ความสำเร็จในทุกๆ วันคือการได้ลงมือทำ – ศรราม เทพพิทักษ์

เมื่อเอ่ยถึง   “ความสำเร็จ”      แต่ละคนมักให้คำนิยามแตกต่างกันไป เพราะ  “ค่าความสำเร็จ”   ของแต่ละคนไม่เท่ากัน หนุ่ม   –   ศรราม   เทพพิทักษ์   นักแสดงผู้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า   20   ปี  มีมุมมองเรื่องความสำเร็จอย่างเรียบง่ายว่า “ความสำเร็จในทุกๆ   วันคือการได้ลงมือทำ”   หมายความว่า   ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม   อย่าเพิ่งมองไปที่ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา   แต่ขอให้มอง   ณ   จุดที่เราทำก็พอ   และเมื่อมีโอกาสได้ทำอะไรก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ แม้ไม่ใช่ที่หนึ่งก็ไม่เป็นไร   เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือความภูมิใจที่ได้ลงมือทำ ปลดล็อกให้อดีต หลายปีก่อนหลังทำงานเสร็จ   ผมขับรถกลับบ้านตามปกติ   แต่วันนั้นผมเพลียมากจนเกิดหลับในขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว   มารู้ตัวอีกทีรถก็สั่นไปทั้งคันแล้วพร้อมๆ   กับมีเสียงดังโครม! พอลืมตาก็เห็นว่ารถของผมเสียหลักปีนขึ้นฟุตปาธไปชนต้นไม้   ความตกใจทำให้ผมรีบเหยียบเบรกตั้งใจจะหยุดรถ   แต่เท้าดันไปเหยียบเอาคันเร่งเข้าให้   ผลก็คือ   รถพุ่งชนต้นไม้ไปอีก   2   ต้น   จากนั้นต้นไม้ก็ล้มลงไปทับตู้โทรศัพท์สาธารณะเข้า…ทำให้พี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวนั้นพลอยรับเคราะห์ไปด้วย เมื่อรถจอดนิ่งสนิท   ผมรีบลงมาดูที่เกิดเหตุ   แต่ก็ไม่ทันแล้ว…ร่างพี่ผู้หญิงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ริมฟุตปาธ   ผมจึงได้แต่กราบขอขมาพี่เขา   ณ   ตรงนั้น   ด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจที่สุดในชีวิต นับจากวันนั้นถึงแม้ผมจะพยายามช่วยเหลือครอบครัวพี่เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   แต่ความรู้สึกผิดที่ว่า   “ผมทำให้คนอื่นตาย”ไม่เคยลดน้อยลงเลยและยังวนเวียนอยู่ในใจตลอดเวลา   วันหนึ่งผมจึงตัดสินใจไปพบกับพระพี่เลี้ยงที่เคยดูแลผมตอนผมบวช   (สมัยนั้นผมเรียกท่านว่า   หลวงพี่เทอด)   ผมเล่าความอึดอัดใจทั้งหมดให้ท่านฟังและถามว่า   “ผมจะจัดการจิตใจตัวเองอย่างไรดีให้ดีที่สุด”   หลวงพี่แนะนำกลับมาสั้นๆ   […]

ช่อผกา วิริยานนท์ … ในวันที่ค้นพบสัจธรรมจากความตาย

บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับเราได้อย่างเหลือเชื่อ อุ๊ ( ช่อผกา  วิริยานนท์ ) พบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง  แต่เป็นมะเร็งชนิดพิเศษที่มีอายุเพียง 4 วันเท่านั้น! เรื่องมีอยู่ว่า อยู่ดีๆ วันหนึ่งอุ๊รู้สึกว่าเต้านมตัวเองมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ จากคัพบีเป็นคัพซี แข็งโป๊ก และมีอาการเจ็บ ก่อนหน้านี้อุ๊เคยมีซีสต์ถุงน้ำที่เต้านมมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายก็คิดว่าต้อง “เป็นอะไร” สักอย่างแน่นอน แต่เป็นอะไรนั้นตัวเราเองก็ไม่ทราบ ได้แต่คิดในใจว่าอย่าเป็นในสิ่งที่ฉันคิดเลย เข้าใจว่าป่วยเป็นมะเร็ง ตอนนั้นด้วยความที่เชื่อถือเรื่องการแพทย์ทางเลือกมากกว่าแผนปัจจุบัน (ในกรณีที่เจ็บป่วยเป็นมะเร็ง) อุ๊จึงตัดสินใจไปหาหมอทางเลือกท่านหนึ่งที่ต่างจังหวัดตามคำแนะนำของเพื่อน ก่อนไปก็โทร.สอบถามว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง คนรับเรื่องบอกว่าไม่ต้อง แต่พอไปถึงจริงๆหมอบอกว่า ความจริงแล้วอยากให้ไปตรวจกับหมอในโรงพยาบาลก่อนเพื่อจะได้นำคำวินิจฉัยของหมอมาใช้ประกอบการรักษา แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว  หมอก็ตัดสินใจรักษาเลย  ด้วยการใช้มือคลำบริเวณที่เจ็บ  หลังจากสำรวจดูสักพัก หมอพูดว่า “ดูสภาพแล้วเนี่ย เป็นมะเร็งแน่เลย” ได้ยินแบบนั้น ใจอุ๊ไม่ได้วูบหรือตกใจอะไร แต่กลับกลายเป็นว่า“กูว่าแล้ว…ว่าต้องเป็นมะเร็ง” รู้อย่างนี้ก็ดีจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว สิ้นความสงสัยไปเสียที รู้สึกว่าตัวเองทุกข์ใจน้อยกว่าตอนก่อนไปหาหมอเพราะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร แต่หลังจากนั้นเมื่อขับรถจากต่างจังหวัดกลับบ้านเงียบๆ คนเดียว ความคิดต่างๆ ก็ผุดขึ้นมา มีเสียงหนึ่งในใจพูดว่า “ชีวิตเรามันแค่นี้เองหรือ” อุ๊จินตนาการว่าตัวเองคงอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี นั่นหมายความว่าอุ๊จะตายตอนอายุ 40กว่าๆ […]

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ …ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่อเพื่อนมนุษย์

ในโลกออนไลน์ เมื่อคลิกเข้าไปในเฟซบุ๊กของ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ภาพที่เราได้เห็นจะไม่ใช่ภาพดาราโพสท่ากับอาหารจานโปรด หรือภาพกิจกรรมที่แสดงถึงความสุขสนุกสนานแบบคนทั่วไป แต่จะเป็นภาพของผู้ประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณยายซึ่งเป็นมะเร็งที่ใบหน้าและเป็นแผลลุกลามจนไม่เหลือเค้าเดิม หรือไม่ก็เป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่อันแสนอนาถาของสองตายายที่ป่วยเป็นอัมพาต ฯลฯ โดยจะมีการอัพเดตเรื่องราวการช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งยังมีการลงหมายเลขบัญชีไว้ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้โดยตรง ในโลกออฟไลน์ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่ช่วยผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี โดยมีทีมงานไปกับเขาเพียงไม่กี่คน ก่อนที่จะสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในโลกออนไลน์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีให้หลัง…พร้อม ๆ กับที่ค่อย ๆ ลดงานในวงการบันเทิงลง เหลือเพียงงานกำกับภาพยนตร์เท่านั้นเกิดอะไรขึ้นกับอดีตพระเอกคนหนึ่งที่ตัดสินใจเฟดตัวเองจากโลกแห่งเงินทองและชื่อเสียง แล้วหันไปอุทิศตัวให้กับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยไม่ได้อะไรตอบแทน… ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าคุณเริ่มลดงานในวงการบันเทิงลงเรื่อยๆ นะครับ ผมเริ่มรู้สึกว่าบทบาทที่ได้รับมันไม่สร้างสรรค์สังคมสักเท่าไหร่ มีหนังหรือละครหลายเรื่องที่ติดต่อเข้ามาแล้วผมให้ ไทด์(เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ น้องชายฝาแฝด) ไปเล่นแทน ที่คิดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าผมทรยศหรือดูถูกอาชีพนี้นะครับ แต่ผมอยากรับบทบาทที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนหรือเยาวชนรุ่นต่อไป ถ้าเป็นละครเทิดพระเกียรติหรือละครที่ให้แง่คิดดี ๆ ผมยินดีเล่นให้ฟรีเลย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ค่อยรับงานแสดงก็เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากกับมูลนิธิร่วมกตัญญูนี่ละครับ ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้บุญมากเลยนะครับ ครับ แต่ก็ไม่เสมอไปที่เรื่องจะจบแบบนี้ อย่างคุณลุงมัคนายกคนหนึ่งป่วยเป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ความที่เขาไม่มีญาติ เลยได้แต่นอนอยู่ในห้องมืด ๆ เหมือนโดนขังไว้เป็นเวลากว่าสิบปี ใครผ่านไปก็โยนข้าวให้กิน วันไหนไม่มีใครผ่านไปแกก็นอนอยู่อย่างนั้น แถมตาข้างหนึ่งยังบอดเพราะโดนมดโดนแมลงกัดกิน ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มาได้ยังไงตลอดเวลาเป็นสิบปีตอนผมไปเจอ สภาพลุงน่ากลัวมาก […]

พระเอกหนุ่มสุดหล่อจิตใจงาม นาย ณภัทร รับปริญญา ไม่ขอช่อดอกไม้ แต่ขอเป็นเงิน !

พระเอกหนุ่มสุดหล่อจิตใจงาม นาย ณภัทร รับปริญญา ไม่ขอช่อดอกไม้ แต่ขอเป็นเงิน ! นาย ณภัทร เสียงสมบูรณ์ ลูกชายสุดหล่อของแม่หมู พิมพ์ผกา ซึ่งซีเคร็ตคุ้นเคยกับสองท่านนี้เป็นอย่างดี ยอมรับว่าเป็นแม่ลูกที่มีธรรมะและชอบทำบุญมาก ในวันที่ 20 กันยายน 2561 (พรุ่งนี้แล้ว) เป็นวันที่ นาย ณภัทร รับปริญญา แล้วแต่เขาบอกว่าของขวัญไม่ขอเป็นช่อดอกไม้นะ แต่ขอเป็นเงินแทน !?   View this post on Instagram Thank you for guiding me, inspiring me and showing me the right path through your experiences and knowledge. I am more than grateful […]

5 วิธีดูแลความรักให้สดใสในวัยเลข 4

การประคับประคอง ดูแลความรัก ให้ตลอดรอดฝั่งนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก โดยเฉพาะเมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่คนส่วนใหญ่เริ่มประสบความสำเร็จ

มุย โทมัส สาวน้อยดักแด้ “ความแตกต่างไม่เป็นอุปสรรคต่อความฝัน”

มุย โทมัส (Mui Thomas) ป่วยเป็นโรคเด็กดักแด้ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเกือบจะฆ่าตัวตายเพราะถูกคนแปลกหน้าในโลกไซเบอร์ล้อเลียนเรื่องความผิดปกติของเธอ แต่ความรักจากครอบครัวทําให้เธอกลายเป็นกรรมการกีฬารักบี้คนแรกที่ป่วยเป็นโรคนี้ และเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ 1 มุยอาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกําพร้าตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะพ่อและแม่แท้ ๆ ทอดทิ้งเธอไปเมื่ออายุได้ 3 ปี ทิน่าและโรเจอร์ โทมัสก็รับมุยเป็นบุตรบุญธรรม แต่ฟ้าหลังฝนของมุยกลับไม่ได้สวยงามเท่าใดนัก เนื่องจากอาการป่วยทําให้ลักษณะทางกายภาพของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป ผิวหนังของมุยมีลักษณะแห้ง ลอก และตกสะเก็ดทั่วร่างกาย เผยให้เห็นหนังแท้สีชมพู ด้วยเหตุนี้มุยจึงติดเชื้อบ่อยครั้งเพราะเธอไม่มีหนังกําพร้าสําหรับป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกจากภายนอก เมื่อมุยอายุได้ 4 ปี เธอติดเชื้อทางผิวหนังอย่างรุนแรง ไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการของเธอได้จนแพทย์เริ่มถอดใจและคิดว่าเธอคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ในที่สุดยาปฏิชีวนะตัวสุดท้ายก็ทําให้อาการของเธอค่อย ๆ ดีขึ้น จนมุยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 2 จนกระทั่งมุยอายุได้ 13 ปีก็ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อเธอถูกผู้ไม่หวังดีต่อว่าด่าทอและดูถูกอย่างรุนแรงเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอในสังคมออนไลน์ ถึงแม้ว่าการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่การกระทําเช่นนี้ ทําให้มุยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะเธอมีปมเรื่องความผิดปกติทางร่างกายอยู่แล้ว คําพูดดูถูกเหยียดหยามที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จึงเป็นเสมือนมีดที่คอยทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจของเธอซ้ําอีก 3 “ฉันไม่รู้ว่าผู้ไม่หวังดีที่หลบซ่อนอยู่หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่านั้นคือใคร แต่มันทําให้รู้สึกว่าฉันไม่สามารถเชื่อใจใครได้” 4 เมื่อการล้อเลียนและดูถูกมุยผ่านทางโลกไซเบอร์เริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บวกกับความหวาดระแวงคนรอบข้างทําให้เด็กสาวคิดฆ่าตัวตาย เธอเริ่มหยุดใช้ยารักษาอาการป่วย เพราะคิดว่าการใช้ยาทําให้เธอดูผิดแผกจากคนทั่วไป อาการของมุยจึงเริ่มแย่ลง แต่เพราะความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่เธอได้รับจากพ่อและแม่ […]

Reo’s Deli เคล็ดลับความสำเร็จพร้อมเสิร์ฟ – ชณา วสุวัต

คนส่วนใหญ่มักกลัวการเปลี่ยนแปลง บ้างก็หวาดกลัวผลลัพธ์ที่ยากเกินคาดเดาแต่ไม่ใช่สำหรับ คุณชณา วสุวัต เจ้าของแบรนด์อาหารแช่เย็น REO’s Deli

ชีวิตสุดขั้วของ ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี จากทุกข์ กลายเป็นสุขได้เพราะธรรมะ

บอกตามตรง ดิฉัน (ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี) ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสนั่งเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ใครฟัง เพราะมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อันใดกับใคร และไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นตัวอย่างในเรื่องอะไรให้ใครได้ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเกิดวิกฤติ ชีวิตก็พลิกเปลี่ยน ทำให้ดิฉันได้เข้าใจอะไรๆ ในชีวิตมากขึ้น และมากเพียงพอที่จะเล่าให้คนอื่นฟัง ชีวิตของดิฉันผ่านอะไรต่ออะไรมาเยอะมาก โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงกว่า 30 ปี ผ่านการแต่งงาน หย่าร้าง ได้รู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา จนคิดว่าตัวเองรู้จักโลกนี้ดีพอแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงดิฉันกลับไม่รู้อะไรเลย ดิฉันเติบโตมาอย่างมีความสุข แม้ว่าคุณพ่อจะมีภรรยาสองคน แต่ความรักที่ท่านมีให้ดิฉันนั้นเต็มเปี่ยม ดิฉันเป็นลูกสาวคนที่สองในจำนวนพี่น้องสี่คน ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกับน้องชายคนที่สาม ทำให้มีเพื่อนเล่นส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย นิสัยของดิฉันจึงทโมนมากถึงมากที่สุด ไม่ชอบเล่นตุ๊กตา แต่ชอบกระโดดน้ำ ปีนต้นไม้ เรื่องเย็บปักถักร้อย ทำกับข้าว เรียกว่าเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องเรียนคิดว่าถ้าตั้งใจเรียนมากกว่านี้ก็น่าจะทำได้ดี ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ห้าจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกศิลป์-ฝรั่งเศส ดิฉันไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเกี่ยวกับเดรสเมคกิ้งแอนด์แฟชั่นดีไซน์ พอกลับจากเมืองนอกก็แต่งงานตอนอายุ 21 ปี เป็นการแต่งงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทันที จากเด็กนักเรียนกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดิฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นสาวเลยก็ว่าได้ แถมมีโลกทัศน์ที่แคบมาก ความจริงแล้วดิฉันเริ่มเห็นปัญหาในชีวิตคู่ของตัวเองตั้งแต่ตอนตั้งท้องแล้ว แม้สามีจะอายุห่างจากดิฉัน 9 ปี แต่ด้วยความที่ดิฉันยังเด็ก ความอดทนยังน้อย ชอบเอาแต่ใจตัวเอง ถือตัวเองเป็นใหญ่ จึงไม่ค่อยฟังเขาสักเท่าไร ส่วนเขาก็มีข้อบกพร่องหลายอย่างที่ดิฉันรับไม่ได้ ทั้งความเจ้าชู้และอื่นๆ แม้คุณแม่จะคอยสอนว่าการครองคู่เป็นครอบครัวนั้น […]

การดูงานที่กลายเป็น การดูคน เรื่องเล่าสุดซาบซึ้งโดย เกตุวดี Marumura

ที่ผ่านมาดิฉันมักนําเสนอแต่คนญี่ปุ่นที่ประสบความสําเร็จและมีชื่อเสียงตลอด เช่น เชฟร้านอาหารชื่อดัง เจ้าของบริษัทที่โด่งดังทั่วญี่ปุ่น แต่ใน Zen Marketing ฉบับนี้ ดิฉันขอนําเสนอสุภาพบุรุษธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง 1 หากคุณผู้อ่านกูเกิลหาชื่อของเขา ก็คงไม่เจอเรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับเขา 2 ดิฉันได้พบสุภาพบุรุษแสนพิเศษท่านนี้ตอนพานิสิตปริญญาโทหลักสูตร MBA จุฬาฯไปดูงานที่บริษัท Nippon Steel & Sumitomo Metal ณ เมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น คุณอิซามุ ทามุระ ทํางานที่นี่ เขายืนต้อนรับพวกเราตั้งแต่ตอนรถบัสจอดเทียบท่า แนะนําประวัติบริษัทให้กับพวกเราและพาพวกเรานั่งรถชมโรงงาน 3 ในคณะพวกเราไม่ได้มีแค่นักศึกษาไทย แต่มีนักศึกษาจากประเทศจีนด้วย ตอนพวกเรากําลังจะก้าวเข้าบริษัทคุณทามุระก็ชี้ให้ดูที่เสาธงด้านนอก มีธงไทยและธงจีนโบกสะบัดเคียงข้างกัน 4 เมื่อเข้ามาในห้องประชุมก็มีธงไทยและจีนธงเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย 5 คุณทามุระเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ผมขาวหมดทั้งศีรษะ ยิ้มตลอดเวลา ท่านเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปที่หน้าห้องและแนะนําตัวเองว่า 6 “ผมชื่อทามุระครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะครับ ปีนี้ผมอายุ 75 ปีพอดี หลังเกษียณผมรับหน้าที่ดูแลผู้ที่มาดูงานที่นี่มาตลอด จริง […]

คริสติน่า อากีล่าร์ ชีวิตจะ “พลิก” แค่ไหนก็ลง “ล็อก” ได้ ถ้ารู้จักปรับใจปรับความคิดของเราเอง

“พลิกล็อก” เป็นคำที่สามารถสื่อความได้ทั้งเชิงบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่า ใจเราเองจะมองให้สิ่งนั้นเป็นแบบไหน ถ้ามองให้ลบ สิ่งนั้นก็เป็นลบ มองให้บวก สิ่งนั้นก็เป็นบวก แต่สำหรับนักร้องสาวฉายาแด๊นซิ่งควีน (Dancing Queen) คนนี้ ติ๊นา – คริสติน่า อากีล่าร์  คำว่า “พลิกล็อก”ยังสื่อความหมายโยงใยไปมากกว่านั้น เริ่มตั้งแต่การแจ้งเกิดในวงการเพลงเมื่อ พ.ศ. 2533 ด้วยอัลบั้ม “นินจา” อัลบั้มแรกในชีวิตของเธอที่มีเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรโมตหรือหากจะแยกคำคำนี้ออกเป็นคำว่า “พลิก” กับ “ล็อก” คำทั้งสองก็ยังสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของเธอได้อีก ชีวิตที่ “พลิกผัน” นำเธอเข้าสู่วงการเพลงโดยไม่คาดคิดแต่ด้วยความทุ่มเทและความพยายามเต็มร้อย รวมทั้งการยอมรับและเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่นานนักชีวิตของเธอก็ลง “ล็อก” เป็นชีวิตที่มีความสุขและเป็นส่วนผลักดันให้เธอก้าวต่อไปในเส้นทางสายดนตรีอย่างสง่างามจวบจนปัจจุบัน เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล ติ๊นาฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ ว่า ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม วันหนึ่งจะต้องได้ร้องเพลง และแล้ววันหนึ่งฝันก็เป็นจริง…ติ๊นาได้เป็นนักร้อง ออกอัลบั้ม มีคนรู้จักเพลงของติ๊นาและร้องตามได้ แต่ติ๊นาก็ไม่เคยคิดไกลกว่านั้นเลยว่าทางข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง โดยเฉพาะ “ปัญหา” ที่มาพร้อมกับการทำงาน ช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำงานติ๊นาบอกได้เลยว่า “ท้อ” และ “ไม่เข้าใจ” แต่อย่างน้อยติ๊นาก็โชคดีที่มีพี่เต๋อ (คุณเรวัติ พุทธินันทน์) […]

True Story : ขอสู้ ตราบลมหายใจสุดท้าย

True Story : ขอสู้ ตราบลมหายใจสุดท้าย 1 ตั้งแต่จําความได้ ฉันก็รู้ว่าตัวเองเป็นภาระของพ่อแม่ 2 ฉันเกิดในครอบครัวชาวสวนผลไม้ เป็นพี่สาวคนโตของบ้านที่พ่อแม่หมายมั่นให้เป็นที่พึ่งพิงของน้อง ๆ ทั้งสี่และเป็นแรงหลักในการทํางานช่วยพ่อแม่หาเลี้ยงครอบครัว 3 ทว่าฉันเกิดมาไม่แข็งแรง ป่วยกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็ก จึงช่วยงานอะไรไม่ค่อยได้ ขนาดยังไม่ทันลงมือลงแรงหรือออกไปทํางานตากแดดตากลม เลือดกําเดาก็ไหลไม่หยุดเสียแล้ว เรื่องงานหนักไม่ต้องพูดถึง ฉันจึงทําได้เพียงงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 4 แม้จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่ความเจ็บป่วยกลับไม่เคยปรานี ต้องทนเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่อยมา และหากป่วยหนักจนต้องออกไปหาหมอเมื่อไหร่มักกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เพราะบ้านของฉันอยู่ในสวนแถบชานเมือง การเดินทางลําบาก แม่ต้องพายเรือออกมาตามคลองประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นต้องอุ้มฉันลัดเลาะออกมาตามทางเดินลูกรังแคบ ๆ เพื่อไปที่ป้ายรถเมล์ กว่าจะต่อรถไปถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง 5 การพาฉันไปหาหมอแต่ละครั้งเท่ากับเสียเวลาทํางานของแม่ไปหนึ่งวัน ทําให้ฉันยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก 6 ยิ่งโตฉันก็ยิ่งไม่แข็งแรง บางครั้งแค่เป็นหวัดกลับต้องนอนซมถึง 3 วัน จึงต้องขาดเรียนบ่อยจนเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ซ้ํายังทํากิจกรรมเหมือนกับเพื่อนวัยเดียวกันไม่ได้ หากเป็นวิชาพละ ฉันได้แต่นั่งมองเพื่อน […]

อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ เบสท์ – ปรัชญ์วรกิตติ์ ฆฤตภูริภาคย์ นักบินผู้ช่วย สายการบินนกสกู๊ต

อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ เบสท์ – ปรัชญ์วรกิตติ์ ฆฤตภูริภาคย์ นักบินผู้ช่วย สายการบินนกสกู๊ต หลายคนที่เห็นนักบินหรือ นักบินผู้ช่วย สวมเครื่องแบบอันทรงเกียรติ ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากจะมีโอกาสได้ใส่บ้าง เพราะเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน สำหรับ เบสท์ – ปรัชญ์วรกิตติ์ ฆฤตภูริภาคย์ ก็เช่นกัน แต่กว่าที่เขาจะผ่านมาถึงจุดนี้ได้นั้นต้องเสียน้ำตาและแลกมาด้วยพลังชีวิตทั้งหมดอย่างแท้จริง เบสท์เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กว่า “คุณพ่อคุณแม่ของผมแยกทางกันตั้งแต่เด็ก ๆ คุณแม่เลี้ยงดูผมมาตลอด ท่านไม่ได้มีฐานะดีอะไรมากมาย ผมรู้จักว่าความจนเป็นอย่างไร และมีทุกอย่างเป็นอย่างไรในเวลาเดียวกัน ถึงขั้นเคยกินข้าวเหนียวกับปลาเค็มเป็นอาทิตย์ เพราะว่าเราต้องประหยัด “จนกระทั่งประถมศึกษาปีที่ 3 ผมได้ไปหาคุณพ่อบ้างช่วงปิดเทอม คุณพ่อของผมมีฐานะดีพอสมควร เวลาไปหาคุณพ่อผมอยากได้อะไรก็ได้หมดทุกอย่าง พอเปิดเทอมกลับมาที่บ้าน ผมอยากได้ของเล่นแล้วบอกคุณแม่ แต่ไม่ได้ ผมก็ซึม สิ่งแรกที่คุณแม่พูดซึ่งติดใจผมมาตลอดคือ ‘แม่เอาลูกมาลำบากหรือเปล่า’ วินาทีนั้นทำให้ผมฝังใจมาจนถึงตอนนี้ว่า ผมจะไม่ทำให้คุณแม่ลำบาก เพราะคุณแม่เลี้ยงทั้งผมและน้องชาย ท่านเหนื่อยมากเวลาเลี้ยงดูเรา 2 คน “โชคดีที่สามีใหม่ของคุณแม่ท่านเป็นคนดี แต่ผมก็ยังยึดถือความตั้งใจเดิมคือ จะต้องทำให้คุณแม่สบายด้วยตัวผมเองให้ได้ ช่วงมัธยมต้นมีพี่ ๆ ที่รู้จักแนะนำงานเดินแบบให้ที่เชียงใหม่ ผมก็ทำ และเริ่มคิดว่าจะทำงานในวงการบันเทิงดีไหม เพราะจริง […]

คริส เลมี่ เพื่อนใจคนไร้บ้าน

ใครจะคาดคิดว่ากีตาร์เพียงตัวเดียวสามารถมอบชีวิตใหม่ให้แก่คนไร้บ้านในกรุงนิวยอร์กได้มากมาย ทั้งยังเปลี่ยนแปลงชีวิตของ คริส เลมี่ (Chris Leamy) ชายหนุ่มธรรมดา ๆ อาชีพนักการธนาคารแถววอลสตรีท วัย 28 ปีได้ถึงเพียงนี้ 1 เมื่อสองปีก่อน ขณะที่ คริส เลมี่ กําลังเดินกลับบ้าน เขาบังเอิญได้พบกับหญิงไร้บ้านคนหนึ่ง เธอชี้มาที่กีตาร์ของคริส พร้อมกับกล่าวว่า “ชีวิตของฉันคงจะง่ายขึ้นมาก หากฉันมีกีตาร์บ้างสักตัว” หลังจากนั้นคริสจึงได้พูดคุยกับเธอและพบว่า คนไร้บ้านที่สามารถเล่นดนตรีได้จะหาเงินได้มากกว่าคนไร้บ้านธรรมดาทั่วไป จากนั้นเป็นต้นมา คริสจึงมักสะพายกีตาร์ของเขาไปนั่งเล่นใกล้ ๆ คนไร้บ้านเสมอ และมอบเงินที่ได้จากการเล่นกีตาร์ให้แก่คนไร้บ้านที่เขาไปนั่งอยู่ด้วย จากการพูดคุยกับคนไร้บ้านทําให้คริสได้รู้ว่า แท้จริงแล้วคนทั่วไปมีทัศนคติต่อคนเหล่านี้อย่างผิด ๆ พวกเขามักมองว่าคนไร้บ้านคือพวกติดสุรา ไม่ประกอบอาชีพใด ๆ จนสุดท้ายต้องถูกผลักไสออกจากบ้าน แต่ในความเป็นจริง คนเหล่านี้มีเหตุผลส่วนตัวมากมายที่ไม่สามารถบอกใครได้ ซึ่งบางคนก็ไม่ได้ตั้งใจออกมาเร่ร่อนอยู่กลางถนนด้วยซ้ํา เมื่อทราบดังนั้น คริสจึงพยายามช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่างจริงจัง โดยการบริจาคเงินในจํานวนเท่ากับที่เขาได้จากการเล่นดนตรีช่วยคนไร้บ้านในแต่ละวันให้แก่ The Bowery Mission ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือคนไร้บ้านด้านที่พักอาศัยในกรุงนิวยอร์ก นอกจากนั้นเขายังได้ระดมทุนจากผู้ที่ติดตามเขาผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ด้วยการติดแฮชแท็ก #HePlaysForMe อีกด้วย 2 หลังจากนั้นไม่นาน ความดีที่คริสทําก็ออกดอกออกผลงดงาม ภายในหนึ่งปีเขาสามารถหาเงินช่วยเหลือคนไร้บ้านได้มากถึง […]

True Story : วิ่งไขว่คว้าหา ความสุข จนชีวิตต้องทุกข์แสนสาหัส

True Story : วิ่งไขว่คว้าหา ความสุข จนชีวิตต้องทุกข์แสนสาหัส มีคนเคยบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงที่โหยหาความรักมาตลอดชีวิต ถึงแม้ภายนอกฉันดูเป็นผู้หญิงทำงานเก่ง หน้าที่การงานก้าวหน้า เป็นคนสนุกสนาน มึงมาพาโวย และใจป้ำกับทุกคน จึงมีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เรื่องความรักฉันดันไปไม่ถึงไหน มีอันต้องล้มเหลวทุกครั้งไป ฐานะครอบครัวของฉันไม่ได้ยากจน แต่ฉันไม่เคยมี ความสุข อย่างแท้จริงเสียที ครอบครัวของฉันเป็นคนจีน มีพี่น้องสามคน ฉันเป็นพี่สาวคนโต คนกลางเป็นชาย คนสุดท้องเป็นผู้หญิง ตอนเด็ก ๆ ฉันไม่รู้ว่าพ่อทำอาชีพอะไร เห็นพ่อออกไปทำงานทุกวัน ส่วนแม่เปิดร้านทำผมที่บ้านแก้เหงา บ้านของเราเป็นตึกแถวหนึ่งคูหาอยู่ใจกลางเมือง ตามประสาคนจีนหัวเก่า พ่อของฉันให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว ยิ่งครอบครัวเรามีลูกชายคนเดียว พ่อยิ่งใส่ใจมากกว่าลูกคนอื่นเป็นพิเศษ เราสามคนได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนฝรั่งชายล้วนและหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ย่านใจกลางเมือง ตอนแรกฉันกับน้องสาวเกือบไม่ได้เข้าเรียน เพราะพ่อจะส่งน้องชายเรียนคนเดียว ส่วนฉันกับน้องสาวพ่อจะให้เข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป โชคดีที่แม่เกลี้ยกล่อมพ่อให้ลูกทั้งสามได้เรียนเหมือนกัน ฉันรู้สึกมาตลอดว่า พ่อไม่ใส่ใจเพราะฉันเป็นลูกสาว ฉันจึงพยายามทำตัวเก่งกล้า พูดจาไม่กลัวใคร เพื่อแสดงอำนาจเหนือน้องชาย แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเรียกความสนใจจากพ่อไม่ได้อยู่ดี พ่อยังคงปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกอับอายไม่อยากไปโรงเรียน คือจู่ ๆ เพื่อนก็มาล้อว่าพ่อของฉันเป็นคนฆ่าหมู ตอนแรกฉันงงมาก เพราะตั้งแต่จำความได้ฉันก็ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อทำอาชีพอะไร ฉันตะโกนโต้เถียงกับเพื่อนด้วยความโมโห บอกว่า […]

3 คำคม 5 คำสอนสุดอมตะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

 3 คำคม 5 คำสอนสุดอมตะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซีเคร็ตขอรำลึกถึง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผ่าน 3 คำคมและ 5 คำสอนของท่าน ที่จดจำอยู่ในหัวใจของชาวศิลปากรอย่างไม่มีวันลืมเลือง 2 “นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร”   ถ้าหากคนเราไม่ขวนขวายด้วยความเพียรพยายาม แล้วจะได้ความสำเร็จมาจากไหน การแสวงหาความรู้ก็เช่นกัน หากไม่ขวนขวายแล้วจะมีความรู้ได้อย่างไร การอ่านหนังสือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ หากไม่อ่านจะมีความรู้ที่เพิ่มพูนได้อย่างไร 1 “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”   งานศิลปะไม่ต่างจากสิ่งบันทึกเรื่องราว เราสามารถทราบเรื่องราวของผู้คนในอดีตจากงานศิลปะเก่าแก่  เช่น ภาพเขียนบนผนังถ้ำ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ถ้ำ มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เราจะเห็นว่าภาพของคนล่าสัตว์ กิจกรรมของมนุษย์ในสมัยก่อนมากมาย ภาพเหล่านี้แสดงให้เราเห็นว่า มนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง ดังนั้นศิลปะจึงมีอายุที่ยืนยาวกว่าชีวิตของมนุษย์ มนุษย์ในบางยุคสมัยอาจตายไปแล้ว แต่ศิลปะในยุคสมัยนั้นยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน 0 “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว”   เป็นคำคมที่สะท้อนความจริง ดังคำว่า “เวลาและวารี (สายน้ำ) ไม่คอยใคร” เวลาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครห้ามให้เวลาหยุดเดินได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจารย์ศิลป์ต้องการสอนให้ตระหนักถึงเรื่องความเสียดายของเวลาที่ล่วงเลยไป เมื่อเราอยากทำอะไรก็จนรีบทำ […]

คิดถึงอาจารย์ฝรั่ง ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย

คิดถึงอาจารย์ฝรั่ง ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” คติพจน์สุดคลาสสิคที่ไม่มีวันหายไปจากใจชาวศิลปากร คำพูดของอาจารย์ฝรั่ง ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี หรือ ที่ใคร ๆ ต่างเรียกท่านว่า อาจารย์ศิลป์ ชายหนุ่มชาวฟลอเรนซ์ผู้นี้มุ่งสู่สยามประเทศ เพื่อนำความรู้จากถิ่นกำเนิดซึ่งเป็นดินแดนแห่งศิลปะที่สำคัญของโลก มาสู่ดินแดนตะวันออก ด้วยความสามารถที่มีได้สรรค์สร้างงานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและตะวันตกได้อย่างลงตัว บุรุษผู้นี้มีนามว่า “คอร์ราโด เฟโรชี”     ชายหนุ่มชาวฟลอเรนซ์ผู้รักในงานศิลปะสุดหัวใจ คอร์ราโด เฟโรชี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ในเขตซานโจวันนี (San Giovanni) เป็นบุตรของนายอาตูโด เฟโรชีและนางซานตินา เฟโรชี ซึ่งประกอบธุรกิจการค้า และเนื่องจากเกิดและอาศัยอยู่ ณ เมืองฟลอเรนซ์ นครแห่งการกำเนิดศิลปะเรอเนซองส์ชื่อก้องของอิตาลี จึงมีความสนใจในศิลปะมาตั้งแต่วัยเด็ก ศิลปินที่ชื่นชอบคือมิเกลันเจโลและโลเรนโซ กีแบร์ตี จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สมัครเป็นลูกมือช่วยงานศิลปินที่มีชื่อเสียงตามสตูดิโอต่าง ๆ ของเมืองฟลอเรนซ์ ถึงจะรักในศิลปะแต่บิดาและมารดากลับไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้ช่วยสืบทอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยความตั้งใจที่จะศึกษาศิลปะอย่างจริงจัง จึงเก็บเงินส่งตนเองเรียนที่สถาบันศิลปแห่งนครฟลอเรนซ์ (Accademia […]

เมื่อลุงโจนส์บุกโซเชียล กล้อง – อาริยะ คำภิโล เจ้าของร้านและเพจ Jones’ Salad

เมื่อลุงโจนส์บุกโซเชียล กล้อง – อาริยะ คำภิโล เจ้าของร้านและเพจ Jones’ Salad ในช่วงที่เทรนด์สุขภาพกำลังมา โลกออนไลน์ก็ได้รู้จัก “ลุงโจนส์” การ์ตูนคุณลุงหน้านิ่งที่เล่าเรื่องสุขภาพใหเ้ ป็นเรื่องสนุก จนกลายเป็น Influencer ที่คนแชร์กันเต็มฟีดจนเพจ Jones’ Salad ยอดไลค์พุ่งขึ้นเกือบถึงหลักล้าน คุณกล้อง – อาริยะ คำภิโล เจ้าของร้านและเพจ Jones’ Salad วัย 29 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังลุงโจนส์เล่าที่มาของร้านและเพจว่า “แรงบันดาลใจแรกเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ผมมีก้อนเนื้อขนาดผลส้มที่ขา พอไปตรวจละเอียดก็พบว่าเป็นก้อนเนื้อที่มีโอกาสเป็นเซลล์มะเร็งถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ผมไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ ก็เห็นคนไข้แน่นโรงพยาบาล หลังจากผ่าตัดและรักษาจนหาย จึงเกิดแรงบันดาลใจในการทำร้านสลัดเมื่อสี่ปีที่แล้ว โดยหวังว่าจะช่วยลดผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้ “พอเปิดร้านก็เปิดเพจไปด้วยพร้อมกัน ช่วงแรกในเพจลงคอนเทนต์เกี่ยวกับโปรโมชั่นของร้าน ยอดไลค์ไม่เยอะเท่าไหร่ จนเมื่อสองปีที่แล้ว ผมทำคลิปขอแฟนแต่งงานแล้วโพสต์ลงออนไลน์ ลงไปแค่วันเดียวมียอดวิวถึง 3 ล้านวิว แล้วก็ขึ้นเป็น 10 ล้านวิว ผมตื่นเต้นที่โลกออนไลน์ทำให้คลิปเป็นไวรัลได้เร็วมาก จึงหันมาสนใจศึกษาพวกออนไลน์คอนเทนต์และออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง และเริ่มทำคอนเทนต์ลงเพจจริงจังตั้งแต่ปี 2559 […]

“วิ่ง” แม้ไม่เห็นเส้นชัย แรงบันดาลใจจากผู้พิการทางสายตา มาร์ลา รันยัน

หลายคนยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพราะมองว่าข้อบกพร่องทางร่างกายคืออุปสรรคของความสําเร็จ แต่ มาร์ลา รันยัน (Marla Lee Runyan) ชาวแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เป็นเช่นนั้น 1 มาร์ลาเกิดมาเหมือนเด็กหญิงทั่วไป เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ปี เช่น ยิมนาสติก ว่ายน้ํา และฟุตบอล กระทั่งอายุได้ 9 ปี มาร์ลากลับป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Stargardt Disease) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาในวัยเด็ก ผู้ป่วยโรคนี้จะค่อย ๆ มองเห็นน้อยลงจนบอดสนิท ซึ่งพบได้เพียง 1 ใน 10,000 คนเท่านั้น ครอบครัวของมาร์ลาและแพทย์ต่างคิดว่าอนาคตของมาร์ลาคงริบหรี่เสียแล้ว เพราะโรคนี้ไม่มีทางรักษา มีแต่จะทรุดหนักยิ่งขึ้น แต่เด็กหญิงมาร์ลาก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอพยายามใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไปและบอกครอบครัวอยู่เสมอว่า อาการของเธอไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่ทุกคนหวาดกลัว 2 ยิ่งนานวันอาการยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น มาร์ลามองเห็นเลือนรางจนมองไม่เห็นลูกฟุตบอล แม้ต้องเลิกเล่นกีฬาที่เธอรัก แต่ความผิดปกติทางสายตาก็ไม่ทําให้เธอย่อท้อ เธอหันมาทุ่มเทให้การวิ่งแทน และฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับชาติหลายรายการ ในที่สุดมาร์ลา รันยัน ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้พิการทางสายตาคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้ลงแข่งโอลิมปิกเกมส์ปี 2000 สนามเดียวกับนักวิ่งปกติ ปัจจุบันมาร์ลาผันตัวเองมาเป็นนักอรรถบําบัด ช่วยบําบัดรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการพูด […]

keyboard_arrow_up