“จากตาย” เรื่องที่ไม่มีใครในโลกหนีพ้น โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Secret สนทนาถึงเรื่อง “จากตาย” กับพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ได้แง่คิดเตือนสติมากมายดังนี้ค่ะ คำกล่าวที่ว่า “จิตดวงสุดท้ายไม่ควรเข้าไปรบกวน” เป็นเรื่องจริงหรือไม่คะ แล้วถ้าคนที่เรารักกำลังจะจากไป แต่ทุกคนในบ้านยังคงทำหน้าที่ของตัวตามปกติ เช่น ไปเรียน ไปทำงาน และถ้าวินาทีสุดท้ายไม่มีใครอยู่กับเขา แบบนี้จะถือว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่าคะ เวลาใครจะจากไป เราควรปล่อยให้เขาได้อยู่ส่วนตัว มีบรรยากาศสงบ ๆ ตามสมควร เพราะจิตทุกดวงมีความสามารถในการช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นชาวพุทธ เราคงเคยได้ยินได้ฟังคำสอนการปฏิบัติมาบ้าง ส่วนใหญ่มีร่องจิตกันมาอยู่แล้ว ถ้าเราพูดมากไป เขาจะรำคาญเปล่า ๆ ถ้ามั่นใจว่าเราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่ต้องคร่ำครวญ เพราะการคร่ำครวญทำให้ใจเขาพลอยเศร้าหมองไปด้วย ลึก ๆ เรารู้คำตอบในใจอยู่แล้วว่าเราทำดีพอแล้วหรือยัง ไม่ต้องไปแคร์ความคิดคนภายนอกว่าจะคิดอย่างไร หันมาเช็กที่ใจของเราเองดีกว่า พระอาจารย์คิดอย่างไรกับคำพูดที่ว่า “สิ่งที่เจ็บกว่าการจากลาคือการจากทั้งที่ยังไม่ได้ลา” ก็ลาสิ…ลาเลย เจอใครก็บอก “ลาแล้วนะ ซาโยนาระ” (หัวเราะ) ไม่อย่างนั้นจะมาเสียดายทีหลังว่าไม่ได้ลา อาจารย์ไม่ได้พูดเล่นนะ เราทุกคนควรลากันให้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มองว่าการพูดเรื่องการจากลาไม่เป็นมงคล ทั้งที่บางทีจากกันวันนี้ ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันหรือเปล่า เช่น ไปทำงาน ต้องฟันฝ่ามาก ขึ้นทางด่วนเจอรถปาดไปมา ระหว่างทำงานเจอเพื่อนร่วมงานร้อยแปด ทะเลาะกันตีกันจนบาดเจ็บ ขับรถกลับบ้านเจอรถจี้ตูด…ออกจากบ้านทีเหมือนออกสงคราม […]

เมื่อลูกชายเกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง จนต้องหาวิธีเยียวยา

พบกับทางออกของปัญหา ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีลูกชาย เกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง ถึงขนาดเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา เธอจะหาวิธีช่วยลูกได้อย่างไร และตัวเธอเองจะคลายจากทุกข์ได้หรือไม่ โปรดติดตาม ลูกชายของดิฉันเป็นเด็กขี้กลัวมาตั้งแต่เด็ก เขามักกลัวเรื่องบาปกรรม กลัวการตกนรก กลัวการทำผิด ไปจนถึงกลัวความคิดที่ไม่ดีของตัวเอง หากว่าความกลัวเหล่านี้มีเพียงเล็กน้อย คนที่เป็นแม่คงไม่กังวลใจ แต่ลูกของดิฉันซึ่งปัจจุบันอายุ 12 ปี กลับคิดเรื่องเหล่านี้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนเข้าห้องสอบ เช่น วันนี้ผมทำผิด ผมคงต้องตกนรก วันนี้ผมคิดไม่ดีกับอาจารย์ ผมจะทำยังไงดี หรือบางครั้งเขาก็มาร้องห่มร้องไห้สารภาพผิดกับดิฉันว่า เขาคิดฆ่าพ่อแม่ คิดฆ่าพระ ฆ่าเทพเจ้า ฯลฯ และสุดท้ายความคิดของเขาก็จะวกกลับมาที่การคิดโทษตัวเองทั้งวันทั้งคืน ลูกมาสารภาพบาปให้ดิฉันฟังทุกวัน ดิฉันจึงสอนเขาด้วยธรรมะที่ศึกษามากว่าค่อนชีวิต เช่น สอนให้เขาให้อภัยตัวเอง กลับมารักตัวเองให้เป็น และอยู่กับปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายดิฉันจึงพาเขาไปสารภาพบาปกับพระพุทธเจ้า ต่อหน้าพระพุทธรูป เพื่อให้ลูกลดความรู้สึกผิดบาปในใจ แต่ผ่านไปนานวัน ลูกกลับมีอาการแปลก ๆ มากขึ้น ดิฉันจึงส่งลูกไปคุยกับจิตแพทย์ แพทย์วินิจฉัยว่า อาการของเขาเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนในสมอง ส่งผลให้มีความไฮเปอร์ที่แสดงออกมาด้วยอาการวิตกจริตและขี้กังวลมากกว่าคนปกติ ครั้งนั้นแพทย์สั่งยาให้ลูก แต่แม้จะกินยาแล้วก็ตาม อาการของลูกก็ไม่ดีขึ้นเลย ยังคงนึกถึงความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตซ้ำ […]

เมื่อฉันพลั้งเผลอฆ่าแมวตัวเอง เสียใจมาก ทำใจอย่างไรดี

บ้านของฉันมีเจ้าเหมียวแสนรู้อยู่ตัวหนึ่งซึ่งทุกคนในบ้าน คือ แม่ แฟน ฉัน และลูกรักมันมากถึงขนาดเอามานอนกอดบนเตียงด้วยทุกคืน เสียใจมาก อยู่มาวันหนึ่งฉันตั้งใจจะแวะไปซื้อยากำจัดเห็บหมัดจากร้าน Pet Shop ใกล้บ้าน เพราะเกรงว่าเจ้าเหมียวจะเอาเห็บหมัดมาปล่อยให้คนในครอบครัว เจ้าของร้านแนะนำยาตัวหนึ่งให้ พร้อมคำรับรองว่า “ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง 100 เปอร์เซ็นต์” เมื่อกลับมาบ้าน ฉันจึงหยอดยากำจัดเห็บให้เจ้าเหมียวที่กลางหลัง แล้วออกไปทำงาน คืนนั้นแฟนของฉันโทร.มาบอกว่าเจ้าเหมียวอาการไม่ดี นอนน้ำลายฟูมปาก ฉันและแฟนจึงรีบพามันไปโรงพยาบาลโดยด่วน ตอนนั้นฉันได้แต่คิดว่า มันคงกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปในร่างกายกระมัง แต่แล้ว…ราวกับโลกถล่มลงมาตรงหน้า เมื่อหมอแจ้งว่า เจ้าเหมียวจากเราไปแล้ว พร้อมกับบอกสาเหตุ…และสาเหตุนั้นเกิดจากฉันเอง! หมอบอกว่า จริง ๆ แล้วไม่ควรซื้อยาจากร้านขายสัตว์เลี้ยง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการดูแล และคนขายมักไม่รู้จริงในเรื่องยา ยาที่ฉันซื้อมาใช้ จึงส่งผลทำให้ตับของแมวพัง ช่วงเวลานั้นฉันร้องไห้ทุกวัน เพราะฉันเป็นคนฆ่าแมวที่ฉันและทุกคนในบ้านรักด้วยตัวฉันเอง ลูกถามฉันทั้งน้ำตาว่า “…มันเกิดขึ้นได้ยังไง…ใครทำเหมียว” แต่ฉันก็ไม่กล้าตอบว่าเป็นฉันเอง แม่และแฟนฉันก็รักแมวแสนรู้ตัวนั้นมากจนทำใจไม่ได้ที่มันจากไป หากเห็นแมวตัวอื่น ก็มักเปรยออกมาว่า จะไม่เลี้ยงอีกแล้ว ไม่มีใครแทนที่เจ้าเหมียวได้ บางครั้งแม่ก็ซื้ออาหารไปให้เจ้าแมวที่หลุมศพ ไปพูดคุยกับมันบ่อย ๆ ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังคงกอดและกระซิบบอกฉันว่า ไม่เป็นไรนะ ทุกคนให้อภัย เมื่อเห็นฉันร้องไห้ไม่หยุด แต่เป็นตัวฉันเองที่ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ […]

ความทุกข์ของคนเก่ง บำบัดได้ด้วยธรรมะ

เรื่องราวของผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ซึ่งเกิดความทุกข์จากการเรียนในต่างแดนและการถูกคุกคามทางเพศโดยไม่คาดฝันเธอจะหาวิธีคลายทุกข์ได้หรือไม่ ธรรมะจะรักษาใจเธอได้หรือเปล่า

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ช่วยเปิดใจวัยรุ่นสุดแสบ

เรื่องจริงของวัยรุ่นหลงผิด ที่บังเอิญได้พบกับ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ซึ่งศิลปินชื่อดังก็มีส่วนช่วยวัยรุ่นเปิดใจรับธรรมะ จนสามารถกลับตัวกลับใจได้ ผมเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นคนดีมีศีลธรรม แต่ท่านทั้งสองไม่เคยเข้าใจผมเลย และแน่นอนผมก็ไม่เข้าใจพ่อแม่เหมือนกัน ท่านทั้งสองเป็นทุกข์จนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะ ลูกชายตัวแสบอย่างผม ผมเรียนจบมาจากโรงเรียนดังและเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางดนตรี ตั้งแต่สอบติดที่นี่ ผมก็อยู่หอกับเพื่อนๆ เพื่อนผมมีแต่ลูกคนรวยที่ขับรถซูเปอร์คาร์เปิดประทุน ใช้เงินเป็นปึกๆชนิดสาวๆมองตามกันพรึ่บ ผมใช้ชีวิตแบบชิลๆและเฮฮามาตลอด ทั้งเที่ยวกลางคืน ไปผับแถวทองหล่อ ปาร์ตี้ กินเหล้า สูบบุหรี่ เสพยา เรียกว่าใช้ชีวิตกลางคืนมากกว่ากลางวัน และอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับพ่อแม่ เพราะผมคุยกับท่านไม่รู้เรื่อง พ่อกับแม่ท่านถือศีล 5 บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยเข้าใจในความเป็นคนดีของท่านสักเท่าไหร่ ท่านชอบชวนผมทำบุญตักบาตรและชวนคุยแต่เรื่องน่าเบื่อที่วัยรุ่นอย่างผมไม่ชอบนัก แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็กำลังจะถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยเสียแล้ว วันหนึ่งพ่อกับแม่ชวนผมไปหาพระรูปหนึ่ง มารู้ทีหลังว่าท่านคือพระอาจารย์นวลจันทร์ แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่คุยกับพระวัยรุ่นชื่อ พระเดวิดและพี่จอมลูกศิษย์ของท่านจนดึก แม้สิ่งที่คุยจะน่าสนใจมาก แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผมได้ และแล้วผมก็ถูกพ่อแม่บังคับให้ไปปฏิบัติธรรมที่ วิวัฏฏะ จ.เลย ทันทีที่ไปถึงที่นั่นซึ่งอยู่บนเขาที่มีแต่ดินแดงๆ ไม่สะดวกสบายเลยสักอย่าง ผมโวยวายขอแม่กลับบ้าน ด้วยความเซ็งสุดขีด น้องชายผมเดินมาบอกว่า “อดทนหน่อย ผมยังอยู่ได้เลย ทำไมพี่จะอยู่ไม่ได้” ส่วนพี่อิฐลูกศิษย์พระอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ก็เดินมาบอกว่า “เฮ้ย ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียวนะ” […]

keyboard_arrow_up