ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรมวัดจากอะไร โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรม วัดจากอะไร โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ความสำเร็จของการปฏิบัติธรรม วัดได้จากอะไร เป็นสิ่งบ่งชี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้เทศนาธรรมเรื่องนี้ไว้ในหัวข้อว่า “หลักพุทธธรรมเพื่อการปฏิบัติธรรม” ซึ่งได้แสดงให้นิสิตปริญญาโท ภาควิชาสารัตถศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2532 การบรรยายธรรมเรื่องนี้คงช่วยตอบข้อสงสัยของนักปฏิบัติธรรมได้ไม่มากก็น้อย การตัดสินผลการปฏิบัติว่าใครก้าวหน้าไปแค่ไหน ใครเป็นผู้สำเร็จ ใครบรรลุอรหันต์หรือไม่ จะวัดกันด้วยอะไร เรามักจะตื่นเต้นกัน บางทีก็ตื่นเต้นด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เห็นท่านไหนมีอิทธิฤทธิ์ก็ฮือกันว่า โอ! ท่านคงจะสำเร็จแล้ว เป็นพระอรหันต์แล้ว ใครทำนั่นทำนี่ได้ก็เป็นผู้วิเศษ บางทีก็ตื่นกันว่าท่านผู้นั้นเข้าสมาธิได้ เห็นโน่นเห็นนี่ มองเห็นสวรรค์วิมาน แม้แต่ไปพบพระพุทธเจ้าได้ เป็นผู้สำเร็จ หรือบางทีเห็นผู้ที่ถือศีลเคร่งครัดมากเป็นพิเศษก็นึกว่านี่เป็นผู้สำเร็จ ทั้งหมดนั้นก็เป็นเรื่องที่มองกันไปต่าง ๆ แต่การตรวจสอบผลสำเร็จที่แท้จริงนั้นต้องวัดได้ที่ประสบการณ์ตรง ที่ในใจของทุกคนนี่เอง     พระพุทธเจ้าทรงเห็นแล้วว่า คนเรานี่จะเขวได้ง่าย จึงตรัสหลักในการตรวจสอบไว้ การตรวจสอบด้วยประสบการณ์ตรงก็คือ ให้ดูใจของตนเองว่ามีโลภ โกรธ หลงไหม แล้วละคลายไปได้แค่ไหน มีความก้าวหน้าในเรื่องนี้แค่ไหนเพียงไร มีความคิดประทุษร้ายต่อผู้อื่นหรือไม่ มีความเกลียดชังผู้อื่นหรือไม่ […]

บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย คำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

บุญไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย คำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พุทธศาสนิกชนต่างเคารพนับถือพระอริยสงฆ์รูปนี้ นอกจากพระคาถาศักดิ์สิทธิ์แล้ว คำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจ และเลื่อมใสอย่างยิ่ง สัมมารินน้ำชา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) หรือ หลวงพ่อโต เป็นผู้ที่มีเมตตาสูงมาก ว่ากันว่าใครขออะไรจากท่านมักจะไม่ผิดหวัง แม้แต่กัณฑ์เทศน์ท่านก็ให้ใครต่อใครได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันท่านไม่ค่อยถือตัวหรือติดในสมมติ ผู้คนจึงมองว่าท่านมีพฤติกรรมแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร หาว่าท่านเป็น “พระบ้า” ก็มี อย่างไรก็ตาม หากเป็นเรื่องความถูกต้องแล้ว ท่านเข้มแข็งมั่นคงมาก ไม่ยอมโอนอ่อนเลย แต่ก็มิใช่แข็งกระด้าง หากมีกุศโลบาย สมัยที่ท่านมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ได้รับนิมนต์เข้าไปเทศน์ในจวนของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางที่มีอำนาจที่สุดในเวลานั้น แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเกรงใจ เมื่อขึ้นธรรมาสน์ให้ศีลเสร็จ ก็เริ่มแสดงพระธรรมเทศนา ระหว่างนั้นขุนนางที่รับใช้สมเด็จเจ้าพระยาฯ รวมทั้งพวกที่มาจากหัวเมืองพากันหมอบกับพื้นฟังธรรมกันเป็นแถว ตรงข้ามกับสมเด็จเจ้าพระยาฯ กลับนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ ไขว่ห้างรินน้ำชาฟังเทศน์ หลวงพ่อโตจึงเทศน์ว่า “สัมมามัวรินกินน้ำชา มิจฉาหมอบก้มประนมมือ” สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้ยินก็โมโห ลุกเข้าเรือนไปทันที ส่วนหลวงพ่อโตก็ลงจากธรรมาสน์กลับวัดระฆัง ว่ากันว่าสมเด็จเจ้าพระยาฯ ขุ่นเคืองท่านอยู่นาน   […]

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนสวดมนต์ อย่างไรให้ใจเย็น 

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนสวดมนต์ อย่างไรให้ใจเย็น หลายคนอาจทราบว่าการสวดมนต์เป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมบางคนยิ่งสวดยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งสวดยิ่งมีแต่ปัญหาลองหาคำตอบนี้ไปด้วยกันจากคำสอนของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย กันค่ะว่า ท่านกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง 0 บทสวดมนต์ที่เราจะยึดเป็นหลัก วิธีปฏิบัติ ถ้าเรามีดอกไม้ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป ก็ให้กล่าวว่า อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ อันนี้เป็นคำบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ 0 ถ้าโน้มน้าวจิตของเราให้มีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อันดับต่อไปก็ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบทีหนึ่ง) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบทีหนึ่ง) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ […]

พระเอกหัวใจศิลา ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเรียบง่าย  

พระเอกหัวใจศิลา ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเรียบง่าย พระเอกหัวใจศิลา เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้ว  หลังจากหนุ่ม ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เปรยมาก่อนหน้านี้ว่าคิดจะบวชอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ  ถ้าเคลียร์คิวได้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา หนุ่มต่อได้เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เพื่อทดแทนพระคุณของบุพการี เป็นที่เรียบร้อย ที่วัดแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวและเพื่อนฝูง นักแสดงหนุ่มได้รับฉายาทางธรรมว่า “พระกิตติญาโณ” มีความหมายว่า “ผู้มีญาณเป็นเกียรติ” ทั้งยังมีความตั้งใจที่จะบวชเรียนเพื่อศึกษาธรรมะ แล้วลาสิกขากลับไปทำงานอีกครั้งช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562     โดยภายในงานอุปสมบทมีทั้งญาติ ๆ แฟนคลับ และ พี่ น้อง เพื่อนในวงการบางส่วนเดินทางมาร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วย ข่าวสดเผยว่า นักแสดงหนุ่มต่อ-ธนภพ ได้บวชที่วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดที่ครอบครัวของหนุ่มต่อมาทำบุญที่นี่บ่อยครั้ง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เคยเล่าให้ซีเคร็ตฟังว่า เมื่อก่อนเป็นเด็กเกเรมาก มีเรื่องชกต่อย เป็นคนอารมณ์ร้อน คุณพ่อคุณแม่เคยจ้างให้บวชเณร แต่เขาก็ไม่ยอมเพราะคิดว่าชีวิตนี้จะไม่คลุกคลีกับพระศาสนา จนกระทั่งช่วงหนึ่งของชีวิตทำให้เขาเปลี่ยนใจมาบวช ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วันหนึ่งเกิดอยากบวชขึ้นมา ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจ […]

หลักการฝึกสติพื้นฐาน ด้วยการหายใจเพื่อระงับอารมณ์

หลักการ ฝึกสติ พื้นฐาน ด้วยการหายใจเพื่อระงับอารมณ์ คุณสนใจไหม ถ้าวันนี้เราจะบอกคุณว่า เพียงแค่การหายใจที่ดีก็เป็นการ ฝึกสติ ที่ช่วยให้เราเกิดปัญญาอันชาญฉลาดที่จะหลุดพ้นจากอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นด้านลบทั้งปวง เริ่มสนใจแล้วใช่ไหม ลองมาดูกันว่าการฝึกสติด้วยลมหายใจ เขาทำกันอย่างไร เมื่อเราพร้อมด้วยสติและการพิจารณาภายใน ก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะนำการฝึกหายใจมาใช้กับสถานการณ์ใดก็แล้วแต่ที่เราคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจ เรื่องที่ไม่น่าพอใจ เรื่องที่เจ็บปวด หรือเรื่องที่ทำให้จิตใจว่อกแว่ก ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะกำลังเกิดขึ้น หรือบางอย่างที่ผุดขึ้นในใจเป็นความทรงจำหรือความคิดที่เราไม่อาจปล่อยวางได้ แม้แต่ในระหว่างที่เรานั่งปฏิบัติ จิตใจของเราก็ยังถูกรุมเร้าด้วยความทรงจำในอดีต ความรู้สึกในปัจจุบันและความคิดถึงเรื่องอนาคต ความคิดและอารมณ์ของเราถูกปลุกปั่นด้วยลมหายใจ ซึ่งเป็นเสมือน “ตัวบงการ” ที่พาจิตใจให้เคลื่อนที่ไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น มากกว่าที่จะเป็นผลจากสถานการณ์ภายนอก หาไม่แล้ว จิตใจก็คงสงบได้เพียงอยู่ในห้องเงียบ ๆ ปราศจากสิ่งรบกวน     จำไว้ว่า สิ่งที่อยู่ภายนอกเป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่อยู่ภายใน เราสามารถดึงสติมาใช้ในเวลาใดก็ได้ เพื่อช่วยสงบลมหายใจที่แปรปรวนจากอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขณะที่นั่งอยู่บนเบาะหรือเดินไปมาในชีวิตประจำวัน สติเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนอารมณ์ของเราได้อย่างดีเยี่ยม หากเรารู้จักบ่มเพาะสติอย่างเหมาะสม เพื่อให้เข้าใจว่าสติและการฝึกลมช่วยตัดวงจรการตอบสนองทางอารมณ์ที่ไม่ดีได้อย่างไร เราจะใช้ตัวอย่างความคิด หรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความโกรธอันเนื่องมาจากลมหายใจ เริ่มแรก เราเห็น หรือใจเราเกิดจดจำ หรือนึกถึงบางสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ขึ้นในทันทีทันใด สมมติว่าเราทุ่มเทวางแผนและปรุงอาหารมื้อพิเศษให้คนที่เรารัก แต่เมื่อเรานำมาให้ พวกเขากลับผลักจานออกแล้วบอกว่าไม่ชอบอาหารที่เราทำ และจะโทร.สั่งอาหารอื่นแทนดีกว่า   คลิกเลข 2 […]

เส้นทางของผู้มีบุญที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดย ส.ชิโนรส

เส้นทางของ ผู้มีบุญ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดย ส.ชิโนรส ท่าน ส.ชิโนรส หรือ พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ได้บอกเล่าถึง ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เข้าใจเรื่อง ผู้มีบุญ ผิด ซึ่งท่านได้ให้ความกระจ่างเรื่องเส้นทางของผู้มีบุญพึงเป็นอย่างไร หน้าที่การงานเครื่องบ่งชี้ความเป็นผู้มีบุญ ขอเรียกว่า “ท่าน” ท่านเคยรับราชการอยู่ในกรมกรมหนึ่ง ตำแหน่งสูงสุดคือ เลขานุการกรม ช่วงอยู่ในตำแหน่งนั้น มีบารมีมาก ลูกน้องบริวารมากมาย การเงินคล่องตัว ชีวิตช่างมีความสุข ท่านเล่าให้ฟังว่า เคยเป็นประธานทอดกฐินและผ้าป่าหลายครั้ง คงเป็นเพราะบุญกุศลนี้กระมัง จึงทำให้ได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ ชีวิตมนุษย์ไม่มีเหตุบังเอิญ ความสำเร็จและสุขล้วนเกิดจากบุญที่เคยทำไว้ บุญที่มนุษย์แต่ละคนเคยทำเป็นผู้เปิดสะพานให้มนุษย์เดินไปสู่จุดสูงสุดที่ตนต้องการ   เส้นทางของผู้มีบุญเป็นอย่างไร เส้นทางของผู้มีบุญเป็นดังนี้ มีผู้หนุนให้เข้าสู่วงการที่ทำให้แจ้งเกิดได้ วงการส่งเสริมความสามารถของบุคคลผู้นั้นให้เป็นที่ประจักษ์ เขาได้พบปะและคลุกคลีกับคนที่เป็นมืออาชีพในวงการนั้น ได้รับการศึกษาและอบรมจากผู้รู้หรือกูรูในวงการที่อยู่ จนกระทั่งมีความสามารถและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ประสบความสำเร็จด้านต่าง ๆ เช่น การเงิน ชื่อเสียง และอื่น ๆ     เส้นทางประสบความสำเร็จของผู้มีบุญทั้งทางโลกและทางธรรม เส้นทางผู้ที่เคยทำบุญไว้ดังกล่าว เป็นเส้นทางประสบความสำเร็จทางโลก ส่วนเส้นทางธรรมสำหรับผู้เคยทำบุญไว้ก็คล้าย ๆ […]

จักรแก้วของพระมหาจักรพรรดิ คือยานอวกาศแบบวาร์ปไดรฟ์

จักรแก้วของพระมหาจักรพรรดิ คือยานอวกาศแบบวาร์ปไดรฟ์ ดร.สรกานต์ ศรีตองอ่อนเสนอความเห็นว่า จักรแก้วของพระมหาจักรพรรดิ อาจเป็นยานอวกาศแบบวาร์ปไดร์ฟ ไว้ในงานเขียนที่มีชื่อว่า “พุทธจักรวาล” พุทธจักรวาล เป็นหนังสือธรรมะที่อธิบายเรื่องจักรวาลวิทยาผ่านมุมมองของฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนได้ตั้งข้อสมมติฐานได้ออกมาน่าสนใจในหลาย ๆ ประเด็น เช่น การอธิบายว่าโลกธาตุที่พระพุทธเจ้าตรัสน่าจะเป็นเอกภพ หรือตำแหน่งที่ตั้งของทวีปทั้ง 4 ในคติไตรภูมิ น่าจะเป็นดาวที่อยู่ในกาแล็กซี แม้กระทั่งอิทธิฤทธิ์ของพระเถระที่เหาะไปยังที่ต่าง ๆ เพียงช่วงแวบเดียวแล้วมาถึงที่หมายทันที เรื่องนี้ก็สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีทางฟิสิกส์     หลายท่านอาจคุ้นว่า พระมหาจักรพรรดิจะครอบครองรัตนะ 7 ประการ จักรแก้วก็เป็น 1 ใน 7 รัตนะเช่นกัน ทำไมดร.สรกานต์จึงตั้งข้อสังเกตว่า จักรแก้ว อาจเป็นยานอวกาศแบบวาร์ปไดร์ฟ ในอรรถกถามหานิทานสูตรระบุว่า พระมหาจักรพรรดิราชทรงใช้จักรแก้วเป็นพาหนะไปในทวีปทั้ง 3 ซึ่งได้มีมนุษย์ในดินแดนนั้นเดินทางมายังชมพูทวีปด้วย จากนั้นพระองค์ทรงท่องเที่ยวไปในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาและดาวดึงส์ ท้าวสักกเทวราชยอมแพ้พระบารมีมอบราชสมบัติอันเป็นทิพย์ให้ครอบครอง เมื่อพำนักเสวยกามทิพย์อยู่นานจนกระทั่งร่างกายของมนุษย์กลายเป็นทิพย์แบบเทวดา พอเสด็จกลับไปโลกมนุษย์ เมื่อความเป็นมนุษย์กลับมา ก็ทรงไม่สามารถปรับสภาพได้จึงทำให้พระองค์สวรรคตทันที เมื่อพระมหาจักรพรรดิสวรรคต จักรแก้วก็หายไปด้วย ทำให้มนุษย์ในทวีปทั้ง 3 ที่ติดตามมาไม่สามารถกลับบ้านเกิดของตนได้ ต้องอาศัยอยู่ในชมพูทวีปต่อไป   คลิกเลข […]

ยิ่งเรียนพุทธศาสนายิ่งไม่รู้พุทธศาสนา โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ยิ่ง เรียนพุทธศาสนา ยิ่งไม่รู้พุทธศาสนา โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวถึงเรื่อง “ยิ่ง เรียนพุทธศาสนา ยิ่งไม่รู้พุทธศาสนา ” ไว้ใน “เมื่อผีหัวเราะ” ท่านแสดงธรรมนี้ไว้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2509 เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าทำไมท่านพุทธทาสภิกขุถึงมองว่า ยิ่งเรียนก็ยิ่งไม่รู้พุทธศาสนา ในแวบแรกทำให้นึกถึงพระเถระสมัยพุทธกาลซึ่งปรากฏในอรรถกถาธรรมบทชื่อว่า “โปฐิลเถระ” พระเถระรูปนี่้เป็นพระภิกษุที่เก่งมาก เพราะสามารถจำพระไตรปิฎกและอรรถกถาได้ทั้งหมด แต่พระพุทธเจ้ากลับทรงเรียกพระรูปนี้ว่า “คุณใบลานเปล่า” เมื่อพระพุทธองค์ทรงเรียกพระโปฐิลเถระด้วยฉายานี้มากขึ้น พระเถระจึงคิดขึ้นได้ว่าคงต้องปฏิบัติบ้างเสียแล้ว จึงจัดบาตรและของใช้เท่าที่จำเป็นออกธุดงค์พร้อมกับกลุ่มพระภิกษุ พระโปฐิลเถระขอร้องให้พระสังฆเถระช่วยลดมานะ (ความถือว่าตนสำคัญ) ของตน พระสังฆเถระจึงให้พระโปฐิลเถระไปยังสำนักของพระอนุเถระ และท่านก็บอกให้ไปสู่สำนักของสามเณรที่มีอายุเพียง 7 ขวบ ให้เป็นอาจารย์ สังเกตว่าพระโปฐิลเถระผู้ถือว่าตนเก่งทรงพระไตรปิฎกและอรรถกถาได้ทั้งหมด พระผู้ใหญ่ 2 รูปทราบกิตติศัพท์ของพระโปฐิลเถระดีว่าเป็นผู้มีมานะอย่างไร ทางเดียวคือต้องลดมานะด้วยการไปเป็นศิษย์ของผู้ที่ต่ำกว่าคือสามเณร     และในที่สุดมานะก็ได้หายไป สามเณรชี้แนะพระโปฐิลเถระโดยกล่าวว่า “ตัวเหี้ยตัวหนึ่งเข้าไปในจอมปลวกที่มีช่อง 6 ช่อง คนหมายจะจับมัน จึงอุดทุกช่องไว้จนเหลือช่องเดียว แล้วจับมันจากช่องที่มันเข้าไป จอมปลอกก็เหมือนร่างกายของคนเรา การอุดช่องที่ 5 คือการปิดอายตนะ ตา […]

ธรรมะเป็นเครื่องวัดความสำเร็จ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ธรรมะเป็นเครื่องวัดความสำเร็จ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ธรรมะเป็นเครื่องวัดความสำเร็จ เป็นธรรมเทศนาที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์แสดงไว้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2523 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงแม้ท่านจะแสดงไว้นานแล้ว แต่ธรรมเทศนานี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง   ธรรมะเป็นเครื่องวัด ยิ่งกว่านั้นวัฒนธรรมและอารยธรรมที่บรรพบุรุษมนุษยชาติได้สั่งสมสืบทอดมาก็จะบังเกิดผลงอกเงย ไม่ว่างเปล่าเป็นหมันเสีย อาจกล่าวได้โดยไม่ผิดว่า ธรรมะซึ่งหมายถึงการนำมนุษย์เข้าถึงความจริง และการยังความดีงามให้เป็นไปในสังคมนี้ เป็นเครื่องวัดหรือเป็นตัวกำหนดความสำเร็จผลที่แท้จริงแห่งวัตถุประสงค์ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย และการมีมหาวิทยาลัย เท่าที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่า ธรรมะมีคุณค่าต่อชาวมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในทางปฏิบัติคุณค่าของธรรมย่อมขึ้นกับความต้องการ กล่าวคือ ความต้องการธรรมเป็นเครื่องบ่งชี้คุณค่าของธรรม แต่บางคราวความต้องการอาจมีอยู่โดยที่ผู้มีความต้องการไม่รู้ตัวว่าตนมีความต้องการก็ได้ เหมือนอย่างคนจำนวนมากไม่รู้ตระหนักถึงคุณค่าของอากาศที่ตนหายใจหล่อเลี้ยงชีวิต   0 สังคมต้องการธรรม ความต้องการนั้นมักแสดงออกมาให้เห็นในบางโอกาสและบางส่วนบางแง่ที่ขาดแคลน เช่น บางคราวมีคนร่ำร้องหาความชอบธรรม ความเป็นธรรม ความยุติธรรม บางแห่งเราเห็นคนต้องการเมตตาธรรม ไมตรีธรรม มนุษยธรรม บางทีเรารู้สึกกันว่าสังคมต้องการศีลธรรม สุจริตธรรม สันติธรรม บางคนว่าเขาต้องการขันติธรรมและคารวธรรม รวมทั้งธรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยคำว่าธรรม เช่น เสรีภาพ ความเสมอภาค ความเผื่อแผ่ แบ่งปัน สติสัมปชัญญะ […]

การทำงานของไตรสิกขา โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

การทำงานของไตรสิกขา โดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) ไตรสิกขา ประกอบด้วยองค์ธรรม 3 ประการคือ ศีล สมาธิ และปัญญา การปฏิบัติตามคำสอนนี้ต้องเริ่มต้นจากศีล ไปสมาธิ และปัญญาหรือไม่ วันนี้พระราชญาณกวีจะมาไขความกระจ่างเรื่อง การทำงานของไตรสิกขา ปุจฉา : ไตรสิกขา ประกอบด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา องค์ธรรมที่ 2 และ 3 (สมาธิและปัญญา) เป็นองค์ธรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะทำสมาธิย่อมทำให้เกิดปัญญา แต่ทำไมศีลจึงเป็นองค์ธรรมแรก หรือบันไดขั้นแรกของไตรสิกขา ซึ่งศีลไม่น่าจะทำให้เกิดสมาธิและปัญญาได้เลย วิสัชชนา : สังคมไทยเป็นเมืองพุทธ ศึกษาและรู้จักไตรสิกขามาอย่างยาวนาน พระพุทธศาสนายกย่องไตรสิกขาว่าเป็นคำสอนที่มีความสำคัญมาก ไตรสิกขาเริ่มต้นที่ ศีล สมาธิ และปัญญา จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าไตรสิกขานี้ทำงานแบบขั้นบันได เริ่มจากศีล กลายเป็นสมาธิ พอเป็นสมาธิแล้วจึงเกิดปัญญาตามมา   แต่ที่จริงแล้วองค์ธรรมทั้ง 3 นี้ทำงานพร้อมกัน ไม่มีอะไรเริ่มก่อนกัน แต่เป็นการทำงานที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ขาดอันใดอันหนึ่งไปก็จะทำงานไม่ได้ จะเปรียบก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่จะต้องมีฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ หรือโทรศัพท์มือถือที่ต้องมีซิมการ์ด […]

อยู่ด้วยการรู้เท่าทันว่าเป็นธรรมดาของชีวิต โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

อยู่ด้วยการ รู้เท่าทัน ว่าเป็นธรรมดาของชีวิต โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) การอยู่ด้วยการ รู้เท่าทัน ตรงกับคำว่า สัมปชัญญะ คำนี้มีความหมายว่า “รู้ตัวทั่วพร้อม” เป็นองค์ธรรมที่เกื้อกูลกับสติ หรือเรียกได้ว่า เป็นธรรมที่เอื้อกับสติ จึงเรียกสององค์ธรรมนี้ติดกันว่า “สติสัมปชัญญะ” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) แสดงธรรมเรื่อง “การอยู่ด้วยการรู้เท่าทันธรรมดาของชีวิต” ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในหัวข้อเรื่อง “ระลึกถึงความตาย และวิธีปฏิบัติให้ถูกต้องต่อความตาย” ท่านกล่าวถึงเรื่องการอยู่ด้วยการรู้เท่าทันธรรมดาของชีวิตไว้ว่า พระพุทธศาสนาสอนและฝึกฝนมนุษย์ เพื่อให้พัฒนาศักยภาพตนเองจากปุถุชนไปสู่ความเจริญก้าวหน้า (อริยบุคคล) ต้องอาศัยคุณธรรมเป็นอนุสติ (การระลึก) เพื่อให้เตือนใจตนเอง และพัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดคือ การรู้เท่าทันว่าเป็นธรรมดา และ  การมีปัญญารู้เท่าทันตามเหตุและปัจจัย     สำหรับมรณานุสติ หรือมรณสติ ทำให้เข้าใจว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่คู่กับความเกิด เกิดแล้วต้องดับ เมื่อเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดา ก็จะทำให้สบายใจ คลายทุกข์ เมื่อเข้าใจความตายเป็นแบบนี้แล้ว ควรระลึกได้ว่า ความตายนั้นเป็นสิ่งที่แน่นอน แต่จะมาถึงเราในวันไหนนั้นยังไม่แน่นอน อาจช้าหรือเร็วก็ได้ ฉะนั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ขอให้เร่งขวนขวายทำกิจหน้าที่ และความดีต่าง ๆ […]

สิงคาลมาณพ : ชายหนุ่มผู้ไหว้ทิศ 6 ตามคำสั่งของบิดา

สิงคาลมาณพ : ชายหนุ่มผู้ไหว้ ทิศ 6 ตามคำสั่งของบิดา   ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงส่งพระภิกษุ 60 รูป ไปเผยแผ่พระธรรมทั่วทุกสารทิศ ส่วนพระองค์เองเสด็จไปยังตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ เพื่อทรงโปรดชฏิล 3 พี่น้อง รวมทั้งบริวารอีก 1000 ตน ให้น้อมรับสัจธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบ จึงได้พระภิกษุเพิ่มขึ้นมาอีกพันรูปเพื่อกลายเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล ทิศ 6  พระพุทธองค์เสด็จยังกรุงราชคฤห์ตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระเจ้าพิมพิสารว่า หากตรัสรู้แล้วจะกลับมาโปรดพระองค์ พระเจ้าพิมพิสารทรงต้อนรับพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี ทั้งยังโปรดให้จัดเตรียมสถานที่ให้ชนทั้งหลายมาฟังธรรมในสวนตาลหนุ่ม เมื่อพระเจ้าพิมพิสารสดับธรรมแล้วทรงเกิดความเลื่อมใสแล้วน้อมรับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง และถวายสวนเวฬุวัน (สวนไผ่) ของพระองค์ให้เป็นอารามแห่งแรกของพระพุทธศาสนา     เช้าวันหนึ่ง ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ พระองค์ทรงพบกับชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ไม่ต่างจากคนที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำ เขาชือว่า “สิงคาลมาณพ” กำลังโน้มตัวกราบไปยังทิศต่าง ๆ อยู่บนถนน แล้วโปรยเมล็ดข้าวไปในทิศทั้ง 4 เบื้องบน และเบื้องล่าง พระพุทธองค์ทอดพระเนตรสังเกตกิริยาอันแปลกประหลาดของชายหนุ่มว่าเขากำลังประกอบพิธีกรรมอะไรอยู่ เมื่อเขาทำพิธีเสร็จพระพุทธเจ้าทรงถามเขาว่า “ทำไมเธอจึงทำเช่นนี้” สิงคาลมาณพตอบพระองค์ว่า ” ข้าพเจ้าทำเช่นนี้เพราะเป็นสิ่งที่บิดาได้สั่งไว้ก่อนสิ้นลมหายใจ ว่าต้องทำเช่นนี้ในทุกเช้า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้าย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ […]

สุญญตาทาน : ทานแห่งความว่างที่ไม่ต้องมีผู้ให้และผู้รับ โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

สุญญตาทาน : ทานแห่งความว่างที่ไม่ต้องมีผู้ให้และผู้รับ โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวถึงเรื่อง ” สุญญตาทาน ” ไว้ใน “ทานกถา หลักปฏิบัติเกี่ยวกับทานบริจาค” ท่านแสดงธรรมนี้ไว้เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2514 เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่อาจเข้าใจยากสักหน่อย เพราะเป็นธรรมที่ละเอียดลึกซึ้ง สลายความมีให้กลายเป็นความไม่มี แต่อย่างไรก็ตามสุญญตาทานเป็นทานประเภทหนึ่งที่ท่านพุทธทาสภิกขุอธิบายไว้อย่างน่าสนใจมาก ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า สุญญตาทานเป็นคำที่ไม่มีปรากฏในพระไตรปิฎก เป็นศัพท์ที่ท่านตั้งขึ้นมา เป็นความสามารถเฉพาะตนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของท่าน คือการเล่นคำกับความหมาย เพื่อให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในโลกียธรรม (ธรรมะระดับโลก) และโลกุตตรธรรม (ธรรมะระดับเหนือโลก) โดยความหมายของ “ทาน” แปลว่า “ให้” มักมาคู่กับคำว่า “บริจาค” แต่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่าตามจริงแล้ว ทาน และ บริจาค มีความหมายที่ต่างกัน บริจาค หมายถึง “การสละออกไปรอบด้าน” (จาคะ แปลว่า สละ ส่วนบริ แปลว่า รอบด้าน) ตรงข้ามกับคำว่า “ปฏินิสสัคคะ” แปลว่า “ให้คืน” หากเข้าใจความหมายศัพท์พระ […]

วังคีสะ หมอดูผู้พยากรณ์ชาติหน้าของคนตายด้วยหัวกะโหลก

วังคีสะ หมอดูผู้พยากรณ์ชาติหน้า ของคนตายด้วยหัวกะโหลก สมัยพุทธกาลมีหมอดูที่มีวิธีการทำนายที่ประหลาดมาก เขาจะพยากรณ์ว่าคนตายไปเกิดเป็นอะไรอยู่ที่ไหนด้วยหัวกะโหลกของคนตายคนนั้น  หมอดูคนนี้มีชื่อว่า ” วังคีสะ ” เขาเกิดในตระกูลพราหมณ์ ศึกษาพระเวทจนแตกฉาน นับว่าเป็นคนหนึ่งที่เก่งมากเลยทีเดียว แต่ด้วยความชอบศึกษาเรื่องอาถรรพ์ จึงเชี่ยวชาญในการพยากรณ์คนตายว่าตายแล้วไปเกิดเป็นอะไรเพียงแค่ใช้นิ้วเคาะลงที่กะโหลกเท่านั้น เขายึดวิชานี้หาเลี้ยงชีพจนร่ำรวย สามารถตั้งเป็นกลุ่มช่วยกันทำงานตระเวณไปตามเมืองต่าง ๆ ในชมพูทวีป ใคร ๆ ก็สนใจเพราะเป็นศาสตร์พยากรณ์ที่แปลก แล้วแถมยังได้รู้อีกว่าคนที่ตนเองรัก ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ตอนนี้ไปเกิดอยู่ที่ไหน     วันหนึ่งกลุ่มของวังคีสะเดินทางมาถึงกรุงสาวัตถี แล้วพักอยู่ในบริเวณที่ไม่ไกลจากพระเชตวันวิหาร ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้ามากนัก กลุ่มของวังคีสะแปลกใจที่เห็นชาวบ้านถือถาดดอกไม้ และข้าวของเดินทางผ่านกลุ่มตนไป จึงตะโกนถามชาวบ้านไปว่า “พวกท่านกำลังจะไปที่ใดกัน” ชาวบ้านตอบกลับว่า “เรากำลังไปฟังเทศน์ที่พระเชตวันวิหาร” กลุ่มของวังคีสะจึงชักชวนว่า “นำเครื่องสักการะเหล่านั้นมาให้ท่านวังคีสะเสียดีกว่า ท่านเป็นผู้ที่สามารถพยากรณ์ได้ว่า คนตายไปแล้วไปเกิดเป็นอะไร แล้วไปเกิดอยู่ที่ไหน” ชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่มีผู้ใดรู้เท่าเทียมพระพุทธเจ้าของเราได้หรอก” ทันใดนั้นจึงเกิดการตอบโต้จนกลายเป็นการวิวาทอย่างไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะยอมเลิกรา กลุ่มของวังคีสะก็อยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าจะทรงรู้แจ้งถึงเรื่องการเกิดของคนตายอย่างวังคีสะหรือไม่ จึงรีบพากันไปพระเชตวันวิหาร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยญาณถึงการมาเยือนของกลุ่มวังคีสะ ผู้พยากรณ์เรื่องชาติหน้าด้วยหัวกะโหลกของคนตาย จึงทรงโปรดให้นำหัวกระโหลกของคนตายมา  5 […]

เจริญเมตตาในช่วงระยะเวลาอันสั้น ได้อานิสงส์ขนาดนี้เชียวหรือ ?

เจริญเมตตา ในช่วงระยะเวลาอันสั้น ได้อานิสงส์ขนาดนี้เชียวหรือ ? การ เจริญเมตตา หมายถึง การแผ่ขยายไปยังสรรพสัตว์อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีประมาณ การเจริญเมตตาเป็นการภาวนาองค์ธรรมหนึ่งในพรหมวิหาร 4 ความเมตตาไม่ต่างจากน้ำที่ดับเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว เมตตาสามารถทำให้เกิดปัญญาได้เช่นกัน แล้วปัญญานี้ก็เป็นเครื่องดับความโกรธได้อีกด้วย เพราะเมื่อเกิดความเมตตา ความเข้าอกเข้าใจก็จะเกิดตามมา กลายเป็นปัญญาในการประเมินว่าสิ่งที่เขากระทำต่อเรานั้น เป็นเพราะเขาอาจมีปม มีความหลังที่ไม่ดี จึงแสดงการกระทำที่ไม่ดีต่อเรา หลายคนอาจจะมองว่าการเจริญเมตตานั้น ต้องเจริญนาน ๆ ใช้เวลามาก แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า เจริญเมตตาเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ได้อานิสงส์มหาศาลเช่นกัน ซึ่งพระองค์ตรัสไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า “โอกขาสูตร”     ครั้งพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ที่ท่านอนาถบิณฑิตเศรษฐีสร้างถวายเป็นพระอารามในพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงสอนเรื่องการเจริญเมตตาแก่เหล่าพระภิกษุว่า “ภิกษุท้้งหลาย ผู้ใดพึงให้ทานถึง 100 หม้อ ในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ผู้ใดเจริญเมตตาเท่าเพียงชั่วการหยดของน้ำนมจากเต้าของแม่วัว ในตอนเช้า กลางวัน และเย็น (รศ.ดร.นฤมล มารคแมน ใช้คำว่า “รีดน้ำนม” ซึ่งทำให้เห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น) การเจริญเมตตาจึงมีผลเท่ากับการทำทานด้วย 100 หม้อ […]

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แห่งสวนโมกข์ ความงดงามที่ทำให้เจริญในธรรม

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แห่งสวนโมกข์ ความงดงามที่ทำให้เจริญในธรรม หากถามว่าเมื่อพูดถึงสวนโมกข์ ไชยา จะนึกถึงอะไรบ้างนอกจากท่านพุทธทาสภิกขุ คงเป็น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แห่งสวนโมกข์ พระองค์นี้ที่เรียกได้ว่า เป็นเอกลักษณ์ของสวนโมกข์ ไชยา ก็ว่าได้   0 พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์แห่งเมตตา พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ในคติพระพุทธศาสนามหายานและวัชรยาน เป็นสัญลักษณ์และบุคลาธิษฐานแห่งความเมตตา พระสูตรมหายานกล่าวว่าพระองค์เกิดจากความเมตตาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอดีต ด้วยความเมตตาที่เป็นส่วนหนึ่งของพระองค์จึงทำให้ทรงช่วยเหลือสรรพสัตว์จนกว่าจะเข้าถึงฝั่งพระนิพพานทั้งหมด แล้วพระองค์จึงจะยอมตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นผู้ปิดประตูแห่งสังสารวัฏ   0 พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กับศรีวิชัย ในพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มีหลักฐานปรากฎของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรเก่าแก่ที่มีชื่อว่า “ศรีวิชัย” หรือที่ท่านพุทธทาสภิกขุเรียกว่า “ศิริวิชัย” ในสมุดบันทึกของท่านเอง แสดงให้เห็นว่าท่านพุทธทาสภิกขุนอกจากจะปราดเปรื่องทางธรรมแล้ว ยังมีความสนใจในทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีดังที่เขียนบันทึกไว้ในหัวข้อว่า “ทำไมอุตริเป็นนักโบราณคดี?” อีกด้วย หลักฐานที่ปรากฏถึงความรุ่งเรืองของศรีวิชัยคือ ซากศาสนสถานทั้งพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และวัตถุโบราณอย่างพระพุทธรูป ธรรมจักร และเทวรูป ฯลฯ รูปปั้นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ที่ท่านพุทธทาสภิกขุให้พระโกวิท (เขมานันทะ) ปั้นขึ้นนั้น มีแบบมาจากพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์สำริดที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพบในขณะที่เสด็จประพาสแหลมมาลายู     ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวถึงตอนที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพพบพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า “อวโลกิเตศวร………. พบที่สนามหญ้าตรงหน้าบริเวณกำแพงพระบรมธาตุออกไป สมเด็จกรมพระยาดำรงเสด็จมาพบด้วยพระองค์เอง. ผู้ที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ในเวลานั้น เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านทอดพระเนตรเห็นตั้งแต่บนหลังช้าง ช้างยังไม่ทันจะทรุดตัวลงอย่างเรียบร้อย […]

พระคาถา ชินบัญชร บทสวด พร้อมคำแปล อัญเชิญพระพุทธคุณเป็นปราการกันภัย

พระคาถา ชินบัญชร บทสวด พร้อมคำแปล อัญเชิญพระพุทธคุณเป็นปราการกันภัย พระคาถา ชินบัญชร เป็นพระคาถาที่ชาวพุทธนิยมสวดและภาวนามากที่สุด โดยเฉพาะสำนวนสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม พระคาถานี้อัญเชิญพระพุทธคุณเป็นปราการป้องกันภัยพาล การสวดพระคาถาชินบัญชร บทสวด พร้อมคำแปล นอกจากได้บุญจากการสวดมนต์แล้ว ยังทำให้เข้าใจความหมายของมนต์ เป็นการเจริญสติปัญญาไปในตัวอีกด้วย   ชะยาสะนากะตา พุทธา       เชตวา มารัง สะวาหะนัง    จะตุสัจจาสะภัง ระสัง     เย ปิวิงสุ นะราสะภา พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงชนะมารและเหล่าเสนา ทรงเป็นผู้องอาจหาญกล้า ทรงเป็นผู้ประเสริฐแห่งนรชน ทรงดื่มอมตรสแห่งอริยสัจ 4 ประการแล้ว   ตัณหังกะราทะโย พุทธา      อัฏฐะวีสะติ นายะกา  สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง       มัตถะเกเต มุนิสสะรา พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นอาทิ ทรงเป็นผู้นำโลก พระจอมมุนีทุกพระองค์นั้น ขอจงสถิตประทับบนกระหม่อมของข้าพเจ้า […]

บิล เกตส์กับการทำสมาธิ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาไปแล้ว

บิล เกตส์กับการทำสมาธิ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาไปแล้ว บิล เกตส์กับการทำสมาธิ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือชื่อดังเล่มหนึ่ง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อตอนเขาอายุ 25 ปี เขาคงไม่อ่านเล่มนี้แน่ ๆ แต่หนังสือเล่มนี้กลับเป็นประตูที่ทำให้เขาและภรรยาเข้ามาสู่การทำสมาธิ และตอนนี้ การทำสมาธิ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของเขาไปแล้ว หนังสือมหัศจรรย์ที่ทำให้มหาเศรษฐีระดับโลก อย่าง บิล เกตส์ หันมาสนใจการทำสมาธิเป็นงานเขียนของแอนดี้ พุดดิคอมบ์ ชื่อว่า “คู่มือเฮดสเปซเพื่อการฝึกสมาธิและการสร้างสติ” (The Headspace Guide to Meditation and Mindfulness)     แต่ประวัติของผู้เขียนคนนี้กลับไม่ธรรมดาเลย เขาเล่าเรื่องราวของเขาที่ได้มารู้จักกับการทำสมาธิผ่าน TED (www.ted.com) เวทีที่ให้คนดังที่มีชือเสียง หรือคนที่เป็นที่รู้จักขึ้นมาพูดเรื่องอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ภายในระยะเวลาเพียง 10 นาที เขาได้รู้จักและเรียนรู้การทำสมาธิครั้งแรกตอนอายุ 11 ปี เขาเข้าใจว่าการทำสมาธิคือการที่เรานั่งขัดสมาธิลงกับพื้น แล้วจุดธูป หรือฝึกเจริญสติกับการชงชา และห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ตลอดการปฏิบัติ แต่แม่ของเขากลับทำได้ เขาจึงตามไปทำสมาธิเป็นเพื่อนคุณแม่ ด้วยความที่ตอนนั้นเขายังเด็กมาก แล้วได้ชมภาพยนตร์แนวกังฟูมา 2-3 เรื่อง จึงคิดว่าการทำสมาธิสามารถทำให้เขามีวิชาตัวเบาได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการทำสมาธิจะสามารถช่วยเยียวยาจิตใจได้ […]

keyboard_arrow_up