหมาะกับประเทศ และถ้าใช้หลักวิชาที่เหมาะสม ก็จะทำให้มีความเจริญและมีรายได้ดี” โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยจึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยความร่วมมือด้านวิชาการการเลี้ยงโคนมระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์ค โดยรัฐบาลเดนมาร์ค ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญมาทำการศึกษาความเป็นไปได้ของการเลี้ยงโคนม ของประเทศไทย และสำรวจพื้นที่ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย พบว่าอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีความเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นสถานที่เป็นหุบเขาสวยงาม มีแหล่งน้ำสะอาด และไม่ไกลจากตลาดกรุงเทพฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 […]

ธรรมะกับวัยทอง

ธรรมะกับวัยทอง – เคยได้ยินว่า ผู้หญิงช่วงวัยทองนอกจากจะมีอาการทางกายแล้ว อาการทางอารมณ์ก็จะแปรปรวนเป็นที่สุด บางคนเป็นมากจนไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ อาการทางกายยังหาหมอรักษาได้ แต่อาการทางใจต้องรักษาเอง เคยเจอคนวัยทองที่มีอาการทางใจ ฉันจึงกลัวว่าตัวเองจะเป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ โกรธง่าย ถึงจะหายเร็ว แต่เวลาโกรธจะปึงปังมาก เหมือนความโกรธติดอยู่ปลายจมูก พร้อมที่จะหลุดออกมากับลมหายใจได้เสมอ โกรธเป็นโกรธ โกรธเป็นลุย ดำเนินชีวิตโดยยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำอะไรก็คิดแต่ว่าตัวเองทำถูก ทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่า ดีที่สุดของเราอาจจะไม่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น จะตั้งความหวังไว้สูงทุกเรื่อง เวลาผิดหวังก็จะผิดหวังมาก ไม่ค่อยมีใครโดยเฉพาะลูกน้องกล้าพูดอะไรตรงๆ ด้วย กลัวเราจะโกรธ ถ้าอยากได้ อยากทำอะไร ต้องทำให้ได ้ ถ้าไม่ได้จะกระวนกระวายจนต้องหาทางทำให้สำเร็จ ทั้งๆ ที่บางครั้งสิ่งที่ได้มาไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือมีความสุขขึ้น บางครั้งเป็นทั้งภาระและความทุกข์ด้วยซ้ำ ชีวิตจะรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาไม่กายก็ใจ ดิ้นรนหาทุกข์ใส่ตัวอยู่เรื่อยๆ หลังจากได้ไปปฏิบัติธรรมครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถึงจะเป็นเวลาแค่ 3 วัน แต่ทำให้ฉันได้รู้จักความสงบ อารมณ์ที่เคยร้อนอยู่เสมอก็เย็นลงบ้าง ยอมรับความจริง ยอมรับฟังมากขึ้น ลูกน้องสามารถพูดหรือเตือนฉันได้ตรงๆ โดยไม่มีระเบิดตามมา ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ชีวิตสับสนวุ่นวาย มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ฉันได้ไปปฏิบัติธรรมอีกครั้งเป็นเวลา 8 วัน […]

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน การ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ ใช้เวลากับมัน จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข  ลองสังเกตต่อไปว่า เราปล่อยวางความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจได้ไหม มาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วยวิธีต่อไปนี้     เปิดรับกลิ่นที่ดี ของมีกลิ่นหอม เช่น กลิ่นผิวส้ม กลิ่นควันไม้หอมในอากาศ กลิ่นอาหารบนเตา หรือกลิ่นผมของเด็กเล็ก การเปิดรับสิ่งดีๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ กลิ่นเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความกังวลภายในใจให้คลายออก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หลับตาลง ปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข     เปิดรับของรสชาติดี ของมีรสชาติดี เช่น ชารสละมุน กาแฟอร่อยๆ เฟรนช์โทสต์ ช็อกโกแลต หรือสลัดสด ๆ การได้กินของรสชาติอร่อยย่อมเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งหากได้ลองกินของที่ไม่คุ้นเคย ไม่ค่อยได้กิน จะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อาจจะถูกใจมาก หรือไม่ถูกใจก็ตาม ก็ถือว่าได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ให้จิตใจและร่างกายกระชุ่มกระชวยระดับหนึ่งแล้ว   […]

พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จของ ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์

พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จ – ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกสักหลาดมากว่า 30 ปี ทั้งในฐานะนักกีฬาและโค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาอาชีพ ปัจจุบันเป็นประธานสาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาเริ่มสนใจธรรมะตั้งแต่ยังเป็นนักกีฬาเทนนิส และพบว่าหลักธรรมสามารถนำมาปรับใช้กับการฝึกซ้อมและแข่งขันเทนนิสได้ เมื่อมาทำงานในฐานะโค้ชผู้ฝึกสอน จึงได้น้อมนำ “พุทธชัยมงคลคาถา” หรือ “คาถาพาหุงมหากา” บทสรรเสริญชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ มาเป็นบทสวดมนต์สำหรับสร้างสมาธิและประยุกต์เป็นหลักในการพัฒนานักกีฬาเทนนิสให้ก้าวสู่ความสำเร็จ จากการศึกษาพุทธประวัติและการสวด “พุทธชัยมงคลคาถา” ทั้ง 8 บท เกิดเป็นหลักสำคัญ 8 ข้อดังนี้ 1. มีจิตใจแน่วแน่ ไม่ย่อท้อต่อการฝึกซ้อม และลงแข่งขันด้วยจิตใจที่อดทนมุ่งมั่น ไม่ว่าสถานการณ์ในเกมจะเป็นอย่างไร ต้องมีสติและจิตใจอันแน่วแน่ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จ ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงตั้งสัตยาธิษฐานที่จะไม่ยอมลุกจากบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์จนกว่าจะบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงชนะพญามารพร้อมด้วยเสนามารได้ โดยมิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย 2. รู้เขารู้เรา นักกีฬาที่ดีต้องศึกษาวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อวางแผนการเล่นตอบโต้ได้ตรงจุด และเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยไม่ต้องออกแรงในเกมมากเกินไป ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะได้ในที่สุด ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงเลือกวิธีปราบอาฬวกยักษ์ด้วยการใช้พระปัญญา และทรงได้รับชัยชนะอย่างไม่ต้องเสียพละกำลังแม้แต่น้อย 3. มีเมตตาและมีน้ำใจนักกีฬา นอกเหนือจากฝีมือแล้ว การมีมารยาทที่ดีในเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ หรือแม้แต่การน้อมรับการตัดสินจากกรรมการ […]

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม ในโลกของธุรกิจการทำงานโดยไม่ได้กำไรถือเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่ง แต่ลองมาคิดดูให้ดีๆ แล้ว หลักการที่เขาบอกว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ก็สามารถนำมาปรับใช้ในโลกธุรกิจได้เหมือนกัน เพียงแค่เรามอบให้ด้วยความจริงใจ ความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีก็จะกลับมาหาเรา ลองมาดูตัวอย่างการทำธุรกิจที่ยึดหลักยิ่งให้ยิ่งได้จนประสบความสำเร็จ     ให้สินค้าฟรี เมื่อสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์เปิดคลาสเรียนออนไลน์ฟรี ก็มีคนมาลงทะเบียนเป็นนักศึกษาประจำเพิ่มขึ้น เพราะลองของฟรีแล้วติดใจ เป็นการเรียนที่สนุกและรู้สึกคุ้มค่า หรือแมคโดนัลด์ที่แจกกาแฟฟรี ยอดขายสินค้าอย่างอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย  เพราะไหนๆ ก็เข้ามารับกาแฟฟรีแล้ว อุดหนุนสินค้าอย่างอื่นเพิ่มเสียหน่อยจะเป็นไรไป ตัวอย่างในประเทศไทยก็มีให้เห็นหลากหลาย เรื่องการเรียนออนไลน์ที่หลายมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครฟรี การแจกสินค้าให้ชิมฟรีตามบู๊ธต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งแน่นอนว่า การทำธุรกิจแบบนี้ผู้บริโภคจะรู้สึกเป็นมิตรและอยากอุดหนุนสินค้าเพิ่มมากขึ้น       ให้ลูกค้าใช้ฟรี ให้คนอื่นจ่ายเงิน บริษัทคิดส์แอนด์คอมพานี รับเลี้ยงลูกให้พ่อแม่ฟรี แล้วไปเก็บเงินกับบริษัทที่พ่อแม่ทำงานอยู่ บริษัทยอมจ่ายเพราะพนักงานนจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวล และพนักงานก็รู้สึกขอบคุณบริษัทที่เห็นใจพวกเขา โอกาสที่จะลาออกก็น้อยลง อีกทั้งบริษัทยังได้ภาพลักษณ์ที่ดีว่าสนับสนุนสถาบันครอบครัวด้วย นอกจากนี้ นิตยสารที่แจกตามเส้นทางรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ก็ยังให้เราอ่านฟรี โดยไปเก็บเงินจากบริษัทที่ลงโฆษณาในเล่มแทน     ให้คนส่วนมากใช้ฟรี ให้คนส่วนน้อยเป็นผู้จ่ายเงิน เช่น บริการโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ตอย่างสไกป์ […]

ประสบการณ์จากแรงศรัทธา เจ้าแม่กวนอิม

ประสบการณ์จากแรงศรัทธา เจ้าแม่กวนอิม – เมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วสมัยที่ฉันยังเป็นสาวน้อยวัยยี่สิบเศษๆ เวลานั้นฉันไม่ค่อยได้สนใจพุทธศาสนาเท่าไร รู้จักแต่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธ ใครทําดีได้ขึ้นสวรรค์ ใครทําชั่วต้องตกนรก…เท่านั้นที่ฉันรู้ 1 โชคดีที่เพื่อนสนิทของฉันได้แนะนําทางสว่างให้ โดยให้ฉันหันมานับถือ เจ้าแม่กวนอิม แรกๆ ฉันไม่รู้จักว่าท่านเป็นใคร แต่เพื่อนนําหนังสือที่มีรูปภาพท่านมาให้ฉันดู แล้วบอกว่าเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตามาก และท่านแสดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือคนที่ทําแต่ความดีและมีศรัทธาต่อท่านมามากมายนับไม่ถ้วน ถ้าใครนับถือท่านจะต้องทําแต่ความดีและต้องไม่ทานเนื้อวัวตลอดชีวิต แล้วท่านจะคอยคุ้มครองและช่วยเหลือคนคนนั้นตลอดไป 2 ฉันเห็นรูปเจ้าแม่กวนอิมแล้วรู้สึกรักและเคารพท่านมาก อาจเป็นเพราะท่านมีใบหน้าและลักษณะงดงามเหมือนพระแม่มารีย์ของศาสนาคริสต์ที่ฉันเคยนับถือสมัยที่ยังเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนคริสต์นิกายคาทอลิก นอกจากเพื่อนจะให้หนังสือพระแม่กวนอิมแก่ฉันแล้ว เขายังพาฉันไปนมัสการรูปปั้นท่านในวัดต่างๆ เป็นประจํา เป็นการโน้มน้าวจิตใจฉันให้รู้สึกเลื่อมใสเจ้าแม่กวนอิมมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกเพื่อนว่าอยากได้รูปปั้นหรือรูปหล่อของท่านมาบูชาสักหนึ่งองค์ ถ้าท่านมีปาฏิหาริย์จริง ขอให้ฉันได้ท่านมาบูชาโดยไม่ต้องไปซื้อไปหา ขอให้มีคนเอามาให้เอง แล้วฉันจะนับถือท่านไปจนตลอดชีวิตและจะเลิกกินเนื้อวัวทันที หลังจากที่พูดออกไปแล้ว ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ไม่นานนัก ปาฏิหาริย์ของพระแม่กวนอิมครั้งแรกก็บังเกิดขึ้นกับฉัน 3 ในเดือนต่อมาเพื่อนได้ชักชวนให้ฉันไปทําบุญที่วัดจีนแห่งหนึ่งที่ภูเก็ต เมื่อไปถึงแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ได้เข้าร่วมพิธีทําบุญจนเสร็จเรียบร้อยและได้เวลากลับ ท่านเจ้าอาวาสได้พาเราไปกราบไหว้พระพุทธรูปและรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมในห้องต่างๆ หลายห้อง แต่มีอยู่ห้องหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทําด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขนาดสูงประมาณ 12 นิ้ว วางอยู่ตรงฐานแท่นบูชา องค์ท่านประทับบนก้อนหินนั่งยกเข่าขึ้นข้างหนึ่ง เข่าอีกข้างวางราบในท่ากึ่งขัดสมาธิ มือข้างหนึ่งถือขวดน้ําทิพย์ มืออีกข้างยกขึ้นนิ้วชี้จรดกับนิ้วโป้ง ดูอ่อนช้อยงดงามมาก ฉันเห็นแล้วรู้สึกชอบใจอยากได้ไปบูชา จึงเอ่ยปากขอเช่ากับท่านเจ้าอาวาส แต่ท่านบอกว่ารูปปั้นนี้เก่าแก่มาก อยู่กับวัดนี้มานานแล้วคงให้เช่าไม่ได้ ฉันรับฟังแล้วก็เข้าใจ […]

5 วิธีเลิกคิดฟุ้งซ่าน ปล่อยจิตใจให้สบาย ลอยตัวจากความทุกข์ทั้งปวง

5 วิธีเลิก คิดฟุ้งซ่าน ปล่อยจิตใจให้สบาย ลอยตัวจากความทุกข์ทั้งปวง ความ คิดฟุ้งซ่าน ทำให้จิตและสมองเหนื่อยมาก หลายคนบางทีไม่ได้ออกแรงแต่สงสัยว่าทำไมตัวเองเหนื่อยล้าเหลือเกิน นั่นเพราะเรา คิดฟุ้งซ่าน นั่นเอง ลองมาใช้วิธีเหล่านี้ฝึกให้ไม่ คิดฟุ้งซ่าน กัน     ตั้งใจฟัง เนื่องจากในปัจจุบันมีสิ่งเร้าที่มีผลต่อโสตประสาทเพิ่มขึ้นมากเกินไป มากเสียจนบทสนทนาที่มีสิ่งเร้าในปริมาณที่พอเหมาะพอดี กลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกอ้างว้างราวกับอยู่บนฟ้า บทสนทนาในการทำงานมีแรงกระตุ้นที่เพิ่มเข้าไปว่า “เนื่องจากเป็นเรื่องงานจึงต้องฟัง” แต่เดิมการฟังเสียงคู่สนทนาอย่างชัดเจนคงไม่ยากขนาดนั้น แต่เนื่องจากแรงกระตุ้นระดับนั้นยังไม่พอให้เราสนใจได้ใจจึงยังเลื่อนลอย สับสนวุ่นวายไปด้วยเสียงรบกวนของความคิดจำนวนมากที่ไม่จำเป็น หากเงี่ยหูฟังเสียงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้าอย่างตั้งใจแล้วจะเข้าสู่โหมดฟังเสียงที่น่าเบื่อได้อย่างสนอกสนใจ ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้อุบายตื้น ๆ เช่น การหาข้ออ้างที่จะฟัง เพราะเมื่อตั้งใจฟังคำพูดของคู่สนทนาแล้วก็จะเข้าใจเนื้อหาเอง ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุยของใคร หรือเสียงประชุม หรือเสียงนกและเสียงลม “การฟัง” จะเป็นอิสระจากฉากเหล่านั้น     ลดการพูดเพ้อเจ้อ ในบรรดาศีลที่เกี่ยวกับการพูดทั้งสี่ข้อ เมื่อเทียบกับข้ออื่น ๆ ข้อที่เกี่ยวกับการ “เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ” คงเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก พูดเพ้อเจ้อ คือ พูดเรื่องไร้สาระไปเสียหมด ปากมาก คือ การที่ถูกผลักดันด้วยความอยากจนพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเรื่องที่พูดก็ไม่ใช่สิ่งสวยงาม […]

keyboard_arrow_up