หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!

ในโลกนี้สิ่งที่เราต้องพบเจอกันในการใช้ชีวิต เรื่องราวต่างๆ มากมายอาจทำให้มีอะไรมากระทบความรู้สึกเราได้ แน่นอนว่าเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ ไม่ตรงกับความรู้สึกที่เราอยากให้เป็น เรามักจะเกิดอาการ เศร้า เสียใจ โกรธ กลุ้มใจ เครียด หรือท้อแท้ บางคนเอาความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นมาทำร้ายชีวิตตัวเอง จมอยู่กับอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นนานเกินไป หลายครั้งที่ได้ยินคนบอกให้เรา “ปล่อยวาง” ก็แค่คิดตามว่าปล่อยวางคือการไม่คิดถึงปัญหาที่เจอเท่านั้น ซึ่งมันไม่ง่ายเลยกับการจะปล่อยวางอะไรไปง่ายๆ แบบนั้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ถึงเวลาจริงๆ ทุกสิ่งที่เจอจะทำให้เราปล่อยวางไปเองโดยอัตโนมัติ  และในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้สิ่งเดียวที่จะทำได้คือหาวิธีรับมือกันมันไปก็เท่านั้น วิธีที่จะจัดการความรู้สึกหรืออารมณ์ด้านลบที่เจอด้วยการปล่อยวางเรื่องไม่ดีที่เจอนั้นไป ก็มีอยู่นะคะ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทำให้ความทุกข์ หรือปัญหาที่เจอนั้นหายไปแบบทันทีทันใด แต่ก็สามารถแบ่งเบาความรู้สึกแย่ๆ ในใจได้แน่ๆ เรารู้ดีว่าความรู้สึกไม่ดีย่อมมีกันทุกคน เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกต้องมีการกระทบกระทั่งกับคนรอบตัวบ้าง การปล่อยวางความรู้สึกไม่ดีอาจทำได้ง่าย ๆ โดยการให้อภัยพวกเขาบ่อย ๆ คุณอาจพูดให้อภัยพวกเขาในใจยามที่ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยให้ใจคุณสงบและปล่อยวางได้ หรือคุณอาจจะใช้การคิดบวกเพื่อแทนที่การคิดลบซึ่งทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปล่อยวางไปในที่สุด หรืออาจลองทำตามแนวคิดที่เราเอามาฝากนี้ดู บางทีจิตใจที่ว้าวุ่นอาจทุเลาลงได้ >> คิดไว้เสมอว่าไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด << เมื่อไรก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ เมื่อนั้นเองความเจ็บปวด ความเศร้า ความผิดหวังจะมาหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายึดติดกับพวกสิ่งของนอกกาย เราจะไม่มีวันใช้เวลากับมันอย่างเป็นสุขเลย เพราะมัวแต่กลัวว่ามันจะหาย กลัวว่ามันจะพัง หรือกลัวมันจะโดนขโมยไป ความคิดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ […]

“คนหลงตัวเอง” แค่ได้ยินก็เบื่อแล้ว!

ใครเป็นเหมือนกันบ้างคะ เวลาที่เจอคนที่ “หลงตัวเอง” นั้นเป็นอะไรที่ไม่อยากเข้าใกล้เอาซะเลย อยากจะหนีไปให้ไกลๆ เพราะเมื่อเราพูดด้วยก็มักจะมีแต่เรื่องราวของตัวเอง แล้วรู้มั้ยว่าตอนนี้อาการหลงตัวเองนั้นกลายเป็น “โรคระบาด” ในสังคมเราไปแล้ว เพราะคนยุคใหม่มีช่องทางให้แสดงออกได้โชว์ความเป็นคนหลงตัวเองได้มากมาย อย่างในโซเชียลฯ ที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมคนหลงตัวเองเอาไว้จำนวนมากมายเหลือเกิน วันๆ ไม่ทำอะไรนั่งโพสอวดสิ่งที่มีให้ชาวบ้านได้รู้ว่าตัวเองมีเหนือกว่า เอ๊ะ! แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครที่อยู่ในผู้เข้าข่ายอาการหลงตัวเอง หรือเราเองกำลังเป็นคนที่หลงตัวเองอยู่หรือเปล่า วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักคนประเภทนี้กัน พร้อมไปเช็กด้วยว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงตนเองอยู่หรือป่าว? >> “โรคหลงตัวเอง” โรคระบาดของคนในสังคมยุคใหม่ <<   คนที่มีความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมั่นอกมั่นใจในตัวเองจนเกินไปก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มของ “หลงตัวเอง”ได้ และเมื่อกลายเป็นคนหลงตัวเองแล้ว เชื่อแน่ว่าไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนแบบนี้ พวกที่หลงตัวเองต่างกับคนมีความมั่นใจในตัวเองนะคะ โดยคนพวกนี้มักให้ความสำคัญกับตนเองมากกว่าผู้อื่น และมักไม่เอาใจใส่ความรู้สึกหรือความต้องการของคนรอบข้าง รวมถึงคาดหวังว่าตนเองจะได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่า โดยไม่คำนึงถึงสถานะความสำเร็จที่แท้จริงของตน และคนพวกนี้ไม่สามารถทนต่อคำวิจารณ์ของคนอื่น และมักดูถูกคนอื่นเพื่อให้รู้สึกว่าตนเหนือกว่า ผลเสียที่ตามมาก็คือ คนรอบข้างทุกคนแค่เวลานึกถึงว่าจะต้องไปเจอหรือพูดคุยด้วยกับคนเหล่านี้ก็ยังแอบเซ็ง และการที่เราจะบอกว่าใครที่หลงตัวเองบ้างนั้น ก็ดูไม่ยากเลยค่ะ ไม่ต้องใช้หลักการอะไรทั้งนั้น วัดเอาจากความรู้สึกล้วนๆ นี่แหละ เราจะสัมผัสถึงออร่าความหลงตัวเองได้จากคนที่เอาแต่พูดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยฟังคนอื่น พูดอยู่คนเดียว ทำอะไรตัวเองจะถูกอยู่คนเดียว หรือมักจะพูดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองแสนจะดีงาม ไม่มีอะไรที่เป็นข้อบกพร่องเลย และมักจะไม่ค่อยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตาสักเท่าไร คนที่หลงตัวเองพวกนี้มักจะแฝงตัวอยู่ในสังคม ชอบเข้าสังคมบ่อยๆ ช่างพูด ช่างเจรจา […]

5 4 3 2 1 นับถอยหลัง แล้วเริ่มต้นใช้ชีวิตให้เต็มที่!

ในชีวิตของเราทุกคนย่อมมีเรื่องราวในชีวิตที่ต้องพบเจอทั้ง ความสุข ความทุกข์ เป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรเมื่อพบเจอกับความทุกข์แล้วสามารถพลิกเปลี่ยนให้มาเป็นมุมของความสุขได้บ้าง จงอย่าลืมว่าทุกสิ่งล้วนเกิดจากความคิดของเราทั้งสิ้น ชีวิตเรานั้นมีค่ามากเกินกว่าจะเอาไปใช้ให้กับความเครียด ความทุกข์ และความกังวล และสิ่งที่เป็นจริงคือเรื่องของ อารมณ์ ความรู้สึกของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ยากที่จะควบคุมให้ได้ดั่งใจ สิ่งที่ทำให้เราเป็นมืออาชีพนั้น คือการที่เราลงมือทำได้โดยไม่ต้องรอแรงจูงใจ ถึงแม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า ให้ก้าวผ่านขีดจำกัดของตัวเอง ความสามารถที่สกัดความรู้สึกออกไปแล้วลงมือทำได้อย่างต่อเนื่อง คนเราเป็นสิ่งมีชีวตที่สามารถคิดและลงมือทำ แต่คนส่วนใหญ่มักจะรอคอยความรู้สึกมาสั่งการแล้วค่อยลงมือทำ ซึ่งจริงๆ ควรจะต้องบอกว่าคนเรานั้นต้องขับเคลื่อนทุกสิ่งด้วยอารมณ์และการคิดให้เป็น ทางที่ดีควรหยุดเป็นห่วงอารมณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็อย่าใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะผลที่ตามมาจะทำให้เรากลายเป็นคนที่ทำตัวตามสบาย เอาง่ายๆ ไว้ก่อน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จเอาซะเลย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากพบกับความผิดหวัง โดยเฉพาะความผิดหวังที่เกิดขึ้นจากตัวของเราเอง ลองคิดทบทวนตามสิ่งที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดูนะคะ ถือเป็นการนับถอยหลังแล้วลงมือทำ ถ้าไม่อยากผิดหวังในตัวเอง >> อย่าหาข้ออ้าง และอย่ารอจนกว่าจะมีแรงจูงใจ << ใครเคยได้ยินประโยคนี้บ้างคะ ที่ว่า “ If it is important to you, you will find a way. If not, you […]

เป็นคนมีทัศนะคติดี เชื่อสิว่า“เจ้านาย” จะรัก!!

ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในสายงานไหน ที่ทำงานของคุณย่อมต้องการลูกน้องที่ทำงานได้ดั่งใจ ทำงานร่วมด้วยได้อย่างมีความสุข มีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะทำตัวของเราให้กลายเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่เพอร์เฟคในทุกๆ ด้าน ทั้งทำงานเก่ง เจ้านายรัก เพื่อนร่วมงานเอ็นดูทำได้ไม่ยากเลยค่ะ แค่เราทำทุกงานด้วยใจ ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาดีที่สุด ถ้าคิดแบบนี้คุณก้าวมาถูกทางแล้วค่ะ หากคุณมีทัศนคติแบบนี้แล้วเชื่อเถอะว่าเจ้านายจะต้องมองคุณเป็นคนมีความสามารถ และเหมาะที่จะได้เลื่อนตำแหน่งในอนาคตอย่างแน่นอน ยิ่งผู้หญิงอย่างเราๆ ด้วยแล้วด้วยหน้าที่การงานที่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองมากกว่าผู้หญิงสมัยก่อน จึงทำให้สาวๆ สมัยนี้มีชีวิตแตกต่างจากสาวๆ ในยุคก่อนๆ การทำงานต่างๆ มีความอิสระเสรีมากขึ้น และเพื่อที่จะให้ประสบความสำเร็จในการทำงานให้ได้ดั่งใจปรารถนา ยังมีอีกหลายข้อที่สาวๆ พึงรู้เอาไว้เพื่อที่จะได้เป็นขวัญใจของเจ้านายและทุกคนในที่ทำงาน ซึ่งจะนำพาให้ชีวิตของเราประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ มีความคิดสร้างสรรค์ และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด การเป็นลูกน้องที่ดีต้องไม่คิดแค่ว่าเราเป็นแค่ลูกจ้างคนนึงเท่านั้น แต่ต้องมองว่าทุกสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำคือโอกาสในการที่จะได้แสดงความสามารถที่ตัวเองมีให้ทุกคนได้เห็น สำหรับบางคนมีความไม่กล้าที่จะคิด ไม่กล้าที่จะแสดงออก มีไอเดียดีๆ แต่ก็ไม่กล้านำไปเสนอเพราะกลัวจะผิด กลัวจะไม่ถูกใจหัวหน้า อยากจะบอกว่า หากคุณคิดว่าสิ่งที่คุณคิดมีประโยชน์ต่องานและคุณคิดว่าสามารถทำให้ชิ้นงานนั้นพัฒนาขึ้นได้แล้วล่ะก็เสนอไปเลยค่ะ อย่าไปกลัว ดีไม่ดี ถูกใจหรือไม่ถูกใจนั่นค่อยมาว่ากันอีกที อย่างน้อยๆ เจ้านายก็ได้เห็นแล้วว่าคุณไม่ได้อยู่นิ่งๆ และพยายามคิดให้งานออกมาดีอยู่ตลอดเวลา แต่ที่อยากจะแนะนำนิดนึงคือเวลาแสดงความคิด หรือเสนอไอเดียอะไรก็ตามต้องออกไปทางด้านบวกไม่ดูเป็นการอวดเก่งเกินไปนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองด้านลบทันทีเลยล่ะค่ะ คิดบวก และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน         ด้วยสัญชาติญาณของคนเราทุกคนย่อมชอบคนที่มีทัศนคติดี มองโลกในแง่บวก ที่สำคัญชอบคนที่ม่ความอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งถ้าเป็นลูกน้อง หรือผู้ที่อาวุโสน้อยกว่า […]

วิธีสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆ คนรอบข้าง

การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับจุดเล็กๆ ไม่กี่จุด คุณก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่อยู่รอบตัวเราเพื่อให้กลายเป็นที่รักของทุกคน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามาเริ่มจากการจะเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ เพื่อให้เป็นที่รัก และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข >> อย่าตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา <<           คนเรามักจะชอบมองและตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น คนนี้เป็นแบบนี้ เมื่อเราเอาความรู้สึกตัวเองตัดสินคนอื่นไปแล้วก็จะนำมาซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความ “ชอบ”  หรือ  “ไม่ชอบ”  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพฤติกรรมในทางไม่ชอบเสียมากกว่า เมื่อเราตัดสินไปแล้วว่าไม่ชอบก็จะทำให้แสดงออกด้วยกิริยาแย่ๆ ใส่คนคนนั้น สุดท้ายก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเรามีความรู้สึกและไปตัดสินคนอื่นแบบนี้หลายๆ คนเข้า เราเองนั่นแหละที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่ราบรื่นนัก แบบนี้ไม่มีความสุขแน่ๆ ค่ะ เลิกตัดสินคนอื่นก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนนั้นจะดีกว่า >> เปลี่ยนจากมองผู้อื่นหันกลับมามองที่ตัวเอง << วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราปรับพฤติกรรมการมองคนอื่นในแง่ไม่ดีทำได้ง่ายๆ ค่ะ แค่ปรับเป็นหันมามองที่ตัวเอง เพราะตัวเราเองนี่แหละถือเป็นจุดเล็กๆ ที่เราควรพิจารณามากที่สุด เราต้องมองตัวเราเองก่อนว่าเราเป็นคนอย่างไรในสายตาผู้อื่น เมื่อรู้แล้วเราจะได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น อะไรที่ไม่ดีเราก็เปลี่ยนเพื่อจะได้มีคนชอบเรามากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแต่คนเอาเราไปพูดถึงแต่ในแง่ดี เพราะบางทีถ้าคนรอบข้างเอาเราไปพูดในแง่ไม่ดีมากๆ เข้า ชื่อเสียงเราจะโดนมองในแง่ลบเอาได้ค่ะ แบบพูดกันปากต่อปาก เราไม่สามารถไปอธิบายตัวตนของเราให้ทุกคนเข้าใจได้หมด ดังนั้นลองหันมามองตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร อะไรไม่ดีก็ปรับให้ดีขึ้นก็เท่านั้น >> ถามคนรอบข้างไปตรงๆ เกี่ยวกับตัวเรา […]

keyboard_arrow_up