พระสงฆ์จากพัทลุง 6 รูปมุ่ง เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย-เนปาล  

พระสงฆ์จากพัทลุง 6 รูปมุ่ง เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย-เนปาล พระสงฆ์ 6 รูป เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย-เนปาล โดยเริ่มเดินทางจากจังหวัดพัทลุงไปจังหวัดเชียงราย ภายใน 5 เดือน โดยไม่รับปัจจัยจากญาติโยม รับเพียงอาหารและน้ำเท่าที่จำเป็น     ข่าวสด และ Newtv นำเสนอข่าวว่า พระใบฏีกาสมโชค ปุญญผโล เจ้าอาวาสวัดปลักปอม และพระทรงเกียรติ กิตติญาโน จากสำนักปฎิบัติธรรมถ้ำแก้วเขาหัวช้าง จังหวัดพัทลุง พร้อมพระลูกวัดอีก 4 รูป ออกเดินทางโดยมีเป้าหมายคือประเทศอินเดีย-เนปาล เพื่อไปปฏิบัติธรรมในสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียและเนปาล โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 เดือน พระใบฏีกาสมโชค ปุญญผโล หัวหน้าคณะพระสงฆ์ที่เดินทางไปอินเดีย-เนปาล เผยว่า สาเหตุที่ต้องไปปฏิบัติธรรมต่างแดนในครั้งนี้ เพราะทั้งสองประเทศเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา จึงอยากไปปฏิบัติธรรมในสถานที่แห่งนั้นสักครั้งในชีวิต     ตอนแรกคณะพระสงฆ์ตั้งใจเดินเท้าจากจังหวัดพัทลุงไปจังหวัดเชียงราย เพื่อผ่านไปยังประเทศเมียนมาจนถึงประเทศเนปาล แต่กลัวเกิดอันตรายระหว่างเดินทาง จึงเปลี่ยนมาเดินเท้าไปจังหวัดเชียงรายแล้วนั่งเครื่องบินไปประเทศเนปาลเพื่อเดินเท้าต่อไปยังประเทศอินเดีย     ทั้งนี้ยืนยันว่า จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 เดือน โดยคาดการณ์ว่าจะเดินทางจากจังหวัดพัทลุงไปถึงกรุงเทพฯโดยใช้ระยะเวลาประมาณ […]

อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ ด้วยจิตศรัทธา

อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ ด้วยจิตศรัทธา อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ – โพธิ์ หรือ โพธิพฤกษ์ หมายถึง ต้นโพธิ์ หรือ ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับ ณ ภายใต้ร่มเงาในคราวตรัสรู้ ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีความแตกต่างไปตามพุทธสมัย เช่น ต้นโพธิ์ประจำพระกัสสปพุทธเจ้า คือ ต้นไทร ต้นโพธิ์ประจำพระโกนาคมนพุทธเจ้า คือ ต้นมะเดื่อ ต้นโพธิ์ประจำพระกกุสันธพุทธเจ้า คือ ต้นซึก ต้นโพธิ์ประจำพระสมณโคดมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน) คือ ต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือ ต้นโพธิ์ที่เราเห็นปลูกตามวัดและพุทธสถาน เช่น ต้นโพธิ์ที่พุทธคยา การบูชาเพื่อระลึกถึงพุทธคุณ นอกจากการบูชาสถูปหรือเจดีย์แล้ว คือการบูชาต้นโพธิ์ การบูชาต้นโพธิ์เป็นการสั่งสมอินทรีย์ด้าน ศรัทธา ที่ช่วยให้เราบรรลุธรรมได้ ดังตัวอย่างที่จะยกมาจากคัมภีร์ดังนี้ อดีตชาติของพระปัญจทีปทายิกาเถรี เกิดเป็นชาวกรุงหังสาวดี เดินไปพบต้นโพธิ์แล้วเกิดจิตศรัทธาเลื่อมใสในคุณของพระพุทธเจ้า จึงกราบไหว้ต้นโพธิ์นั้น แล้วนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน หลังจากนั้นก็บูชาด้วยประทีป 5 ดวงตลอดคืน ผลบุญที่บูชาต้นโพธิ์ส่งผลให้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานที่ประดับด้วยดวงประทีปนับไม่ถ้วน และได้เป็นถึงพระอัครมเหสีของพระอินทร์ 80 […]

ความสงบ ทั้งกายและใจ ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข

ความสงบ ทั้งกายและใจ ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข เหตุผลที่หลายคนมาปฏิบัติธรรมที่วัดก็คือ ความสงบ ความปราศจากเสียงอึกทึกครึกโครมที่พบเจอเป็นประจำในชีวิตประจำวัน ความวุ่นวายจากผู้คนรอบตัว หรือแม้กระทั่งความเร่งรีบที่ต้องเบียดเสียดแย่งขึ้นรถขนส่งสาธารณะทั้งเช้าและเย็น     ความไม่สงบที่ใจ เป็นปัญหามากกว่าความอึกทึก ความไม่สงบที่ใจเป็นปัญหาของผู้คนมากกว่าความอึกทึก ความวุ่นวาย จริงอยู่ โลกภายนอกมีความอึกทึก มีความ วุ่นวายเยอะ เดี๋ยวนี้จะหาที่ที่ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีเสียงรบกวน นี่ยาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ ๆ แม้จะหลบ เข้ามาอยู่ในบ้าน ก็ยังมีเสียงดังจากเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน ก็ยากที่จะไม่ได้ยินเสียงริงโทนของโทรศัพท์ แม้แต่ในชนบท เวลาเราไปเมืองนอก ยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น เราจะสังเกตว่ามีความสงบมาก เสียงรบกวนมีน้อย ยิ่ง กลางคืนแล้วยิ่งสงบ แต่ผู้คนในประเทศเหล่านั้นก็ยังหาความ สงบใจไม่ได้ หลายคนถึงกับข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย เขามาทำไม มาเพื่อหาความสงบใจ แต่สังเกตได้ว่าเมืองไทย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ หรือแม้แต่ในหมู่บ้านจะมีเสียงดังมาก ยิ่งกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ไม่ว่าที่ไหน ๆ […]

ใดๆ ในโลกล้วน ไม่จีรังยั่งยืน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

ใดๆ ในโลกล้วน ไม่จีรังยั่งยืน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เราต่างรู้ว่าชีวิตคนเรา ไม่จีรังยั่งยืน มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง หรือชื่อเสียง ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ไม่มีสักอย่างที่ยังคงอยู่ตลอดไป แม้ตัวได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว ถึงจะเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกก็ตาม คนอาจจะพูดถึงในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะเลือนหายไปช้าๆ เราควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อเตรียมรับมือกับความไม่จีรังยั่งยืน     อย่าทำใจ มักมีคำกล่าวว่า “ให้ทำใจ” เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นในชีวิตของใครผู้ใดผู้หนึ่ง คนไทยเราจะใช้คำนี้บ่อยมากหรืออาจเป็นมาตรฐานเลยก็ว่าได้ แท้จริงแล้วใจนี่ทำไม่ได้นะ ใจนี่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เข้าไปกระทำนะ และในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้มาฝึก “ทำใจ” แต่มาศึกษาเพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของใจ เข้าใจความเป็นจริงของจิตใจ เมื่อเข้าใจ “ใจ” แล้ว แจ่มแจ้งในใจแล้ว ก็จะไม่ทุกข์ใจอีกต่อไป และแน่นอนว่า ถ้าจะให้เข้าใจ “ใจ” ก็จะต้องไม่ไป “ทำใจ” ไม่เข้าไปทำอะไรกับใจ เพราะทำใจมาตลอดหรือเปล่าจึงไม่สามารถที่จะเข้าใจ “ใจ” ได้ก็เลยต้องทุกข์ใจ เป็นทุกข์ใจมานานแล ดังนั้นคำสอนใดที่สอนให้ “ทำใจ” สอนให้เข้าไปกระทำใจ จึงยังถือว่าเป็นการสอนที่ยังไม่พ้นไปจากทุกข์ได้ […]

เจริญสติดีอย่างไร ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ

เจริญสติดีอย่างไร ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ การเจริญสติทำให้เรารู้สึกตัวมากขึ้น มีสติในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรียนหนังสือ ทำงาน ขับรถ ฯลฯ ทำให้เห็นความจริงแท้ของโลกตามความเป็นจริง ไม่ตกอยู่ในความคิดเพ้อฝัน   ทำไมเราจึงต้องเจริญสติ   คนเรามีปัญหาชีวิต ความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะขาดสติ เหตุเพราะขาดสติ ทำให้คิดฟุ้งซ่านและคิดปรุงแต่ง ไหลไปตามอารมณ์ต่าง ๆ นานา   เมื่อจิตใจไหลและปรุงแต่งไปตามอารมณ์ ก็จะเกิดความหลงผิด ความหลงผิดหรืออวิชชานี้เอง เป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความทุกข์ ความเดือดร้อน และความวุ่นวายต่าง ๆ นานัปการ   เมื่อมีสติก็จะเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ ตื่นจากความปรุงแต่งนึกคิดในอารมณ์ทั้งหลาย ไม่หลับใหลไปกับความหวง ห่วง มีเยื่อใย อาลัยอาวรณ์ ไม่มีที่สิ้นสุด   หลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตก็เพราะ “สติ” เมื่อมีสติก็จะเกิดทั้ง “สมาธิ” และ “ปัญญา” เมื่อมีสติ สมาธิ ปัญญา ก็จะเกิด “ปฏิภาณ” “ไหวพริบ” “วิสัยทัศน์” […]

โครงการดีจากพี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” หมดปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียนสาย

โครงการดีจากพี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” หมดปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียนสาย ไทยรัฐนำเสนอว่า เฟสบุ๊คของนิธิธร จินตกานนท์ โพสต์รูปถ่ายและข้อความว่า #พี่ๆตำรวจส่งน้องถึงโรงเรียน เช้านี้พี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกให้น้อง ๆ เด็กนักเรียนตาม “โครงการส่งน้องถึงโรงเรียน” ในพื้นที่โรงเรียนราชวินิตประถม, สาธิตสวนสุนันทา และเซนต์คาเบรียล #ตำรวจจราจรไทยหัวใจบริการ #1197 สายด่วนจราจร #ส่งน้องถึงโรงเรียน #ผู้การปิ่น #ทำดี #ทำทันทีทำดีที่สุด https://www.facebook.com/Nithithorn.Official/posts/503730470129150?__xts__[0]=68.ARCdgvxx4Ca-1TTsMYbhVkMhkEf3Msgy5G6eGEt-YxVK3jT52gXEZ6WpLHOjSO-xwok1Mduo2fHk_XkGWbjEhpa_S7kA1wlqLndpUR36bw3gzP_3d5Kl5qW6aLq-8rCkiHo-4H1PKbLyDxhhfJi7nPcYXrIN2ou5bk65ovDp50uGgPP_HTI2A-HmKsI6J14gauSMFsfopygb3X5jgj0GDV8B&__tn__=-R   สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. นำเสนอว่า พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่าหลังจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนและสถานศึกษา ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ของสถานศึกษาว่า ทางกองบังคับการตำรวจจราจรได้จัดเตรียมโครงการ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดหรือมีรถสะสมทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนได้ทันตามเวลา โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนำรถจักรยานยนตร์ มาเพื่อรับ – ส่ง นักเรียน ไปยังโรงเรียนตามจุดอำนวยความสะดวก จำนวนทั้งสิ้น 18 จุด ภายในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร […]

โมรปริตร (แปล) คาถาจากนกยูงโพธิสัตว์ สวดป้องกันภยันตราย

โมรปริตร เป็นบทสวดมนต์เรียบเรียงไว้เป็นส่วนหนึ่งในภาณวารหรือหนังสือบทสวดมนต์หลวง รวมถึงในบทสวดมนต์เจ็ดสองตำนาน และสิบสองตำนาน

พระธัมมทินนาเถรี ภิกษุณีที่พระพุทธเจ้าทรงชมเชยว่าเป็นนักปราชญ์

พระธัมมทินนาเถรี ภิกษุณีที่พระพุทธเจ้าทรงชมเชยว่าเป็นนักปราชญ์  พระธัมมทินนาเถรี เดิมเป็นภรรยาของเศรษฐีในกรุงราชคฤห์มีชื่อว่า “วิสาขเศรษฐี” ในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระปทุมุตตรพุทธเจ้า” นางเกิดในตระกูลที่ประกอบอาชีพรับจ้างในกรุงหังสาวดี ถวายขนมแก่พระอัครสาวกที่ออกจากนิโรธสมาบัติ คือ  พระสุชาตเถระ นายจ้างพอใจในการทำทานของนาง จึงจัดพิธีแต่งงานระหว่างนางกับบุตรชายขึ้น วันหนึ่งนางกับแม่สามีไปกราบพระปทุมุตตรพุทธเจ้า นางเห็นพระพุทธเจ้าทรงตั้งพระภิกษุณีรูปหนึ่งเป็นเอตทัคคะด้านธรรมกถึก นางปรารถนาจะเป็นพระภิกษุณีผู้เป็นเอตทัคคะด้านนี้ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่านางจะได้เป็นในสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดในสุคติคือโลกมนุษย์และสวรรค์ ต่อมาในสมัยของพระปุสสพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสแก่เธอว่า เธอจงให้หนึ่งส่วน แต่นางกลับทำบุญเป็นสองเท่า ต่อมาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เกิดเป็นพระราชธิดา พระองค์ที่ 6 แห่งพระเจ้ากิงกิราช มีพระนามว่า “สุธรรมา” ได้สดับธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วเกิดเลื่อมใสอยากบวชเป็นภิกษุณี แต่พระบิดาไม่อนุญาต นางจึงประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต พอสิ้นอายุขัยก็เวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์และเทวดา พอถึงสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดในครอบครัวที่มีตระกูล พอเจริญวัยเป็นสาวก็แต่งงานกับวิสาขเศรษฐี สามีของนางธัมมทินนาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ได้ฟังเทศนาธรรมก็บรรลุเป็นพระอนาคามี พอกลับถึงบ้าน นางธัมมทินนาออกมาต้อนรับอยู่ที่หัวบันได แล้วทุกครั้งวิสาขเศรษฐีจะจับมือภรรยาเพื่อขึ้นบันได แต่ครั้งนี้เศรษฐีกลับไม่สนใจนาง ทำตัวเฉยเมยต่อนางจนผิดปกติ นางจึงตอบสามีว่า “ทำไมท่านจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือ” เศรษฐีตอบทันทีว่า “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด และข้าขอประการว่านับตั้งแต่วันนี้ไป จะไม่ถูกต้องกายผู้หญิงและไม่สนใจในอาหารเลิศรสอีกต่อไป เพราะตอนนี้ข้าเข้าใจในทุกสรรพสิ่งแล้ว ถ้าเธอพอใจจะอยู่ที่นี้ต่อก็ได้ หรือจะกลับไปอยู่ที่บ้านของเธอก็ได้” นางธัมมทินนาตอบกลับว่า “ข้าแต่ท่านเศรษฐีขอให้ข้าบวชเถิด” […]

พระนางปชาบดีโคตมี สตรีผู้อภิบาลพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

พระนางปชาบดีโคตมี สตรีผู้อภิบาลพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระนางปชาบดีโคตมี ทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งกรุงเทวทหะ พระขนิษฐาในพระนางสิริมหามายา แล้วทรงเป็นพระมเหสีอีกพระองค์แห่งพระเจ้าสุทโธทนะ พระนางทรงเป็นผู้อภิบาลพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หลังจากพระเชษฐภคินีสวรรคต หลังจากพระนางสิริมหามายาเสด็จสวรรคตหลังจากทรงให้ประสูติพระราชโอรส พระนางปชาบดีโคตมีทรงรับเจ้าชายสิทธัตถะเป็นพระราชโอรส เจ้าชายน้อยเจริญพระชนม์วัยมาพร้อมกับพระโอรสและพระธิดาของพระน้านาง คือ เจ้าชายนันทะและเจ้าหญิงสุนทรีนันทา ถึงแม้ว่าพระนางน้าปชาบดีโคตมีเป็นผู้ถวายน้ำนมแด่เจ้าชายสิทธัตถะ แล้วยังทรงรักทะนุถนอมเจ้าชายไม่ต่างจากบุตรแท้ของพระนาง หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช แล้วตรัสรู้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับมาโปรดพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ ธรรมะที่พระองค์ทรงแสดงในครั้งนั้นกลายเป็นน้ำนมให้พระนางปชาบดีโคตมีเจริญในทางธรรม พระนางปรารถนาแสวงหาทางหลุดพ้น ซึ่งมีเพียงธรรมะของพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเหลือพระนางได้ หลังจากพระเจ้าสุทโธทนะเสด็จสวรรคต พระนางน้าปชาบดีโคตมีผู้เลื่อมใสในธรรมะของพระพุทธเจ้า มีพระปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะศึกษาธรรมะในสำนักของพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธ “อย่าเลย พระนางอย่าทรงชอบใจในการบวชในสำนักของเราเลย” พระนางจึงไม่ได้ผนวชจนกระทั่งเกิดเหตุการวิวาทขึ้นในหมู่พระญาติระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และเทวทหะ เรื่องการชักน้ำเข้าไร่นาของตนเอง (ศึกชิงแม่น้ำโรหิณี) พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดเพื่อให้ยุติการวิวาทในหมู่พระญาติ พระนางปชาบดีโคตมีได้ฟังธรรมของพระองค์อีกครั้ง ความปรารถนาของพระนางได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระนางทราบว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองเวสาลี พระนางปลงพระเกศาแล้วฉลองพระองค์ด้วยผ้าย้อมสีฝาด (จีวร) เสด็จไปหาพระพุทธเจ้ายังเมืองเวสาลีพร้อมกับเหล่าสตรีชนชั้นสูง ด้วยระยะทางที่แสนไกล พระบาทของพระนางระบม พระวรกายเต็มไปด้วยฝุ่นผง พอเสด็จมาถึงที่ประทับของพระผู้มีพระภาคแล้ว พระนางกรรแสงด้วยความเจ็บพระบาท พระอานนท์ทรงเห็นคณะของพระนางปชาบดีโคตมียืนอยู่ด้านนอก จึงตรัสถามคณะของพระนางน้าว่า ทำไมพวกท่านจึงมีสภาพเช่นนี้ พระนางปชาบดีโคตมีตรัสตอบทันทีว่า เป็นเพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่อนุญาตให้สตรีเพศบวช พระอานนท์จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที พระอานนท์ทูลขออนุญาตให้พระน้านางและสตรีทั้งหลายบวชเป็นพระภิกษุณีได้ถึง 3 ครั้ง พระพุทธเจ้าก็ทรงปฏิเสธทุกครั้ง พระอานนท์ทรงถามพระองค์ว่า ผู้หญิงสามารถบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับผู้ชายหรือไม่ […]

ผีมีจริงไหม การปรากฏกายของผีในทางพระพุทธศาสนา

ผีมีจริงไหม การปรากฏกายของผีในทางพระพุทธศาสนา หลายคนคงเคยเกิดความสงสัยว่า ผีมีจริงไหม แสงวูบวาบ หรือเงาลึกลับในตอนกลางคืนคืออะไร ในทางพระพุทธศาสนาแล้วมีความเชื่อเรื่องผีมากมาย อุปมาได้จากผู้ต้องหาที่รอการตัดสินโดย ผู้พิพากษาบนโลกมนุษย์ ซึ่งอาจจะถูกตัดสินให้ผิดจนต้องติดคุก หรือตัดสินให้พ้นผิด เป็นอิสระตามเดิม แล้วแต่หลักฐานที่ปรากฏในชั้นศาล เพราะจะสอดคล้องกับข้อมูลในคัมภีร์พระไตรปิฎก ที่ว่าพระยายมและนิรยบาลนั้นมีจริง โดยพระยายมเปรียบได้กับ ผู้พิพากษา และนิรยบาลก็คือผู้ควบคุมผู้ต้องหา (รวมถึงผู้คุม นักโทษในกรณีที่ผู้ต้องหาถูกตัดสินให้จำคุก) โดยมีผู้ต้องหาคือ ผีหรือสัมภเวสี กล่าวง่าย ๆ ว่า ถ้าพระยายมและนิรยบาลมีอยู่จริง ก็จะต้องมีสัมภเวสีอยู่จริงด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน การปรากฏกายของผีมีหลายรูปแบบด้วยกัน ลองมาดูกันว่าผีปรากฏตัวแบบไหนได้บ้าง แล้วคำถามว่า ผีมีจริงไหม จะไม่ปรากฏในใจคุณอีกเลย     ผีมาปรากฏกายในด้านดี สำหรับด้านดีนั้น ได้แก่ เทวดาระดับล่าง คือ ผีบ้านผีเรือน พระภูมิเจ้าที่ มาเข้าฝันแจ้งเหตุอะไรบางอย่าง เช่น มาเตือนว่า ขโมยจะมาขึ้นบ้าน หรือให้ระมัดระวังเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นต้น ซึ่งตามคัมภีร์พระพุทธศาสนาแล้วจะเรียกว่า ฝันแบบเทวดา บอกเหตุ การที่เทวดาเข้ามาแจ้งเหตุกับมนุษย์นั้น เป็นเพราะถ้ามนุษย์ คนนั้นสามารถหลีกเลี่ยงเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ […]

วิธีเจริญสติด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 ตามแนว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

วิธีเจริญสติด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 ตามแนว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ท่านใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของกายเป็นหลัก โดยต้องลืมตาตลอดเวลาที่ฝึก เพราะไม่ต้องการให้ปฏิบัติติดสงบ หลายคนหลับตาแล้ว ก็จะติดสงบได้ง่าย พอติดสงบ การยกจิตสู่วิปัสสนาก็จะเนิ่นช้า ท่านอยากให้ผู้ปฏิบัติข้ามความสงบไปเพื่อเกิดความรู้สึกตัว และเอาความรู้สึกตัวไปใช้ในการเจริญวิปัสสนา มาดูกันว่า การเจริญสติที่ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ แนะนำมีอะไรบ้าง   การยกมือสร้างจังหวะ ให้นั่งในท่า ขัดสมาธิหรือพับเพียบ หรือจะนั่งเก้าอี้ก็ได้ เปิดตา ทอดสายตา ไปข้างหน้าพอประมาณสักหนึ่งเมตร มือวางคว่ำไว้บนเข่า เริ่มต้น ด้วยการพลิกสันมือตั้งขึ้นบนเข่าขวา และยกขึ้น เอามือมาวางไว้ ที่ท้อง พลิกมือซ้ายตั้งขึ้นบนเข่า ยกขึ้นมาประกบกับมือขวา เลื่อนมือขวามาที่หน้าอก ผายออก วางลงบนเข่า แล้วคว่ำมือลง เลื่อนมือซ้ายมาที่หน้าอก ผายออก วางลงบนเข่า แล้วคว่ำมือลง ระหว่างที่ทำ เราไม่ต้องพากย์ในใจว่ายกมือ วางมือ เรา เพียงแค่รู้สึกตัว รู้สึกเวลามือเคลื่อนไหว รู้สึกเบา ๆ […]

วิธีปล่อยวาง ความรู้สึกแง่ลบ แล้วซึมซับแต่ความรู้สึกแง่บวก

วิธีปล่อยวาง ความรู้สึกแง่ลบ แล้วซึมซับแต่ความรู้สึกแง่บวก หลายครั้งที่ความคิดและความรู้สึกในแง่ลบเข้ามารบกวนจิตใจ จนทำให้ฟุ้งซ่าน ล่องลอย ไม่มีสมาธิที่จะทำสิ่งต่างๆ จนส่งผลกระทบต่อตนเองและคนรอบข้าง วิธีปล่อยวาง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ลองมาดูว่าเราจะสามารถปล่อยวางได้ด้วยวิธีใดบ้าง   มีประสบการณ์ดีๆ ให้ลองนึกขึ้นมาในใจถึงครั้งที่ทำตามเป้าหมายสำเร็จ หรือการที่ได้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ได้สำเร็จ ได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงาน จากหัวหน้าอย่างต่อเนื่อง หรือจะนึกถึงชีวิตตัวเองให้เหมือนกับหนังแบบฉายในสปีดเร็วๆ สักเรื่องหนึ่งก็ได้ โดยคอยสังเกตความสำเร็จในแต่ละก้าวที่คุณทำได้ด้วย อาจจะเป็นอะไรที่คุณได้เรียนรู้หรือทำได้สำเร็จ ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก     ตระหนักรู้ถึงข้อเท็จจริง ลองทำให้การตระหนักรู้ถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้กลายมาเป็นประสบการณ์ของการทำอะไรก็สำเร็จ การเป็นผู้ให้ และมอบคุณค่าให้กับตัว รวมไปถึงการมอบบางสิ่งให้กับผู้อื่น แล้วผู้รับรู้สึกมีความสุข ลองทำให้การตระหนักรู้ถึงสิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นประสบการณ์ของการรู้สึกว่าตัวเองดีพอ ดีเกินพอ หรือเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง   ทำให้มันเข้มข้นขึ้น เปิดรับประสบการณ์นี้และอยู่กับมัน ทำให้มันเติบโตขึ้นมาภายในใจของคุณ ลองศึกษาแง่มุมต่างๆ ของมัน มองหาสิ่งสดใหม่ในนั้น ลองพิจารณาว่าประสบการณ์ของการประสบความสำเร็จนี้เกี่ยวข้องกับตัวคุณอย่างไรบ้าง   ซึมซับมันเข้ามา ตั้งใจรับและสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับ ซึมซาบเข้าไปในตัวคุณ เมื่อเริ่มรู้สึกดีมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงการกระทำอะไรก็ได้ก็สำเร็จ และความสำเร็จโดยรวม ให้คุณปล่อยแรงขับใดๆ ที่ยังมีอยู่ออกไป แล้วปล่อยความทะเยอทะยานที่อยากที่จะเอื้อมเข้าหารางวัลใดๆ นั้นออกไปด้วย […]

วิธีพิสูจน์พระอรหันต์ ด้วยคำถามของพระพุทธเจ้า

วิธีพิสูจน์พระอรหันต์ ด้วยคำถามของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัส วิธีพิสูจน์พระอรหันต์ ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า “ฉวิโสธนสูตร” เพื่อคายความสงสัยของเหล่าพระภิกษุ และให้พระภิกษุสามารถทราบว่าพระภิกษุรูปใดบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว มีความว่า ถ้ามีพระภิกษุรูปใดประกาศตนว่าเป็นพระอรหันต์ ขออย่ารีบเชื่อและไม่เชื่อว่าภิกษุรูปนั้นเป็นพระอรหันต์ จงถามพระภิกษุรูปนั้นด้วยคำถาม 4 ประการนี้ 1. ท่านเห็นอารมณ์ที่ตนเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร 2. ท่านได้ยินอารมณ์ที่ตนได้ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร 3. ท่านทราบในอารมณ์ที่ทราบแล้วรู้สึกอย่างไร 4. ท่านรู้ชัดในอารมณ์ที่รู้ชัดแล้วรู้สึกอย่างไร หากเป็นพระภิกษุผู้สิ้นซึ่งอาสวกิเลสแล้ว จะตอบด้วยธรรมอันสมควรว่า”เราไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ไม่มีกิเลสแล้ว ไม่พัวพัน ไม่สามารถเห็น ได้ยิน ทราบ และรู้ชัดในอารมณ์” จากนั้นถามพระภิกษุรูปนั้นว่า พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอุปาทานขันธ์ 5 ไว้คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ท่านมีความเห็นในขันธ์ 5 นี้อย่างไร ถ้าภิกษุรูปนี้เป็นพระอรหันต์ จะตอบว่า “เรารู้แจ้งในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณว่าไม่ใช่ที่ตั้งแห่งความน่าชื่นชม พอทราบชัดดังนั้น จิตจึงสลัดซึ่งอุปาทานที่ยึดในรูป เวทนา สัญญา สังขาร […]

ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิด

ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิด เมื่อตายแล้วในชาตินี้ สัตว์โลกทั้งหลายย่อมไปสู่ภพภูมิใหม่ตามอำนาจของกรรมที่เคยทำไว้ ซึ่ง ภพภูมิหลังความตาย ที่สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดกันนั้น ในทางพระพุทธศาสนาแสดงไว้ 31 ภพภูมิด้วยกัน ได้แก่ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และมนุษย์ อย่างละ 1 ภพภูมิ เทวดา 6 ภพภูมิ และพรหม 20 ภพภูมิ ทั้ง 31 ภพภูมินี้สามารถแบ่งออกเป็นสภาพความเป็นอยู่ได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ทุคติภูมิ หรืออบายภูมิ เป็นภพภูมิที่มีชีวิตอยู่โดยมีความทุกข์เป็นส่วนมาก มีความสุขน้อย ได้แก่ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย กลุ่มที่ 2 สุคติภูมิ  เป็นภพภูมิที่มีชีวิตอยู่โดยมีความสุขเป็นส่วนมาก ได้แก่ มนุสสภูมิ สวรรค์ และพรหมโลก หนทางไปของจิตหลังความตายนั้นมีด้วยกัน 5 สาย ได้แก่   ทางสายที่ […]

บันได 3 ขั้นสู่การ บรรลุนิพพาน ด้วยตัวเอง

บันได 3 ขั้นสู่การ บรรลุนิพพาน ด้วยตัวเอง นิพพานคือประโยชร์สูงสุดของพระพุทธศาสนา หลายคนก็เกิดแรงบันดาลใจขวนขวายปฏิบัติธรรมหวังจะ บรรลุนิพพาน ด้วยตัวเอง โดยคิดว่าไม่อยากรอชาติหน้าแล้ว อยากได้ประโยชน์จากนิพพานตอนนี้ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ แต่ไม่รู้วิธีปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่นิพพานโดยแท้จริงอย่างถูกวิธี ลองมาดูกันว่าหนทางบรรลุนิพพานด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไรบ้าง     ศีล ทำใจให้สะอาด เรารักษาศีลเพื่อลดความเห็นแก่ตัว และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น สำหรับฆราวาสอาจเริ่มตัวด้วยศีล 5 หรือศีล 8 เป็นเครื่องมือทำให้ชีวิตสงบเย็นและเรียบง่าย แต่ถึงแม้ศีลจะไม่สมบูรณ์ เราก็ไม่ควรเป็นทุกข์กับมัน สมมติเราบังเอิญทำมดตายตัวหนึ่งก็อย่ามัวเสียอกเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ให้วางความเสียใจลงแล้วตั้งใจว่าจะระวังให้มากขึ้น เราอาจเคยโกหกด้วยความเผลอ ก็ไม่ควรตำหนิตัวเองซำแล้วซ้ำเล่าแต่ควรตั้งสติให้ดีทุกครั้งที่พูด คนที่รักษาศีลไม่เป็นมี 2 ลักษณะ คือ พวกหนึ่งถ้าศีลพร่องจะรู้สึกผิดตลอดเวลา อีกพวกหนึ่งถ้าศีลครบก็เกิดความหลงตน ซึ่งไม่ดีทั้งสองอย่าง การรักษาศีลที่ถูกต้องย่อมประกอบไปด้วยปัญญา คือเข้าใจจุดมุ่งหมายของศีล ถ้าเรารักษาศีลได้ถูกต้องก็เรียกว่าปฏิบัติธรรมได้สมควรแก่ธรรม การถือศีลแล้วยกตนข่มผู้อื่นเป็นสิ่งที่ควรละ คือคิดว่าถ้าถือศีลได้เป๊ะๆ แล้วจะทำให้ตนบริสุทธิ์หรือวิเศษ สวดมนต์ต้องไม่พลาดแม้แต่คำเดียวเพราะจะทำให้ขาดความศักดิ์สิทธิ์ เช่นนี้เรียกว่าเข้าไม่ถึงแก่นของศีล แทนที่จะปฏิบัติเพื่อขัดเกลา กลับไปยึดติดลูบคลำอยู่แต่เปลือกภายนอกเท่านั้น โดยแก่นแท้แล้ว ศีลเป็นแบบฝึกหัดเพื่อขัดเกลาตัวเองให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง   สมาธิ ทำจิตใจให้สงบ […]

โลกมนุษย์ในระบบของ กฎธรรมชาติ

โลกมนุษย์ในระบบของ กฎธรรมชาติ ในทางพระพุทธศาสนานั้นถือว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปตาม กฎธรรมชาติ เรียกว่าความเป็นไปตามเหตุปัจจัย และในระบบของความเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นแยกได้เป็นกฎย่อยๆ เพื่อความสะดวก เป็น 5 กฎ ดังต่อไปนี้   อุตุนิยาม อุตุนิยามคือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับความเป็นไปของโลกวัตถุ สิ่งทั้งหลายในโลกของวัตถุเป็นไปตามเหตุปัจจัยด้านกายภาพนี้ เช่น ดิน ฟ้า อากาศ ฤดูกาล การเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ อาทิ โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ หมุนไปเท่านั้นกำหนดเป็นวันหนึ่ง หมุนไปเท่านี้กำหนดเป็นปีหนึ่ง ความเป็นไปอย่างนี้ถือว่าเกิดขึ้นและเป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่เป็นเหตุปัจจัยที่ไม่มีเจนตนา ความเป็นไปตามเหตุปัจจัยของวัตถุนี้จะมีความสม่ำเสมอค่อนข้างแน่นอน เช่น โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ หมุนเวียนไปตามกฎธรรมชาติค่อนข้างลงตัวและสม่ำเสมอ   พีชนิยาม พิชนิยามคือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับพืชพันธุ์ เช่น ความเจริญเติบโตของต้นไม้ ตั้งแต่มีเมล็ดพืชมาปลูก แล้วงอกงามเป็นต้นพืช เมล็ดพืชอะไรก็ออกผลเป็นพืชชนิดนั้น แล้วพืชชนิดนั้นก็จะมีความเป็นไปในชีวิตของมันอย่างนั้นๆ ตลอดจนเรื่องชีวิตของมนุษย์ การเกิดของมนุษย์ การแบ่งชาติพันธุ์ของมนุษย์   จิตนิยาม จิตนิยามคือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับการทำงานของจิต เช่นว่าจิตเป็นอย่างไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร มีการเกิดดับมีการสืบต่ออย่างไร จิตที่มีคุณสมบัติอย่างนี้เข้ามาประกอบแล้วจะมีสภาพเป็นอย่างไร คุณสมบัติอย่างไหนเข้ากันได้และเข้ากันไม่ได้ในขณะจิตเดียวกัน ถ้าจิตมีคุณสมบัตินี้เกิดขึ้น […]

ชวนม่วนซื่น งานบุญออกพรรษา @แดนอีสาน

เนื่องในเทศกาลออกพรรษา ชวนทุกท่านมาม่วนซื่น งานบุญออกพรรษา ที่ภาคอีสานกันค่ะ เริ่มจากอลังการ “งานแห่ปราสาทผึ้ง” เมืองสกลนคร 1 ช่วงปลายเทศกาลเข้าพรรษา ชาวสกลนครต่างขะมักเขม้นกับการสร้างสรรค์ “ปราสาทผึ้งประยุกต์” ประติมากรรมชิ้นเยี่ยมที่ใช้เวลาทํานานร่วมเดือนและบางชิ้นก็ใช้งบประมาณสูงถึง 300,000 บาท! เพื่อถวายเป็น “พุทธบูชา” ในวาระที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นัยว่าการสร้างปราสาทผึ้งก็เพื่อถวายเป็นที่ประทับบนโลกมนุษย์นั่นเอง 2 3 เดิมทีชาวอีสานนิยมใช้ไม้ไผ่ผูกกันเป็นโครงรูปปราสาทตามต้องการ ก่อนจะใช้กาบกล้วยที่ฉลุลวดลายอย่างสวยงามบุเป็นตัวปราสาท จากนั้นช่างจะนํา “ดอก (ขี้) ผึ้ง” ที่เตรียมไว้ (วิธีทําคือ นํา“ขี้ผึ้ง”มาเคี่ยวให้ละลายแล้วเทลงแม่พิมพ์รูปดอกไม้) มาประดับรอบปราสาทเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทําปราสาทผึ้งโบราณ 4 5 ถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มสงสัยว่า“ขี้ผึ้งเกี่ยวอะไรกับที่ประทับของพระพุทธเจ้า” ในเรื่องนี้ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า ตามพุทธประวัติเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปจําพรรษาในป่ารักขิตวัน มีพญาช้างชื่อปาริเลยยกะและลิงป่าตนหนึ่งอาสามาเฝ้าปรนนิบัติคอยหาน้ํา ผลไม้ และน้ําผึ้ง มาถวายพระพุทธเจ้าตลอดทั้งสามเดือน ต่อมาเมื่อลิงป่าและพญาช้างได้ตายลง พระพุทธเจ้าจึงทรงนํา “รวงผึ้ง” มาประดับในที่ประทับของพระองค์เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงความดีงามของสัตว์ทั้งสองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 6 7 ดังนั้น เมื่อช่างคิดจะทําปราสาทจําลองขึ้นเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า จึงน่าจะมีสัญลักษณ์ที่สื่อความถึงเรื่องราวในพุทธประวัติด้วย…และนี่คือที่มาของการสร้างปราสาทผึ้งของชาวอีสาน 8 9 การทําปราสาทผึ้งมีการพัฒนาสืบต่อมาตามลําดับ ล่าสุดช่างได้หันมาใช้ขี้ผึ้งเป็น “วัสดุหลัก” ในการทําปราสาทแทนกาบกล้วยฉลุลายแบบโบราณ วิธีการคือ […]

ธรรมะของรัชกาลที่ 5 : กิจ 10 ประการที่ทำแล้วไม่เสียใจในภายหลัง

ธรรมะของรัชกาลที่ 5 : กิจ 10 ประการที่ทำแล้วไม่เสียใจในภายหลัง เนื่องในวันเลิกทาส เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงอัญเชิญ ธรรมะของรัชกาลที่ 5 ที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่อง “โคลงสุภาษิตบางปะอิน” ในส่วนที่มีข้อความที่เป็นธรรมะ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โคลงสุภาษิตบางปะอิน พระองค์ทรงนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสที่พระราชวังบางปะอิน เนื้อหาของพระราชนิพนธ์เรื่องนี้โดยรวมแฝงไปด้วยข้อคิดในการดำเนินชีวิต ในหลายด้าน เช่น ความรัก ความเพียร ความพยายาม ความยุติธรรม ความโกรธ ความเขลา ฯลฯ จึงเป็นวรรณคดีคำสอนอีกเรื่องที่น่าสนใจ พระราชนิพนธ์ในส่วนที่ยกมานี้ ประพันธ์ด้วยโคลง เป็นศัพท์และสำนวนในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงถอดความกำกับไว้ท้ายของแค่ละโคลง เพื่อให้เข้าใจถึงพระราโชวาทของพระองค์ยิ่งขึ้น บัณทิตวินิจแล้ว          แถลงสาร สอนเอย ทศฤทุมนาการ            ชื่อชี้ เหตุผู้ประพฤติปาน    […]

keyboard_arrow_up