คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

คิดบวก คือคิดอย่างไร ธรรมะดี ๆ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี เดี๋ยวนี้ได้ยินแต่คำว่า “คิดบวก” อยู่บ่อย ๆ เลยอยากทราบว่าการคิดบวกคือคิดอย่างไร การคิดบวกจะทำให้เราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงใช่หรือไม่ ในสถานการณ์อย่างไรจึงจะใช้การคิดบวก บางคนก็ประณามการคิดบวกว่าเป็นวิธีคิดของคนสิ้นคดิ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ครับ จากนักศึกษาไทยในออกซฟอร์ด การคิดบวกอาจอนุโลมเรียกว่าเป็นวิธีคิดอย่างหนึ่งในพุทธธรรมได้เหมือนกัน โดยมีชื่อเรียกว่า “อุปปาทกมนสิการ” แปลว่า “การคิดให้เกิดกุศลธรรม” หรือ “การคิดเพื่อให้เกิดประโยชน์” หลักทั่วไปมีอยู่ว่า ให้เรารู้จักมองหาแง่ดี แง่งาม แง่ที่เป็นประโยชน์ของสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้พบ แล้วพยายามใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นให้ได้ ขั้นตอนของการคิดบวกมีอยู่สองขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เป็นการมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง แล้วพยายามแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นจริงให้ได้อย่างถึงที่สุดก่อน แต่ถ้าหากพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้เลย จึงมาถึงขั้นตอนที่ 2 คือเริ่มใช้การคิดบวกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ขั้นตอนที่ 2 คือ เมื่อพยายามแก้ปัญหาตามความเป็นจริงจนสุดความรู้ความสามารถแล้ว แต่กลับพบว่าเหตุปัจจัยที่ขวางอยู่ตรงหน้านั้นใหญ่โตหรือยากเย็นเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ แทนที่เราจะเป็นฝ่ายยอมจำนน หรือยอมรับสภาพอย่างจนมุมและอยู่กับปัญหาแบบหมดอาลัยตายอยาก เรากลับลุกขึ้นมา ปรับวิธีคิดและปรับมุมมองของเราใหม่ เพื่อที่จะเผชิญกับความเป็นจริงในเชิงสร้างสรรค์ พูดง่าย ๆ ว่า […]

“อย่ายอมให้คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

“อย่ายอมให้ คอร์รัปชัน กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ” ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี ถาม : ดิฉันทำงานอยู่แผนกจัดซื้อในโรงพยาบาลของรัฐ โดยมีหัวหน้าแผนกและพนักงานขายร่วมกันทุจริตในการซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์มานานแล้ว ดิฉันรู้เห็น แต่ไม่เคยมีส่วนได้เสียเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ เพราะแม้แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ยังมีส่วนแบ่ง ดิฉันไม่ทราบจะไปร้องเรียนที่ไหน หรือว่าจะลาออกดี แต่อายุขนาดนี้แล้วก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไร รู้สึกบาปมากค่ะ ตอบ : ในฝ่ายพระสงฆ์ของเรานั้นว่ากันว่า ถ้าเห็นผู้อื่นทำผิดวินัยแล้วเราเฉย ๆ ก็เท่ากับว่าเราเองกำลังมีส่วนผิดด้วย เพราะความเสียหายที่คนอื่นทำนั้น บางทีไม่ได้เกี่ยวกับเราก็จริงอยู่ แต่มันเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนรวมของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งการที่เราเฉยก็เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย ไม่ทราบว่าคุณเคยได้ยินคำกล่าวทำนองนี้บ้างหรือไม่ “หากเราไม่ร่วมแก้ปัญหา เราก็คือส่วนหนึ่งของปัญหา” แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งมนุษย์เราก็มีปัญหาเรื่อง “ความมั่นคง” ของชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในกรณีของคุณก็เช่นกัน บางทีการพูดออกไปก็หมายถึงอันตรายที่จะเกิดกับตัวเอง แต่หากเฉยไว้ ๆ ประเทศชาติก็เสียหายจากปัญหาทุจริตไม่จบไม่สิ้น ทางสายกลางในเรื่องนี้ก็คือ ควรหาทางแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเรื่องการทุจริตนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวเองก็ได้ โดยวิธีนี้คุณเองก็ปลอดภัย และยังสามารถแก้ปัญหาได้อีกด้วย ซึ่งการทำเช่นนี้คือการแก้ปัญหา ส่วนการอยู่เฉย ๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นั่นแหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “คนชั่วยังคงลอยนวล” อยู่ทั่วไป และทำให้ การคอร์รัปชันกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมไทยที่แตะไปยังวงการไหนก็มีเหมือนกันหมด หากเราคนไทยยังคงเย็นชากับปัญหา […]

ที่มาของ วันโกน วันพระ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ – ว.วชิรเมธี

ANSWER KEYS – 5 วันเลี้ยงท้อง 2 วันเลี้ยงใจ โดย ว.วชิรเมธี 1. วันพระ เป็นวันอะไร มีความสำคัญและประวัติความเป็นมาอย่างไรคะ 2 .ศีล 8 โดยเฉพาะข้อที่ 7 ในส่วน “เว้นการทัดทรง ตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้ ของหอม เครื่องทา” “เครื่องทา” ที่ว่านี้หมายถึงอะไรบ้างคะ เวลาไปปฏิบัติธรรมในหน้าร้อน ภายในวัดอากาศอบอ้าวมาก ก่อนนอน จึงทาแป้งเย็นเพื่อให้คลายร้อน จะได้นอนหลับได้ จะผิดศีลไหมคะ   วันพระคือวันที่ตรงกับขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ ตามหลักการนับวันทางจันทรคติ วันก่อนที่จะถึงวันพระเราเรียกว่าวันโกน (เดือนหนึ่งพระจะโกนผมหนึ่งครั้งในวันขึ้นหรือแรม 14 ค่ำ แต่วันขึ้นหรือแรม 7 ค่ำก็อนุโลมเรียกว่าวันโกนได้เหมือนกัน) สำหรับความเป็นมานั้น คัมภีร์เล่าไว้ว่า แต่เดิมพระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงกำหนดวันโกน – วันพระเอาไว้ว่าต้องเป็นวันนั้นวันนี้ แต่ต่อมาชาวพุทธในสมัยนั้นเห็นว่า ศาสนาอื่นที่ร่วมสมัยยังกำหนดวันนั้นวันนี้เป็นวันฟังธรรมเป็นกรณีพิเศษเป็นครั้งคราว ทำไมพุทธศาสนาไม่มีวันเช่นนั้นบ้าง […]

วิธีตอบแทนพ่อแม่ ระดับสูง…หนทางสู่การเป็น “ที่สุด” แห่งความกตัญญู

ท่านว.วชิรเมธี กล่าวว่า วิธีตอบแทนพ่อแม่ นั้น เราทำได้สองระดับด้วยกัน คือ ระดับพื้นฐาน และระดับสูง ลูกคนไหนทำได้อย่างนี้ นี่คือ ที่สุดแห่งความกตัญญู

ทุกการฆ่าล้วนเป็นบาป บทความธรรมะดี ๆ โดย ท่านว.วชิรเมธี

การทำเมตตาฆาตเป็นบุญหรือบาป เพราะในการเป็นสัตวแพทย์มีการทำ เมตตาฆาต คือ การทำให้สัตว์ตายโดยสงบอย่างไม่ทรมาน เนื่องจากสัตว์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย อาการหนัก ระบาดติดสู่คนและสัตว์อื่นได้ เช่น การฆ่า ไก่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก การฆ่า วัวเพื่อป้องกันโรควัวบ้า ซึ่งการฆ่าสัตว์เลี้ยงที่ป่วยหนักและไม่มีเจ้าของดูแลนั้นในต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องปกติ การค้าขายสัตว์เพื่อบริโภค เพื่อเลี้ยงดู เพื่อใช้แรงงาน เหล่านี้เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้หรือไม่ เพราะเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามค้าขายสิ่งมีชีวิตนั้นหมายถึงมนุษย์เท่านั้น การฆ่าด้วยเมตตา เรียกว่า “การุณยฆาต” (Mercy Killing) หรือจะเรียกว่าเมตตาฆาตก็ไม่ผิด ทั้งสองคำนี้แปลว่า “การฆ่าด้วยเมตตา” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ตามลำดับ แต่ถ้าจะให้เลือกเอาสักคำหนึ่งก็ควรเป็น “การุณยฆาต” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ในวงการแพทย์หรือวงการชีวจริยธรรม ซึ่งมักตั้งคำถามต่อเรื่องทำนองนี้ก็ใช้คำว่า “การุณยฆาต” มากกว่าเมตตาฆาต เพราะเมตตาเป็นเพียงคุณภาพของจิตที่ปรารถนาจะให้สรรพสัตว์เป็นสุข หรือเป็นการวางจิตให้มีความเป็นมิตรต่อสรรพสัตว์ทั้งโลกในยามปกติ ส่วนกรุณานั้นหมายเอาคุณภาพของจิตที่มุ่งเน้นการ“ช่วยเหลือ” ให้สรรพสัตว์พ้นจากทุกข์ในยามถูกความทุกข์ครอบงำเป็นสำคัญ การฆ่าด้วยความกรุณานั้นมุ่งเน้นการช่วยให้พ้นทุกข์ ดังนั้นการุณยฆาตจึงน่าจะเหมาะสมกว่าเมตตาฆาต แต่เมื่อเราพูดถึงการุณยฆาต ก็หมายรวมถึงเมตตาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งเมตตาและกรุณาเป็นคุณภาพจิตด้านบวกด้วยกันทั้งคู่ มีอยู่ในจิตของใครคนคนนั้นก็เป็นคนดีที่น่าคบทั้งนั้น ในคัมภีร์พระไตรปิฎกมีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องความเป็นปฏิกูลของร่างกาย ภิกษุกลุ่มหนึ่งฟังเทศนาเรื่องนี้แล้วเกิดเบื่อหน่ายในชีวิตและร่างกาย จึงจ้างให้เพชฌฆาตสมัครเล่นคนหนึ่งมาปลงชีวิตของตัวเอง ปรากฏว่าคราวนั้นมีภิกษุเต็มใจฆ่าตัวตายจำนวนมาก ความทราบถึงพระพุทธเจ้า […]

“นรก – สวรรค์” มีจริงหรือ ไขข้อข้องใจโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

นรก – สวรรค์ มีจริงหรือเปล่าครับ และถ้ามีจริง นรก – สวรรค์ อยู่ที่ไหน คนที่นับถือศาสนาอื่นมีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกเหมือนชาวพุทธไหมครับ นรก – สวรรค์มีจริงไหม ถ้าตอบตามหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎกก็คงต้องบอกว่า ““มี”” แน่นอน อยู่ที่ไหน น่าจะอยู่ใน 3 มิติ (1) มิติจิตใจ (2) มิติสถานที่ในชีวิตนี้ (3) มิติหลังจากตายแล้ว นรก – สวรรค์ในมิติจิตใจ คือ สภาวะของจิตใจที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันขณะ เช่น ถ้ากำลังรู้สึกมีความสุข ความปลอดโปร่งโล่งเบา ร่าเริงเบิกบาน ผ่องใส อิ่มอกอิ่มใจ รวมถึงดีใจ อาการอย่างนี้เองคือสภาวะที่เรียกว่าสวรรค์ ทั้งนี้เพราะ สวรรค์แปลว่า ““อารมณ์อันดีเลิศ”” ในทางตรงกันข้าม ถ้ารู้สึกเป็นทุกข์ อึดอัดขัดข้อง เดือดเนื้อร้อนใจ โศกเศร้าโศกาดูร หม่นหมอง ร่ำไห้พิไรรำพัน หวาดผวา วิตก ขมขื่นกลืนกล้ำช้ำใจ อยู่ที่ไหนก็หม่นหมองครองโศกเหมือนแบกของหนักเอาไว้ตลอดเวลา นี่คือสภาวะที่เรียกว่านรก ทั้งนี้เพราะ […]

มีทุกอย่างแต่ยังทุกข์… ความสุขที่ขาดหาย โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ตอบคำถามของผู้ที่ “ใจยังพร่อง” ชีวิตครบถ้วนสมบูรณ์พร้อม แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมี ความสุข เท่าไร ดังนี้ ปุจฉา ผมเป็นคนที่ชีวิตมีพร้อมทุกอย่าง ประสบความสําเร็จในหน้าที่การงาน มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ ไม่ว่าใครก็อิจฉา แต่ทําไมลึก ๆ แล้วผมถึงยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมี ความสุข เท่าไร คือไม่ถึงกับทุกข์แต่รู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร และจะขจัดความรู้สึกนี้ได้อย่างไรครับ วิสัชนา คุณเคยอ่านประวัติของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ไหม ผู้ชายคนนี้เคยเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ทรัพย์สินที่เขามีมากกว่าทรัพย์สินที่คนไทยทั้งประเทศมีอยู่เสียอีก แต่เขาบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกหลายสมัยติดต่อกัน เขาบริจาคเงินมหาศาลกว่าหมื่นล้านเหรียญ แต่ไม่ต้องการแม้แต่หนังสืออนุโมทนาบัตร ชีวิตส่วนตัวนั้นเป็นที่รู้กันว่าบัฟเฟตต์ทำตัวแสนจะธรรมดา ทั้งเสื้อผ้า อาหาร และรถยนต์ที่ใช้ ล้วนเป็นของธรรมดาพื้น ๆ เขานิยมชีวิตที่เรียบง่าย นั่นเป็นเรื่องซึ่งเล่าต่อ ๆ กันมาของมหาเศรษฐีของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เคยอ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เล่าเรื่องคล้ายกัน คือ มหาเศรษฐีคนหนึ่งของเม็กซิโก เมื่อเขาทำธุรกิจจนรวยล้นฟ้าแล้ว วันหนึ่งก็ขายกิจการทุกอย่าง แล้วกลับออกไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดอย่างเงียบ ๆ แถมให้อีกเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องจริง วันหนึ่งมีคนสัมภาษณ์อดีตประธานาธิบดีท่านหนึ่งของติมอร์ว่า […]

keyboard_arrow_up