ใช้ตัวตน… เพื่อลดตัวตน ธรรมะดี ๆ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ใช้ตัวตน… เพื่อลดตัวตน ธรรมะดี ๆ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ในท่ามกลางการจากพราก…มีการเกิดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการเกิดที่ท้าทายตัวเองมากว่า… จะอยู่กับอะไร…จะอยู่กับใคร…และ…จะอยู่อย่างไร เพราะการอยู่ในวิถีชีวิตที่ไม่มีความคุ้นเคยอีกต่อไปแล้วนั้น ต้องอาศัยการพิสูจน์ให้ได้ว่า แม้สิ่งที่เรารักหรือคนที่เรารักจะจากไป แต่ความรักในสิ่งนั้น ความรักของคนคนนั้นที่อยู่ในตัวเรายังคงอยู่ จึงทําให้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างเกิดอีกครั้งหนึ่งบนเส้นทางที่เลือก เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการนําพาชีวิตของตัวเองเข้าไปเรียนรู้ในสิ่งที่แม่เคยอยู่ เคยเป็น นั่นคือการสมัครเข้าเรียนวิชาชีพครู แต่ในที่สุด อาชีพครูก็ไม่ใช่สิ่งที่ได้ทํา เพราะในใจกลายกลับ…และก่อเกิดความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยานอยากที่จะเป็นในสิ่งที่ใจต้องการและต้องเป็นให้ได้ การเกิดอีกครั้งในวงการนางแบบจึงเริ่มขึ้น ก้าวแรกสู่วงการ มันคือความหอมหวาน ความสนุกสนาน มันคือของใหม่ในสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย จึงต้องอาศัยการฝึกฝนและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ ทั้งหมด ที่สําคัญ…ต้องอยู่ให้ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมาก แต่ด้วยอุปนิสัยที่แม่บ่มเพาะไว้ให้ คือ การไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร และไม่มีใครควรค่าแก่การเกลียดชัง จึงทําให้ข้าพเจ้าอยู่ในสังคมของการเอาตัวตนออกไปนําเสนอสิ่งต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า แฟชั่น ข้าวของ ได้อย่างมีแต่ละก้าวที่ต้องเรียนรู้กับการชั่งใจตัวเอง ณ ที่นั้น โอกาสมีเสมอสําหรับการก้าว แต่ถ้าก้าวอย่างไม่ระมัดระวัง การก้าวนั้นก็จะผิดพลาด เพราะฉะนั้นการก้าวอย่างมีสติปัญญาจึงเป็นก้าวที่สําคัญมากสําหรับคนที่กําลังจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง และต้องตัดสินใจเลือก… และเมื่อตัดสินใจเลือก […]

เกิด-ดับ ฉับพลัน…บนหนทางที่สรรแล้ว

ข้าพเจ้ามีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง เมื่อครั้งที่เธอมาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถาน เวลาที่เรานั่งสนทนากัน บางครั้งเธอจะฮัมเพลงขึ้นมาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มวา่ “Happy birthday to you, happy birthday to me, everyday we are born, everyday we are free.”  (เกิด-ดับ) ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ ข้าพเจ้าจะอมยิ้มและมักจะพูดกับตัวเองเสมอว่า…จริงทีเดียวที่เราเกิดทุกวัน และให้ลึกกว่านั้นคือ เราเกิดอยู่ทุกขณะ เมื่อใดที่เรารู้แจ้ง เห็นการ เกิด-ดับ อย่างฉับพลันในกระแสของธรรมชาติ เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราเกิดทุกขณะและตายเสียก่อนตายได้ทุกขณะอีกด้วย และบนเส้นทางพรหมจรรย์ที่เลือกเดินนี้ ข้าพเจ้าเห็นการเกิด-ดับอย่างฉับพลันได้ถี่ขึ้น เมื่อหวนไปถึงวันแรกที่บวช ในวันนั้นข้าพเจ้ามิได้สัญญิงสัญญากับใครหรือแม้กับตัวเองว่าจะบวชนานเท่าไร ฉะนั้นเมื่ออุปัชฌาย์ท่านถามว่า บวชทำไม ข้าพเจ้าจึงตอบเพียงว่า เพราะอยากรู้ว่าคนเราเกิดมาทำไม และชีวิตคืออะไร กับคำถามถัดมาที่ว่า จะบวชนานแค่ไหน สิ่งที่ข้าพเจ้าตอบโดยไม่ได้คิดก็คือจะบวชไปเรื่อย ๆ ทว่าเมื่ออยู่บนหนทางของการเฝ้าสังเกตตัวเองอย่างมีสติในพรรษาแรกก็พบว่า การได้หยุดแล้วเริ่มทบทวนถึงเป้าหมายของชีวิตว่าคนเราเกิดมาทำไม และชีวิตคืออะไร ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มที่จะศรัทธาในเส้นทางนี้มากขึ้น เพราะภาพนั้นชัดเจนขึ้น ความชัดเจนนี้เองนำไปสู่ความคิดว่า…เรา รู้แล้ว และถ้ารู้แล้วจะอยู่ที่ไหนก็ได้ แวบหนึ่งจึงมีความคิดเกิดขึ้นว่า จะใช้สิ่งที่รู้นี้ในเส้นทางอื่น […]

หลวงพ่อแสดงละคร…เรื่องเล่ายิ้มๆ ของหลวงพ่อชา สุภัทโท

ปรากฏการณ์ “ผีเข้า” เป็นเรื่องที่พบเห็นบ่อยครั้ง พระอาจารย์รูปหนึ่งเล่าว่า หลวงพ่อชา สุภัทโท มีวิธีรับมือเรื่องนี้แบบไม่เหมือนใคร

“ขอเวลานอกให้ชีวิต” การปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การหนีปัญหา โดย ปิยสีโลภิกขุ 

เคยได้ยินคนพูดอยู่บ่อยครั้งว่า การบวชหรือการปฏิบัติธรรมเป็นการหนีปัญหา ความเห็นเช่นนี้เชื่อได้ว่ามาจากคนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรมและไม่เคยเฝ้ามองจิตใจของตนเองเลย

ชีวิตนี้แสนยาก…เพราะตัวเราเองหรือเปล่า บทความธรรมะจาก ปิยสีโลภิกขุ

เคยรู้สึกไหมว่าทำไม ชีวิตนี้แสนยาก และเคยรู้สึกไหมว่า ที่ชีวิตนั้นยาก เป็นเพราะตัวเราเอง…มาอ่านบทความดีๆ จากท่านปิยสีโลภิกขุกันค่ะ

ท่าทีต่อชีวิต คือสิ่งลิขิตความเป็นคุณ บทความจาก ปิยสีโลภิกขุ

ท่าทีต่อชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ความคิดแง่ลบส่งผลต่อการกระทำอย่างยิ่ง เมื่อใดที่ไม่ชอบหรือคิดว่าทำไม่ได้ แม้จะมีศักยภาพก็ดึงออกมาใช้ไม่ได้

เมตตาไม่มีประมาณ…เรื่องเล่าพระสงฆ์ชาวจีนที่อาจทำให้คุณน้ำตาซึม

เรื่องเล่า ” เมตตาไม่มีประมาณ ” ต่อไปนี้มาจากพระสงฆ์ชาวจีนรูปหนึ่ง บรรดาลูกศิษย์ลูกหาเรียกขานท่านว่า “มาสเตอร์ซูยุ่น” อาจารย์ทางพุทธนิกายเซน

keyboard_arrow_up