ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คำว่า บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา หมายความว่าอะไร

คำว่า บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา หมายความว่าอะไร ถาม: คำว่า “บุญก็ไม่เอา บาปก็ไม่เอา” หมายความว่าอย่างไรคะ แล้วคนที่ทำบุญจะนิพพานได้อย่างไ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นรก – สวรรค์ มีจริงหรือไม่

ผู้เฒ่าผู้แก่มักบอกให้เด็กๆ ทำความดีเข้าไว้ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ อย่าทำชั่ว เพราะจะต้องตกนรกทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “นรก - สวรรค์มีจริงหรือเปล่า”

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: การ ปิดวาจา ขณะปฏิบัติธรรม คืออะไร

การปิดวาจาก็คืองดพูดเพราะว่าพูดแล้วอาจเกิดปัญหา คนเราเวลาพูดกันไม่ได้คุยกันแต่เรื่องของสองคน มักจะพาดพิงถึงคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา ถือเป็นการส่งจิตออก

เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ จิตประภัสสรเปรียบเหมือนกระจกเงาใสที่สะท้อนสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้ามันออกมาตามความเป็นจริง  จิตประภัสสรที่พระพุทธองค์ทรงตรัสนั้นไม่ได้หายไปไหน  เพียงแต่มันถูกละเลยไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน  ความไร้เดียงสาเลยหายไปด้วย  สิ่งที่เราควรทำก็คือขจัดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่บดบังไว้ให้หมดสิ้นไป  แล้วความสดใสของชีวิตก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิม  เราไม่ได้ค้นพบอะไรใหม่แต่เป็นสิ่งที่เรามีเราเป็นอยู่แล้วตั้งแต่ดั้งเดิม  เคล็ดลับสู่ความไร้เดียงสา เราจะเป็นผู้มีปัญญาญาณเป็นรากฐานของการดำรงอยู่ได้เราจะต้องเรียนรู้จากภายในด้วยตนเอง  ไม่มีใครช่วยเราได้และหาไม่ได้จากระบบการศึกษาทั่วไป  การศึกษาไม่สามารถช่วยเราให้เข้าสู่การเรียนรู้เพื่อความเข้าใจภายในได้  มันมีเคล็ดลับอยู่ตรงที่เราเพียงเฝ้าสังเกตดูความคิดที่เกิดขึ้นเฉย ๆ อย่าไปวิเคราะห์  ตัดสิน  หรือหาวิธีขจัดความคิดนั้น ๆ แค่เฝ้าดูมันก็จะหายไปเอง  เหลือไว้แต่ความว่างและความประภัสสรของธรรมชาติดั้งเดิมที่เป็นหนึ่งเดียวกับความจริงสูงสุด  ตามรักษาธรรมชาติดั้งเดิมหรือจิตประภัสสรนี้ไว้  ปัญญาญาณก็จะเผยตัวแสดงออกร่วมกับการกระทำต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ความไร้เดียงสาไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องสร้างขึ้นมาใหม่  มันมีอยู่แล้วภายใน  มันรอการแสดงออกเมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ หมดไปเท่านั้น  การขจัดเงื่อนไขต่าง ๆ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจ  เราต้องละทิ้งสิ่งทั้งหลายที่เราสะสมไว้รวมทั้งความรู้ที่มาจากคนอื่นให้หมดสิ้น  แล้วเราก็จะไร้เดียงสาในทันทีทันใด คำสอนต่าง ๆ ของพระพุทธองค์ก็เพื่อช่วยให้เราได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริง  มันอาจทำให้เราเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียทุกอย่างที่สะสมไว้  เพื่อที่ว่าตัวตนที่แท้จริงจะได้แจ่มชัดขึ้น  ดุจกระจกเงาใสที่จะสะท้อนสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง  ยิ่งตัวตนที่แท้บริสุทธิ์ผุดผ่องมากขึ้นเท่าใด  ความจริงในองค์รวมทั้งหมดของชีวิตหรือชีวิตพรหมจรรย์ก็ยิ่งสมบูรณ์ขึ้นเพียงนั้น   ที่มา  เส้นทางที่ไร้ร่องรอย โดย หลวงพ่อโพธินันทะ […]

“นรก – สวรรค์” มีจริงหรือ ไขข้อข้องใจโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

นรก – สวรรค์ มีจริงหรือเปล่าครับ และถ้ามีจริง นรก – สวรรค์ อยู่ที่ไหน คนที่นับถือศาสนาอื่นมีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกเหมือนชาวพุทธไหมครับ นรก – สวรรค์มีจริงไหม ถ้าตอบตามหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎกก็คงต้องบอกว่า ““มี”” แน่นอน อยู่ที่ไหน น่าจะอยู่ใน 3 มิติ (1) มิติจิตใจ (2) มิติสถานที่ในชีวิตนี้ (3) มิติหลังจากตายแล้ว นรก – สวรรค์ในมิติจิตใจ คือ สภาวะของจิตใจที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันขณะ เช่น ถ้ากำลังรู้สึกมีความสุข ความปลอดโปร่งโล่งเบา ร่าเริงเบิกบาน ผ่องใส อิ่มอกอิ่มใจ รวมถึงดีใจ อาการอย่างนี้เองคือสภาวะที่เรียกว่าสวรรค์ ทั้งนี้เพราะ สวรรค์แปลว่า ““อารมณ์อันดีเลิศ”” ในทางตรงกันข้าม ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์ อึดอัดขัดข้อง เดือดเนื้อร้อนใจ โศกเศร้าโศกาดูร หม่นหมอง ร่ำไห้พิไรรำพัน หวาดผวา วิตก ขมขื่นกลืนกล้ำช้ำใจ อยู่ที่ไหนก็หม่นหมองครองโศกเหมือนแบกของหนักเอาไว้ตลอดเวลา นี่คือสภาวะที่เรียกว่านรก ทั้งนี้เพราะ […]

ปาฏิหาริย์แห่งการเจริญเทวตานุสติ

เวลาประมาณห้าโมงเย็นของวันหนึ่งในปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ผู้เขียนและเพื่อนเดินทางไปกราบสักการะพระอนุสาวรีย์พระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระมเหสีองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระตําหนักดาราภิรมย์ ค่ายดารารัศมี อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ การเจริญเทวตานุสติ เมื่อผู้เขียนจุดธูปเทียนบูชาเรียบร้อยแล้วก็นั่งพับเพียบ ยกมือไหว้ พร้อมทั้งครุ่นคิดถึงพระกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงมีต่อนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ทรงเสียสละอย่างใหญ่หลวงด้วยการจากนครเชียงใหม่ไปถวายตัวรับราชการฝ่ายใน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่มีพระชันษาเพียง 13 ปี ในฐานะองค์สายสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน คือ สยามกับนครเชียงใหม่ และประทับ ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 23 ปีเศษ พร้อมทั้งคิดคํานึงถึงพระกรณียกิจทั้งทางด้านศาสนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาการเกษตรที่มีต่อนครเชียงใหม่ และแล้วผู้เขียนก็สะดุดตาเมื่อมองเห็นผ้าสไบแบบภาคกลางมีตัวอักษรปักชื่อนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นํามาถวายและห่มพระอนุสาวรีย์ไว้ ผู้เขียนรู้สึกทันทีว่าไม่สมควรและพระองค์จะต้องไม่โปรด เพราะถ้าจะทรงห่มสไบแบบภาคกลางก็คงทรงห่มมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว จากการศึกษาพระประวัติพบว่า พระราชชายาทรงอนุรักษ์การแต่งกายแบบชาวเหนือไว้ตลอดพระชนมชีพ วัฒนธรรมกรุงเทพฯไม่สามารถกลืนความเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือผู้ทรงอนุรักษนิยมล้านนาไปได้ ผู้เขียนใคร่ครวญแล้วจึงตัดสินใจขอประทานพระอนุญาตนําสไบออกจากพระอนุสาวรีย์ แล้วนํามาพับวางไว้ใกล้ ๆ กับพระบาท ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ เกิดมีสายฝนเป็นละอองฝอยโปรยลงมาเบา ๆ ผู้เขียนและเพื่อนหันมามองหน้ากันและเกิดอาการขนลุกน้ำตาไหลคลอที่เบ้าตา ต่างรีบก้มลงกราบแทบพระบาทของพระอนุสาวรีย์ ผู้เขียนรับรู้ด้วยจิตว่า พระองค์ทรงสื่อสารมาถึงเราว่าทําถูกต้องแล้ว และละอองฝนเป็นเสมือนการพรมน้ำมนต์ให้นั่นเอง ที่ผู้เขียนรู้สึกอัศจรรย์ใจมากยิ่งขึ้นก็คือ ขณะนั่งอยู่ที่ลานพระอนุสาวรีย์นั้น […]

เรือนจำเคนยาใช้การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง

เรือนจำเคนยาใช้ การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง การเจริญสติ กำลังแพร่หลายทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เรือนจำ ไนวาชาจีเค (Naivasha GK) ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงที่ใหญ่ที่สุดของเคนยา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงไนโรบี กำลังใช้โปรแกรมอบรมการเจริญสติ เพื่อจัดการกับความรุนแรง และดึงผู้คุมกับผู้ต้องขังให้มาใกล้ชิดกันมากขึ้น ในเรือนจำแห่งนี้มีความตึงเครียดสูงมาก เนื่องจากแออัดไปด้วยผู้ต้องขังมากกว่า 2,000 คน ที่กำลังชดใช้โทษติดคุกตลอดชีวิตหรือรอวันประหารชีวิต ที่นี่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะความรุนแรง อุปกรณ์เครื่องใช้ก็เก่าเก็บมีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม จำนวนผู้ต้องขังแออัดล้นเกิน 100% ดังนั้นสถานการณ์จึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน มีรายงานความขัดแย้งถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันมาตลอด ระหว่างพัศดี ผู้คุม และผู้ต้องขัง ซึ่งนำไปสู่ความกดดันและสิ้นหวัง ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะกำจัดความตึงเครียดและปรับปรุงบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งทางเรือนจำได้หาวิธีมาจัดการกับปัญหานี้ นั่นคือ การเจริญสติ ดอกเตอร์อินมาคูลาดา อะดาร์เวส-โยร์โน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ของอังกฤษ ได้แนะนำโปรแกรมเจริญสติให้แก่ฝ่ายบริหารของเรือนจำ เพื่อนำไปปรับปรุงวัฒนธรรมของเรือนจำให้ดีขึ้น โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องขังหันมาสนใจการเจริญสติ ผู้คุมที่ผ่านการอบรมมาเป็นพิเศษจะเป็นผู้นำการอบรม และจะเป็นผู้กระตุ้นผู้ต้องขังกับผู้คุมด้วยกันให้มาร่วมแบ่งปันความหวาดกลัวและความอ่อนแอในจิตใจ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงถึงกัน ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิตคนหนึ่งบอกว่า ระหว่างตัวเขากับผู้คุมเปรียบเหมือนนรกกับสวรรค์ ไม่มีทางบรรจบกันได้ แม้แต่มองตากันก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ โปรแกรมเจริญสติช่วยให้เขาได้เรียนรู้การปล่อยวางความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ณ วันนี้เขามองผู้คุมเป็นเสมือนพี่น้อง […]

อธิษฐานอย่างไรไม่ให้เป็นกิเลส

อธิษฐาน อย่างไรไม่ให้เป็นกิเลส โดย ดร. สนอง วรอุไร ดร. สนอง วรอุไร ได้แสดงทรรศนะในเรื่องของการ “อธิษฐาน” ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ การอธิษฐานที่ถูกธรรม คำว่า “อธิษฐาน” หมายถึง การตั้งจิตปรารถนาให้เข้าถึงความดีงามในกาลข้างหน้า แต่หากอธิษฐานให้เกิดเป็นความชั่วร้าย เช่น อธิษฐานให้คนค้ายาบ้าต้องวิบัติ เช่นนี้เรียกว่า “สาปแช่ง” เรื่องนี้ในครั้งที่ผู้เขียนบวชเป็นภิกษุ ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดมหาธาตุฯ เคยถามท่านเจ้าคุณโชดกในทำนองที่ว่า ผู้เขียน : ท่านเจ้าคุณอาจารย์ครับ การอธิษฐานให้เข้าถึงพระนิพพานไม่ถือว่าเป็นกิเลสหรือครับ ท่านเจ้าคุณโชดก : การจะเข้าถึงพระนิพพานได้จะต้องมีกิเลสหรือหมดกิเลส เพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้เขียนเข้าใจเรื่องการอธิษฐานได้อย่างถ่องแท้ จึงมิได้ตั้งคำถามเรื่องนี้อีกต่อไป ดังนั้นเมื่อบุคคลได้อธิษฐานแล้ว ต้องทำเหตุให้ถูกตรง หากอธิษฐานเข้าถึงพระนิพพาน เหตุถูกตรงก็คือต้องพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้ปัญญาเห็นแจ้งกำจัดกิเลสที่ผูกมัดใจทั้งสิบอย่าง (สังโยชน์ 10) ให้หมดไป เมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อมแล้ว ความสมปรารถนาจึงจะเกิดขึ้นได้ ตรงกันข้าม หากอธิษฐานขอให้รวย อธิษฐานขอให้มีบ้านหลังใหญ่ ถือว่าเป็นกิเลส เพราะเป็นการนำจิตเข้าไปผูกติดเป็นทาสของทรัพย์วัตถุ อธิษฐานขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นกิเลส เพราะเป็นการนำจิตเข้าไปเป็นทาสของโลกธรรม ฯลฯ ต่าง […]

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้แนะนำ วิธีอินกับความตาย ซึ่งเป็นการซ้อมตายในโอกาสต่าง ๆ ฝึกใจให้ละวางตัวตน หลุดพ้นจากความหลง ไว้ดังนี้ 1. ซ้อมตายก่อนนอน ก่อนนอนทุกคืนทำใจให้ผ่อนคลาย จินตนาการว่าคืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของเรา ลมหายใจของเรากำลังจะหมด ร่างกายแน่นิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้ ตัวเริ่มเย็นและแข็ง ใช่แต่เท่านั้น เรายังต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าคนรัก พ่อแม่ ลูกหลาน ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ ฯลฯ จากนั้นถามตัวเองว่า “เราพร้อมไหมที่จะไปในคืนนี้…ถ้าไม่พร้อมแล้วทำอย่างไรถึงจะพร้อม” การพิจารณาดังกล่าวจะทำให้เราตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นด้วยความไม่ประมาท และไม่รีรอที่จะสะสางเรื่องราวที่คั่งค้าง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมตายในทุกวินาทีของชีวิต 2. ซ้อมตายก่อนเดินทาง เวลาเดินทางหรือนั่งอยู่ในยวดยานพาหนะ ให้นึกว่าเราอาจประสบอุบัติเหตุกลางทาง ออกจากบ้านแล้วอาจจะไม่ได้กลับเข้ามาอีกก็เป็นได้ นี่อาจเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของเรา จากนั้นถามใจตัวเองว่า ถ้าเกิดเหตุเครื่องบินตก รถชน หรือพลิกคว่ำ ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีสุดท้ายของชีวิต เราจะรู้สึกอย่างไร จะวางใจอย่างไร จะตระหนกตกใจไหม จะกังวลถึงคนข้างหลังหรือไม่… ถ้าคำตอบคือ ตระหนกตกใจ ห่วงหน้าพะวงหลังและยังไม่พร้อมจะตาย เราต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อเผชิญความตายอย่างสงบให้จริงจังมากขึ้น […]

บ่มเพาะความสงบสุขในจิตใจที่ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

สระบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมไปถึงสถานที่สัปปายะอย่าง วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์)

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ไว้สำหรับสวดภาวนาทุกเช้าค่ำ เพื่อความสวัสดีเป็นสิริมงคลแก่ผู้สาธยาย อันเป็นบ่อเกิด มหาเตชัง มีเดชมาก มหานุภารัง มีอานุภาพมาก และมีลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อุปัทวันตรายและความพินาศทั้งปวง ตลอดทั้งหมู่มารร้าย และศัตรูคู่อาฆาตไม่อาจแผ้วพานได้ อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง เป็นต้น ถ้าสาธยายหรือภาวนาแล้วจะนำมาซึ่งลาภยศ สุขสรรเสริญ และปราศจากอันตรายทั้งปวง ตลอดทั้งเป็นการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เป็นการเจริญพระพุทธานุสติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นแดนเกิดของสมาธิอีกด้วย อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว เป็นการมอบกายถวายชีวิตไว้กับองค์พระพุทธเจ้าหรือเอาองค์พระพุทธเจ้าเป็นตาข่ายเพชรคอยปกป้อง คุ้มครองรักษาชีวิตให้ปราศจากเวรภัย อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว ขออาราธนาบารมีธรรมของพระพุทธองค์สิงสถิตในเบญจขันธ์ของเรา เพื่อให้เกิดพระไตรลักษณาญาน อันเป็นทางของพระนิพพานสืบต่อไป อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะวีธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนา ขออำนาจสมาธิญาณของพระพุทธองค์เป็นไปในธาตุ ในจักรวาล ในเทวโลกหรือในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ […]

“มิจฉาทัศน์” สาเหตุทุกข์ โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส.ชิโนรส)

“มิจฉาทัศน์” สาเหตุทุกข์ โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส. ชิโนรส) สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้เห็นกระแสเกิด-ดับ และดับ-เกิด คือ การเจาะเข้าไปถึงสาเหตุที่แท้จริงของทุกข์ หรือ มิจฉาทัศน์ ที่ฝังลึกอยู่ในจิตสันดานของมนุษย์แต่ละคนมาชั่วกัปชั่วกัลป์ มิจฉาทัศน์ที่ว่ามี 4 อย่าง ดังนี้ 1. เชื่อว่าสรรพสิ่งเที่ยงแท้ (สัสสตทิฏฐิ) ความเห็นผิดเช่นนี้ เชื่อว่าจะมีรูปแบบชีวิตที่จีรังยั่งยืนตลอดไป มีสุขสมหวัง-มั่งคั่งร่ำรวย-มีอำนาจวาสนาตลอดไป หรือเมื่อตายไปแล้วก็เกิดในมิติที่เป็นอมตะตลอดไป ความเชื่อว่าสรรพสิ่งเที่ยงแท้เกิดจากศาสนาต่าง ๆ ที่สอนให้เชื่อพระเจ้า ศาสนาเหล่านี้สอนมนุษย์มาหลายพันปีว่า ชีวิตเริ่มจากจุดที่สร้างโดยพระเจ้า แล้วจะพัฒนาไปจนถึงจุดที่สมบูรณ์ที่สุด เที่ยงแท้ชั่วนิรันดร์ ไม่เกิดไม่ตายอีก ความเชื่อเหล่านี้จึงฝังลึกอยู่ในจิตสันดานของมนุษย์อย่างไม่รู้ตัว คอยบงการจิตใจมนุษย์ให้แสวงหารูปแบบชีวิตที่เที่ยงแท้ หรือความสุขสมหวังที่ยั่งยืนอย่างใดอย่างหนึ่งตลอดไป เมื่อผู้ปฏิบัติเห็นการเกิด-ดับของสรรพสิ่งในรูปกระแส ความเชื่อดังกล่าวก็ถูกท้าทายทันที เพราะเมื่อสรรพสิ่งเป็นกระแสเกิด-ดับอย่างนั้น จะมีสิ่งที่เที่ยงแท้เป็นอมตะค้ำฟ้าได้อย่างไร 2. เชื่อว่าสรรพสิ่งสูญ (อุจเฉททิฏฐิ) ความเห็นผิดเช่นนี้ เชื่อว่าชีวิตตายแล้วสูญ ชีวิตโลกหน้าไม่มีอีกต่อไป เคยได้ยินบางคนพูดว่า “ชีวิตเกิดหนเดียว ตายหนเดียว” นั่นคือความคิดที่สะท้อนออกจากความเชื่อว่า สรรพสิ่งสูญ นักวิทยาศาสตร์วัตถุนิยมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า สรรพสิ่งสูญ ความจริงมีเพียงแค่วัตถุ เมื่อวัตถุแตกสลาย […]

เมื่อผมพาแม่ไปปฏิบัติธรรม

วันนี้จะขอพาพี่ ๆ เพื่อน ๆ มาวัดที่จังหวัดบ้านเกิดผม ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลาย ๆ คนอาจจะนึกว่าวัดหลวงพ่อโสธร แต่ไม่ใช่ครับ วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ได้โด่งดังด้านความศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นวัดที่มีความสําคัญในการพัฒนาจิตใจเราให้ดีขึ้น พาแม่ไปปฏิบัติธรรม นี่คือ ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา สถานที่นี้เป็นบ้านอีกแห่งหนึ่งของผมเช่นกัน ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่า ถ้าผมหมุนเวลาย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน นาฬิกาชีวิตย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่ผมได้เริ่มทํางานที่แรกกับการเป็นเซลส์ รายได้อู้ฟู่ไม่ใช่น้อย ใช้ชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย หมดเงินไปกับสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่น ค่านิยมจํานวนมาก จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม่เริ่มไม่สบาย ปวดขา และต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เวลาที่ผมไปหาลูกค้าเสร็จ ช่วงเย็นผมต้องมาเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล อาการที่ขาของแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย ผมมักจะซื้อของที่แม่ชอบมาให้แม่กินประจํา ผมนั่งมองดูแม่หลับ น้ำตาผมจะไหล แต่มันไหลไม่ได้ ผมอยากให้แม่หายไว ๆ เมื่อก่อนเวลาที่แม่บ่นแม่ว่า ผมไม่เคยสนใจท่านเลย ผมไม่เคยกอดแม่นานมากแล้ว…จําได้ครั้งล่าสุดที่กอดคือวันที่รถตู้โรงเรียนสมัยมัธยมถูกสิบล้อชน แม่มาที่โรงเรียนและวิ่งเข้ามากอดผม แม่นึกว่าผมอยู่ในรถคันนั้น ผมเดินออกจากโรงพยาบาลในตอนค่ำอย่างอ่อนล้า ท่ามกลางแสงไฟและแสงสีในกรุงเทพฯ ผมเคยเป็นเหมือนแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ หลงแสงสี หลงรัก หลงทาง หาทางออกไม่เจอ วันนี้ผมไม่ต้องออกตลาด เพราะผมต้องประชุมและเคลียร์งานอยู่ที่ออฟฟิศแถวชิดลม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อโทรศัพท์มาบอกว่า […]

เมื่อวันที่ “ความรัก” กลายเป็น “ความร้อน” บทความดีๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ถ้าคุณอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่แวดล้อมด้วยคนที่รักคุณ คุณจะอึดอัดทำไมถ้าใจของคุณเป็นอิสระ ขอให้คุณกลับมาที่บ้านหลังใน…คือใจของคุณ

“ไม่เป็นอะไรกับอะไร” เรื่องเล่าช่วงเวลาก่อน หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ มรณภาพ

แม้จะยังไปไม่ถึงจุดหมายดังกล่าว เพียงแค่อยู่ระหว่างทางการตายอย่างสงบก็ไม่เหลือวิสัย ขอเพียงแต่ลงมือปฏิบัติเสียแต่เดี๋ยวนี้

กำไรจากเรื่องร้าย ๆ นิทานธรรมสะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

“กำไรจากเรื่องร้าย ๆ” นิทานธรรม สะกิดใจ โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ เศรษฐีคนหนึ่งมีฐานะร่ำรวยมาก ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ล้วนสร้างกำไรแก่เขาเสมอ เขามีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิงอีก 4 คน ทุกคนในครอบครัวต่างอยู่ด้วยกันอย่างผู้มีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน เศรษฐีมีสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เช่น อูฐ โค ลา แพะ และแกะ เมื่อมีการจำหน่ายออกไปในแต่ละครั้งก็จะนำรายได้มาสู่ครอบครัวของเศรษฐีเป็นจำนวนมาก นิทานธรรม ด้วยความที่เป็นผู้มั่งคั่ง เศรษฐีจึงต้องมีการบริหารจัดการสิ่งที่มีอยู่อย่างรอบคอบ ทำให้ท่านเป็นคนที่ได้เรียนรู้ชีวิตอย่างผู้มีปัญญาเสมอมา การที่เศรษฐีต้องอยู่กับการบริหารมาโดยตลอด ต้องทนแรงเสียดทานต่าง ๆ จากการค้าขาย รวมทั้งต้องเกี่ยวข้องกับการได้กำไรและการขาดทุนอยู่เรื่อย ๆ จึงทำให้ท่านมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้จักปล่อยวางได้เมื่อมีเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้น อยู่มาวันหนึ่ง คนรับใช้ชาย 4 คนของเศรษฐีที่ได้ไปปฏิบัติภารกิจที่แตกต่างกันวิ่งหน้าตาตื่นมาหา พอมาถึงก็รีบแจ้งข่าวให้ท่านรับทราบในทันที คนที่ 1 แจ้งให้ทราบว่า “ท่านเศรษฐีครับ ผมมีข่าวร้ายจะแจ้งให้ท่านได้ทราบ คือมีโจรมาดักปล้นโคและลาที่ท่านมอบหมายให้พวกผมไปเลี้ยง พวกผมต่อสู้จนสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถต้านทานพวกโจรได้ […]

ศิลปะของการเรียนรู้ตนเอง โดย หลวงพ่อโพธินันทะ

ศิลปะของการเรียนรู้ตนเอง โดย หลวงพ่อโพธินันทะ เป้าหมายของการปฏิบัติภาวนาคือ การบรรลุถึงบรมธรรมสูงสุด ทั้งในความมืดและสว่าง ทั้งความสับสนวุ่นวายและความสงบศานติ จะต้องรู้ชัดต่อบรมธรรมให้ชัดเจนอยู่เสมอ และถ้าปรารถนาให้สัจธรรมแสดงตนอยู่ยาวนานก็จะต้องคอยเฝ้ารักษาจิตประภัสสรของตนเองอยู่เสมอ ๆ “จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี” ปราชญ์ย่อมตามรักษาจิตของตน ศิลปะของการเรียนรู้ตนเอง พระพุทธองค์มุ่งชี้แนะให้มนุษย์บรรลุถึงความหลุดพ้นจากความยึดถือทั้งปวง สำเร็จมรรคผล เข้าถึงบรมธรรมอันสมบูรณ์ รู้แจ้งในความสมบูรณ์แห่งการดำเนินชีวิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ถึงพร้อมในความบริบูรณ์แห่งสัจธรรมในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน “วันนี้อากาศร้อนจัง” ปรมาจารย์ตั๊กม้อบอกว่า “อยากเห็นปลาให้มองน้ำ อยากเป็นพุทธะให้เฝ้ามองจิตใจ” เป็นการชี้แนะในการปฏิบัติที่ดีมาก แต่อย่าแสวงหาความเป็นอนัตตาด้วยการรับรู้อย่างแบ่งแยกแล้วใช้ความคิดระดับเหตุผลพิจารณาหาสิ่งที่ตรงข้ามกับความมีตัวตน จิตเดิมที่ยังไม่ได้ปรุงแต่งมันปกติอยู่แล้ว เป็นไปได้ไหมที่เราจะคอยรักษาจิตที่ปกติของเราไว้ ดังนั้นการฝึกฝนหรือปฏิบัติภาวนาก็เพื่อการดำรงอยู่บนวิถีของจิตที่ปกตินี้แหละ มันเป็นการฝึกฝนที่มหัศจรรย์และมีศิลปะอย่างยิ่ง ถ้าเรามีความศรัทธาต่อจิตประภัสสรของเราอย่างแรงกล้า แล้วใช้จิตประภัสสรเป็นฐานของการปฏิบัติภาวนา จึงจะเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องและจะเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ปัญญาญาณก็จะหยั่งลงสู่ก้นบึ้งของจิตใจ เข้าถึงความเป็นเองแล้วแสดงออกร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอันเป็นวิถีของธรรมชาติแห่งพุทธะ แล้วรู้ชัดในความเป็นองค์รวมของสรรพสิ่งในทุกขณะของการดำรงอยู่ นี่คือ “เอกายนมรรค” นี่คือวิถีของความเป็นเอกภาพของโพธิจิตแห่งพุทธะ เราไม่อาจเข้าถึงความเป็นศิลปะของการดำรงอยู่ได้เลย หากเรายังดำเนินชีวิตด้วยความรู้สึกว่า มีตัวเราเป็นศูนย์กลางของการรับรู้อย่างแบ่งแยก แล้วเห็นสรรพสิ่งแตกต่างกัน นี่คือประเด็นที่สำคัญยิ่งที่เราจะต้องขจัดหรือไปให้พ้นมัน (ผู้รู้-สิ่งที่ถูกรู้ : นามรูป) การศึกษาที่แท้จริง การศึกษาที่แท้จริงจะทำให้เราเข้าใจตัวเองและทำให้เกิดปัญญาญาณ เข้าใจโลกจากประสบการณ์จริง ด้วยการรู้แจ้งชัดว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตของสรรพสัตว์คือสุญญตา […]

10 เหตุผลที่เราทุกคนควรมีเมตตา ข้อคิดสะกิดใจโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำไมพระบรมศาสดาของทุกศาสนาจึงเน้นย้ำให้มนุษยชาติทั่วทั้งโลกอยู่กันด้วย เมตตา เพื่อจะตอบคำถามนี้ ขอให้เราลองมาพิจารณาเหตุผลต่อไปนี้ร่วมกัน (1) มนุษยชาติ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ อาจเคยเป็นญาติพี่น้องหรือวงศาคณาญาติกันมาแต่ชาติปางก่อน เพราะในสังสารวัฏอันยาวไกลที่หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่พบนี้ เราล้วนเคยเวียนว่ายตายเกิดกันมาแล้วนับชาติภพไม่ถ้วนตลอดเวลาอันยาวนานนี้ เราอาจเคยเกี่ยวข้องกันมาแล้วในฐานะต่าง ๆ บ้างเคยเป็นมารดา บ้างเคยเป็นบิดา บ้างเคยเป็นบุตรธิดา บ้างเคยเป็นสามีภรรยา บ้างเคยเป็นเพื่อน พี่ น้อง บริวาร อาจารย์ ศิษย์ ฯลฯ กันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เมตตาต่อคน ซึ่งครั้งหนึ่งอาจเคยเป็นพี่น้องวงศาคณาญาติของเราเอง (2) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ต่างก็เป็นสัตว์โลกซึ่งดำรงความเป็นสมาชิกของโลกนี้ประเภทหนึ่งเหมือนกันกับเรา จริงอยู่ แม้คน สัตว์ เทวดา จะมีความแตกต่างกันโดยอัตภาพที่ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกบ้าง แต่เมื่อว่าโดยภาพรวมแล้ว เราทั้งหมดก็ล้วนอยู่ในสังกัดเดียวกัน คือเป็นสัตว์โลกผู้เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เหมือนกัน จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่ เมตตา ต่อกันและกัน (3) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ต่างก็เป็นผู้ตกอยู่ในกฎธรรมชาติเช่นเดียวกันกับเรา กล่าวคือ มนุษย์ สัตว์ เทวดา แม้จะเกิดมาแตกต่างกัน แต่ก็ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในอาณัติของกฎแห่งธรรมชาติอันเป็นสากลที่เรียกว่า […]

keyboard_arrow_up