เมื่อ “เปิดหน้าต่าง” ก็เท่ากับ “เปิดใจ”

วันนี้เป็นอีกวันที่ท้องฟ้าแปรปรวนเหลือเกิน ตอนเช้ายังสดใสสว่างจ้า อากาศกำลังสบาย ลมพัดมาแผ่ว ๆ แต่ตอนนี้ท้องฟ้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนดำทะมึนด้วยเมฆฝน ลมพัดโหมแรงขึ้น เหล่านกน้อยที่กำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่บนฟ้าคงกำลังหาที่กำบัง บรรยากาศแบบนี้หากเป็นเมื่อก่อนฉันจะรู้สึกกังวลใจ เพราะฉันชอบเปิดหน้าต่างห้องทำงานทิ้งไว้เพื่อให้ลมพัดผ่าน แต่พอถึงเวลาฝนตก ถึงแม้พ่อจะทำกันสาดให้ยื่นยาวออกไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อมีลมแรง ๆ ฝนก็สาดเข้ามาทางหน้าต่าง เจ้ากันสาดที่พ่อทำไว้กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ทำให้หนังสือเอกสารสำคัญ ๆ และสิ่งของอีกหลายอย่างบนโต๊ะเปียกชุ่ม แต่ตอนนี้ฉันได้ปิด “หน้าต่างบานนั้น” ไว้แล้ว จึงทำให้ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกราวกับได้กำชัยชนะเล็ก ๆ ส่วนในใจก็คิดว่า “เจ้าฝนเอ๊ย เจ้าทำอะไรห้องทำงานของฉันไม่ได้หรอก” หน้าต่างก็คล้ายใจคน เมื่อเราเปิดออกก็ทำให้ได้เรียนรู้หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เช่น ความเจ็บไข้ได้ป่วย การพลัดพรากจากคนที่เรารัก การถูกเลิกจ้างงาน ความล้มเหลวในการทำธุรกิจ หากเราได้เตรียมใจไว้ก่อน เราจะรับมือกับเรื่องราวร้าย ๆ ได้ดีขึ้นและคงผ่อนความรู้สึกจากหนักให้เป็นเบาลงไปได้บ้าง หลายปีที่ผ่านมาฉันเที่ยวหาอ่านหนังสือทางด้านปรัชญาและจิตวิทยาตะวันตก แต่สุดท้ายเมื่อได้พบคำสอนของพระพุทธเจ้าและได้ศึกษาธรรมะ ก็กลับพบว่าคำสอนของพระพุทธองค์นั้นล้ำเลิศลึกซึ้งกว่าปรัชญาและจิตวิทยาของฝั่งตะวันตกเสียอีก ฉันจึงได้อาศัยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องออกจากทุกข์ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งเสียคุณตาที่ฉันรักมากไป ในยามที่ฉันมีความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ฉันจึงมีแต่ธรรมะเท่านั้นเป็นที่พึ่ง ฉันพยายามเอาความตายของคุณตามาฝึกจิตและสอนใจตัวเองว่า ชีวิตเรานี้แสนสั้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา เราควรดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท […]

ความสุข…คือจุดเริ่มต้น – บทความดี ๆ เพิ่มพลังบวกให้ชีวิต

ภาพดวงอาทิตย์อัสดงกำลังลาลับหมู่เมฆและทิวเขาเบื้องหน้าแต่งแต้มขอบฟ้าจนเป็นสีส้มแดงระเรื่อ น้ำในอ่างเก็บน้ำกระเพื่อมพลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆ ยามเมื่อเรือหางยาวของชาวประมงแล่นผ่านมุ่งหน้าสู่ทางกลับบ้าน (ความสุข) ผ่านไปไม่นาน ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมโดยรอบ เสียงมวลหมู่จิ้งหรีดตัวน้อยเริ่มกรีดร้องเพลงบรรเลงกล่อมพงไพร ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า ขณะที่ฉันนั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม แต่ภายในใจกลับรำลึกย้อนไปในอดีตถึงภาพชีวิตพนักงานบริษัทนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องแอร์เย็น ๆ ถ้าคนอื่นมาเห็นคงคิดว่าน่าจะเป็นชีวิตที่สุขสบาย แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นชีวิตที่ถูกจองจำ ไปไหนไม่ได้ แบกรับความเครียดและแรงกดดันตลอดทั้งสัปดาห์ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันอยู่เป็นนิจ สายตาที่ไม่เป็นมิตรกับใคร ปากที่ไม่เคยแย้มยิ้ม ทุกวันนี้แปรเปลี่ยนไปตามหัวใจที่เป็นสุข ดวงตาเป็นประกายยามพบเจอผู้คน รอยยิ้มที่พร้อมจะส่งต่อให้ใครต่อใคร เกิดจากเส้นทางแห่งความสุขที่ฉันเลือกเดิน บางคนใช้ความสุขเป็นตัวเริ่มต้นเส้นทางชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การแต่งงานมีครอบครัว หรือการงาน และบางคนใช้ความสุขเป็นตัวเริ่มต้นเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิต บางครั้งเราไม่ชอบคณะที่เรียน ลองเปลี่ยนไปเรียนคณะอื่น บางครั้งเราไม่รักคู่ชีวิตที่เราอยู่ด้วยแล้ว เราก็ชวนกันไปหย่า และบางครั้งเราไม่อยากมีชีวิตเป็นลูกจ้างอีกต่อไป เราก็ลาออก ฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนเปลี่ยนชีวิตไปตามทางที่คิดว่าจะมีความสุขมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ฉันเคยอ่านเจอบทสัมภาษณ์หมอลี่ผู้เป็นข่าวโด่งดังในโลกออนไลน์ คุณหมอหน้าตาน่ารักเรียนจบแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่สุดท้ายเลือกที่จะลาออกจากการทำงานที่โรงพยาบาลมาเป็นแม่ค้าในตลาด ทำไมคุณหมอถึงทิ้งเกียรติและอาชีพที่ร่ำเรียนมาด้วยความยากลำบาก ก็เพราะเธอเลือกเดินตามฝันของตัวเองด้วยงานที่ทำแล้วมีความสุขมากกว่าความเครียดที่ได้รับจากการเป็นหมอรักษาคนไข้ คุณเมย์ – ภัทรวรินทร์ ทิมกุล ครั้งหนึ่งเคยช้ำใจอย่างหนักกับผลงานภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง จนต้องทิ้งวงการบันเทิงไปนานกว่า 7 ปี บัดนี้เธอค้นพบความสุขที่เกิดจากการทำอาหารซึ่งทำให้เธอเรียนรู้การมีความสุขกับปัจจุบัน […]

แสงแฟลชแห่งสันติภาพของ ฟาราห์ นอช ช่างภาพสงครามชื่อดัง

“เธอ” เกิดในนามความเจริญเสรี โลกของเธอมีเสียงดอกไม้บาน แต่หัวใจของเธอได้ยินเสียงร่ำเรียกขาน ณ อีกซีกโลกไม่เคยมีดอกไม้บาน… มีเพียงเสียงแห่งความทุกข์ทรมานที่เธอไม่อาจทนฟังอย่างดูดาย ขอมอบบทกวีนี้แด่ ฟาราห์ นอช (Farah Nosh) ช่างภาพสารคดีที่มีดีทั้งชั้นเชิงการถ่ายภาพและวิธีการเลือกนําเสนอข้อมูล แม้จะถือสัญชาติแคนาดา แต่นอชมีเชื้อสายอิรักด้วยเช่นกัน นอชเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย จากนั้นเธอศึกษาต่อด้านการถ่ายภาพจากสถาบัน Western Academy of Photography นอชได้รับรางวัลภาพสื่อดีเด่นหลายรางวัลด้วยกัน ผลงานการันตีความสามารถอันมีอยู่มากมาย ทําให้นอชมีโอกาสได้ทํางานที่มั่นคงและมีอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ท่ามกลางบรรยากาศของความสําเร็จ คล้ายกับว่านอชได้ยินเสียงที่ไม่น่าปรารถนาดังมาจากดินแดนแสนไกล…เสียงคาร์บอมบ์ที่อิรัก…เสียงระเบิดพลีชีพที่เลบานอน…เสียงกองกําลังไม่ทราบฝ่ายถล่มฉนวนกาซา…เสียงปืนกลที่ทําเอาอัฟกานิสถานระส่ำระสาย ช่างภาพฝีมือดีอย่างนอชจะนิ่งดูดายได้อย่างไร   สามเดือนหลังจากจบการศึกษา นอชแบกกระเป๋าเดินทางตรงไปยังใจกลางกรุงแบกแดด ด้วยหวังว่าแสงแฟลชจากกล้องคู่ใจของเธอจะช่วยให้จิตใจของผู้คนที่มืดบอดเพราะสงครามสว่างขึ้นมาบ้าง ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการนําโดยนายซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ปกครองที่โหดร้าย รุนแรง และไร้เหตุผลที่สุด นอชเป็นหนึ่งในบรรดาช่างภาพเพียงไม่กี่คนที่ทํางานอยู่ที่นั่นในฐานะช่างภาพอิสระชาวตะวันตกเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปี แม้จะเก็บภาพได้เพียงพอแล้ว แต่ทว่านอชก็ยังเดินทางกลับไปที่นั่นบ่อยครั้ง ตราบใดที่ยังไม่มีความสุขสงบ ตราบนั้นภารกิจของช่างภาพลูกครึ่งอิรัก-แคนาดาคนนี้ก็ยังไม่จบสิ้น จริง ๆ แล้วนอชไม่เคยพบญาติพี่น้องชาวอิรักของเธอมาก่อน กระทั่งเกิดการสู้รบระหว่างอิรักและกองทัพอเมริกาในปี 2003 นอชจึงตัดสินใจทิ้งงานหนังสือพิมพ์ที่กําลังไปได้สวยเพื่อไปทํางานภายใต้การคุมเข้มของทางการอิรัก เธอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในบ้านหลังเล็กทางตะวันตกของกรุงแบกแดด เพื่อเก็บภาพผู้บาดเจ็บจากการสู้รบโจมตี ฝุ่นควันและสะเก็ดระเบิดที่เกิดจากการห้ำหั่นทําลายล้าง ไม่เพียงเท่านั้น ช่างภาพสาวคนนี้ยังเข้าไปทํางานในดินแดนที่มีปัญหาสู้รบแทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเลบานอน […]

คนเร่ร่อนเสี่ยงชีวิตช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นท่วมท้นเกินคาด

เราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อไรเราจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา สำหรับ ดาริน บาร์ตัน (Darin Barton) จากเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด การอยู่ถูกที่ถูกเวลาของเขาเป็นความบังเอิญที่เสี่ยงอันตรายพอดู ปกติเขาใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งขอทานประทังชีวิตอยู่ตรงสี่แยกที่การจราจรวุ่นวาย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงอยู่ใกล้พอที่จะช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนกันครั้งใหญ่นั้นไว้ได้ ดารินเล่าว่า เขากลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้านมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2014 หลังจากที่เขาบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งทำให้เขาอยู่ในสภาพที่หางานทำไม่ได้ เขาไม่มีงานไม่มีเงินร่างกายก็ไม่แข็งแรงในที่สุดก็ลงเอยด้วยการอาศัยหลับนอนอยู่ใต้ทางยกระดับ และกระเสือกกระสนดิ้นรนหาเศษเงินเพื่อยังชีพ จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดารินนั่งขอทานอยู่ตรงทางหลวง I-70 ในเมืองเลควู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกันวินาศสันตะโรถึง 15 คัน รถบรรทุกชนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหลายคัน จากนั้นรถที่ตามหลังมาก็เบรคไม่อยู่ ชนกันเป็นกองพะเนิน แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ ดารินซึ่งมองเห็นเหตุการณ์จากริมถนนนั้น ไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เขาเหวี่ยงป้ายขอเงินที่ถือไว้ทิ้งไป แล้วรีบตรงไปยังรถที่ไฟกำลังลุกไหม้โดยไม่กลัวอันตราย ช่วยดึงผู้บาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา ดารินบอกกับผู้สื่อข่าวอย่างถ่อมตัวว่า เขาแค่ทำสิ่งที่ทุกคนต้องทำหากนั่งอยู่ตรงนั้นและเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ถึงแม้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่คนอื่น ๆ มองเขาเป็นแบบนั้น และรู้สึกขอบคุณที่เขายอม เสี่ยงชีวิต ตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองสักนิด สำนักข่าวในท้องถิ่นจึงทำ wish list ใน Amazon เพื่อให้คนเข้ามาซื้อของขวัญให้เขา เช่น บัตรของขวัญไว้ซื้ออาหาร เสื้อผ้า […]

ลุงไข่ ปั้นรูปตูน บอดี้สแลม วีรบุรุษผู้เปลี่ยนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้เป็นที่น่ากลัวอีกต่อไป

ลุงไข่ ปั้นรูปตูน บอดี้สแลม วีรบุรุษผู้เปลี่ยนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้เป็นที่น่ากลัวอีกต่อไป เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณลุงไข่ หรือ นายกุศล ไชยกิจ ช่างปูนปั้นวัย 62 ปี ชาวอำเภอเบตง ได้ ปั้นรูปตูน บอดี้สแลม ขนาดเท่าคนจริงขึ้นเพื่อนำไปตั้งบริเวณปากอุโมงค์ เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งเป็นจุดสตาร์ทที่ตูน บอดี้สแลมวิ่ง โดยมีกลุ่มคนรักกันและกันให้การสนับสนุน นายกุศล ไชยกิจ หรือ คุณลุงไข่ บอกว่า หลังจากโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ที่ตูนได้ทำการวิ่งด้วยระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ในระยะเวลาเพียง 55 วัน จากเบตงสู่แม่สายได้ผ่านพ้นไป ตูนก็ยังคงวิ่งรับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือแพทย์เกือบทั่วประเทศ ตนยังจำภาพที่ตูนวิ่งผ่านหน้าบ้านได้เป็นอย่างดี พี่น้องชาวไทยทั้งพุทธและมุสลิม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยืนรอมอบเงินบริจาคให้ตูน บอดี้สแลมอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนภาพลักษณ์ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้ดูน่ากลัวเนื่องจากเหตุก่อการร้ายอีกต่อไป นายสมชาย ทองพูล สมาชิกกลุ่มคนรักกันและกัน เปิดเผยว่า กลุ่มของตนต้องการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของเบตง […]

เมียฝรั่ง

เมียฝรั่ง รวยจะตายไป!!! นั่นคือความคิดของคนส่วนใหญ่ที่มักจะมองว่าเมียฝรั่งรวยจะตายไป สบายจะตายไป…จริงเร้อ-อ-อ รับรองได้เลยว่า เหตุการณ์ต่อไปนี้เมียฝรั่งหลายคนเคยเจอมาแล้ว 1. ถ้ากลับเมืองไทยคุณจะเจอเพื่อนทั่วทุกสารทิศมาถล่มล้มทับให้คุณต้องเป็นเจ้ามือจ่ายทุกอย่างเอง ไม่ว่าเพื่อนจะมามากมายแค่ไหนก็ต้องจำใจจ่าย เพราะทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างกับนัดหมายกันมางั้นแหละว่า เป็นเมียฝรั่งแล้วรวยจะตาย ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก…แค่นี้เอง เออ เอากะมันดิ! 2. ญาติพี่น้องไม่รู้เป็นกันตั้งแต่ชาติไหน ๆ ก็จะมาเสนอหน้าอ้างว่าเคยเลี้ยงดูอุ้มชูมานะ บางรายก็มากินฟรี บางรายก็เข้ามาขอเงินตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลย บางรายก็เข้ามาถามหาของฝาก ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่เมืองไทยก่อนได้สามีฝรั่ง ชีวิตเราสุดแสนจะลำเค็ญ จะหันหน้าไปหาใคร เขาก็พากันเมิน เฮ้อ นี่ละหนอชีวิตคน 3. เป็นเมียฝรั่งแล้วเอาเงินมายืมหน่อยดิ เพราะฉันจนแทบจะกินแกลบแล้วตอนนี้ แถมเป็นหนี้เป็นสินหัวโตเลย ถ้าเธอไม่ช่วยเห็นทีต้องตายแน่ ๆ…เออ แล้วตรูไปร่วมสร้างหนี้สินด้วยตั้งแต่ชาติปางไหนกันอะ ปล่อยมันตายไปโลด! 4. ขอเงินใช้หน่อยดิ ช่วงนี้เงินขาดมือ โถ ๆ พ่อคุณแม่คุณทั้งหลาย กะอีแค่เป็น เมียฝรั่ง อยู่บ้านเมืองเขา ตรูก็ต้องหาเงินใช้เอง กว่าจะได้มาบาทหนึ่งสลึงหนึ่งนี่ต้องเสียเหงื่อไปเป็นถัง ๆ นี่เล่นจะมาขอกันง่าย ๆ แบบนี้นี่นะ เมียฝรั่งไม่ใช่ตู้เอทีเอ็มนะ…ขอบอก […]

สำคัญที่ “ใจ” ไม่ใช่ “อายุ”! สูตรเด็ดความสำเร็จที่เด็กสี่ขวบก็ทำได้

ในหนังสือ สมองเศรษฐี ผมได้เคยนำเสนอไปว่า สูตรเด็ดในการสร้างความสำเร็จทุกประการประกอบไปด้วย “3H” คือ “Heart, Head และ Hand” ซึ่งก็คือ “ความฝัน (I dream), ความคิดสร้างสรรค์ (Idea) และความขยันอดทน (I do)”  (สูตรเด็ดความสำเร็จที่เด็กสี่ขวบก็ทำได้) หลายคนเข้าใจและนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้ดี แต่บางคนอาจยังคิดว่าสูตรนี้มีไว้ให้สำหรับคนที่มีการศึกษา มีอายุ หรือมีทุนทรัพย์อยู่แล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ใน Key to Success ฉบับนี้ผมจะมาพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่จำเป็นเลย ใคร ๆ ก็สร้างความสำเร็จด้วย “3H” ได้ ขอเพียงนำไปใช้เท่านั้น ในปี ค.ศ. 1996 ที่รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ชื่อ “อเล็กซ์ สก็อต” ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปี ก่อนวันเกิดเธอเพียง 2 วัน คุณหมอพบว่าเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมหมวกไตในเด็ก หรือ “Neuroblastoma” อย่างไรก็ตาม […]

แม่ของฉัน…

เป็นภาพที่ชินตา แม่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าเตาถ่านในครัว แม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ในครัว… (แม่ของฉัน) ปีนี้ฉันอายุ 34 ปี เป็นปีที่ลาออกจากงานที่รัก มีแฟนหนึ่งคน กิ๊กครึ่งคนก็ไม่มี มีเพื่อนที่รักอยู่บ้าง มีศัตรูที่ไม่เผาผีกันก็เยอะ มีชายหนุ่มที่ฉันรอคอยอย่างเจ็บปวด มีความฝันที่ค้าง ๆ คา ๆ และแต่ละวันของชีวิตหมดไปกับการนอนให้โทรทัศน์สะกดจิต พระพุทธเจ้าตรัสรู้ตอนอายุ 35 ซึ่งหมายความว่าฉันเหลือเวลาแค่หนึ่งปีที่จะเป็นคนที่โลกไม่อาจลืมอย่างพระพุทธเจ้า คนอายุ 34 ในสายตาของฉันเมื่อเนิ่นนาน ช่างเป็นวัยที่ชราภาพจริง ๆ และฉันก็เริ่มตระหนักแล้วว่า เรี่ยวแรงเริ่มไม่มากเท่าเมื่อก่อน ความพลุ่งพล่านที่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงโลกได้เริ่มน้อยลง ปีนี้แม่แก่ลงมาก ฉันเพิ่งสังเกตเห็นผมขาวบนหัวของแม่ แม่ที่เคยไม่มีวันดูแก่ของฉันเริ่มมีริ้วรอย กระฝังลึกที่แก้มของแม่ดูชัดขึ้น หน้าท้องที่อุดมด้วยไขมันของแม่ไม่เคยหายไป และแม่ก็มีอาการไอเรื้อรังมาร่วมเดือน ฉันนั่งมองแม่…ฉันเคยเป็นนักข่าวไปสัมภาษณ์คนมากมาย สุดแสนจะตื่นเต้นเมื่อได้คุยกับชายขาพิการคนแรกของโลกที่ปีนเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ ได้สบตากับดาราหนุ่มที่ฉันชื่นชอบ ได้พูดจาฉลาด ๆ กับคนระดับประเทศ และคิดเอาเองว่าโลกที่ซับซ้อนคือโลกที่ฉันแสวงหา แต่วันนี้เมื่อมองหน้าแม่ ฉันก็ได้รู้ตัวว่าตัวเองรู้จักแม่น้อยเหลือเกิน แม่เป็นคนบ้านนอก จบแค่ ม.6 ชีวิตนี้แม่เคยไปต่างประเทศแค่ครั้งเดียว ซึ่งแม่ก็ทรมานกับการเดินทางน่าดู ฉันเคยพาแม่ไปเกาะสมุยในวันที่ไมเคิล แจ๊คสัน […]

จอห์น เลนนอน…สันติภาพและคราบน้ำตา

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 5 นัด “เขา” ร้องออกมาเบา ๆ ว่า “ผมถูกยิง”… ไม่นานลมหายใจรวยรินของ “เขา” ก็หยุดลง… ผู้คนมากมายยืนอออยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก เสียงเพลงถูกขับขานขึ้นจากใครคนหนึ่ง   “…All we are saying is give peace a chance” …เราได้แต่เอ่ยว่าให้โอกาสสันติภาพบ้าง… ทุกคนร่วมร้องตามทั้งใบหน้าอาบน้ำตา สัญลักษณ์รูปตัววีถูกชูขึ้นโบกไปมาตามเสียงเพลงเพื่อไว้อาลัยให้แก่ “เขา” “เขา” คนนั้นคือขบถนักดนตรีเพื่อสันติภาพ “เขา” มีนามว่า จอห์น เลนนอน จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน (John Winston Ono Lennon) หรือจอห์น เลนนอน เกิดที่ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ พ่อแม่แยกทางกันเมื่อเขาอายุ 5 ขวบ ทำให้เขาต้องอาศัยอยู่กับป้ามีมี่ผู้เป็นพี่สาวของแม่แทน ชีวิตในวัยเด็กของเลนนอนจึงไม่ได้มีความสุขมากนัก ถึงแม้ว่าแม่ของเลนนอนจะมาเยี่ยมลูกชายที่บ้านพี่สาวเกือบทุกวัน ทั้งยังสอนให้เขาเล่นแบนโจและเปียโน เปิดแผ่นเสียงของเอลวิส เพรสลีย์ […]

บียอนเซ่… “ผู้หญิงมหัศจรรย์” งานหนักแค่ไหนก็ “เอาอยู่”

สำหรับคอเพลงอาร์แอนด์บีหรือฮิปฮ็อป บียอนเซ่ (Beyonce’ ) นับเป็นผู้หญิงมหัศจรรย์แห่งวงการ ทว่าอันที่จริงเธอทำงานได้หลากหลายมาก ๆ ไม่เพียงแต่ร้องเพลงเท่านั้น เธอยังมีความสามารถในการเต้น แต่งเพลง แสดงหนัง แสดงละคร เป็นโปรดิวเซอร์ ดีไซเนอร์ ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับงานใด เธอก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจนถึงขั้นดีสุด ๆ สาวผิวสีมาดเซ็กซี่คนนี้มีชื่อจริงว่า จิเซลล์ โนลส์ (Giselle Knowles) เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1981 ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ส่วนชื่อ “บียอนเซ่” ที่ทั่วโลกรู้จักนั้น อันที่จริงเป็นชื่อที่มาจากนามสกุลของแม่เธอ สมัยเด็ก ๆ ถ้าจะกล่าวว่าเด็กหญิงบียอนเซ่มีชีวิตเหมือนคุณหนูก็ว่าได้ เพราะพ่อแม่ของเธอมีฐานะร่ำรวย บียอนเซ่ได้เรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีค่าเทอมแพงมาก ทุกคนในครอบครัวไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ โดยเนื้อแท้แล้วบียอนเซ่เป็นคนสุภาพ เรียบร้อย และขี้อายมาก ๆ และนี่คือสิ่งที่ทำให้เธอไม่สามารถร้องเพลงที่มีคำหยาบได้ ซึ่งแตกต่างจากนักร้องสไตล์อาร์แอนด์บีหรือฮิปฮ็อปทั่วไป บียอนเซ่เข้ารวมประกวดร้องเพลงในโรงเรียนและในท้องถิ่นตั้งแต่เล็ก ๆ ตอนอายุแค่ 9 ขวบ เธอจับกลุ่มกับเพื่อนและญาติสนิทคือ เคลลี่ โรว์แลนด์ […]

“ตูมตาม” ร้านอาหารใจดี เปิดให้ผู้ยากไร้ คนสูงอายุ คนพิการกินฟรี

“ตูมตาม ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” เป็นร้านอาหารอยู่ที่ตลาดท่านา ซึ่งเป็นตลาดโรงไม้เก่า ๆ ริมแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร้านนี้มองเผิน ๆ มีลักษณะเหมือนร้านอาหารทั่วไป แต่ที่เด่นสะดุดตาคือ ป้ายสีสันสดใสแขวนในร้านมีข้อความว่า “ไม่มีเงิน ไม่มีกิน มากิน ฟรี ได้ที่นี่” และ “ฟรี สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุและผู้พิการ” (คนขายใจดี) คุณเกสร การะกร อายุ 21 ปี ลูกจ้างของร้าน ซึ่งมีหน้าที่ปรุงอาหาร เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เจ้าของร้านตูมตามคือ เจ๊เล็ก หรือ คุณพรพิมล หอยสังข์ทอง วัย 47 ปี ซึ่งเปิดร้านขายส้มโอหวานอยู่อีกร้านในตลาด เจ๊เล็กตั้งใจเปิดร้านตูมตามให้หลานฝาแฝด จึงเอาชื่อหลานมาตั้ง โดยเปิดขายอาหารมานานเกือบ 3 ปีแล้ว เมนูของร้านมีทั้งเป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ด ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู และข้าวต้มไก่ไทย หากต้องการกินอาหารฟรี ก็แค่เดินมาขอ เธอก็จะทำให้ แต่มีคนมาขอกินไม่บ่อยนัก นาน […]

พ่อแม่ลูกสองรับอุปการะเด็กพร้อมกัน 4 คนเพื่อไม่ให้พี่น้องแยกจากกัน

ความจริงอันน่าเศร้าของเด็กที่อยู่ในระบบบ้านอุปถัมภ์คือ เด็ก ๆ มักจะไม่ได้อยู่กับพี่น้องของตัวเอง ย้อนไปในปี 2012 พี่น้องทั้งสี่ ได้แก่ ไคลี่ เบลลี่ เอมมี่ และโคบี้ ก็มีแววว่าจะถูกจับแยกจากกัน เพราะหน่วยงานคุ้มครองเด็กของรัฐไม่สามารถหาบ้านที่ยอมรับ อุปการะเด็ก ทั้ง 4 คนได้ในคราวเดียว จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังครอบครัวหนึ่ง และการโทรไปครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปตลอดกาล ด้วยความพยายามครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปหา คีธ ฮาวเวิร์ด (Keith Howard) ซึ่งทำบ้านพักพิงฉุกเฉินอยู่ในเวลานั้น ถึงแม้ว่าคีธและภรรยา สเตซี่ (Staci) มีลูกสาวอยู่แล้ว 2 คนคือ ทาทัม (Tatum) และ ซาวานนาห์ (Savannah) แต่สองสามีภรรยาก็ไม่อาจเมินเฉยต่อเด็ก ๆ ทั้งสี่คนได้ สเตซี่บอกว่า ถ้าไม่รับเด็กทั้งสี่เข้ามาอยู่ในบ้านพักพิงฉุกเฉินของเธอและสามี แน่นอนว่าเด็ก ๆ ต้องถูกจับแยกไปอยู่บ้าน 2 บ้าน 3 บ้าน หรืออาจจะ 4 บ้านก็ได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาพบหน้ากันอีกหรือไม่ ดังนั้นสเตซี่และคีธจึงรับเด็กทั้งสี่มาอยู่ด้วยโดยเริ่มแค่ช่วงสุดสัปดาห์ […]

อุบะสุเทะ ภูเขาที่พ่อแม่ถูกทิ้ง

เรื่องเล่าบางเรื่องฟังคล้ายเรื่องแต่ง แต่เราก็ยังเชื่ออย่างหมดใจว่าเคยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในโลก… เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เป็นเช่นนั้น ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1867) ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบบขุนนาง มีเจ้าเมืองและซามูไรที่มีอำนาจลดหลั่นกันไป ประชาชนทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าเมืองแบบไม่มีเงื่อนไข ช่วงที่ญี่ปุ่นถูกภัยแล้งคุกคามนานหลายปี เจ้าเมืองได้ออกกฎหมายขึ้นมาข้อหนึ่งว่า หากครอบครัวไหนมีพ่อแม่ที่อายุเกิน 70 ปี ลูกต้องนำพ่อแม่ไปทิ้งบนภูเขา มิฉะนั้นจะถูกประหาร เพราะถือว่าคนที่สูงวัยถึงเพียงนั้นเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นภาระ ในทางตรงข้ามการตายเพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้อยู่ต่อกลับเป็นการตายที่มีเกียรติสูงยิ่ง ภูเขาสูงหลายแห่งจึงกลายเป็นหลุมฝังศพของคนแก่ ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ต่อเนื่องกันเช่นนี้เรื่อยมา ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาเหล่านี้ว่า อุบะสุเทะ (อุบะ แปลว่า คนแก่ สุเทะ แปลว่า ทิ้ง) และแล้วก็ถึงวันที่แม่ของ “เขา” อายุครบ 70 ปี เช้าวันนั้นเขาจัดเตรียมข้าวปั้นเป็นเสบียง เตรียมตะกร้าสานสำหรับใส่ตัวแม่ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็อุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลัง แล้วออกเดินทางขึ้นไปยังภูเขา ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจดจ่อกับการปีนเขาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม่ผู้ชราก็สังเกตเห็นว่าท้องฟ้ากำลังมืดลงทุกที ๆ นางเกิดความกลัวขึ้นมาว่า ถ้าฟ้ามืดลูกชายอาจจะเดินหลงทางอยู่บนภูเขาได้ นางจึงเอื้อมมือไปหักกิ่งไม้ข้างทางกิ่งแล้วกิ่งเล่า เพื่อที่ว่าหลังจากทิ้งนางไว้บนภูเขาแล้ว…ลูกชายจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงเวลาที่แม่ลูกต้องจากกัน นางได้บอกลูกชายว่า […]

บรรดานุชรวมตัวกันทำความดีฉลองวันเกิดคุณหลวง เป๊ก-ผลิตโชค

บรรดานุชรวมตัวกันทำความดีฉลองวันเกิดคุณหลวง เป๊ก-ผลิตโชค เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา บรรดานุช แฟนคลับ เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร รวมตัวกันมอบอากาศยานไร้คนขับ รุ่น S1100 (VTOL) คอมพิวเตอร์ประมวลผลสเปคสูง 2 เครื่อง และเงินสมทบเพื่อสร้างโรงพยาบาลอีก 50,000 บาท เนื่องในวันเกิดของนักร้องหนุ่มเป๊ก-ผลิตโชคให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ณ สนาม Mini RC หนองจอก และยังตั้งชื่ออากาศยานไร้คนขับลำนี้ว่า“Palitchoke” (ผลิตโชค) ชื่อเดียวกับนักร้องหนุ่มอีกด้วย   เสียงบอกรักเพ๊คคี้ดังก้องรันเวย์ ❤#นุชมอบยานให้ผู้พิทักษ์ป่า#HBDPalit2019xป่าไม้#เป๊กผลิตโชค #PeckPalitchoke pic.twitter.com/vCI8ld0Vfd — ผลิต 3 แอป (@Palits3Apps) December 1, 2019   ก่อนหน้านี้บรรดานุชได้มอบอากาศยานไร้คนขับ UAV Skywalker X8 ลำแรกให้กับผู้พิทักษ์ป่าแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยตั้งชื่อว่า “Nuch” […]

50 ปีไม่เคยลืมบุญคุณ! พ่อเฒ่ากะเหรี่ยงขอตอบแทนบุญคุณคุณหมอ รพ.สวนดอก

ถึงแม้เวลาจะผ่านมา 50 ปี…ทดแทนบุญคุณตอนนี้ก็ยังไม่สาย พ่อเฒ่าชาวกะเหรี่ยงบนดอยอมก๋อย ขอตอบแทนบุญคุณคุณหมอ โรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยรักษาให้ฟรี เมื่อตอนเป็นเด็ก แถมยังให้ค่ารถกลับบ้านด้วย จึงขอตอบแทนคุณสักครั้งก่อนตัวเองจะสิ้นบุญ พ่อเฒ่ารวบรวมเงินพร้อมข้าวสารดอยนำมาดักมอบให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 นายปริญญา วิชัยยา เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติงานกลางงานธนาคารเลือด รพ.มหาราชนครชียงใหม่ ได้นำเงินสดจำนวน 2,590 บาท พร้อมข้าวสารดอยจำนวนหนึ่งมามอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อสมทบทุนเข้ามูลนิธิฯ นายปริญญาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่มาของเงินและข้าวสารดังกล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) เขาและคณะได้เดินทางไปทอดผ้าป่าพร้อมโลงเย็นให้กับวัดในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ขณะที่กำลังจะเดินทางกลับ ปรากฏว่ามีชายชาวเขาคนหนึ่งถือข้าวสารดอยบรรจุถุงมาดักรอขบวนรถของคณะ พร้อมกับยื่นซองบรรจุเงินสด จำนวน 2,590 บาทให้ ชายชาวกะเหรี่ยงผู้นั้นชื่อ นายศรีพร กูลา อายุ 65 ปี ราษฏรบ้านยองกือ หมู่ที่ 8 ต.อมก๋อย ซึ่งพูดด้วยอาการสั่นเทาปนตื่นเต้นว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบกับคณะเจ้าหน้าที่จาก รพ.สวนดอก นอกจากนั้นยังเล่าว่าเมื่อ 50 […]

“ซาโตชิ คามิยะ” พ่อมดแห่งโลกโอริงามิ

ทายซิว่าเศษกระดาษหนึ่งแผ่นสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง สำหรับคนทั่วไป หากมีเศษกระดาษเหลือใช้สักหนึ่งแผ่น คงทำได้อย่างมากแค่ทิ้งลงถังขยะหรือไม่ก็ใช้เป็นกระดาษจดโน้ตสั้น ๆ บนโต๊ะทำงาน แต่สำหรับชายหนุ่ม วัย 38 ที่ชื่อ ซาโตชิ คามิยะ (Satoshi Kamiya) ผู้นี้ เขาสามารถเสกให้กระดาษหนึ่งแผ่นกลายเป็นมังกรตัวใหญ่ จักจั่นตัวน้อย หรือแม้แต่ไดโนเสาร์อายุล้านปีได้ภายในไม่กี่นาที คามิยะอาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักในเมืองไทย แต่ในประเทศญี่ปุ่นและแวดวงนักพับกระดาษทั่วโลก ชื่อของคามิยะดังเป็นพลุ เมื่อเขาใช้ศาสตร์การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น ที่เรียกว่า โอริงามิ (Origami) เสกกระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสสุดแสนธรรมดาหนึ่งแผ่น ให้กลายเป็นมังกรผงาดที่ร่ำลือกันว่างดงามประหนึ่งใส่ชีวิตและวิญญาณลงไปด้วยก็ไม่ปาน ย้อนกลับไปในวัยเด็ก คามิยะเติบโตมาพร้อมกับการพับกระดาษเหมือนเด็กญี่ปุ่นทั่วไป ซึ่งเด็กผู้ชายจะต้องรู้จักการพับเครื่องร่อน ส่วนเด็กผู้หญิงต้องรู้จักการพับนกกระเรียน แต่ความสนใจของคามิยะไม่ได้หยุดอยู่เท่านั้น เมื่ออายุ 12 ปีเขาได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมศึกษาการพับกระดาษแห่งญี่ปุ่น (Japan Origami Academic Society) เพื่อที่จะได้ทุ่มเทเวลาให้กับการพับกระดาษอย่างเต็มตัว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลายเป็นนักพับกระดาษระดับโลกได้อย่างง่ายดาย เส้นทางนักพับกระดาษของคามิยะเริ่มจากการลองผิดลองถูก ลองคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ลองออกนอกกรอบการพับแบบเดิม ๆ ลองใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น ยากขึ้น บางชิ้นเขาต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงติดต่อกัน บางชิ้นต้องใช้วิธีพับเกือบ 300 ขั้นตอน ซึ่งความพยายามทั้งหมดนี่เองที่ส่งให้คามิยะมีผลงานการออกแบบโอริงามิเป็นของตนเองด้วยวัยเพียง […]

ลูกชายยอดกตัญญูอุ้มคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมาไหว้พระปฐมเจดีย์

ลูกชายยอดกตัญญูอุ้มคุณแม่ที่เป็น ผู้ป่วยติดเตียง มาไหว้พระปฐมเจดีย์ ภาพของชายคนหนึ่งอุ้มหญิงชราลงจากพระปฐมเจดีย์ กลายเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น เมื่อทราบภายหลังว่า เป็นภาพของลูกชายที่กำลังอุ้มคุณแม่ซึ่งเป็น ผู้ป่วยติดเตียง ลงจากบันไดพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Janya Huyhongthong” ได้โพสต์รูปถ่ายของชายคนหนึ่งกำลังอุ้มหญิงชราลงจากพระปฐมเจดีย์ พร้อมข้อความว่า “ วันนี้เจอภาพน่ารัก อยากแชร์ให้ทุกท่านยิ้มตามกันค่ะ ผู้โพสต์ได้คุยกันผู้ชายในภาพค่ะ คุณยายอยากมาไหว้พระร่วงฯ ที่สำคัญคุณยายเป็นผู้ป่วยติดเตียง # ใครเคยมาไหว้พ่อพระร่วงฯ จะทราบว่าสูงมาก ๆ ( ภาพนี้จึงเกิดขึ้น ที่สำคัญไม่ใช่ครั้งแรก ) ## คุณลูก กับคุณแม่”     ที่แท้ผู้ชายคนนี้พาคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาไหว้พระปฐมเจดีย์ ซึ่งต้องอุ้มขึ้นบันไดที่สูงและมีบันไดหลายขั้นมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอุ้มคุณแม่ขึ้นมาไหว้พระปฐมเจดีย์ ซีเคร็ตขออนุโมทนากับลูกชายยอดกตัญญูผู้นี้ด้วยค่ะ     ที่มาและภาพ www.facebook.com/janya.huyhongthong บทความน่าสนใจ ทำบุญให้ดี ทำทีเดียวได้ครบทั้งทาน-ศีล-ภาวนา อานิสงส์แห่งการทำบุญกับพระอาพาธ แบงก์ร้อยฝากทำบุญ คำขอจากนักโทษหลังโยนแบงก์ผ่านลูกกรง สติ…ต้องทำเองสร้างเอง ธรรมะดี ๆ […]

ไมเคิล จอร์แดน บริจาคเงินกว่า 200 ล้านบาท เปิดคลินิกเพื่อผู้ป่วยยากไร้

ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) สุดยอดนักบาสเกตบอล NBA ในตำนาน ตอบแทนชุมชนด้วยการบริจาคเงิน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 211 ล้านบาท) เพื่อเปิดคลินิกดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเกตบอลคนดังและเจ้าของทีมบาสเกตบอล Charlotte Hornets ได้ทำพิธีตัดริบบิ้นเปิดคลินิก Michael Jordan Family Medical Clinic ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคม คลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองชาร์ล็อตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา และใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีนับจากวันที่ไมเคิลบริจาคเงินจำนวนนี้ สาเหตุที่ไมเคิลมาเปิดคลินิกที่เมืองชาร์ล็อตต์ ก็เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของเขา และต้องการตอบแทนเมืองซึ่งหล่อหลอมให้เป็นตัวเขาในวันนี้รวมทั้งเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จอีกด้วย ในระหว่างที่กล่าวสุนทรพจน์พิธีเปิด ไมเคิลกล่าวความตอนหนึ่งอย่างซาบซึ้งใจว่า เขารู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่สามารถตอบแทนชุนชนบ้านเกิดที่ช่วยสนับสนุนเขาตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา คลินิกนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่รายได้ต่ำของเมือง และจะให้บริการผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคมและไร้อภิสิทธิ์ใด ๆ รวมทั้งคนไร้บ้านและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ เงินส่วนตัวจำนวนกว่าสองร้อยล้านบาทของไมเคิล ได้เนรมิตคลินิกให้เป็นสถานพยาบาลครบวงจรที่มีห้องตรวจผู้ป่วย 12 ห้อง ห้องเอกซ์เรย์ 1 ห้อง และพื้นที่สำหรับทำกายภาพบำบัด ซึ่งคลินิกจะบริหารงานโดย Novant […]

keyboard_arrow_up