24 ปีผ่านไป พลังทวิตเตอร์ช่วยอดีตผู้ลี้ภัยกลับมาพบคนที่เคยช่วยเหลือเธออีกครั้ง

ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดมานานถึง 24 ปีแล้ว แต่ เมแวน บาบาการ์ (Mevan Babakar) ไม่เคยลืมชายคนนั้นที่เธอพบในช่วงที่ครอบครัวของเธอกำลังลำบากอย่างแสนสาหัสที่สุด (พลังทวิตเตอร์) ตอนนั้นเมแวนอายุเพียง 5 ขวบ เธอต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง สงครามอ่าวในยุค 90 ทำให้เธอและครอบครัวต้องอพยพออกจากอิรักประเทศบ้านเกิดของเธอ หนูน้อยเมแวนและพ่อแม่ต้องมาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยใกล้กับเมืองซโวลเลอในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่นั่นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลค่ายอพยพคนหนึ่งมีน้ำใจซื้อจักรยานให้เป็นของขวัญแก่เธอในยามที่ชีวิตกำลังทนทุกข์ ซึ่งเด็กหญิงซาบซึ้งใจมากเพราะมันช่วยให้สภาพจิตใจที่กำลังย่ำแย่ของเธอมีความสุขขึ้น เวลาผ่านมาหลายสิบปี ตอนนี้เด็กหญิงเมแวนเติบโตเป็นหญิงสาวอายุ 29 ปี และเธออยากจะติดต่อกับชายคนนั้นเพื่อขอบคุณในน้ำใจของเขา เมื่อไม่นานมานี้ เมแวนได้ใช้เวลาในช่วงหยุดพักผ่อนจากงานที่เธอทำอยู่ในองค์กรตรวจข่าวจริงแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน มาสืบหาย้อนรอยเส้นทางการอพยพลี้ภัยของครอบครัวของเธอ แน่นอนว่าเธอต้องการหาตัวเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นด้วย แต่เธอไม่รู้จักชื่อของเขา ดังนั้นเธอจึงขอความช่วยเหลือจากชาวทวิตเตอร์ โดยนำภาพถ่ายของชายคนนั้นซึ่งเธอมีอยู่ภาพเดียวมาโพสต์ลงทวิตเตอร์ โดยบอกว่า ชายในรูปมีน้ำใจซื้อรถจักรยานเป็นของขวัญให้เธอ ทำให้หัวใจของเด็กน้อยวัย 5 ขวบเต็มตื้นไปด้วยความปลาบปลื้มใจและมีความสุข เธออยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร ชาวทวิตเตอร์ช่วยที อย่างที่รู้กันดีว่า พลังของโลกโซเชียลนั้นมหาศาลนัก ข้อความของเมแวนกลายเป็นไวรัลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีการแชร์โพสต์ของเธอหลายพันครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง แม้แต่หนังสือพิมพ์ยังนำเรื่องของเธอไปเขียนเป็นข่าว ในที่สุดก็มีคนส่งข้อความมาว่า ตัวเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายในรูปและภรรยาเช่นกัน ในที่สุดเมแวนก็ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นชื่อ แอกเบิร์ต ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี และเขาให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ยุค 90 จนถึงปัจจุบัน ข่าวดียิ่งไปกว่านั้นคือเขาอยู่ใกล้พอที่จะพบกับเธอได้ภายในวันนั้นเลย! […]

อะพิโถ่ อะพิถัง กะละมังเอ๊ย! คำสอนคุณป้าห้าแผ่นดิน

ป้าลิ้มเคยเป็นพี่เลี้ยงพี่สาวผมตั้งแต่ผมยังไม่เกิด (คำสอนคุณป้าห้าแผ่นดิน) พอพี่ผมเข้าเรียนจุฬาฯก็รับป้าลิ้มมาอยู่กับครอบครัวผม ตอนนั้นผมอายุ 10 – 11 ขวบ ส่วนป้าลิ้มอายุร่วม 90 แล้วยังแข็งแรงดี ป้าลิ้มพักอยู่ด้านหลังแยกจากตัวเรือนใหญ่ มีหลานสาวโตกว่าผมหน่อย อายุประมาณ 14 – 15 ปี ตอนเช้าหลานไปเรียนหนังสือ บ่าย ๆ กลับมาอยู่กับป้าลิ้มจนกระทั่งเข้านอน ป้าลิ้มเกิดสมัยรัชกาลที่ 5 เอกลักษณ์ประจำตัวคือ ป้าลิ้มจะเกล้าผมทำเป็นผมมวยอยู่ด้านหลังมีปิ่นทำด้วยไม้เสียบเอาไว้ บางทีมองไปมองมาหาปิ่นไม่เจอ แกก็เอาตะเกียบเสียบแก้ขัดไว้ก่อน ส่วนเสื้อผ้าอาภรณ์ แกใส่เสื้อคอกลมแขนกระบอกสีขาว นุ่งผ้าโจงกระเบนสีน้ำตาลแดง เรียกว่าแฟชั่นแต่ละปีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กระโปรงจะสั้นจะยาว หรือปีนี้สีสด ปีหน้าสีเข้ม ไม่มีผลกระทบเสื้อผ้าของป้าลิ้มเลย เพราะแกมีชุดประจำตัวอยู่ชั่วนาตาปี เมื่อป้าลิ้มแก่ตัวกระดูกหลังแกโค้ง เวลาเดินหลังโกงต้องมีไม้เท้าช่วยค้ำยัน แต่แกก็เดินขึ้นลงบันได 2 – 3 ขั้นไปห้องแกได้ไม่ยาก การที่ป้าลิ้มอายุยืนถึง 5 แผ่นดิน ถ้าเอาหลัก 5 อ. สมัยนี้ไปจับก็คงผ่านได้สบายมาก หลักที่ว่าคือ อาหาร ป้าลิ้มทานมังสวิรัติ มีเต้าหู้ […]

เริ่มจากความอยากสู่ความกล้าที่จะเป็นนักซ่อมหนังสือมือฉมัง : BOOK CLINIC

เริ่มจากความอยากสู่ความกล้าที่จะเป็น นักซ่อมหนังสือ มือฉมัง : BOOK CLINIC เวลาที่เราป่วย จะรีบรักษาให้หาย เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติดังเดิม แต่เวลาที่หนังสือป่วยขึ้นมาล่ะ คุณจะทำอย่างไร วันนี้ซีเคร็ตขอแนะนำเรื่องแรงบันดาลใจของชายคนหนึ่งที่เขาเริ่มต้นจากความอยากสู่ความกล้าที่จะเป็น นักซ่อมหนังสือ มือฉมัง และเปิด “BOOK CLINIC” เพื่อรับ “รักษา” หนังสือสำหรับทุกคน กว่าคุณกุ๊ก-ภัทรพล ฉัตรชลาวิไลจะกลายเป็นนักซ่อมหนังสือมืออาชีพ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานในร้านถ่ายเอกสารแห่งหนึ่งที่วัน ๆ ต้องอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสาร แสงเลเซอร์ และกองกระดาษสีขาวหลายรีม     เขาเริ่มต้นจากการที่มีลูกค้าคนหนึ่งขอร้องให้ช่วยซ่อมหนังสือให้ ด้วยความที่เขาเป็นคนช่างสังเกตทุกครั้งเวลาเอางานของลูกค้าไปส่งร้านเข้าเล่มเอกสารและวิทยานิพนธ์ ทำให้คุณกุ๊กพอมีวิชาครูพักลักจำมาบ้าง ทำให้คุณกุ๊กหลงเสน่ห์การซ่อมหนังสือไปโดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มสังเกตลักษณะการเข้าเล่มของหนังสือประเภทต่าง ๆ ที่เขาได้หยิบจับมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อดูว่าหนังสือแต่ละประเภทเข้าเล่มกันอย่างไร ความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง หากไม่ได้ขวนขวายที่จะศึกษา เขาเริ่มถ่ายเอกสารตำราสอนวิธีการซ่อมแซมหนังสือจากหอสมุดแห่งชาติมาศึกษาด้วยตนเอง ทำให้การเป็นนักซ่อมหนังสือของเขาที่เริ่มจากความอยาก และความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิธีการซ่อมหนังสือ กลายเป็นความชำนาญ และความกล้าที่จะเป็นนักซ่อมหนังสืออย่างเต็มตัว เมื่อ พ.ศ. 2542     ความสำเร็จในฐานะนักซ่อมหนังสือของเขาจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “แรงบันดาลใจ” หลังจากคุณกุ๊กเริ่มทำงานซ่อมหนังสือได้ไม่นานนัก เขาก็ได้รับโอกาสที่สำคัญคือ […]

“ช้าหรือเร็วก็ไม่สำคัญ ถ้าได้เจอสิ่งที่ใช่” ไกด์ วัย 70 ปี ผู้เคยเป็นช่างก่อสร้างมาก่อน

“ช้าหรือเร็วก็ไม่สำคัญ ถ้าได้เจอสิ่งที่ใช่” ไกด์ วัย 70 ปี ผู้เคยเป็นช่างก่อสร้างมาก่อน “ช้าหรือเร็วก็ไม่สำคัญ” คำพูดนี้คงสอดคล้องกับเรื่องราวของไกด์ วัย 70 ปี ผู้นี้กับเส้นทางชีวิตที่กว่าจะมาพบสิ่งที่ใช่ในวันที่อายุมากแล้ว จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเริ่มต้นกับอาชีพนี้ได้ไวกว่านี้ เขาคงประสบความสำเร็จไปนานแล้ว ย้อนกลับไปในวัยหนุ่ม คุณสมชาย เทศะแพทย์ หรือไกด์วัย 70 ปีผู้นี้ เรียนจบจากโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย) และได้เข้าทำงานเป็นผู้ตรวจแบบแปลนและสถานที่ ประจำอยู่กองควบคุมอาคาร เทศบาลนครกรุงเทพ หลังจากนั้นไม่นาน เขาตัดสินใจไปสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาต่อและทำงานหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว แต่สิ่งที่เขาได้นอกเหนือจากเงินทองและประสบการณ์ชีวิตคือ “ภาษา” ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นใบเบิกทางที่ทำให้เขาได้มาพบกับงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตมาจนทุกวันนี้ ตอนใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาเดินทางไปทำงานในหลายรัฐ แล้วปักหลักอยู่ที่รัฐฮาวาย แต่งงานกับภรรยาชาวญี่ปุ่น ต่อมาไม่นานเขาเดินทางไปทำงานที่แคนาดา และซาอุดิอาระเบียตามลำดับ หลังจากใช้ชีวิตและทำงานอยู่ต่างประเทศนานร่วม 10 ปี เขากลับมาเมืองไทย แล้วเริ่มทำธุรกิจแรกโดยการสั่งสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมาขายที่ห้างไทยไดมารู ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จนัก จึงเปลี่ยนมาทำรถกาแฟขายที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน จนสุดท้ายอาชีพที่ใช้ภาษาอย่างไกด์ กลายเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์และหล่อเลี้ยงชีวิตเขา เขาเริ่มต้นการเป็นไกด์โดยการขวนขวายหาความรู้ด้านนี้มากขึ้น เขาสมัครเข้าอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  และได้เป็นไกด์อย่างเต็มตัวตอนอายุ 40 ปี […]

ทนให้คนล้อว่าเป็นเด็กผู้หญิงอยู่สองปีครึ่ง เพื่อเลี้ยงผมยาวไว้บริจาคให้ผู้ป่วยมะเร็ง

หากมีใครขอให้ ดีอีนนา โธมัส (Deeanna Thomas) พูดถึงหนูน้อยคริสเตียน แมคฟิลามี (Christian McPhilamy) ลูกชายของเธอ เธอก็คงจะใช้คำว่า มีน้ำใจ ใจอ่อนขี้สงสาร และ มีความมุ่งมั่นแรงกล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือคำจำกัดความของเด็กชายจากเมืองเมลเบิร์น รัฐฟลอริดา ซึ่งเขาอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้นตอนที่ริเริ่มทำภารกิจช่วยเหลือเด็กอื่น ๆ ย้อนไปในปี 2012 คริสเตียนได้เห็นโฆษณาของโรงพยาบาลเด็ก St. Jude Children’s Research Hospital เป็นเรื่องของเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งและผมร่วงจนหมดในระหว่างกระบวนการรักษา ซึ่งโฆษณาชิ้นนี้กระทบความรู้สึกของหนูน้อยมาก ภาพเหล่านั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำของคริสเตียน ถึงขนาดที่เขาต้องเข้าไปค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งได้พบกับมูลนิธิแห่งหนึ่งที่จัดหาวิกผมให้เด็ก ๆ ที่ต้องทนทุกข์กับผมที่ร่วงเอา ๆ ดีอีนนาอธิบายให้ลูกชายฟังว่า คนทั่วไปสามารถบริจาคเส้นผมของตัวเองให้นำไปทำวิกได้ คริสเตียนจดจำเอาไว้ทันที ต่อมาในเวลาสองปีครึ่งหนูน้อยก็เลี้ยงผมตัวเองจนยาวพอที่จะบริจาคได้ ในระหว่างที่คริสเตียนเลี้ยงผมให้ยาวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะที่ผมสีบลอนด์สวยของเขาค่อย ๆ ยาวลงมาบนแผ่นหลัง เขาก็กลายเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ และบรรดาคุณครูที่โรงเรียนจะสนับสนุนเขาในเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีเพื่อนนักเรียนอีกหลายคนที่เริ่มล้อเลียนเขาว่าเหมือนเด็กผู้หญิง ผู้ใหญ่หลายคนก็เข้าใจผิดนึกว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงเช่นกัน บางคนก็เสนอตัวจะออกเงินค่าตัดผมให้ คริสเตียนบอกว่าการกระทำเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกแย่เอามาก ๆ […]

“หรือเป็นเพราะ…จิตสุดท้าย”

ตอนที่ลูกสาวบอกว่าจะเอานกแก้วพันธุ์ Forpus มาเลี้ยง ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะน่ารักได้ขนาดนั้น เนื่องจากเขาไม่ใช่นกแก้วแบบที่เราเคยเห็น เพราะตัวเขาเล็กจิ๋วและมีความยาวแค่ประมาณ 4 – 5 นิ้ว สีฟ้าหม่น ๆ แต่ลูกสาวตั้งชื่อให้ว่า “ฟ้าใส”  จิตสุดท้าย เธอบอกว่า นกพันธุ์นี้มีอายุขัยนานถึง 20 – 30 ปี และมีความฉลาดเท่ากับเด็กอายุ 4 ขวบ ถึงแม้ขนาดสมองจะเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว แต่ฟ้าใสพิเศษกว่าตัวอื่น ๆ ตรงที่เขามีความรักอันยิ่งใหญ่ และสามารถทำให้ทุกคนในบ้านรักเขาได้หมดหัวใจภายในเวลาอันแสนสั้น… ยังจำได้ว่า วันแรกที่ฟ้าใสมาถึง ขนยังขึ้นไม่เต็มเสียด้วยซ้ำ แต่เวลาเรายื่นนิ้วไปหา เขาก็เรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นมายืนโดยไม่ต้องสอนเลย และพอฉันเกาหัวให้ เขาก็ก้มหน้าหมุนคอไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม แถมอ้าปากหาวจนเห็นลิ้นกลม ๆ ฉันเดาว่าเขาคงง่วงจึงลองร้องเพลง “Twinkle, Twinkle, Little Star” เบา ๆ โดยไม่คิดว่า เพลงกล่อมลูกของฉันจะสามารถกล่อมนกได้ด้วย! เพราะหลังจากร้องได้ไม่นาน ฟ้าใสก็ก้มหน้าลงเรื่อย ๆ เหมือนคนสัปหงก ก่อนจะพับคอไปข้างหลังและหลับไปจริง ๆ พอตื่นขึ้นก็เหยียดแข้งขาและกางปีกออกเหมือนคนบิดขี้เกียจ…ฉันว่ามันเป็นกิริยาท่าทางที่น่ารักที่สุด และเริ่มตกหลุมรักฟ้าใสทันที […]

หญิงสาวเลี้ยงขนมคนเร่ร่อนและชวนคุย สุดท้ายกลายเป็นการช่วยชีวิตเขาไว้

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนจำนวนมากมาเป็น คนเร่ร่อน ถูกรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งในรายที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่ เพียงคำพูดที่โหดร้ายไม่กี่คำ ก็อาจทำให้คนเหล่านี้ถึงขั้นคิดสั้นได้ นักศึกษาสาว เคซีย์ ฟิชเชอร์ (Casey Fischer) ได้พบกับชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่มีปัญหาทางสภาพจิตใจ แต่แทนที่เธอจะเมินเฉยไม่ใส่ใจ เธอกลับทำบางอย่างที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่เธอเองก็นึกไม่ถึง วันนั้นเคซีย์กำลังไปที่ร้านดังกิ้นโดนัท เธอพบชายเร่ร่อนคนหนึ่งกำลังร้องเพลงอยู่ริมถนนและเก็บเศษเหรียญขึ้นมาจากพื้น จากนั้นเขาก็เดินไปที่ร้านดังกิ้น เคซีย์ยืนต่อคิวจากเขา ระหว่างที่เขานับเศษเหรียญเพื่อซื้อโดนัท เธอก็เริ่มทำตัวน่ารำคาญด้วยการพยายามพูดคุยกับเขาไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงทีท่าว่าไม่อยากคุยด้วยเลย เมื่อเธอเห็นเขานับเหรียญจนครบ 1 ดอลลาร์แล้ว เธอจึงซื้อกาแฟและเบเกิลอีกหนึ่งชิ้นให้เขา และชวนเขามานั่งกับเธอ ยาเสพติดคือหายนะ เมื่อทั้งสองนั่งคุยกัน ทำให้เคซีย์ได้รู้เรื่องของผู้ชายคนนี้มากมาย เขาชื่อคริส เขาเล่าให้ฟังว่าเขาถูกผู้คนกระทำต่าง ๆ นานาอย่างไรบ้างเพียงเพราะว่าเขาเป็น คนเร่ร่อน ยาเสพติดทำลายชีวิตของเขาพังพินาศอย่างไร มันทำให้เขาเกลียดตัวเองและเขาไม่คุ้นเลยเวลาที่มีคนมาทำดีกับเขา เคซีย์ยังได้รู้อีกว่า คริสไม่รู้ว่าพ่อตัวเองคือใคร และถึงแม้แม่ของเขาจะเสียชีวิตไปแล้วเพราะโรคมะเร็ง แต่เขาก็ยังต้องการเป็นลูกที่แม่ภูมิใจ เคซีย์นั่งคุยกับคริสเกือบหนึ่งชั่วโมง และตั้งท่าจะอยู่คุยต่ออีกแต่นึกขึ้นได้ว่าเธอต้องไปเรียนอีกคลาสหนึ่งและกำลังจะไปเข้าเรียนสายแล้ว เรื่องราวชีวิตของคริสกระทบใจของเคซีย์ จนเธอต้องนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของเธอ โดยบอกว่า คริสเป็นหนึ่งในคนที่จริงใจและซื่อตรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมาในชีวิต เศษกระดาษยับยู่ยี่แผ่นนั้น เมื่อเคซีย์บอกคริสว่าเธอต้องไปเรียนแล้ว เขาขอร้องให้เธออยู่ต่ออีกนิดเพราะเขาจะเขียนโน้ตบางอย่างให้เธอ คริสขอโทษที่ลายมือของเขาขยุกขยุยมาก แล้วรีบยัดเศษกระดาษยู่ยี่แผ่นนั้นใส่มือเธอ เขายิ้มและรีบออกจากร้านไป เหมือนเป็นนัยบอกให้รู้ว่า เขาต้องการให้เธอรอเขาออกไปก่อนแล้วค่อยเปิดอ่าน […]

เยียวยาหัวใจ เมื่อเขามีใครอีก (หลาย) คน

เมื่อฉันรู้ว่าคนที่ฉันรักที่สุดกำลังทำลายชีวิตคู่ของเราด้วยการนอกใจ ไม่ใช่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่มีสัมพันธ์กับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกัน และเขาสารภาพว่า การนอกใจเป็นสิ่งที่เขาทำมานานตั้งแต่ปีแรกที่แต่งงานกับฉัน กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ฉันร้องไห้ดัง ๆ อย่างไม่อายใคร เมื่อรู้ว่าสิ่งที่สงสัยเป็นความจริง ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ เรารักกันมานานมาก แต่งงานกัน มีลูกที่น่ารัก ตัวฉันมีหน้าที่การงานมั่นคง เป็นระดับผู้จัดการในบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่งของเมืองไทย หน้าตาและรูปร่างยังสะสวย มีหลายคนเอ่ยปากชมอยู่บ่อย ๆ หลังจากจับได้ว่าเขานอกใจ ฉันนั่งร้องไห้กับตัวเองทุกวัน ร่างกายผ่ายผอม หัวใจแสนจะบอบช้ำ และมองไม่เห็นทางที่จะกู้หัวใจกลับคืนมาได้เลย แต่เมื่อลูกเข้ามาใกล้ ฉันก็ปาดน้ำตาและฝืนยิ้ม เพราะนี่คือความทุกข์ของฉัน เขาไม่ควรรับรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่ก่อขึ้น ฉันโกรธเขามากและไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า ความคิดขณะนั้นคือ “ฉันจะหย่า” ผู้หญิงอย่างฉันทำไมต้องทนกับคนที่หักหลัง ฉันยังมีทางไป หาเลี้ยงตัวเองได้ และอยู่กับลูกได้โดยไม่มีเขา แต่ในที่สุด “ลูก” คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของฉันไว้ไม่ให้ตัดสินใจหย่ากับเขา เพราะต้องการให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีผู้หญิงมากมายตั้งแต่สมัยโบราณนานมา แม้แต่ในปัจจุบันที่ต้องอดทนกับความเจ้าชู้ของผู้ชายและกล้ำกลืนน้ำตาด้วยเหตุผลที่เหมือนกับฉัน เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจการกระทำของคนรุ่นคุณย่าคุณยายหรือคุณแม่ว่าเป็นเพราะอะไรจึงต้องทน แต่มาวันนี้ฉันรู้ซึ้งดี เมื่อเทียบความทุกข์โศกของฉันกับความสุขของลูก ฉันยอมทนเพื่อลูก แล้วหัวใจของตัวเองเล่าจะเยียวยาอย่างไร ฉันนั่งลงมองลึกลงในหัวใจตัวเอง ความบกพร่องของเขาคือการเป็นสามีที่ไม่ดี แต่สำหรับความเป็นพ่อนั้น เขาไม่มีสิ่งใดบกพร่อง ดังนั้น คนที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียวคือฉัน […]

คุณแม่ที่ลูกเป็นมะเร็ง ถูกคนต่อว่า ร้อนถึงคนในชุมชนต้องรีบมาช่วยเหลือ

เมื่อคุณมีลูกเล็ก การดูแลซ่อมบำรุงบ้านมักจะล้มเหลวไปไม่ถึงไหนเพราะหาเวลาว่างได้ยากเต็มทน แค่เลี้ยงลูกก็เหนื่อยแทบสลบแล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาดูแลบ้านที่รกรุงรังในช่วงชีวิตที่แสนลำบากนี้ แรนดา แรคแลนด์ (Randa Ragland) เป็นคุณแม่ลูกห้าที่มีเวลาดูแลบ้านน้อยเหลือเกิน แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้รับจดหมายจากเพื่อนบ้านคนหนึ่ง บอกว่าบ้านเธอเป็น “สิ่งที่อุจาดตา” เพราะหญ้าและต้นไม้ในบริเวณบ้านรกรุงรังมาก คุณแม่ลูกห้าผู้แสนเหน็ดเหนื่อยจึงนำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของเธอเพื่ออธิบายว่า เหตุใดบ้านของเธอจึงมีสภาพเช่นนั้น เมื่อบรรดาเพื่อนบ้านใจดีคนอื่น ๆ เห็นเข้า จึงรีบมาช่วยเหลือเธออย่างรวดเร็ว สาเหตุก็คือ เมื่อปลายปีที่แล้วหนูน้อยจาเซ่น วัย 3 ขวบ ลูกคนสุดท้องของแรนดาซึ่งพูดไม่ได้และเป็นออทิสติค ถูกคุณหมอตรวจพบว่าป่วยเป็น โรคมะเร็งของเนื้อเยื่อประสาท (Neuroblastoma) ระยะ 4 นับแต่นั้นมาครอบครัวของแรนดาก็มีชีวิตอยู่กับการพาลูกไปพบหมอตลอดเวลา นอกจากนั้นจาเซ่นยังต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลเพื่อทำเคมีบำบัดและผ่าตัดรวมทั้งกระบวนการรักษาอื่น ๆ อีก ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี จาเซ่นต้องเข้าโรงพยาบาล 20 ครั้ง และผ่าตัดมากกว่า 7 ครั้งทั้งที่เป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ เท่านั้น การที่คุณแม่ผู้กล้าหาญผู้นี้ตัดสินใจแชร์เรื่องราวของเธอ ไม่ใช่เพื่อวิงวอนขอความเห็นใจ แต่เพื่อเตือนให้เพื่อนบ้านตระหนักว่า “คุณไม่รู้หรอกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคนคนหนึ่ง” และเพื่อกระตุ้นให้คนเหล่านั้นมีเมตตาต่อทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนแปลกหน้า แรนดาแนบภาพกระดาษจดหมายแผ่นนั้น ที่บุรุษไปรษณีย์นำมาหย่อนในตู้รับจดหมายหน้าบ้านของเธอในโพสต์ด้วย  ซึ่งมีใจความประมาณว่า บ้านของแรนดาเป็นสิ่งอุจาดตาที่มีผลต่อราคาบ้าน ใครเล่าจะอยากมาซื้อบ้านใกล้กับบ้านของแรนดาถ้าต้องมองอะไรแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน และตบท้ายให้เธอหันมาจัดการบริเวณบ้านให้ดูดีกว่านี้! […]

“มองให้เป็น เห็นด้วยใจ” พลังบวกให้ชีวิตจากผู้อยู่ในโลกมืด

หลังจากมีอาการปวดเอวมาหลายเดือน ก็มีคนแนะนำให้ฉันไปหาหมอนวดตาบอดมือดีคนหนึ่ง ฉันรีบไปทันทีโดยไม่คิดเลยว่า นอกจากจะได้รับความสบายกายแล้ว ยังได้รู้ว่าบางครั้งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปได้ เพียงแค่เราทำใจให้เป็นเท่านั้น พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนวดซึ่งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ผู้ชายในวัยห้าสิบเศษก็หันมายกมือไหว้ฉัน  พร้อมทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนจะเดินออกมาต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว  ถ้าไม่มีคนบอกมาก่อน  ฉันคงไม่รู้ว่าเขาตาบอด  เพราะดวงตาของเขาภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนไม่มีวี่แววของคนตาบอดสักเท่าไร  หลังจากลงมือนวดไปได้พักหนึ่ง  เขาก็พูดคุยกับฉันในเรื่องต่าง ๆ จนฉันได้รู้ว่าเขาเคยเป็นครูมาก่อน  แต่ต้องลาออกเพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการทางสายตาของเขา “ความจริงเหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ   หัวผมถูกกระแทกอย่างแรง แล้วคงกระเทือนไปถึงจอประสาทตา  แต่มันไม่ได้มองไม่เห็นทันทีนะครับ  เพิ่งจะมาส่งผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตาพร่า ตอนแรกนึกว่าไม่ร้ายแรงอะไร  แต่กลับเป็นมากขึ้น ๆ  จนในที่สุดวันหนึ่งทุกอย่างก็มืดมิดไป  เหมือนจอทีวีที่ดับไปเฉย ๆ”  เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่ฉันทั้งตกใจและเศร้าใจจนไม่กล้าถามอะไร  ได้แต่ฟังเขาเล่าต่อไป “ตอนแรกผมรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  คิดดูซิครับ  ทุกอย่างที่เคยเห็น  และมีสีสันสวยงาม  จู่ ๆ ก็กลายเป็นมืดสนิท ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน  มีแต่ความมืดมิด ทำอะไร  เดินไปไหนก็ไม่สะดวก  ผิดกับคนที่เขาตาบอดมาแต่กำเนิด  ซึ่งเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพราะความเคยชิน  เขาคงไม่เจ็บปวดเท่าคนที่เคยมองเห็นมาค่อนชีวิต ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งนะครับ เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร  งานก็ทำไม่ได้  ไปไหนก็ลำบาก  […]

18 แม่ดีเด่นทั่วประเทศ รางวัล “มหิดล – วันแม่” ประจำปี 2562

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานวันแม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ต่อเนื่องมาทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 34 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   และร่วมฉลองในโอกาสวันแม่แห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้จัดกิจกรรมการคัดเลือก “แม่สู้ชีวิต” “แม่ 100 ปี” และ “แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อเชิดชูบทบาทของแม่ในงานดังกล่าว ซึ่งมีคุณ แม่ดีเด่น 18 ท่านจากทั่วประเทศได้รับรางวัลดังต่อไปนี้ รางวัล “แม่สู้ชีวิต” รางวัลแม่สู้ชีวิตจัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูก ลูกของแม่สู้ชีวิตไม่จําเป็นต้องประสบความสําเร็จในชีวิตด้วยการมีตําแหน่งหน้าที่การงานหรือมีการศึกษาสูง ลูกอาจเป็นเด็กพิการ แต่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความรัก ด้วยจิตใจ และสองมือของแม่ได้โอบอุ้มให้ลูกมีชีวิตต่อไปได้ รางวัลมี 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ และ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ มีผู้ได้รับรางวัล 8 ราย ดังนี้ รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคเหนือ แม่อรุณศรี ถาวร อายุ  45 ปี จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากแม่แยกทางกับสามี แม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินต่าง ๆ […]

บริษัทเบียร์อิตาลีเปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna ส่งคุณย่าไปทำอาหารถึงบ้าน!

บริษัทเบียร์อิตาลีเปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna  ส่งคุณย่าคุณยายไปทำอาหารถึงบ้านคุณ! ต้องเรียกว่าเป็นความแปลกใหม่ในวงการผู้ให้บริการจัดส่งอาหารเลยทีเดียว เมื่อบริษัทเบียร์แห่งหนึ่งเปิดบริการใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ขึ้นไปอีกขั้น Deliver-A-Nonna บริษัทนี้คือ Birra Morretti ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Heineken เบียร์ชื่อดังระดับโลก ได้เปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna จัดส่งคุณย่าชาวอิตาเลียน ให้ไปปรุงอาหารรสเลิศถึงบ้าน คุณย่าจะเดินทางไปด้วยรถของมอร์เรตติ พรั่งพร้อมไปด้วยวัตถุดิบที่คุณย่าจะใช้ในการปรุงอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ รสชาติดั้งเดิม ทั้งบ้านจะอบอวลไปด้วยความทรงจำในการทำอาหารอิตาเลียนแบบโฮมเมด คุณย่าจะแปลงวัตถุดิบที่สดใหม่ให้เป็นอาหารรสเลิศสามมื้อ และจะเสิร์ฟอาหารแต่ละมื้อให้แขกราวกับเป็นโต๊ะอาหารที่บ้านของคุณย่าเอง สำหรับในรายที่อยากแสดงฝีมือเป็นเชฟ คุณย่าคุณยายที่เปี่ยมล้นด้วยฝีมือการปรุงอาหาร ก็ยินดีที่จะถ่ายทอดเคล็ดลับการปรุงอาหารสูตรดั้งเดิมให้อีกด้วย แถมยังช่วยสอนให้เจ้าของบ้านสามารถปรุงกินเองได้อีกในอนาคต บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “ทำให้คนหันมานั่งกินอาหารร่วมกันที่โต๊ะอาหารเพิ่มขึ้นในปี 2019” ตอนนี้บริการคุณย่าเดลิเวอรี่ให้บริการเฉพาะในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเท่านั้น ไอเดียธุรกิจนี้ได้ประโยชน์หลายอย่าง นอกจากจะได้กินอาหารอิตาเลียนแท้สูตรดั้งเดิมแสนอร่อยแล้ว ยังสร้างความอบอุ่นในบ้าน ราวกับคุณย่าคุณยายของเรามาปรุงอาหารให้กินที่บ้าน จากที่เคยต่างคนต่างกินก็ได้มีโอกาสมานั่งโต๊ะอาหารร่วมกัน แถมคุณย่าคุณยายยังได้มีงานทำ ไม่นั่งเหงาที่บ้านอีกแล้ว   เรียบเรียง  ชนาฉัตร ที่มา  Insider ภาพ  ilgrandeinvito.birramoretti.com Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ คุณยายลุยเก็บขยะชายหาด 52 […]

True Story of Mom : ลูกคือโลกทั้งใบของเรา

True Story of Mom : ลูกคือโลกทั้งใบของเรา คุณนัทธิตา คชดี เข็นรถเข็นเด็กที่มีน้องออย ลูกสาววัย 6 ขวบนั่งอยู่ เข้ามาในโรงพยาบาลรามาธิบดีพร้อมกับรอยยิ้ม ถึงเธอจะเดินไม่ค่อยถนัดเพราะเท้าข้างขวาพลิกผิดรูปตั้งแต่กำเนิด เธอพาลูกสาวมาหาคุณหมอถึง 8 คลินิก ได้แก่ คลินิกศัลยกรรมหัวใจ คลินิกเด็ก คลินิกโรคเลือด คลินิกหู คอ จมูก คลินิกการได้ยิน คลินิกระบบประสาท คลินิกทางเดินอาหาร และศัลยกรรมทั่วไป  เพราะน้องออยมีโรคร้ายรุมเร้าหลายโรค และด้วยความรู้สึกว่า “ลูกคือโลกทั้งใบของเรา” เธอจึงอยากดูแลลูกคนนี้ให้ดีที่สุด ” แม่เท้าขวาพลิกแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ตอนเด็กคุณหมอดัดเท้าของแม่ให้เข้ารูปด้วยการเข้าเฝือก แต่ตอนนั้นทนเจ็บไม่ไหว เลยขอให้คุณพ่อเอาออก ขาของเราจะเป็นอย่างไรเราก็ยอม เท้าขวาจึงพลิกมาจนถึงทุกวันนี้ เดินไปก็เจ็บบ้าง แต่ชินแล้ว ” แม่มีลูก 2 คน คนแรกเสียชีวิตไปเมื่อ 8 ปีก่อน ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย ถ้าอยู่ถึงตอนนี้ก็น่าจะอายุประมาณ 10 ขวบ […]

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา

รู้ซึ้งในวันที่เรากลายเป็นแม่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา เมื่อซีเคร็ตถามคุณ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ว่า “คุณเบนซ์พอจะนิยามความเป็นคุณแม่ในตัวคุณเบนซ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม” คำตอบที่ได้คือ “อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ”  จบลงด้วยการไร้คำนิยามความเป็นคุณแม่ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคุณแม่ท่านนี้ กับรอยยิ้มน่ารักสดใสของน้องปริม และน้องปรางที่นั่งอยู่บนตักคุณแม่ไม่ยอมห่าง มารู้จักกับอดีตนางเอกสาวในบทบาทของคุณแม่ลูกสองกันค่ะ   ความสุขที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้องอยู่ในท้อง โชคดีที่ตอนท้องเราอารมณ์ดี ไม่ค่อยอยากจะโกรธใคร เพราะอยากให้ลูกมีความสุข และมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ปกติเบนซ์เป็นคนแข็ง ๆ ถ้าเมื่อก่อนคุยโทรศัพท์กับพี่มิค ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่’ แต่พอเราท้อง ‘ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่คะ จะกลับหรือยัง’ กลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน และเราอยากให้ลูกเกิดมาเป็นคนดี เบนซ์เลยคิดแต่สิ่งดี ๆ ตลอดเวลา  และอวยพรลูกในท้องตลอดเวลาเช่นกัน จะประคบประหงมลูก พี่มิคคอยระวังและเตือนเสมอ ‘คุณแม่อย่าใส่ส้นสูงนะ อันตราย’ เราดูแลเขาเป็นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอีกอย่างที่เราคอยระวังคือเรื่องของอารมณ์ เพราะทุกคนมักพูดว่าตอนที่ท้อง เรามีอารมณ์แบบไหน ลูกก็จะอารมณ์แบบนั้น เช่น ถ้าเราโมโหบ่อย ๆ  ลูกก็กลายเป็นคนขี้โมโห เราเลยทำตัวให้มีความสุขตลอดเวลา เพราะอยากให้ลูกมีความสุขในขณะที่อยู่ในท้องของแม่   เลี้ยงลูกโดยไม่ยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง เบนซ์จะไม่อ่านหนังสือและคู่มือเลี้ยงลูกเลย เพราะกลัวว่าเราจะเครียด […]

เด็กประถมสร้างห้องสมุดในโรงรถ เพื่อกระตุ้นเด็กอื่นให้หันมาอ่านหนังสือ

ทันทีที่โรงเรียนปิดเทอมภาคฤดูร้อน เด็กส่วนใหญ่จะทิ้งหนังสือและบทเรียนไว้ที่โรงเรียน แล้วไปสนุกสนานเพลิดเพลินกับอิสรภาพที่เพิ่งได้รับยาวไปอีก 2 – 3 เดือน แต่ไม่ใช่สำหรับ เพเนโลเป้ โดรเอเก้ (Penelope Droege) วัย 10 ขวบ เธอเป็นเด็กหญิงที่กระหายวิชาความรู้และปรารถนาจะเผยแพร่ให้เด็กอื่น ๆ ด้วย นั่นคือเหตุผลที่ในช่วงปิดภาคฤดูร้อน เพเนโลเป้ยุ่งอยู่กับภารกิจส่วนตัวของเธอเองคือ การกระตุ้นให้เด็กอื่น ๆ สนใจการอ่าน โดยเริ่มที่โรงรถที่บ้านของเธอ เรื่องเริ่มต้นเมื่อเพเนโลเป้ นักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาฟอร์ทเวิร์ธ รัฐเท็กซัส บอกแม่ว่า เธออยากทำงานตอนช่วงปิดซัมเมอร์ ไอเดียแรกเธอคิดว่าจะรับจ้างจูงสุนัขไปเดินเล่น แต่ไอเดียต่อมานั้นเป็นอะไรที่เข้าท่ากว่าการรับจ้างจูงสุนัขเยอะเลย ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อและแม่ นักอ่านตัวน้อยอย่างเพเนโลเป้ก็ตัดสินใจทำห้องสมุดในละแวกบ้านของเธอเอง โดยใช้หนังสือของเธอและของน้องชายอีกสามคน รวมทั้งของคุณพ่อด้วย ไบรอัน พ่อของเธอเป็นครูสอนชั้นเกรด 4 อยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษา Kay Granger ซึ่งคุณพ่อปลื้มใจกับไอเดียของลูกสาวมาก และมีความสุขล้นปรี่ที่ได้ให้ลูกยืมหนังสือจากห้องสมุดในชั้นเรียนของคุณพ่อเอง ด้วยหนังสือเหล่านั้นบวกกับหนังสือที่ได้รับบริจาคมาก ก็สามารถนำมาทำเป็นห้องสมุดได้แล้ว เพเนโลเป้และครอบครัวของเธอเริ่มเปิด ห้องสมุดในโรงรถ วันละ 2 – 3 ชั่วโมง ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ […]

True Story of Mom : ความรักของแม่คือปาฏิหาริย์ที่แท้จริง

True Story of Mom : ความรักของแม่ คือปาฏิหาริย์ที่แท้จริง เพราะ ความรักของแม่ ปาฏิหาริย์จึงเกิด เรื่องราวของคุณสุนทร งามบุญชื่น เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เธอไม่คาดคิดเลยว่าสภาพของผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุขั้นโคม่าที่เธอเห็นจนชินตานั้น จะมาเกิดกับลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ ในวันนั้นปาฏิหาริย์กลายเป็นสิ่งที่ไกลตัวเธอเหลือเกิน ” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ตอนประมาณตี 2-3 ลูกชายประสบอุบัติเหตุที่แยกพระราม 5 มอเตอร์ไซค์ชนกับรถแท็กซี่หลังจากขับไปส่งเพื่อน อาการโคม่ามาก คุณหมอไม่ให้ความหวังอะไรเลย คุณหมอบอกว่าคนไข้อาจจะไม่รอด เพราะอาการหนักมาก กระดูกเชิงกรากแตก ลำไส้ทะลุ ขาข้างซ้ายเละเทะมาก คุณหมอก็ระดมแพทย์ทุกแผนกมาช่วย คุณหมอไม่ได้ให้ความหวังอะไรกับพ่อแม่ว่าคนไข้จะรอดนะ หมอพยายามช่วยกันเต็มที่ ผ่าตัดตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุ่ม คุณหมอไม่ให้ความหวังเลย เราเห็นอาการของลูกแล้วน่าจะไม่รอด ตอนนั้นทำใจไม่ได้เพราะเรามีลูกเพียงคนเดียว มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดอย่างกระทันหัน ตอนนั้นก็เตือนเขาแล้วว่าขับรถระวังนะลูกนะ     ” เราเคยเห็นสภาพคนไข้ที่มาหาหมอแล้ว แต่เราก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดกับเรา ตอนแรกยอมรับไม่ได้เลย ร้องไห้ทุกวัน เพื่อนร่วมงานก็คอยปลอบให้ใจเย็น ๆ ทุกครั้งที่เข้าไปเยี่ยมลูก คุณหมอก็บอกทุกครั้งว่าให้เราทำใจ ” ภาพที่เห็นคือลูกของเรามีเหล็กดามเสียบตามตัวเขาเต็มไปหมด […]

ผู้บริหารบริษัท ราชบุรีศูนย์รวมยาง ทูลเกล้าถวายที่ดินแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ เพื่อสร้างอาคารบริจาคโลหิต

ผู้บริหารบริษัท ราชบุรีศูนย์รวมยาง ทูลเกล้าถวายที่ดินแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ เพื่อสร้างอาคารบริจาคโลหิต คุณจิราวุฒิ แซ่ตั้ง ผู้บริหารบริษัท ราชบุรีศูนย์รวมยาง จำกัด สำนึกคุณของแผ่นดิน ถวายโฉนดที่ดินจำนวน 4 ไร่ ทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จังหวัดราชบุรี สภากาชาดไทย นายจิราวุฒิ แซ่ตั้ง วัย 44 ปี และคุณแม่คือ นางสาวอารีย์ บวรพัฒนานนท์ วัย 66 ปี เตรียมนำโฉนดที่ดินขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เพื่อสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จังหวัดราชบุรี สภากาชาดไทย ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จังหวัดราชบุรี สภากาชาดไทย ในวันที่ 7 สิงหาคม 2562               คุณจิราวุฒิ คิดว่า เราเกิดมาบนแผ่นดินไทย มีพ่อหลวง […]

ขอบคุณน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือ สองแม่ลูกชาวลาว ได้กระเป๋าสตางค์คืนแล้ว 

ขอบคุณน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือ สองแม่ลูกชาวลาว ได้กระเป๋าสตางค์คืนแล้ว เป็นเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจที่เกิดขึ้นบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อ สองแม่ลูกชาวลาว นั่งรถไฟฟ้าไปหาเพื่อนที่ตลาดพลู แล้ววันนั้นแทนที่จะเป็นวันที่สองแม่ลูกมีความสุข กลับกลายเป็นวันที่โชคร้ายวันหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพจ “รถไฟฟ้าบีทีเอส” ได้โพสต์เรื่องที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้อ่านไม่น้อย เรื่องมีอยู่ว่า   จำภาพแม่ลูกชาวลาว ที่ยืนกอดกันร้องไห้บนสถานีบีทีเอส เพราะทำกระเป๋าสตางค์หายได้ไหมครับ?ในเรื่องร้ายยังมีดี… Posted by รถไฟฟ้าบีทีเอส on Tuesday, August 6, 2019   คุณฮาย หลวงวงศา ชาวสปป.ลาวที่เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พาลูกสาวที่มาจากประเทศลาว นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปหาเพื่อนของเธอที่ตลาดพลู โดยขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นี่คือการขึ้นรถไฟฟ้าครั้งแรกของทั้งคู่ และต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีสยาม เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปยังสถานีตลาดพลู แต่แล้วความโชคร้ายก็มาเยือน เมื่อคุณฮายพบว่ากระเป๋าสตางค์ที่มีเงินเดือนทั้งเดือนจำนวนแปดพันบาทได้หายไปเสียแล้ว ตอนนั้นเธอทำอะไรไม่ถูก เมื่อรถไฟฟ้าจอดเทียบสถานีแห่งหนึ่ง เธอตัดสินใจพาลูกสาวออกจากรถไฟฟ้าทันที     เธอและลูกสาวกอดกันร้องไห้ เพราะเธอตั้งใจจะนำเงินบางส่วนจากเงินเดือนของเธอใช้เป็นค่าเดินทางส่งลูกกลับสปป.ลาว ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังตกที่นั่งลำบากอยู่นั้น พลเมืองดีคนหนึ่งชื่อ คุณกบ ได้เข้ามาสอบถามถึงสาเหตุที่สองแม่ลูกยืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ เมื่อคุณกบทราบเหตุการณ์ทั้งหมดก็พาคุณฮายและลูกสาวไปพบเจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเกิดเหตุทรัพย์สินหายขึ้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นคือ คุณมังกร สุทธิยาพิวัฒน์ ตำแหน่งนายสถานีกรุงธนบุรี […]

keyboard_arrow_up