ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นรก – สวรรค์ มีจริงหรือไม่

ผู้เฒ่าผู้แก่มักบอกให้เด็กๆ ทำความดีเข้าไว้ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ อย่าทำชั่ว เพราะจะต้องตกนรกทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า “นรก - สวรรค์มีจริงหรือเปล่า”

Dhamma Daily : สารพันปัญหาธรรมะ “วันสงกรานต์”

เคยไหมคะ เดินตามท้องถนน วันสงกรานต์ ก็เห็นนู่นนี่นั่นขัดหูขัดตา เกิดปัญหาขึ้นในใจไปซะหมด วันนี้ซีเคร็ตจึงขอเอาข้อคิดคติธรรมของพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญที่ตอบสารพันปัญหาเกี่ยวกับ วันสงกรานต์ มาฝากท่านผู้อ่านกันค่ะ

“ดี ชั่ว…เราเลือกได้” สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

“คนดีได้ดีมีที่ไหน คนชั่วได้ดีมีถมไป” เป็นคำกล่าวที่ทำให้คนใฝ่ดีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่มากก็น้อย ผนวกกับหลายเหตุการณ์ในปัจจุบันที่ทำให้คำกล่าวนี้ดูหนักแน่นขึ้นทุกที ถ้าเช่นนั้นเราควรเลือกยืนอยู่ฝ่ายใดกันแน่ ความดีหรือความชั่วร้าย… ดี ชั่ว คนที่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี เช่น คนที่ครั้งหนึ่งเคยติดยา หรือพวกเด็กแว๊น เขาจะต้องทำอย่างไรคะ ถ้าต้องการกลับตัวเป็นคนดี ถ้าเขาอยากเป็นคนดีจริงๆ สิ่งแรกที่จะเปลี่ยนแปลงคือจิตใจ แค่ความรู้สึกภายในใจเปลี่ยนเป็นใฝ่ดี เขาก็จะกลายเป็นคนดีทันทีเลย แม้ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะ เพราะจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้ามีจิตตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีแล้ว พฤติกรรมและวาจาก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย เรียกได้ว่าแค่ใจคิดจะเปลี่ยนขณะนั้นก็ได้เป็นคนดีเรียบร้อยแล้ว บางสังคมเรียกการกระทำแบบหนึ่งว่าเป็นความดี แต่อีกสังคมกลับมองว่าเป็นความชั่ว จริงๆ แล้วเราจะใช้เกณฑ์อะไรมาวัดคะ ยุคสมัยนี้คนที่ร่ำเรียนสูง มีงานดี มีเงิน มียศฐาบรรดาศักดิ์ มีบริวาร และมีชื่อเสียง มักจะถูกสังคมยกย่องว่าเป็นคนดีน่านับถือ แต่คนเหล่านี้อาจจะไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนที่น่านับถือในอีกหมื่นปีข้างหน้าก็ได้ ซึ่งหลักธรรมคำสอนได้อธิบายไว้ว่า ความจริงทุกสิ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะ คือ ความจริงโดยสมมุติ เป็นความจริงแบบชาวโลก แบบโลกียธรรม สามารถเกิดขึ้นได้ เปลี่ยนแปลงได้ ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกาลสมัย ค่านิยม และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น เช่น […]

เหตุเกิดเพราะอยากช่วยชาติ สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์มานพ อุปสโม

มีคำกล่าวว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” แล้วคนธรรมดาๆ ที่ยามว่างนอกจากจะชอบเข้าวัดแล้วยังชอบเข้าคอร์ส (ปฏิบัติธรรม) อย่างชาว Secret ล่ะ จะสามารถทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้บ้าง… เราควรจะต้องเลือกสีเลือกข้างหรือจะอยู่แบบไร้สังกัดต่อไป ช่วยชาติ พระอาจารย์คะ ในฐานะที่เป็นคนธรรมดาๆ เราจะทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้บ้างคะ ถ้าพูดถึงชาติบ้านเมือง “ความสามัคคี” ต้องมาก่อน ที่จริงสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศชาติคือประชาชน ถ้าประชาชนมีความสุข ประเทศก็แข็งแรงและเข้มแข็ง ถ้าประชาชนมีความทุกข์ ประเทศก็สั่นคลอนอ่อนแอ เพราะฉะนั้นการช่วยชาติวิธีหนึ่งก็คือ การทำให้ตัวเองมีความสุขและสามัคคีกัน ซึ่งการที่บุคคลจะมีความสุขได้นั้นต้องเริ่มต้นด้วยการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมในที่นี้ หมายถึงการเจริญสติเหรอคะ อันนั้นก็ใช่ แต่เราควรหาโอกาสนั่งสมาธิ ดูกายดูจิตเป็นประจำด้วย การนั่งสมาธิคือการทำจิตให้นิ่ง อาจเริ่มจากการสวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตาก็ได้ ความสามัคคีปรองดองเป็นสิ่งที่คนในชาติทุกคนต้องร่วมกันสร้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้อาจสร้างยากกว่าสมัยก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนการทะเลาะเบาะแว้งมักเป็นเรื่องของตัวบุคคล มีผู้นำไม่กี่คนที่แตกแยก แต่ทุกวันนี้เหตุปัจจัยของบ้านเมืองต่างออกไป ผู้นำที่มีความคิดไม่ลงรอยกัน ต่างฝ่ายต่างพยายามดึงประชาชนมาเป็นฐานเสียง ใช้จำนวนประชาชนในการต่อรองเรียกร้องผลประโยชน์ คนในสังคมจึงแตกแยกกันมาก เพราะฉะนั้นในฐานะประชาชน ขอเพียงเรารับผิดชอบหน้าที่ของตนให้ดี และรักษาความเป็นกลางให้มากๆ ไม่เข้าข้างนั้น ออกข้างนี้ ไม่เข้าไปแก่งแย่งอะไรกับใครทั้งสิ้น สักวันผู้ที่ขัดแย้งกันก็ต้องล้มหายตายจากไป แล้วความมั่นคงของชาติก็จะกลับมาเหมือนเดิม แต่คนที่เขายอมตัวไปเป็นฐานเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เขาก็มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่ถูกต้องนี่คะ คนเลือกเขาก็เลือกตามที่ใจชอบ ซึ่งเลือกแล้วอาจจะไม่สุขก็ได้หรือสิ่งที่คิดว่าถูกอาจไม่ถูกก็ได้ มันไม่แน่นอนและไม่ใช่สุขที่แท้จริง […]

วิธีป้องกันความเหงา สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

วิธีป้องกัน ความเหงา สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ขา ความเหงา เกิดจากอะไรหรือคะ ความเหงาเกิดจากกิเลสตัวสำคัญคือโมหะ เป็นอวิชชาตัวหนึ่งที่ทำให้คนไม่รู้สึกตัว คนที่มีโมหะประกอบจะมีอาการเหม่อ ๆ เหงา ๆ คิดโน่นคิดนี่ เปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง เหมือนเราอยู่คนเดียวในจักรวาล จิตใจจะหดหู่ลง ๆ โดยเฉพาะเวลานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน จิตจะตกไปกับพระอาทิตย์ เพราะมองด้วยความเหม่อ ไม่มีสติ พอมีโมหะแล้ว ตัวอื่น ๆ ก็จะเข้ามาร่วมแจมด้วย เป็นราคะบ้าง โทสะบ้าง ทำให้เกิดความขุ่นใจ คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งก็อยากฆ่าตัวตาย เป็นความคิดปน ๆ เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว มีคำกล่าวว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” แสดงว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อเหงา ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวกหรือเปล่าคะ คำกล่าวนี้เป็นศัพท์สมมติเฉย ๆ ว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวก เพราะมนุษย์ยังมีกิเลส ยังเป็นผู้ที่มีสัญชาตญาณแห่งความหวาดกลัว จึงไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ กลัว…แต่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร รู้แต่ว่ากลัว…“ไม่รู้” จึงกลัว เพราะมีอวิชชาคลุมจิตอยู่ บางครั้งอาจารย์ถามว่า “กลัวความมืดหรือ” ไม่ใช่ “กลัวผีหรือ” […]

อโหสิกรรม…ทำอย่างไรหนอ – สนทนาธรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

อโหสิกรรม …ทำอย่างไรหนอ – สนทนาธรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ “เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น” เคยมีสักช่วงเวลาในชีวิตไหมคะที่รู้สึกว่ากำลังโดนกระทำซ้ำเติมจากบุคคลรอบข้างเหลือเกิน ในทางพุทธเชื่อกันว่า ผู้ที่กระทำเรานั้นมักเป็นผู้ที่มีกรรมเกี่ยวข้องกันมา หรือเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรา ถามใครต่อใครว่าควรจะทำอย่างไร ส่วนใหญ่มักตอบว่าให้ไปขออโหสิกรรมเขาซะ…ฟังแล้วหลายคนอาจจะงง ขออโหสิกรรมคืออะไรกันหนอ…จึงรีบรี่ไปถามพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เพื่อให้หายข้องใจ การขอ อโหสิกรรม ต่างจากการขอโทษอย่างไรคะ ไม่ต่างกัน ความหมายเหมือนขอโทษนั่นแหละ แต่สาระของคำนี้คือ เมื่อเราพลาดพลั้งทำไม่ดีลงไปและสำนึกได้แล้วจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายเขาให้อภัยหรือยกโทษให้ เราจะต้องกล้ารับผิดชอบต่อการกระทำที่ตัวเองเคยทำมาทั้งหมด ไม่ว่ากับใครที่ไหน ด้วยการแสดงออกทางกาย วาจา หรือจิตอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อขอขมาบรรดาทุกสรรพสิ่งที่เราได้ล่วงเกินในสังสารวัฏ โดยบอกเขาว่า เราจะไม่ทำผิดอีกแล้ว ขอเป็นชาติสุดท้าย และจะอยู่ในเส้นทางของคุณงามความดีจากนี้เป็นต้นไป คนส่วนมากเวลาเกิดอะไรขึ้นในชีวิต มักคิดว่าเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวร ดังนั้นถ้าเราขออโหสิกรรมเขาแล้ว เท่ากับขอโทษแล้ว ถือว่าจบได้ไหมคะ ก็ต้องลองถามเขาดูนะ อย่ามาถามอาจารย์…สมมุติเราไปตบหน้านาย ข. แล้วมาถามอาจารย์ว่านาย ข.จะยกโทษให้หนูไหม อาจารย์คงตอบให้ไม่ได้หรอก (หัวเราะ) สาระไม่ได้อยู่ที่ว่าเขายกโทษให้หรือไม่ยกโทษให้ สาระคือเราได้ขออโหสิขอโทษเขาแล้ว เราได้ทำในสิ่งที่สมควรทำคือขอขมา คุณธรรมที่เกิดขึ้นในใจบ่งบอกว่าสิ่งที่กระทำล่วงไปนั้นไม่ดี แต่ดันทำไปแล้ว สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ ปัจจุบันคือ “ขอโทษ” […]

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทางพ้นทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ขึ้นชื่อว่า “ความรัก” น้อยคนที่จะกล้าปฏิเสธว่า ไม่ต้องการรับรัก หรือไม่เคยมอบความรักให้แก่ใคร เพราะความสุขจากความรักนั้นช่างหอมหวาน ในขณะเดียวกันความทุกข์ที่เกิดจากความรักก็สุดแสนทรมานเช่นกัน เมื่อความรักเป็นดั่งดาบสองคมเช่นนี้ พุทธศาสนาจะมีวิธีการจัดการกับความรักอย่างไร พ้นทุกข์ พระอาจารย์คะ พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความรักไหมคะ ให้ความสำคัญสิ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความรักที่บริสุทธิ์เชียวละ ความรักที่บริสุทธิ์ในที่นี้คือการให้ พระพุทธเจ้าทรงให้ในสิ่งที่ดีที่สุดแก่มนุษย์ เป็นการให้เพียงฝ่ายเดียว ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้กระทั่งคำขอบคุณหรือความรักตอบ สิ่งที่ดีที่สุดที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้มนุษย์ทุกคนไม่ใช่ทรัพย์สมบัติหรือแก้วแหวนเงินทองใดๆ แต่ ท่านทรงให้ในสิ่งที่มนุษย์พึงได้รับเมื่อเกิดมาชาติหนึ่ง นั่นคือ การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ท่านปรารถนาให้เราพ้นทุกข์เข้าสู่นิพพาน ซึ่งจะทำให้มนุษย์เกิดปัญญา ตื่น เบิกบาน มีอิสระ ปล่อยวาง ปลอดโปร่ง โล่ง เบาสบาย ไม่เวียนวน ไม่มีทุกข์ และได้สัมผัสถึงความสงบร่มเย็น ในสังคมปัจจุบันมีข่าวฆาตกรรมหรือคดีความสืบเนื่องจากความรักฉันท์หนุ่มสาวมากมาย พระอาจารย์มีข้อคิดเตือนใจอย่างไรบ้างคะ คดีความต่างๆ โดยมากเกิดขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่มีเจตนาในการมอบความรักในวงจำกัด เป็นต้นว่า ความสุขของเขาคนนั้นจะต้องเกิดจากฉันเท่านั้น ห้ามเกิดจากคนอื่น อย่างนี้เรียกว่าเป็นความรักที่มีราคะมาเจือปน มีอกุศล มีความเป็นเจ้าของ ยึดครองถือครอง หวงแหน ยึดมั่นถือมั่นให้เป็นของเรา พอเห็นเขาไปควงกับคนอื่นก็ทนไม่ได้ เพราะความสุขนั้นไม่ได้เกิดจากฉัน แต่ในทางพุทธศาสนา ความรักที่มีอานุภาพมากเกิดประโยชน์สูงสุดคือ ความรักอย่างมีเมตตา […]

” จากเป็นหรือจากตาย หากรู้วิธีก็ไม่เจ็บ” – เยียวยาปัญหารักด้วยธรรม

ทำไมคนเราต้องมีการจากลา การพลัดพรากคะ เป็นหลักธรรมชาติ มีพบต้องมีจาก สิ่งนี้เป็นของคู่โลก ของประจำโลก พลังงานมีแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอด 

ชีวิตสุดกู่ของหนุ่มขี้เหงา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เมื่อ หนุ่มขี้เหงา อาชีพพริตตี้บอย สนทนากับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ   ผมเป็นคนชอบคิดฟุ้งซ่านครับ ต้องหาคนมาอยู่ด้วยตลอด ไม่อย่างนั้นก็จะคิดมาก คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งถ้านอนไม่หลับก็จะกินเหล้ากินเบียร์เพื่อให้หลับ ทำอย่างนี้ระบบประสาทจะเสียเอานะ…จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ห้ามไม่ได้ใช่ไหม ตามหลักธรรมท่านบอกไว้ว่า ให้จิตเรามีที่ตั้ง มีหลักผูกไว้เสมอ ท่านเรียกว่ากรรมฐาน อาจจะฟังดูน่าเบื่อ บางครั้งการทำบริกรรมหรือการสวดมนต์มันเป็นอุบายที่ทำให้จิตเรามีสมาธิ ไม่ต้องซ่านออกไปเหมือนว่าวขาดป่าน ไม่มีความสงบ หยุดคิดไม่ได้ ทำให้ต้องกินยาระงับประสาท กินเหล้าให้มันหาย แต่พอฤทธิ์ของสิ่งเหล่านี้หายไป เราก็จะกลับมาคิดใหม่ บางครั้งมันห้ามไม่ได้นะความคิด มันต้องมีสิ่งให้คิด ฉะนั้นถ้าจะคิดก็ให้เลือกคิดบวก เจาะจงคิดแต่สิ่งดี ๆ เช่น เรื่องบุญกุศล ใช้ความคิดล้างระบบความคิดว่าเราเคยทำสิ่งดีให้ใคร ที่ไหนบ้าง   บางทีเหงามาก ๆ ก็จะโทร.เรียกให้ผู้หญิงมาหา… ปัญหาโลกแตกของคนทั่วไป…มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อจิตไม่มีที่พึ่ง ก็เลยหันไปหาสิ่งอื่นรอบตัว เช่น สุรา นารี ดูหนัง ฟังเพลง แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับเราแบบเสถียร มันมีความสุขขึ้นชั่วแวบเดียวที่ใจ พอสิ่งนั้นหรือคนนั้นผ่านไปเราก็จะกลับมาจุดเดิม การที่เรานำความสุขไปฝากไว้กับปัจจัยภายนอก ท่านบอกว่าดีอยู่ระดับหนึ่ง […]

โลกสวย?…ด้วยการ (หนี) ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

คำถามจากนักปฏิบัติหน้าใหม่ ผู้ที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็นคน “โลกสวย” คือ ชอบมองโลกแต่ในด้านสวยงามของชีวิตโดยไม่มองถึงความเป็นจริง และแสนจะเกลียดความทุกข์ แต่ศาสนาพุทธสอนว่า ถ้าไม่เห็น ทุกข์ ก็ไม่เห็นธรรม แล้วคนไม่ชอบยุ่งกับความทุกข์อย่างเธอจะทำอย่างไรดี… พระอาจารย์คะ หนูเกลียดความทุกข์มาก ไม่ชอบเผชิญหน้ากับมันเลย เช่น ถ้ารู้ว่ามีความรักแล้ว ทุกข์ ก็เลือกที่จะไม่มีความรักดีกว่า แต่พระพุทธศาสนาสอนว่า “ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม” หนูอยากเห็นธรรม แต่ไม่อยากเห็นทุกข์…จะได้ไหมคะ ไม่ชอบทุกข์ ไม่ปรารถนาทุกข์ใช่ไหม…แต่ถ้าทุกข์แล้วได้ธรรม มันคุ้มนะ ถ้ามีผัว 4 – 5 คน มีลูก 7 – 8 คน แล้วทำให้ทุกข์จนถึงที่สุด จนได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันก็น่ามี ลองนึกถึงสมการ “เจอทุกข์ = เจอธรรม” สิ ใจเราจะได้เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทิฏฐิ ปรับจิตให้เข้าใจ ไม่หลบ ไม่หลีก ไม่หนี ปล่อยไปตามวิถี ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ต้องเป็นจิตวิญญาณที่ระหกระเหิน เร่ร่อนในวัฏสงสารอีกหลายชาติ เพราะไม่รู้จักทุกข์เลย ฟังเผิน ๆ […]

แก้กรรม… ทำแท้ง?!?

แก้กรรม… ทำแท้ง?!? โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ครับ แฟนผมเคยไป ทำแท้ง เพราะตอนนั้นเราไม่พร้อมมีลูก ผมเองก็ปล่อยให้เขาทำ อย่างนี้ผมจะต้องรับผลกรรมด้วยไหมครับ รับไม่รับอยู่ที่ว่าจิตของเรามีส่วนร่วมไหม ถ้าจิตเราคอยคิดถึงมัน มีความเศร้าหมองขุ่นมัว ผลทางใจก็เกิดขึ้นแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่จบไปแล้ว…ก็กรรมฐานนี่แหละที่จะทำให้เราไม่คิดถึงอดีต ส่วนผลทางรูปธรรมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมานั้น ก็ต้องดูว่าเราทำอะไรมา…อย่างการทำแท้งก็เหมือนกับการฆ่าชีวิตหนึ่ง การฆ่าการเบียดเบียนผู้อื่นจะทำให้เราอายุสั้น สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย ส่วนการที่เราไปเกี่ยวพันกับการทำแท้ง จะมีอะไรติดตามมาหลังจากทำไปแล้วก็ต้องยอมรับไป เราควรดูแลสุขภาพใจและกายของเราให้ดี อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับแล้วหันไปทำสิ่งที่ดีทดแทน แสดงว่า ทำดีทดแทนแล้ว จะแก้กรรมนี้ได้หรือครับ? อธิบายอย่างนี้ดีกว่า สมมุติเคยทำแท้ง 1 ครั้ง ถือว่าติดลบไป 100 คะแนน เราก็ไปทำคุณงามความดีอย่างอื่นที่บวกแต้มเพิ่มอีก 100 ที่ติดลบยังไม่ไปไหนหรอก แต่เราแค่ไปทำความดีอย่างอื่นให้บวกเพิ่มขึ้นเป็น พัน – หมื่น – แสน เราจะไปกังวลทำไมกับลบ ตราบใดที่บวกมันเยอะกว่า ลบก็ให้ผลไม่ได้ บาปของการทำแท้งมีค่าเท่ากับฆ่าคน องคุลีมาลฆ่าคนเป็นพันคนแต่ก็ยังบรรลุอรหันต์ได้ ดังนั้นเมื่อมันผ่านไปแล้วก็อย่าปล่อยให้ใจเศร้าหมอง มุ่งหน้าตั้งใจทำสิ่งที่จะข้ามฝั่งคือเจริญสติอย่างเดียวดีกว่า อย่างนี้ผมหรือแฟนบาปมากกว่ากันครับ ผู้หญิงที่เป็นคนตัดสินใจทำแท้งรับกรรมไปเลย 80 เปอร์เซ็นต์ […]

สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย

สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย – ซีเคร็ตสนทนาธรรมกับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ท่ามกลางสภาวการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทำให้ขนมธรรมเนียมประเพณี รวมถึงความเชื่อบางอย่างในสังคมไทยถูกลืม เลือนหาย หรือเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังมีความเชื่อหนึ่งที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน นั่นคือ “เกิดเป็นลูกชายควรบวชทดแทนคุณพ่อแม่สักครั้งในชีวิต เพื่อให้ท่านได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์” แท้ที่จริงแล้วความเชื่อนี้มีมูลความจริงหรือไม่ ทำไมจึงยังได้รับการอนุรักษ์ไว้ หรือมีนัยใดซ่อนอยู่   พระอาจารย์คะ ความเชื่อที่ว่า เกิดเป็นลูกผู้ชายทั้งทีต้องบวชพระให้พ่อแม่สักครั้งในชีวิต เพื่อให้ท่านได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ ท่านจะได้ขึ้นสวรรค์จริงไหมคะ จริงหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากความประพฤติของพระลูกชาย เช่น เดิมทีพ่อแม่บางคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่พอลูกบวชแล้วประพฤติปฏิบัติตนไม่ดี นำความเสื่อมเสียมาสู่พุทธศาสนาและวงการสงฆ์ ถูกคนอื่นว่า ถูกนินทา เมื่อพ่อแม่ได้ยินเข้าก็พบแต่ความทุกข์ทุกลมหายใจ ทุกก้าวย่าง จนไม่กล้าออกไปไหนแม้กระทั่งจะไปวัด แบบนี้แทนที่จะได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์อาจเกาะไปที่อื่นแทน แต่ในทางตรงข้าม ถ้าพระลูกชายบวชแล้วประพฤติปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตั้งมั่นในพระธรรมคำสอน ใครเห็นก็แซ่ซ้องสรรเสริญ วงการสงฆ์ก็ยกย่องเชิดชู แบบนี้พ่อแม่ก็มีความสุข หากไม่มีความเชื่อเช่นนี้ก็จะไม่มีการบวช พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่ได้เข้าวัด ไม่ได้พบกับพระธรรมเลยก็เป็นได้ แต่เมื่อความเชื่อนี้เกิดขึ้น ลูกชายก็ได้บวชและได้เรียนรู้พระธรรม ส่งผลให้พ่อแม่เข้าวัดตามมาด้วย เพราะต้องมาถวายข้าวปลาอาหาร สวดมนต์ ไหว้พระ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรมจนกลายเป็นญาติกับพระพุทธศาสนา และเมื่อท่านเข้าวัดก็จะพบว่ามีแต่สิ่งดี มีคำสอนดี มีครูบาอาจารย์ดี […]

ช่วยด้วย…ลูกเกลียดวัด!

ช่วยด้วย…ลูกเกลียดวัด! – สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กและครอบครัว   เด็กหลายคนมีอาการเบื่อหน่าย ไม่อยากเข้าวัด ไม่อยากฟังพระเทศน์ พ่อแม่ควรจะทำอย่างไรดีคะ ถ้าจะทำให้เด็กรักวัด โยมพ่อโยมแม่ต้องรักวัดก่อน วันเสาร์ – อาทิตย์แทนที่จะไปเที่ยวที่อื่น ก็พาลูกเข้าวัดให้เขาเคยชินตั้งแต่เล็ก ๆ การที่ ลูกเกลียดวัด มีหลายสาเหตุ อาตมาเข้าใจว่าบางทีวัดเองก็น่าเกลียด บางแห่งก็สกปรก เด็กเลยไม่ชอบ ฉะนั้น เราต้องทำให้วัดน่ารัก น่าอยู่ แต่เป็นไปได้ว่าบางวัดอาจมีพระอยู่ไม่กี่รูป เลยดูแลไม่ไหว โยมก็ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ วัดไม่ได้เป็นของพระ พระมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้โยมได้มาใช้ประโยชน์กัน ทีนี้โยมบางคนไปใช้ประโยชน์อย่างเดียว แต่ไม่ช่วยดูแล ซ่อมแซม บำรุง ดังนั้น ถ้าเห็นวัดสกปรก โยมก็ควรไปช่วยกันทำให้สะอาด ถ้ามันล้าสมัยก็ช่วยกันทำให้ทันสมัย ทีนี้เราก็ดูว่าลูกเขาชอบทำอะไร เช่น ชอบอ่านหนังสือ เราก็อาจจะสร้างห้องสมุดในวัด แต่ไม่ใช่ว่าชอบเกม ก็เอาเกมไปตั้งในวัดนะ (หัวเราะ) นอกจากนี้ก็ลองพูดให้ลูกเห็นประโยชน์ของการเข้าวัด เพราะถ้าเด็กไม่เห็นประโยชน์ เขาก็ไม่รู้จะเข้าวัดไปทำไม   บางคนก็ขยาดวัดไปเลย  เพราะเคยไปแล้ววัดมีแต่เครื่องรางของขลัง พ่อแม่ควรจะทำอย่างไรคะ […]

keyboard_arrow_up