ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย

ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย เคยสงสัย และ เกิดตั้งคำถามในตัวเองใช่ไหมว่า ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ไปดูกันค่ะว่าเพราะอะไร หนึ่งในสถานการณ์ที่มักจะสร้างความคลางแคลงใจให้แก่คนที่เพิ่งจะหันมาศึกษาธรรมะ  รวมไปถึงผู้ที่ศึกษาธรรมะมานาน  แต่ยังไม่มีความหนักแน่นมากพอที่จะเชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็คือ ทำไมทำบุญแต่ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ชาวพุทธจำนวนมากทำกิจกรรมทางศาสนาหลายอย่างแล้วคิดว่า การกระทำดังกล่าวได้บุญแต่ความจริงแล้วบางอย่างก็ได้บุญน้อยมากบางอย่างไม่ได้บุญเลย เหตุการณ์ดังกล่าวมักจะทำให้ความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาของบางคนสั่นคลอน  แล้วกลายเป็นคนหลงผิด ผมจึงขอรวบรวมเหตุผลส่วนหนึ่งมาอธิบายว่า เพราะเหตุใดการทำบุญจึงไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นดังนี้   1. ทำบาปเอาไว้มาก   แต่ยังทำบุญน้อย  ลองคำนวณดูคร่าว ๆ ว่าเราเริ่มศึกษาธรรมะตอนอายุเท่าไร  แล้วลองเปรียบเทียบดูว่า  จำนวนปีที่เราทำบาปกับจำนวนปีที่เราทำบุญแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน  ยกตัวอย่างเช่น  สมมุติว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังในช่วงอายุ30 กว่า ๆ  ต่อมาได้หยุดทำบาปแล้วหันมาทำบุญในช่วงไม่เกิน 5 ปีหลัง  ก็แปลว่าก่อนหน้านั้นเราทำบาปมาประมาณ 30 ปีและเริ่มทำบุญจริงจังมาประมาณ 5 ปี  จะเห็นได้ว่า  ปริมาณการทำบาปในชาตินี้ยังมากกว่าการทำบุญ ฉะนั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตอาจจะยังไม่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด     2. บุญก็ทำ บาปก็ไม่เลิก  คนจำนวนไม่น้อยศึกษาธรรมะ แต่เข้าถึงหลักธรรมเพียงด้านเดียวคือการทำบุญ โดยไม่ได้สนใจเลิกทำบาป จึงทำบุญไปด้วย ทำบาปไปด้วยชีวิตโดยรวมก็จะมีสภาพลุ่ม ๆ ดอน ๆเดี๋ยวชีวิตก็ดีเพราะผลบุญที่ทำ เดี๋ยวชีวิตก็แย่เพราะผลของบาปที่ไม่ได้ลดละลงเลย   3. เข้าใจผิด คิดว่าทำบุญอยู่  ชาวพุทธจำนวนมากทำกิจกรรมทางศาสนาหลายอย่าง  แล้วคิดว่าการกระทำดังกล่าวได้บุญ  แต่ความจริงแล้ว บางอย่างก็ได้บุญน้อยมาก บางอย่างไม่ได้บุญเลย หนำซ้ำกิจกรรมบางอย่างก็ได้บาป  ทำให้ไม่มีบุญมาส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้น เช่น การเข้าวัดเฉย ๆ การกราบพระพุทธรูปเพื่อขอพรการสวดมนต์เพื่อให้ร่ำรวย การแก้กรรมการรดน้ำมนต์ การไปร่วมพิธีกรรมต่าง ๆเป็นต้น     4. ทำบุญมาก แต่ได้บุญน้อย   หลายคนยังคงทำมาหากินในอาชีพที่ผิดศีล เงินที่หามาได้จึงเป็นเงินที่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งเงินก้อนนี้หากเอาไปทำบุญก็จะได้บุญน้อยมาก จึงไม่มีผลบุญที่จะมาช่วยให้ชีวิตดีขึ้น   5. เข้าใจผิด คิดว่าละบาปแล้วหลายคนมีความเข้าใจเรื่องการทำบาปไม่ครบถ้วน จึงคิดว่าการกระทำของตนไม่บาป และยังคงทำกรรมนั้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดทำให้ยังคงได้บาปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดเช่นกัน  ส่งผลให้มีบาปที่รอแสดงผลเป็นจำนวนมาก เช่น การใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ยังไม่ได้สู่ขอ การพูดให้คนทะเลาะกัน การพูดจาเสียดแทงจิตใจ เป็นต้น     6. ทำบุญไม่ตรงกับผลที่ต้องการ  ชาวพุทธจำนวนมากมีความต้องการให้ชีวิตบางด้านดีขึ้น แต่เนื่องจากขาดความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมที่ถูกต้อง จึงทำบุญไม่ตรงกับความต้องการ เช่น คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความรัก ความจริงแล้วควรจะรักษาศีลอุโบสถ เลิกพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดหยาบ แต่ก็กลับไปทำสังฆทานที่จะช่วยเรื่องเงินทอง คนที่มีปัญหาเรื่องการทำงานความจริงแล้วควรทำบุญถวายสังฆทาน แต่กลับไปปล่อยปลา ไถ่ชีวิตสัตว์ ซึ่งจะช่วยให้อายุยืนและสุขภาพดี คนป่วยที่ควรจะทำบุญด้วยยาหรือปล่อยปลาที่กำลังจะถูกฆ่า แต่กลับไปซื้อปลาที่เขาเตรียมจับไว้แทน ซึ่งบุญที่ได้จะช่วยเรื่องอิสรภาพมากกว่า   7. บุญยังไม่แสดงผล  คนจำนวนหนึ่งมีความเข้าใจในกฎแห่งกรรมอย่างถูกต้อง และได้เริ่มต้นทำบุญละบาปมาต่อเนื่องยาวนานนับสิบ ๆ ปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะบุญที่ทำยังไม่สบช่องแสดงผล เพราะในชาติที่แล้ว และชาติก่อนหน้านั้น อาจจะเคยทำบาปเอาไว้มากบาปที่เคยทำจึงยังตามแสดงผลให้เราพบเจอความทุกข์ไม่หยุด ชีวิตจึงยังไม่ดีขึ้น ตัวอย่างเหตุผลดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านทุกคนได้ลองหันกลับมาพิจารณาว่า ตัวเราเองเข้าใจเรื่องบาปบุญอย่างถูกต้องแค่ไหน และแท้จริงแล้วตัวเราทำบุญหรือทำบาปมากกว่ากัน ถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะเห็นความจริงว่า เราทำดีมากพอหรือยัง (ส่วนใหญ่มักจะยังทำบุญไม่มากพอ และยังทำบาปควบคู่ไปด้วย) ในขณะเดียวกัน ก็หวังว่าความเข้าใจดังกล่าวจะทำให้ทุก ๆ คนสามารถรักษาความมุ่งมั่นในการทำบุญละบาปต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะถึงอย่างไรเส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนเอาไว้ และเป็นเส้นทางที่จะช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย   (หมายเหตุ : อ่านความรู้จากพระไตรปิฎกเกี่ยวกับการทำบุญได้ในหนังสือ “ทำดี24 ชั่วโมง”  ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการทำบาปอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ “ถ้ารู้…(กู)…ไม่ทำ”) เรื่องจาก : นิตยสาร Secret […]

Dhamma Daily: พักอยู่คอนโดสูง ควร กรวดน้ำ อย่างไรดี เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่

Dhamma Daily: พักอยู่คอนโดสูง ควร กรวดน้ำ อย่างไรดี เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่ – พระครูสังฆรักษ์สงบ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า การทำบุญมีอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือทาน ศีล

Dhamma Daily: เคยพลาดทำแท้งมาครั้งหนึ่ง จะ ลดวิบากกรรม นี้ได้อย่างไรคะ

Dhamma Daily: เคยพลาด ทำแท้ง มาครั้งหนึ่ง จะลดกรรมนี้ได้อย่างไรคะ – ถาม: ดิฉันเคยพลาดทำแท้งมาครั้งหนึ่ง จะลดกรรมนี้ได้อย่างไรคะ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ ตอบคำถามเรื่องนี้ไว้ว่า

True story: ผู้หญิง โชคดี กับชีวิตที่ โชกโชน

True story: ผู้หญิง โชคดี กับชีวิตที่ โชกโชน แม้ชีวิตของฉันจะเริ่มต้นจาก “ความไม่พร้อม” ของพ่อและแม่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคน โชคดี  เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกและได้รู้จักชีวิตในแง่มุมต่างๆ…ในขณะที่เด็กอีกหลายคนไม่มีโอกาสนั้น หลังฉันลืมตาดูโลกเพียงสามเดือนพ่อกับแม่ก็แยกทางกัน พ่อนำฉันมาทิ้งไว้กับปู่และย่า แล้วก็ไปขับรถสิบล้อที่ต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับบ้าน แต่พอกลับมาพ่อก็ไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ชีวิตฉันจึงกลายเป็นว่า “มีพ่อก็เหมือนไม่มี” แต่อะไรก็ยังไม่ช้ำใจมากเท่ากับที่ท่านไม่เคยให้ฉันเรียกว่า “พ่อ” เลยตั้งแต่เกิดมา สั่งให้เรียก “พี่” ตลอด บ้านที่ฉันอยู่ เราอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีย่าและสามีใหม่ของย่า ลุง อาผู้ชาย และหลาน ๆ อีก 2 – 3 คน ทุกคนดูมีอิสระในการใช้ชีวิตเต็มที่ จะมีก็แต่ฉันที่ถูกเคี่ยวเข็ญมากกว่าใคร ซึ่งนั่นอาจจะด้วยความที่ฉันเป็นหลานสาวคนโตของบ้าน ผิดนิดผิดหน่อยก็มีทั้งบ่น ทั้งด่า รวมทั้งลงไม้ลงมือทำโทษแรง ๆ เพื่อให้หลาบจำไม่มีใครรู้หรอกว่าการลงโทษแต่ละครั้งฉันไม่ได้เจ็บแค่กาย แต่กลับบาดลึกลงไปถึงหัวใจ และทำให้ฉันบอกตัวเองว่า “ต่อไปอย่าพูดมากนะ ใครให้ทำอะไรอย่าปฏิเสธนะ เพราะไม่อย่างนั้นจะต้องโดนลงโทษแน่ ๆ ” ความหวาดกลัวที่ว่านี้ติดตัวฉันมาตลอดจนเข้าเรียน ป.1 จำได้แม่นว่าวันนั้นฉันปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมาก แต่ก็ไม่กล้าบอกครู อึกอัก ๆ จนในที่สุดก็อึราดในห้องเรียน นับจากวันนั้นฉันก็โดนเพื่อน ๆ ล้อมาจนจบ ป.6 แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคงนิ่ง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฏิเสธ ไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเอง…เหมือนเดิม พอขึ้นชั้น ม.2 แววเกเรก็เริ่มออก ฉันประเดิมด้วยการโดดเรียนไปดูหนังกับเพื่อนแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน ปรากฏว่า วันนั้นพ่อเกิดกลับมาพอดี พอรู้ว่าฉันไม่ได้กลับบ้านเท่านั้นแหละ พ่อเที่ยวออกตามหาทั้งคืน แต่กว่าจะเจอฉันก็ตอนเย็นของวันรุ่งขึ้นแล้ว พ่อไม่พูดพร่ำทำเพลง กระหน่ำทั้งกำปั้นและฝ่ามือใส่ฉันทันทีด้วยความโกรธ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสั่งห้ามไม่ให้ฉันไปโรงเรียนอีกต่อไป ความเป็นเด็กทำให้ฉันต้องก้มหน้ายอมรับคำตัดสินของผู้ใหญ่แต่โดยดี ทั้งที่เรื่องก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดนั้น แต่ฉันต้องออกจากโรงเรียนทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบชั้น ม.2 เพื่อมาช่วยงานที่บ้าน หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็พบกับ “รักแรก” ในชีวิต ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราคบหากัน แต่ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันรู้สึกว่าเขาคือผู้ชายที่ฉันรักและต้องการมากที่สุดในโลก เพียงแค่เขายิ้มให้ฉัน เรากอดกันเบา ๆ จับมือกันแน่น ๆ หัวใจของฉันก็ล่องลอยไปไกลแสนไกลแล้ว ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันรู้ว่า สิ่งที่ฉันขาดหายและกำลังตามหาอยู่ก็คือ…“ความรัก” นั่นเอง แต่จะด้วยความเป็นเด็กของเราทั้งคู่ก็ดี หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่นานนักเราทั้งคู่ก็เลิกรากันไป หัวใจของฉันว่างอยู่ได้ไม่นาน ฉันก็พบกับรักครั้งที่สอง รักครั้งนี้ทำให้ฉันมีความสุขและคิดถึงอนาคตจนตัดสินใจไปเรียน กศน. แต่เรียนไปได้สักพักฉันก็เกิดตั้งท้องขึ้นมา! เหตุการณ์ตอนนั้นเหมือนละครน้ำเน่าไม่มีผิด เมื่อฝ่ายชายบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “ผมยังมีอนาคตอีกไกล คงจะรับผิดชอบเธอและลูกในท้องไม่ได้ เอาเด็กออกเถอะ” ถึงฉันจะเสียใจกับคำตอบของชายคนรักคนที่กำลังจะเป็นพ่อของลูกมากเพียงใดก็ตาม แต่นั่นก็ไม่มากเท่ากับคำพูดจากครอบครัวของฉันเองที่สนับสนุนให้เอาเด็กออกท่าเดียว ไม่มีทีท่าจะห้ามปรามยับยั้งใด ๆ เลย ดังนั้น ไม่กี่วันต่อมา แฟนของฉันก็มารับฉันไปที่คลินิกแห่งหนึ่ง ความรู้สึกตอนที่ขึ้นขาหยั่งมันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ ฉันกลัวจนตัวสั่นไปหมด ไม่มั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และทันทีที่หมอเริ่มใช้เครื่องมือควานหาเด็ก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นถึงกับทำให้ฉันภาวนาขอให้มีคนมาช่วยฉันออกไปจากตรงนี้ที รวมทั้งอยากได้ยินใครสักคนบอกฉันว่า “ไม่เป็นไรนะ เข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น อย่าทำอย่างนี้เลย ลงมาเถอะลูก” แต่นั่นก็เป็นได้แค่ความคิดเท่านั้น ร่างของฉันยังคงอยู่บนขาหยั่งและทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปด้วยความเจ็บปวด โชคดีที่ฉันผ่านฝันร้ายนั้นมาได้โดยไม่มีอาการตกเลือดหรือติดเชื้อตามมา เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น แฟนคนนี้ก็โบกมือลาฉันไป ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป คราวนี้ฉันตัดสินใจไปร้องเพลงที่คาเฟ่ตามที่เพื่อนชวน เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง จนกระทั่งสามารถเรียนจบ กศน.ได้วุฒิ ม.3 มา จากนั้นฉันก็พบรักครั้งที่สาม แฟนคนนี้ดูจะเป็นคนดีกว่าใคร เขาสนับสนุนให้ฉันเรียนต่อ ม.4 ยอมเจียดค่าขนมของตัวเองเพื่อให้ฉันได้ไปโรงเรียนทุกวัน ๆ แต่ไม่นานนักหนังม้วนเดิมก็ย้อนกลับมาฉายใหม่อีกครั้ง นางเอกตั้งท้อง พระเอกไม่พร้อมด้วยเหตุผลเดิม ๆ “ผมยังไม่พร้อม ผมยังต้องมีอนาคตต่อไป” ถึงจะปวดใจแค่ไหน แต่ฉันก็ตัดใจไปจากเขาไม่ได้จริง ๆ ถึงต้องเจ็บต้องเสี่ยงฉันก็ยอม ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้เหมือนครั้งก่อน จะต่างกันก็ตรงที่ว่า ครั้งนี้มดลูกของฉันเกิดอักเสบขึ้นมา โชคดีว่ามีคุณหมอใจดีช่วยดูแลให้เป็นพิเศษ ฉันจึงผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ต่อจากนั้นทุกอย่างก็เข้ารอยเดิม ด้วยความกลัวว่าแฟนจะไม่รัก กลัวแฟนไปมีคนอื่น ฉันจึงละเมิดคำเตือนของคุณหมอด้วยการยอมตามใจแฟน…ในที่สุดก็ตั้งท้องอีกครั้งในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงแค่เดือนเดียว! ถึงจะรู้ว่าการทำแท้งติด ๆ กันจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงชนิดเป็น–ตายเท่ากัน แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เพราะถ้าไม่ทำ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาเลี้ยงเด็กที่เกิดมาได้อย่างไร สุดท้ายคุณหมอท่านเดิมก็ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้จนสำเร็จ เหลือทิ้งไว้แต่มดลูกที่บอบช้ำอย่างหนัก…จนฉันรู้ดีว่าต่อไปนี้คงจะมีลูกไม่ได้อีกแล้ว หลังจากหายดี ฉันก็ได้รับข่าวร้ายว่าครอบครัวของแฟนสั่งให้เราเลิกคบกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งแฟนก็ยอมแต่โดยดี คราวนี้เมื่อไม่มีเขาอีกแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ฉันหันกลับมาหางานทำเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ต้องเผชิญทั้งการถูกหลอก ถูกดูถูกต่าง ๆ นานา เพราะฉันมีวุฒิติดตัวแค่ ม.3 เท่านั้น สุดท้าย เมื่อไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกแล้วจริง ๆ ฉันจึงตัดสินใจไป “ขายบริการ” ที่หาดใหญ่พร้อมกับเพื่อนที่อยู่ข้างบ้าน อาชีพนี้ทำให้ฉันขยะแขยงตัวเองไม่น้อย เพราะไหนจะต้องยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้า ไหนจะต้องฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา แต่เพื่อ “รายได้” เลี้ยงตัวเองและครอบครัวแล้ว ฉันจำเป็นต้องยอม เชื่อไหมว่า แม้จะทำอาชีพอย่างนี้ก็ยังนับว่าตัวเองโชคดี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาซื้อบริการในลักษณะ “เพื่อนเที่ยว” ฉันจึงได้ไปกิน ดื่ม เที่ยวมาแล้วเกือบทั่วภาคใต้ และที่ถือว่าโชคดีที่สุดก็คือ ตั้งแต่ทำงานนี้มา ฉันป้องกันตัวเองอย่างดีมาตลอด ได้เจอแขกที่ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่อย่างนั้นแล้วฉันอาจจะโชคร้ายเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ตั้งแต่อายุเพียง 28 ปีเท่านั้น การจากไปของเพื่อนในครั้งนั้น ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันต้องรีบผลักตัวเองออกมาจากอาชีพนี้ให้เร็วที่สุด ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนงานเพื่อตัวเองและเพื่อแฟนใหม่ (เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันทำงานอะไร) ทว่าไม่นานนัก รักที่เคยหวานก็เริ่มขมลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เลิกรากันไป คราวนี้ฉันเสียใจอย่างหนัก เอาแต่ร้องไห้ เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่กิน ไม่นอน เครียดมากจนอยากฆ่าตัวตาย โชคยังดีที่ฉันมีสติพอที่จะโทรศัพท์กลับไปหาคุณอา ขอให้ท่านมารับกลับบ้าน ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจทำอะไรโง่ ๆ ลงไป หลังกลับมาอยู่กรุงเทพฯ พอฟื้นฟูสภาพจิตใจได้สักพัก ฉันก็กลับไปร้องเพลงในคาเฟ่อีกครั้ง ส่วนหัวใจก็ยังเรียกร้องหาความรักอีกเหมือนเคย คราวนี้เรียกว่าเนื้อหอมที่สุด เพราะมีทั้งแฟน ทั้งกิ๊กวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็เลิกรากันไปหมด จนกระทั่งได้มาเจอกับแฟนอีกคน ซึ่งเปลี่ยนชีวิตฉันให้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง คราวนี้ฉันตัดสินใจเลือกเรียนอาชีวะ เพราะอยากได้วุฒิการศึกษาที่สามารถใช้ทำงานได้เลย ฉันตั้งหน้าตั้งตาเรียน ทำกิจกรรมทุกอย่าง ผลปรากฏว่า แค่เทอมแรกฉันก็สามารถคว้าที่หนึ่งมาได้ ไม่ใช่ที่โหล่หรือรองสุดท้ายของห้องอย่างที่เคยได้มาตลอด ความสำเร็จเล็ก ๆ นี้ทำให้ฉันรู้ว่า “คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ ถ้าตั้งใจจริง ฉันก็เรียนได้ไม่แพ้ใครเหมือนกัน” ด้วยผลการเรียนที่ดีเยี่ยมตลอดสามปีทำให้ฉันเริ่มคิดจะเรียนให้สูงขึ้นไปอีก แต่ก็ติดขัดว่าสาขาที่ฉันต้องการเรียนนั้นไม่มีเปิดสอน สุดท้ายฉันก็ระหกระเหินกลับไปทำงานคาเฟ่บ้าง เปิดร้านเหล้าบ้าง แม้กระทั่งเปิดคาร์แคร์ แต่สุดท้ายก็ไม่ต่างจากการมีความรักที่ต้องจบลงด้วยความเศร้าและการเลิกราทุกทีไป […]

วัดบุคคโล ประกายศรัทธาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

วัดบุคคโล ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตธนบุรี ย่านถนนเจริญนคร แม้ความงดงามของวัดจะดึงดูดให้ผู้คนไปเยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย แต่ว่ากันว่า ประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้ก็มีคุณค่าน่าจดจำและบอกต่อสู่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นอย่างยิ่ง

ความรัก ความทุกข์   ต้นเหตุของความสุขในปัจจุบัน – ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี

ความรัก ความทุกข์   ต้นเหตุของความสุขในปัจจุบัน – ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี – แน่นอนว่าความล้มเหลวในความรักสร้างทุกข์ให้เธออย่างมาก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป 

โอม ค็อกเทล กับการเรียนรู้ในทุกจังหวะของชีวิต

โอม ค็อกเทล กับการเรียนรู้ในทุกจังหวะของชีวิต – “ชีวิตคือการเรียนรู้ไม่รู้จบ” เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เราได้จากการสัมภาษณ์ ปัณฑพล ประสารราชกิจ ที่หลายคนรู้จักในชื่อของ“โอม ค็อกเทล” นักร้องนำและนักแต่งเพลงมาดสุขุมของวงร็อคชื่อดัง

Dhamma Daily: แม่ติดการพนัน จะช่วยท่านได้อย่างไร

Dhamma Daily: แม่ติดการพนัน จะช่วยท่านได้อย่างไร – ดิฉันมีเรื่องทุกข์ใจที่ปลงไม่ตกมานาน หาทางออกไม่ได้ ปัญหาก็คือ แม่ติดการพนัน เป็นเวลาหลายปีแล้ว

Dhamma Daily: รักคนมีครอบครัวแล้ว ผิดศีลไหมคะ

Dhamma Daily: รักคนมีครอบครัวแล้ว ผิดศีลข้อ 3 ไหมคะ – อยากถามเรื่องการผิด ศีล ข้อ 3 ค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันมีคนพิเศษที่รัก และรู้ใจกันมา

ที่พึ่งของใจ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ที่พึ่งของใจ ธรรมะโดยพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ ที่พึ่งของใจ – ชีวิตเรามีร่างกายกับจิตใจร่างกายต้องพึ่งพาอาศัยวัตถุ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ฯลฯ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้ร่างกายมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้คนเรายังประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายให้แก่ร่างกาย เช่น บ้าน รถยนต์ ตู้เย็น แอร์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ทำให้ผู้คนต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาซื้อวัตถุไว้บริโภคได้มาเท่าไรก็ไม่พอ ยังอยากได้สิ่งดี ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก ทัศนะดังกล่าวทำให้จิตใจยึดติดอยู่กับวัตถุ เอาวัตถุมาเป็นที่พึ่งของร่างกายและจิตใจ ทำให้ชีวิตมีความทุกข์ เราคงไม่ปฏิเสธว่าร่างกายต้องการวัตถุเป็นเครื่องอยู่อาศัย เพราะร่างกายก็คือธาตุ 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ส่วนวัตถุก็คือธาตุเช่นเดียวกับร่างกาย โดยธรรมชาติแล้วธาตุ 4 ต้องอาศัยธาตุ 4 ด้วยกัน เช่น ถ้าบ้านผุพัง เมื่อจะซ่อมแซมก็ต้องหาวัสดุมาซ่อม จะไปใช้พลังจิตหรือวิงวอนร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้บ้านคืนสู่สภาพเดิมไม่ได้ แต่ใจของเรามิใช่วัตถุหรือธาตุ 4 หากปล่อยให้ใจยึดถือเอาวัตถุมาเป็นที่พึ่งที่อาศัยก็จะมีแต่ความทุกข์ใจ ทั้งนี้เพราะวัตถุเป็นเชื้อกิเลสตัณหาของจิตใจเป็นอย่างดี เช่น กามตัณหา […]

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

” บัญชีชีวิต ” ที่ติดตัวมายามเกิด บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ – คนเราเกิดมามีบัญชีติดตัวมาด้วย

อาจเรียกได้ว่า บัญชีชีวิต มีอยู่ 2 ประเภท คือ บัญชีทางโลกและบัญชีทางธรรม บัญชีทางโลก ได้แก่ ทรัพย์สมบัติ อาหารการกิน สิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีผู้ให้เราและที่เราหามาด้วยตนเองเพื่อใช้ยังชีพและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่เพียงแต่ทรัพย์ดังกล่าวเท่านั้น แม้ร่างกายของเราก็จัดอยู่ในบัญชีทางโลกด้วย

Dhamma Daily : ต้องทำงานกับ หัวหน้า ที่ไร้ศักยภาพ ทำอย่างไรดี

ถาม : ดิฉันจำเป็นต้องทำงานกับ หัวหน้า ที่ไร้ศักยภาพทั้งในการทำงาน และในการเป็นผู้นำ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ก็รู้สึกแบบเดียวกันจนพากันไม่อยากมาทำงาน ไม่อยากมารับคำสั่งจากหัวหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทราบว่าพวกเราควรปรับตัวปรับใจกันอย่างไรดีคะ

เลิกเถอะ – วลีง่าย ๆ ในการจัดการกิเลส โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เลิกเถอะ – วลีง่าย ๆ ในการจัดการกิเลส โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ – พอเสียทีความคิดที่จะไม่ให้มีราคะ  โทสะ  โมหะ เลิกล้มไปเลย ความพยายามที่

หาเวลาส่วนตัว เพื่อให้เห็นตัว – แง่คิดโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

หาเวลาส่วนตัว เพื่อให้เห็นตัว – แง่คิดโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ – ถ้าเรามีเวลาเป็นส่วนตัว  เราจะเห็นตัวเป็นส่วนส่วน หลายคนที่ยังไม่เคยเห็น

ในที่สุด มันก็ถึงที่สุด – หลักคิดโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ในที่สุด มันก็ถึงที่สุด – หลักคิดโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ อะไร  มา  แล้วก็  ไป ถ้าปล่อยให้  อะไร  ผ่าน  ก็ผ่าน  อะไร  ได้ แต่ถ้าไม่ปล่อยให้  อะไรผ่าน เราก็ผ่าน  อะไร  ไม่ได้ ~ ค ว า ม ว่ า ง ~ มีอยู่ตลอด  มีอย่างถาวร  เสถียร ไม่เคยเกิด  ไม่เคยดับ ความปรากฏ  มีเพียงชั่วคราว ความมี  มีเพียงชั่วคราว ความไม่ปรากฏ  มีอยู่ตลอด ความไม่มี  มีอย่างถาวร ในใจเราก็เหมือนกัน ใจ  ว่าง ~ น่ะ  มีอยู่แล้ว ส่วนความสุข  ความทุกข์  จรมาเป็นขณะ ๆ แล้วมันก็ผ่านไป ถ้าเราเป็นเพียง “ผู้รู้  ผู้ดู” อะไร  ก็เป็นเพียงทางผ่าน จึงจะสามารถ  ผ่าน  อะไร “เพียงแค่  รู้“ นิพพานธาตุ  ไม่เคยหายไปไหน . ## พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ ## โอวาทปิดคอร์ส “เพียงแค่รู้” @ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ศูนย์ ๑ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๖ ที่มา: นิตยสาร SECRET Photo by Claus Grünstäudl on Unsplash บทความน่าสนใจ เริ่มต้นวันใหม่อย่างมีพลัง เคล็ดลับดูแลชีวิตจิตใจ โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ไม่นอกใจ นายแน่มาก! เรื่องเล่าเมื่อบวช ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ดีดูดดี ข้อคิดพลิกชีวิต โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ทำงานด้วย จิตว่าง […]

เรียนรู้ธรรมเพื่อพ้นทุกข์ – ธรรมทายาทรุ่นเยาว์ ด.ญ.สามินี ยศชัย  ( น้องแก้ม )

เรียนรู้ธรรมเพื่อพ้นทุกข์ – ธรรมทายาทรุ่นเยาว์ ด.ญ.สามินี ยศชัย  ( น้องแก้ม ) – หากใครได้ติดตามโครงการบวชสามเณรรากแก้ว วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก คงคุ้นหน้า

ความสุขพอดี และชีวิตพอเพียง ของ แชมเปญ เอ็กซ์

ความสุขพอดี และชีวิตพอเพียง ของ แชมเปญ เอ็กซ์ – วันนี้ภาพของ “เกษตรกร” กลายเป็นภาพใหม่ที่คุ้นตาของ “แชมเปญ เอ็กซ์” ช่วงที่หันหลังให้วงการบันเทิง 

“อายุไม่สำคัญ” ถ้ากล้าเดินตามความฝัน – เมธาวี อ่างทอง ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Black Sugar

“อายุไม่สำคัญ” ถ้ากล้าเดินตามความฝัน – เมธาวี อ่างทอง ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Black Sugar – ถ้าใครท่องโลกออนไลน์คงเคยได้เห็นภาพของหญิงไทยร่างเล็กผมสีดอกเลา

keyboard_arrow_up