ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : การดูจิตในการปฏิบัติธรรมคืออะไร

การดูจิต” ในการปฏิบัติธรรมคืออะไร หลายคนยังเกิดความสงสัยและยังไม่เข้าใจถึงหลักปฎิบัติ อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร อธิบายถึงเรื่องนี้ว่า การดูจิต คือ การตามสังเกตความคิดของเราไปเรื่อยๆ ว่าแต่ละขณะจิตกำลังคิดอะไร เมื่อตามดูเช่นนี้ไปจนถึงที่สุดแล้วจะพบว่า ไม่ว่าจิตจะคิดเรื่องอะไรก็ตาม ในที่สุดความคิดเหล่านั้นจะดับหรืออนัตตาไป การดูจิต คือหนึ่งในสี่วิธีพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามหลัก สติปัฏฐานสี่ อันได้แก่ การตามดู กาย เวทนา จิต และ ธรรม กาย คือการตามสังเกตความเป็นไปในสภาวะของร่างกาย เวทนา คือการตามสังเกตความเป็นไปในความสุข ความทุกข์ และความไม่สุขไม่ทุกข์ จิต คือการตามสังเกตจิตที่รับกระทบแล้วว่า เมื่อรับกระทบดี อารมณ์จะดี และเมื่อกระทบไม่ดี อารมณ์ก็จะไม่ดี และ ธรรม คือการตามสังเกตว่าธรรมข้อใดกำลังปรากฏขึ้น จนกระทั่งเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง เป็นสิ่งไม่เที่ยง ทุกขัง แปรเปลี่ยน เนื่องจากมีเกิด – ดับ และ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน เมื่อตามสังเกตกาย เวทนา จิต ธรรม จนเห็นว่าดำเนินไปตามนี้แล้ว […]

Dhamma Talk : เครื่องราง ของขลัง ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ

Dhamma Talk : เครื่องราง ของขลัง ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ – สนทนาธรรมกับ อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร   อาจารย์คะ คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” แปลว่าอะไรคะ ตามพจนานุกรม คำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” มีความหมายว่า “ที่เชื่อว่ามีอำนาจอาจบันดาลให้สำเร็จได้ดังประสงค์” “ขลัง” หรือ“วิเศษ” ดังนั้นอะไรที่ทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จได้ สิ่งนั้นถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับแต่ละคนจึงต่างกัน เช่น ปราชญ์มีความรู้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนดีมีศีลเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โจรมีอาวุธเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กรรมการตัดสินฟุตบอลมีใบเหลืองใบแดงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนผู้หญิงมีการร้องไห้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ แต่อะไรก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าธรรมะของพระพุทธเจ้า เพราะธรรมะทำให้พ้นทุกข์และถึงนิพพานได้ ซึ่งเป็นความสำเร็จของชีวิตสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด   แล้ว เครื่องราง ของขลังต่างๆ ล่ะคะ ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับภูมิธรรม ภูมิปัญญาของแต่ละบุคคล ปุถุชนที่รู้ไม่จริง ยังไม่มีคุณธรรมสูงพอที่จะคุ้มรักษาใจตัวเอง มักจะแสวงหาสิ่งภายนอกมาเป็นที่พึ่งของใจ เช่น นำใจไปฝากไว้กับต้นไม้ ก้อนหิน ปลาไหลเผือก ฯลฯ แล้วยึดถือกันไปเองว่าสิ่งเหล่านี้จะนำความสำเร็จมาให้ สมัยที่หลวงปู่ดุลย์ […]

Dhamma Talk : “โรค” คู่ “โลก”

Dhamma Talk : “โรค” คู่ “โลก” – สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ทุกข์จากโรคประจำตัวเหลือเกินค่ะ ควรทำไรอย่างไรดีคะพระอาจารย์ คนเรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่มีใครรอดพ้นความเจ็บไข้ไปได้ เป็นบทพิจารณาทางธรรมที่ขอฝากไว้ให้พวกเราได้พิจารณาเนือง ๆ เป็นสัจจะ เป็นความจริง อย่างไรก็ต้องเจ็บ ก็ต้องป่วย เพราะร่างกายเป็นรังของโรค มีตาก็เป็นโรคตา มีหูเป็นโรคหู ทุกส่วนของร่างกายมีโรคอยู่แล้วโดยธรรมชาติ อย่างอาตมาตั้งแต่เกิดมาก็มีโรคโดยกรรมพันธุ์ เป็นโรคเลือดจางตั้งแต่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เพราะได้รับมรดกของโลก คือ ความเป็นโรคนั่นเอง “โลก” กับ “โรค” เป็นของคู่กัน ถ้าเรายังต้องจุติสู่โลก ก็จำต้องได้รับของคู่โลก ถ้าเราไม่ปรารถนาโรค ก็ต้องไม่ปรารถนาโลกด้วยเช่นเดียวกัน ถ้ายอมรับโลกได้ ก็ต้องยอมรับโรคได้เช่นเดียวกัน หากยอมรับได้ก็สงบเย็น เป็นนิพพาน หากเรายอมรับได้ว่าทั้งสองสิ่งเป็นของคู่กัน ตัณหาความดิ้นรนทางใจ ความทุกข์ใจที่เกิดจากการเป็นโรคก็ไม่มี ควรอาศัยความเป็นโรคนี้พิจารณาว่าเป็นเรื่องน่ายินดี น่าปรารถนาหรือไม่ หากสุดท้ายเกิดภาวะที่ไม่ปรารถนา ไม่ยินดี ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย จนนำสู่ต้นทางคือไม่ปรารถนาการกลับมาสู่โลกนี้อีกต่อไป ทำให้เราหันมาศึกษาและตั้งใจปฏิบัติตามวิถีสู่หนทางที่ทำให้เราไปแล้วไปลับไม่กลับมา ส่วนอาการความเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นได้ แต่หากจิตใจก็ไม่ได้ส่ายซ่านวุ่นวาย ผูกติดกับอารมณ์ สังขาร […]

Dhamma Talk : วิธีรับมือกับ เพื่อนร่วมงานชอบโยนงาน

Dhamma Talk : วิธีรับมือกับ เพื่อนร่วมงานชอบโยนงาน โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์คะ  หนูเหนื่อยใจกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบโยนงาน  ปัดความรับผิดชอบมาก ๆ ค่ะ  ควรทำอย่างไรดีคะ ถ้าเขาโยนงานมาก็ทำไปเลย  และขอบคุณเขาด้วย  ถ้าเจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ต้องขอบคุณเขานะ เพราะเขาทำให้เราได้ทำงานมากขึ้น ได้เรียนรู้งานเยอะขึ้น ได้ใช้สติปัญญาความรู้ความสามารถมากขึ้น มีเวลาเล่นไลน์ เล่นเฟซบุ๊กน้อยลง ดังนั้นเราจึงต้องขอบคุณเพื่อนร่วมงาน ขอบคุณเจ้านายที่มอบหมายงานมาให้เยอะ ๆ ขอบคุณที่เขาเห็นความสามารถ เห็นฝีมือของเราว่าเราทำได้ เขาจึงให้โอกาสและมอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถของเรา ควรบอกว่า วันนี้น่าภาคภูมิใจสุด ๆ นะที่ใครต่อใครก็มาหาเรา แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งไม่มีเพื่อนร่วมงานโยนงานมาให้ ไม่มีเจ้านายคนไหนมอบหมายงานให้ทำ เรามาทำงานก็จริง แต่งานทั้งหมดไปโต๊ะอื่น วันนั้นเราจะรู้สึกอย่างไร มันโดดเดี่ยวมากเลยนะ ถูกทอดทิ้ง ไม่มีคุณค่า ไม่มีใครสนใจแยแส นั่งทำงานแต่เหมือนไม่มีเราอยู่ตรงนั้น ทุกคนพูดข้ามหัวเราไปหมด มันโดดเดี่ยวมากเลยนะ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้าเราขอบคุณทุกคน และตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ถึงจุดหนึ่งเราจะได้เลื่อนสถานะขึ้นไป ต่อไปจะไม่มีใครมามอบหมายงานให้เราแล้ว แต่กลายเป็นเรามอบหมายงานให้ผู้อื่นทำ การทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุดจะเป็นการสร้างฐานให้เราเจริญก้าวหน้าขึ้น  ตำแหน่งหน้าที่การงานเติบโตขึ้น กลายเป็นผู้มอบหมายงานให้คนเหล่านี้แทน ถ้าเราไม่คิดขอบคุณและไม่ตั้งใจทำงาน  เราก็จะหยุดอยู่แค่นี้  ไม่ขยับไปไหน  […]

Dhamma Talk : เสน่ห์มัดใจ สร้างได้ด้วยธรรมะ

Dhamm Talk :  เสน่ห์มัดใจ สร้างได้ด้วยธรรมะ  โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์คะ  หนูอยากเป็นคนมีเสน่ห์ แต่หน้าตาไม่สวย  หุ่นไม่ดี จะมีวิธีสร้างเสน่ห์ด้วยธรรมะได้บ้างไหมคะ ถ้าพูดตามหลักการ พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึง หลักสังคหวัตถุ 4 อันเป็นหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ ผูกไมตรีกับผู้อื่น ประกอบด้วยทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา ถือเป็นการสร้างเสน่ห์ในเชิงพุทธได้ ทาน  คือ  การให้ จะเห็นได้ชัดเลยว่า ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ถึงแม้หน้าตาไม่สะสวย แต่เป็นคนแบ่งปันเอื้อเฟื้อ ก็ถือเป็นคนน่ารัก ปิยวาจา  คือ  การพูดจาที่ไม่ทำร้ายจิตใจ บางทีอาจไม่ใช่คำหวานไพเราะ เพราะคำไพเราะเชือดเฉือนคนได้ เหมือนกับที่เขาว่า น้ำผึ้งอาบยาพิษ ดังนั้นคำพูดต้องเป็นคำที่จรรโลงใจ ไม่ทำร้ายจิตใจใคร อัตถจริยา  คือ การสงเคราะห์ทุกชนิด การทำตัวเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น และสุดท้าย สมานัตตตา  คือ  การประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย คือประพฤติสามข้อข้างต้นสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าทานคือการให้ ก็ให้ครั้งเดียว คราวหน้าไม่ให้แล้ว ปีหน้าก็ไม่ให้ ปีหนึ่งให้ครั้งเดียวคือวันเกิด […]

Dhamma Talk : ช่วยอย่างไร ไม่ให้ได้บาปมากกว่าบุญ

Dhamma Talk : ช่วยอย่างไร ไม่ให้ได้บาปมากกว่าบุญ – สนทนาธรรมกับ ดร.สนอง วรอุไร อาจารย์คะ เมื่อมีผู้ประสบความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติต่างๆ เราควรเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาไหมคะ หรือว่าเมื่อช่วยแล้วจะกลายเป็นการเข้าไปร่วมกระบวนกรรมกับเขาด้วย ควรช่วยหากเราช่วยได้ เพราะในเมื่อเราเกิดมาเป็นสมาชิกของสังคมโลก เราต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม การช่วยเหลือผู้อื่นนับเป็นหน้าที่ของคนดีอย่างหนึ่งที่เราต้องทำเพื่อสังคมส่วนรวม นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 ซึ่งเป็นหน้าที่ทางธรรมที่คนดีต้องทำเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้มีบุญ ดังนั้นหากเราช่วยได้ เราก็ควรช่วย แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องยอมรับว่า เมื่อเราไปช่วยเขา เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรเขาอยู่ย่อมหันมาจองเวรเราด้วย ดังนั้นก่อนจะช่วยใคร เราจึงต้องมั่นใจว่าเรามีบุญบารมีสั่งสมอยู่มากพอที่จะคุ้มกันตัวเองจากการถูกจองเวรที่จะเกิดขึ้น เรื่องอย่างนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล เจ้าตัวสามารถเลือกตัดสินใจได้ว่าจะช่วยเหลือหรือไม่ตามความเหมาะสม ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ถ้าเราเห็นคนอื่นเดือดร้อนแล้วไม่ช่วย ก็มักจะถูกมองว่าเป็นคนใจร้ายนะคะ นั่นก็เป็นความเห็นถูกของคนมอง แต่สำหรับคนที่ถูกมอง เขาย่อมมีเหตุผลในการกระทำของเขา ซึ่งแต่ละคนมีสิทธิ์เลือกทางดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ผู้รู้ย่อมไม่เข้าไปก้าวก่ายในการตัดสินใจของใคร การช่วยเหลือผู้อื่นเพียงเพื่อตัดรำคาญนั้น ถือเป็นการกระทำที่เป็นกุศลไหมคะ การช่วยเหลือผู้อื่นจะเป็นกุศลหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่า การช่วยของเราเป็นการช่วยให้เขาพ้นทุกข์ หรือว่าช่วยให้เขาไปทำอกุศลกรรมต่อ ถ้าเป็นการช่วยให้เขาไปสร้างกิเลส สร้างบาปอกุศลเพิ่ม เช่น ช่วยคนที่ประกอบอาชีพทุจริตให้สามารถประกอบอาชีพทุจริตได้ต่อไป ผูีปัญญาย่อมไม่เข้าไปมีส่วนร่วม เพราะเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เขาทำบาปอยู่เรื่อยๆ จึงเป็นการทำบุญที่ให้ผลเป็นบาป แล้วถ้าเราช่วยผู้ที่เดือดร้อนเพราะสงสาร ไม่อยากให้เขาอยู่ในสภาพอย่างนั้นต่อไปล่ะคะ ความอยากหรือไม่อยากของเราไม่ได้เป็นตัวกำหนดสภาวะของผู้อื่น เพราะสิ่งที่จะกำหนดสภาวะของสัตว์โลกทั้งหลายนั้นคือกรรมที่แต่ละผู้แต่ละคนได้สั่งสมไว้ […]

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม โดย อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ถาม : อาจารย์คะ หน้าที่ของลูกมีอะไรบ้างคะ ตอบ : พ่อแม่เป็นผู้มีอุปการคุณต่อลูก เพราะฉะนั้นลูกต้องกตัญญู คือ รู้คุณ และกตเวที คือ ตอบแทนคุณ ด้วยการประพฤติจริยธรรมของลูก ได้แก่ หนึ่ง ท่านเลี้ยงเรามา ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน หนักหนาอย่างไรให้คิดว่า สมัยเรายังเป็นเด็ก ท่านอดทนเลี้ยงเรา เราหิว ร้องไห้กลางดึก ท่านก็ตื่นมาป้อนนมให้หายหิว เราทำสกปรกเลอะเทอะ ท่านก็ตามเช็ดตามล้างให้ สอง รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่ทำพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม ไม่ทำตัวให้เป็นที่พูดถึงในทางไม่ดี สาม ช่วยธุรกิจการงานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรือหากท่านทำธุรกิจ มีกิจการใด หากเราช่วยได้ก็ต้องช่วยทำงานแทนท่าน สี่ ประพฤติตนให้สมควรเป็นผู้ได้รับมรดก และ ห้า เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วต้องทำบุญอุทิศให้ท่าน ถาม : ถ้าเราไม่สามารถอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่ในยามที่ท่านแก่ชรานี่ ถือว่าอกตัญญูไหมคะ ตอบ […]

Dhamma talk : ไม่มี ปัญหา ใด ที่แก้ไขไม่ได้ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Dhamma talk : ไม่มี ปัญหา ใด ที่แก้ไขไม่ได้ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ โดยหลักธรรมชาติแล้ว ไม่มี ปัญหา ใดที่แก้ไม่ได้ เพราะทุกปัญหาล้วนมีที่มา มีสาเหตุ มีสมุทัย เมื่อมีสาเหตุหรือสมุทัยแล้วนั้น การแก้ปัญหา เราก็ไปดูจากปัญหาแต่ละอย่างว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ถ้าเรายังทำอย่างนั้นต่อไป ปัญหาก็ต้องเกิด ตัวทุกข์ก็เกิด ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไร แต่ยังทำเหมือนเดิม ปัญหาก็เกิดเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ทุกข์แล้ว เพราะรู้อยู่ว่าที่เกิดปัญหานั้นเนื่องจากละจากสาเหตุไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ายังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ เลิกเหล้าไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี พอเป็นโรคอะไรที่เกิดจากสาเหตุนี้ เขาก็ยอมรับได้ เพราะเกิดจากตัวเขาเอง อย่างน้อยก็เป็นนิโรธทางใจ คือดับฉับพลันเด็ดขาด เพราะรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของปัญหาแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ ไม่อยากได้ ไม่อยากให้เกิดปัญหาหรือเจอปัญหา มีทางเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ การละ หรือการไม่ทำอย่างเดิม เป็นการละสมุทัย ละจากสาเหตุ ปัญหาก็ไม่เกิด ทุกข์ก็ไม่มี แม้เราจะมีปัญหามากมาย แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด หนักที่สุดคือ การเวียนเกิดเวียนตาย การท่องเที่ยวในสังสารวัฏ เกิดในภพน้อยภพใหญ่ ภพแล้วภพเล่า […]

Dhamma Talk : วิธี “ทิ้ง” ความ ” ท้อแท้ ” โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Dhamma Talk : วิธี “ทิ้ง” ความ “ ท้อแท้ ” โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ รู้สึก ท้อแท้ สิ้นหวังอยู่บ่อยครั้ง ทำอย่างไรจึงหายคะ ทุกอย่างต้องมีสาเหตุนะ เบื้องต้นให้ลองดูว่า วัน ๆ เราอยู่กับใคร ทำอะไรบ้าง ถ้าเราอยู่กับคนนี้ ดูหน้าแล้วเรามีความหวังไหม วิธีแก้คือ การเปลี่ยนบุคคล เปลี่ยนกิจกรรม เปลี่ยนสถานที่ อะไรที่ทำให้ท้อแท้สิ้นหวังก็ต้องหนีให้ห่าง เพราะมันเป็นกฎการซึมซับถ่ายเท ลองเปลี่ยนไปคบกับคนที่กระตือรือร้น หรือเดี๋ยวนี้มีสื่อให้ดูกันเยอะ ก็เลือกเสพสื่อที่เสนอคนที่เป็นแรงบันดาลใจบ้างก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะการเลือกคบคนด้วยเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่า คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล ในหลักมงคล 38 ประการ ข้อที่ 1 คือ อเสวนา จ พาลานัง การไม่คบคนพาล เพราะหากชีวิตเป็นเหมือนการวิ่งผลัด 4 × 100 เมตร คนที่เราคบถือเป็นไม้ผลัดที่ 1 เลยนะ […]

ฝึกฝนให้เป็นคนช่าง สังเกต โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ฝึกฝนให้เป็นคนช่าง สังเกต โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ • ได้ยินพระอาจารย์พูดเสมอว่า ให้สังเกตตัวเอง สังเกต ลมหายใจ แต่เป็นคนไม่ช่างสังเกตเลย ควรทำอย่างไรดีคะ เหตุผลที่ว่าทำไมจิตหรือสัตว์ทั้งหลายยังไม่ไปวิมุตติเสียที เพราะว่าขาดการสังเกตนี่แหละ อะไรผ่านไปผ่านมาก็เฉย ๆ ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ดูเหมือนดี แต่ลึก ๆ แล้วมีโมหะคลุมจิตอยู่ โมหะเป็นอวิชชา ไม่รู้สภาพธรรมดาตามความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เฉย ๆ ที่ว่า นานเข้าจะเป็นแม่นางเอ๋อได้นะ (หัวเราะ) จะเดินไปไหนก็เฉย ใครทำอะไรกับใครก็เฉย บ้านเมืองจะเป็นอะไร โลกจะแตก น้ำจะท่วม ระเบิดลงก็เฉย ไม่รู้สึกอะไร สุดท้ายไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราต้องขุดร่องใหม่ สร้างนิสัยใหม่ เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการสังเกตขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์มีนิสัยหนึ่งที่เหมือนกันคือช่างสังเกต แต่เขาสังเกตนอกตัว พุ่งจิตส่งนอก สังเกต สิ่งนั้นสิ่งนี้ ก็ได้นวัตกรรมหรือการค้นพบใหม่ ๆ สำหรับนักปฏิบัติธรรมการเป็นนักสังเกตคือไม่ส่งจิตออกนอก วกเข้ามาสังเกตกายกับใจ เราหายใจมาตลอด ไม่เคยหยุดหายใจ แต่เรากลับไม่เคยสังเกตลมหายใจของตัวเองเลยนะ เรามาสร้างนิสัยใหม่ ก็เหมือนเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ ไหนลองสังเกตดูการหายใจแต่ละครั้ง […]

Dhamma Talk : นอน ไม่หลับ แก้ได้ง่ายนิดเดียว

Dhamma Talk : นอน ไม่หลับ แก้ได้ง่ายนิดเดียว พระอาจารย์ครับ ผม นอน ไม่หลับ มาหลายคืนแล้ว ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดี การที่นอนไม่หลับเพราะจิตรับอารมณ์มาทำงานต่อ มีความคิดปรุงแต่ง มีวิริยะวิ่งวุ่น หรือที่เรียกกันว่าจิตทำงาน เมื่อจิตทำงานหลายอย่าง ทั้งคิดถึงอดีต คิดอนาคต คิดเรื่องต่าง ๆ นานา จิตใจแส่ส่ายทำงานตลอดเวลาเช่นนี้ จึงทำให้นอนไม่หลับ ดังนั้นพื้นฐานของการนอนไม่หลับคือใจที่ไม่สงบ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือ ให้จิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ใจมีหลักผูก มีที่ตั้งแห่งใจสักหนึ่งอย่าง เพื่อให้ใจสงบลง บางคนอาจบริกรรมพุท – โธ บางคนมองดูลมหายใจ บางคนสวดมนต์ หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง หากยังหยุดคิดไม่ได้ ก็ให้คิดเพียงแค่เรื่องเดียวก่อน แล้วค่อย ๆ ดึงใจไปที่อื่น เช่น ลมหายใจ วิธีที่ดีที่สุดคือ การไม่คิดและกลับมามองดูลมหายใจ นอนดูลมหายใจทั้ง ๆ ที่ไม่หลับนั่นแหละ ดีกว่าไปคิดหาทางว่าทำอย่างไรให้นอนหลับ ยิ่งคิดหาวิธี จิตก็ยิ่งทำงาน ทำให้ตื่นตลอดเวลา เมื่อนอนดูลมหายใจ หากมีความคิดแวบเข้ามาก็คิดได้บ้าง พอรู้ตัวก็ตัดความคิดนั้นออกไป กลับมาอยู่ที่ลมหายใจ […]

ไขข้อข้องใจเรื่องของ การทำร้ายสัตว์ พร้อมผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 1

ไขข้อข้องใจเรื่องของ การทำร้ายสัตว์ พร้อมผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 1 การทำร้ายสัตว์ ถือเป็นการกระทำที่ผิดศีล 5 ในข้อที่ 1 ที่ว่าด้วยเรื่องของการห้ามทำร้ายสัตว์ และถ้าหากทำผิดศีลข้อนี้ ผลกรรมที่ตามมาจะเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ ศีล  เป็นข้องดเว้นไม่ให้ประพฤติ เพื่อให้คนมีพฤติกรรมดีงามและอยู่ในสังคมอย่างสงบสุข   ศีลมีหลายประเภท เช่น  ศีลสำหรับภิกษุมี 227 ข้อ  สำหรับภิกษุณีมี 311 ข้อ สำหรับสามเณรมี 10 ข้อ ส่วนฆราวาสอย่างเรามี 5 หรือ 8 ข้อ สุดแท้แต่จะเลือกปฏิบัติ  ศีลห้าจึงหมายถึง ข้องดเว้นห้าข้อนั่นเอง ได้แก่ ข้อหนึ่ง เว้นจากการฆ่า คือ การพรากจิตวิญญาณ ออกจากร่าง รวมถึงเว้นการเบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นการกักขังทุบตี ทำร้าย ข้อสอง เว้นจากการลักขโมย หรือการครอบครองสิ่งที่เจ้าของยังมิได้อนุญาตยกให้ ข้อสาม เว้นจากการประพฤติผิดในกาม หรือคือเว้น การล่วงประเวณีในลูก สามี หรือภรรยาของผู้อื่น ข้อสี่ เว้นจากการพูดไม่ตรงกับความจริง ข้อห้า […]

keyboard_arrow_up