สองสามีภรรยาใจบุญ ไถ่ชีวิตลูกควาย 6 ตัว นำมาเลี้ยงดูจนกลายเป็นฟาร์มใหญ่

สองสามีภรรยาใจบุญ ไถ่ชีวิตลูกควาย 6 ตัว จากนั้นนำไปเลี้ยงดูอย่างดี บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ที่หมู่ 10 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันแพร่พันธุ์จนกลายเป็นฟาร์มใหญ่ มีจำนวนถึง 87 ตัว นอกจากจะเป็นควายที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีความสุขแล้ว ยังฉลาดแสนรู้อีกด้วย เวลาที่ ลุงปลิว คนเลี้ยงควาย บีบแตรรถจักรยานยนต์เป็นสัญญาณเรียกควาย 87 ตัว ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ให้มากินหญ้าแห้งที่เตรียมไว้ ด้วยความคุ้นเคย ควายทุกตัวจะรู้ทันทีว่าได้เวลาอาหารแล้ว และจะพากันวิ่งมารวมตัวที่ทุ่งหญ้าทันที ควายแสนรู้เหล่านี้เป็นของ ร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ และนางวันเพ็ญ ปัญญาทิพย์ สองสามีภรรยาผู้รับเหมาก่อสร้างใน อ.พร้าว ที่ไถ่ชีวิตควายมาจากโรงเชือดเมื่อ 20 ปีก่อน และนำมาเลี้ยงจนออกลูกออกหลาน ปัจจุบันมีควายทั้งหมด 87 ตัว โดยมีควายที่ตั้งท้องรวมอยู่ด้วยหลายตัว คาดว่าปีหน้าจำนวนควายน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ตัวแน่นอน คุณนครเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้วว่า ในวันนั้นขณะกำลังโทรศัพท์คุยเรื่องงาน ได้สังเกตเห็นลูกควาย 6 ตัว […]

พ่อแม่ลูกสองรับอุปการะเด็กพร้อมกัน 4 คนเพื่อไม่ให้พี่น้องแยกจากกัน

ความจริงอันน่าเศร้าของเด็กที่อยู่ในระบบบ้านอุปถัมภ์คือ เด็ก ๆ มักจะไม่ได้อยู่กับพี่น้องของตัวเอง ย้อนไปในปี 2012 พี่น้องทั้งสี่ ได้แก่ ไคลี่ เบลลี่ เอมมี่ และโคบี้ ก็มีแววว่าจะถูกจับแยกจากกัน เพราะหน่วยงานคุ้มครองเด็กของรัฐไม่สามารถหาบ้านที่ยอมรับ อุปการะเด็ก ทั้ง 4 คนได้ในคราวเดียว จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังครอบครัวหนึ่ง และการโทรไปครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปตลอดกาล ด้วยความพยายามครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปหา คีธ ฮาวเวิร์ด (Keith Howard) ซึ่งทำบ้านพักพิงฉุกเฉินอยู่ในเวลานั้น ถึงแม้ว่าคีธและภรรยา สเตซี่ (Staci) มีลูกสาวอยู่แล้ว 2 คนคือ ทาทัม (Tatum) และ ซาวานนาห์ (Savannah) แต่สองสามีภรรยาก็ไม่อาจเมินเฉยต่อเด็ก ๆ ทั้งสี่คนได้ สเตซี่บอกว่า ถ้าไม่รับเด็กทั้งสี่เข้ามาอยู่ในบ้านพักพิงฉุกเฉินของเธอและสามี แน่นอนว่าเด็ก ๆ ต้องถูกจับแยกไปอยู่บ้าน 2 บ้าน 3 บ้าน หรืออาจจะ 4 บ้านก็ได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาพบหน้ากันอีกหรือไม่ ดังนั้นสเตซี่และคีธจึงรับเด็กทั้งสี่มาอยู่ด้วยโดยเริ่มแค่ช่วงสุดสัปดาห์ […]

ไมเคิล จอร์แดน บริจาคเงินกว่า 200 ล้านบาท เปิดคลินิกเพื่อผู้ป่วยยากไร้

ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) สุดยอดนักบาสเกตบอล NBA ในตำนาน ตอบแทนชุมชนด้วยการบริจาคเงิน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 211 ล้านบาท) เพื่อเปิดคลินิกดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเกตบอลคนดังและเจ้าของทีมบาสเกตบอล Charlotte Hornets ได้ทำพิธีตัดริบบิ้นเปิดคลินิก Michael Jordan Family Medical Clinic ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคม คลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองชาร์ล็อตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา และใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีนับจากวันที่ไมเคิลบริจาคเงินจำนวนนี้ สาเหตุที่ไมเคิลมาเปิดคลินิกที่เมืองชาร์ล็อตต์ ก็เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของเขา และต้องการตอบแทนเมืองซึ่งหล่อหลอมให้เป็นตัวเขาในวันนี้รวมทั้งเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จอีกด้วย ในระหว่างที่กล่าวสุนทรพจน์พิธีเปิด ไมเคิลกล่าวความตอนหนึ่งอย่างซาบซึ้งใจว่า เขารู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่สามารถตอบแทนชุนชนบ้านเกิดที่ช่วยสนับสนุนเขาตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา คลินิกนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่รายได้ต่ำของเมือง และจะให้บริการผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสังคมและไร้อภิสิทธิ์ใด ๆ รวมทั้งคนไร้บ้านและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ เงินส่วนตัวจำนวนกว่าสองร้อยล้านบาทของไมเคิล ได้เนรมิตคลินิกให้เป็นสถานพยาบาลครบวงจรที่มีห้องตรวจผู้ป่วย 12 ห้อง ห้องเอกซ์เรย์ 1 ห้อง และพื้นที่สำหรับทำกายภาพบำบัด ซึ่งคลินิกจะบริหารงานโดย Novant […]

เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ แจกจ่ายรถเข็นไฟฟ้า 580 คันให้ผู้พิการฟรี

อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ฟิลิป พาโวเน่ (Philip Pavone) เป็น เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ A-Z Pawn Shop ในเมืองนอร์วิช รัฐคอนเนตทิคัต ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับการค้นพบของดี ๆ ที่ซุกอยู่ในกองข้าวของรก ๆ ในร้าน ในปี 2009 เขาได้ค้นพบสิ่งที่ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเอง แต่รวมไปถึงคนอีกกว่า 580 ชีวิต เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นฟิลกำลังเคลียร์ข้าวของในห้องเก็บของด้านหลังร้าน ขณะที่กำลังรื้อของอยู่นั้นเขาก็พบรถเข็นไฟฟ้า 2-3 คัน เขาคิดขึ้นมาว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงลงประกาศแจกฟรีในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภายในเวลา 2 สัปดาห์เขาก็ได้รับจดหมายจากผู้พิการถึง 60 ฉบับ แจ้งความจำนงขอรับรถเข็นไฟฟ้า ฟิลบอกว่า ในตอนนั้นเขาได้ตระหนักว่ายังมีคนอื่นอีกมากมายที่กำลังทนทุกข์ บางคนเขียนบอกมาในจดหมายว่าไม่ได้ออกจากบ้านมาหลายเดือนแล้ว บางคนก็นานหลายปี และยังมีผู้สูงอายุอีกมากที่ไม่มีคนคอยช่วยเหลือดูแล   หลังจากค้นหาข้อมูลเล็กน้อย ฟิลก็ได้รู้ว่ารถเข็นไฟฟ้ามีราคาตั้งแต่ 4,000 – 40,000 ดอลลาร์ และไม่ครอบคลุมประกัน เขารู้สึกว่าตัวเองได้หยิบยื่นโอกาสและสร้างพันธสัญญาในการช่วยเหลือคนเหล่านั้น ฟิลเขียนความในใจไว้ในเว็บไซต์ของตัวเองว่า เขาเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งจึงรู้ดีว่ารถเข็นไฟฟ้าเหล่านี้มีความหมายต่อผู้อื่นอย่างไร มันหมายถึงการได้พึ่งพาตัวเองไม่ต้องอาศัยใคร และมีโอกาสได้ทำสิ่งที่คนปกติทำกัน […]

สัปเหร่อหญิงใจบุญ ช่วยทำศพ 9 วัด ไม่รับค่าจ้างมานานกว่า 20 ปี

สัปเหร่อหญิงใจบุญ นางสายัณห์ อ่อนละม้าย หรือ “น้ายัณห์” วัย 61 ปี อาสาช่วยชาวบ้านจัดงานศพที่วัดในเขตพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง จ.อ่างทองโดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว น้ายัณห์เล่าว่า พ่อเป็นสัปเหร่อมาก่อน เธอได้สืบทอดวิชามาจากพ่อ เวลาพ่อไปช่วยงานศพ ก็จะติดสอยห้อยตามพ่อไปตลอด จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต น้ายัณห์จึงสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อ ประกอบกับใจรักในด้านนี้ จึงสานต่อการเป็นสัปเหร่อจากพ่อ โดยไม่ได้คิดว่าเป็นอาชีพ เพราะปกติจะมีอาชีพจักสาน รับสานตะกร้าหวายส่งในตลาดโพธิ์ทอง พอมีงานศพก็จะมีคนมาตามไปช่วย เธอก็ไปทุกงาน ตอนแรกช่วยวัดที่บ้านก่อนคือวัดท่าอิฐ จากนั้นวัดอื่น ๆ ก็ตามมารวม 9 วัด คือ วัดท่าอิฐ วัดน้ำอาบ วัดแม่นาง วัดท่าตลาด วัดโพธิ์เกรียบ วัดศีลขันธาราม วัดสว่าง วัดท่าโขลง และวัดกลางพุฒินิมิต ตั้งแต่ทำมายังไม่เคยเว้นไม่ไปงานไหนเลย ถึงไม่สบายไปไม่ไหวก็จะมีคนมาช่วยพยุงไป แต่พอไปถึงงานเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จากที่เดินไม่ค่อยไหว พอไปถึงกลับมีเรี่ยวมีแรงทำหน้าที่สัปเหร่อจนเสร็จ พอกลับมาบ้านก็ถึงกับล้มนอนต่อ การทำหน้าที่สัปเหร่อไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมากมาย แต่ต้องมีพิธีกรรมท่องคาถาตามที่พ่อสอนมา เมื่อมีคนมาแจ้งข่าวงานศพ เธอจะไปช่วยจัดเตรียมพิธีรดน้ำศพ  มัดตราสังศพลงโลง และจัดเตรียมสถานที่เสร็จเรียบร้อย […]

20 ภาพบันดาลใจ ที่จะทำให้คุณไม่หมดศรัทธาในเพื่อนมนุษย์

การทำสิ่งดี ๆ ให้ผู้อื่นเพียงเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดี แจมกับนักดนตรีเปิดหมวกริมถนน เก็บขยะ หรือช่วยเหลือคนโดยไม่ลังเล การกระทำเหล่านี้มาจากความเมตตากรุณาและความมีน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ภาพบันดาลใจ ต่อไปนี้คือ ภาพบันดาลใจที่ดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจ และไม่สิ้นศรัทธาในเพื่อนมนุษย์   1. “เด็กหนุ่มคนนี้พยายามผูกไทแต่ล้มเหลวตลอด ผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เลยเสนอตัวเข้าช่วย”   2. “ฉันอาศัยอยู่ในโบลิเวีย และทุกเช้าผู้หญิงคนนี้จะนำอาหารมาให้สุนัขจรจัดในสวนสาธารณะ”   3. “เช้านี้ฝนตกในเมืองนาระ ประเทศญี่ปุ่น ฉันเห็นเด็กคนนี้กางร่มให้กวางด้วย เล่นเอาใจฉันอ่อนยวบ”   4. คุณหมอผ่าตัดหัวใจพยายามปลอบโยนเด็กหญิงวัย 2 ขวบที่กำลังร้องไห้โยเยโดยเปิดการ์ตูนให้ดู ก่อนที่เธอจะเข้ารับการผ่าตัด   5. “นี่คือมิสเตอร์เรนโฟร เขาเป็นพนักงานขับรถบัสโรงเรียนให้ผม 8 ปี ตั้งแต่ผมอยู่เกรด 5 จนถึงตอนนี้ เขาขับรถให้พี่น้องของผมทุกคนมาตลอด 20 ปีและเขาเป็นคนที่มีจิตใจงดงามมาก เขากำลังจะเกษียณและผมกำลังจะเรียนจบ วันนี้ผมบอกเขาว่าผมรักเขาและเราร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย”   6. คุณครูแจกอาหารเช้าให้นักเรียนก่อนเข้าห้องสอบ   7. “บอลจบแล้วแต่แฟนบอลทีมชาติญี่ปุ่นก็ยังไม่ไปไหน อยู่รอเก็บขยะและทำความสะอาดอัฒจันทร์”   […]

ถ้ามีโอกาสเราต้อง “คืนกลับ” สู่สังคม บอย พิษณุ นิ่มสกุล 

ถ้ามีโอกาสเราต้อง ” คืนกลับ ” สู่สังคม บอย พิษณุ การก้าวไปข้างหน้าคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าก้าวนั้นจะหมายถึงหน้าที่การงาน  ฐานะทางการเงิน  ชื่อเสียง  หรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อไรที่คุณก้าวไปข้างหน้าได้สำเร็จแล้ว  คุณควรต้องหันกลับมามองคนข้างหลังและ “คืนกลับ” สู่สังคมที่คุณเติบโตมาบ้าง…เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี บอย พิษณุ พิษณุ  นิ่มสกุล  หรือ บอย  เอเอฟ นักร้อง  นักแสดง  และพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบหลักคิดเรื่อง “การคืนกลับสู่สังคม”  คล้าย ๆ การทำ CSR ที่องค์กรเอกชนนิยมทำกันทุกวันนี้  จะแตกต่างกันก็ตรงที่ CSR ของบอยไม่จำเป็นต้องมีหลักการใด ๆ มาผูกพัน  และไม่ต้องกำหนดงบประมาณให้วุ่นวาย คนเราต้องเริ่มจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  กตัญญูรู้คุณและไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง  จากนั้นเรายังต้องรู้จักคิดถึงคนอื่น ๆ ในสังคมบ้าง  เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่ไม่เอาเปรียบใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รู้จักแบ่งปัน  ช่วยเหลือกัน  เพราะพวกเราอยู่ในสังคมเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ครั้งหนึ่งมีรายการประเภทช่วยเหลือสังคมมาติดต่อผมไปร่วมรายการ  ทางรายการเปิดโอกาสให้ผมเลือกว่า ผมอยากจะทำอะไร อยากไปที่ไหน  ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ  แต่จำได้ว่าผมตอบไปว่า“ถ้าได้ไปบ้านผู้พิการซ้ำซ้อนก็น่าจะดี เพราะผมยังไม่เคยไปมาก่อน” ทางรายการจึงติดต่อสมาคมรวมปัญญาคนพิการย่านบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรีให้ผม  ในวันนั้นทีมงานเตรียมอาหารและขนมไปแจกน้อง ๆ  ส่วนผมก็ทำหน้าที่เอนเตอร์เทน  เล่นเกม  ร้องเพลง  ฯลฯ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุข  วันนั้นกว่าจะทำกิจกรรมเสร็จก็เย็นแล้ว  แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนผมก็มีความรู้สึกว่า “ต้องหาโอกาสกลับมาอีกให้ได้” ไม่ใช่ว่าอยากมาเพราะสงสารหรืออยากทำให้เขามีความสุขเท่านั้น  แต่ผมอยากมาอีกครั้งเพื่อเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากเขามากกว่า  โดยเฉพาะ “หัวใจนักสู้” ที่น้อง ๆ ทุกคนมี ทุกคนพยายามสู้  พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด มันสุดยอดมาก ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ข่าวว่าพื้นที่ย่านบางบัวทองรวมถึงสมาคมนี้ถูกน้ำท่วมใหญ่  ผลจากน้ำท่วมทำให้สภาพความเป็นอยู่ของน้อง ๆ ในสมาคมที่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจกลับไปที่สมาคมเร็วขึ้นกว่าที่คิดไว้  ไม่ต้องรอจนถึงวันเกิดของผมแล้ว คราวนี้ผมเริ่มคิดว่า แค่เลี้ยงอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ  เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “เงิน”  เพื่อที่ว่าทางสมาคมจะได้นำไปฟื้นฟูความเสียหาย  แต่ลำพังผมคนเดียวคงไม่มีกำลังมากพอ ผมจึงตัดสินใจบอกบุญแฟนคลับดู  ซึ่งก็ได้ผล เพราะพอบรรดาแฟนคลับรู้  พวกเขาก็ช่วยกันระดมทุนเข้ามาไม่ขาดสาย เชื่อไหมครับว่า  ในเวลาไม่ถึงเดือนผมรวบรวมเงินบริจาคได้เกือบแสนบาท! สองสัปดาห์ต่อมา  ผมและแฟนคลับส่วนหนึ่งก็กลับไปที่สมาคมอีกครั้งเพื่อเลี้ยงอาหาร  ขนม และมอบเงินบริจาคที่รวบรวมมาได้  วันนั้นมีน้องคนหนึ่งซึ่งถึงเขาจะไม่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและสมองแต่พอเห็นผม  น้องกลับจำผมได้  เขายิ้มดีใจออกท่าออกทางตีมือใหญ่เลย  เขาดีใจที่ผมกลับมาอีกครั้ง ผมยังจำภาพนั้นติดตามาจนวันนี้ นอกจากที่นี่แล้ว  ผมก็ยังมีโอกาสได้ไปทำบุญอีกหลายที่  เช่น  มูลนิธิบ้านเด็กอ่อน  บ้านคนที่ไร้ที่พึ่งพิง  ซึ่งแต่ละแห่งก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  แต่ถ้าสถานที่ที่กินใจผมมาก ๆ ก็คงเป็นบ้านพักคนชราบางแค  เพราะผมเป็นคนที่เซ้นสิทีฟกับคนแก่มากถึงมากที่สุด คงเป็นเพราะสมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตมากับยาย  เรียกว่าเป็นหลานคนโปรดของยายก็ว่าได้ ถึงผมจะแสบซนเอาเรื่องอยู่  แต่ผมก็เป็นหลานเพียงคนเดียวที่ยายจะเจียดเงินไปฝากธนาคารออมสินให้ทุกเดือน  เดือนละ 20 บาท  หรือเวลาที่แม่ซื้อของอะไรมาที่บ้าน ยายก็จะเป็นคนแบ่งสันปันส่วน  หรือถ้าจะให้ถูกก็ต้องเรียกว่า “กัน” (หัวเราะ) เสียมากกว่า  ยายจะบอกว่า “นี่ของบอยมันนะ” หลานคนอื่นจะได้ไม่กล้ามายุ่ง พอเก็บของให้บอยบ่อยครั้งเข้า  เชื่อไหมครับว่า  บางทียายก็จำไม่ได้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง  เรียกว่าเก็บจนลืม นอกจากนี้ยายยังเป็นคนแรกที่พาผมไปวัด  ไหว้พระ  ทำบุญ  สอนผมให้รู้จักการทำบุญ  ทำทาน  และการให้  ซึ่งนิสัยชอบทำบุญของผมก็ได้มาจากยายนี่แหละครับ ด้วยความที่เป็นเด็ก  ผมก็เลยคิดแค่ว่า  ถ้าจะพายายไปกินอาหาร  ไปเที่ยว  หรือจะทำอะไรให้ยายก็ต้องมีเงิน  มีความพร้อมก่อน ผมจึงได้แต่รอเวลาอยู่อย่างนั้น  แต่พอวันที่ผมพร้อม  มีการมีงานทำจริง ๆ  ก็เป็นวันที่ยายจากผมไปแล้ว  นั่นทำให้รู้สึกว่าทำไมเราไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น  ทำเท่าที่มีก็ได้ สุดท้ายเมื่อย้อนอดีตกลับไปไม่ได้ผมจึงคิดว่า  “ถ้ามีโอกาสเมื่อไร  ผมจะต้องช่วยเหลือคนแก่”  นัยว่าเป็นการทดแทนที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนยาย ผมขอฝากถึงทุกคนว่า  ถ้าอยากทำความดี ไม่ต้องรอ “ความพร้อม”  ทำอะไรได้เมื่อไร  จงรีบทำ  เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าจะเวลาของเราเองหรือของคนที่เรารัก   ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 131 เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ ฝ่ายภาพ อมรินทร์พริ้นติ้งฯ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความที่น่าสนใจ ให้ได้ แม้ไม่มี: กอล์ฟฟี่ แฮร์สไตลิสต์จิตอาสา ปิ่นแก้ว แซ่ลิ้ม จิตอาสาเพื่อคนยากไร้ […]

เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ

เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของ รางวัลแมกไซไซ เชื่อหรือไม่ หนึ่งในหกของผู้ที่ได้รับ รางวัลแมกไซไซ ประจำปี 2012 เป็นแม่ค้าขายผัก! เฉินซู่จวี๋ (Chen Shu-chu) คือชื่อของแม่ค้าขายผักคนดังกล่าว เธอเป็นชาวไต้หวัน เรียนจบแค่เกรดแปด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เฉินซู่จวี๋ ไม่เคยประกอบอาชีพอื่นใดนอกจากการบริหารแผงขายผักของเธอในมณฑลไต้ตง (Taitung County) ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่ออีกต่อหนึ่ง ชีวิตประจำวันของเฉินซู่จวี๋ คือ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองตีสามเพื่อเดินไปซื้อผักในตลาดขายส่ง จากนั้นเธอจะกลับมาจัดร้านและขายต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม แม้ว่าผักที่เธอขายจะไม่ได้มีราคาสูงกว่าแม่ค้าคนอื่น คือตกกำละ 30 ดอลลาร์ไต้หวัน (หรือประมาณ 30 บาท) ถ้าซื้อ 3 กำ ลดเหลือ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน ทว่าด้วยความที่เฉินซู่จวี๋ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและประหยัดอดออม เธอจึงสามารถแบ่งรายได้เพื่อบริจาคให้สถานเด็กกำพร้า โรงเรียน ฯลฯ ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมา แม่ค้าขายผักคนนี้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน     ถ้าวัดจากทรัพย์สินเงินทอง เฉินซู่จวี๋ คงไม่มีทางติดทำเนียบเศรษฐี เพราะเธอไม่มีเงินเก็บในบัญชีมากนัก แต่จะแบ่งเงินที่หามาได้เพื่อช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศลอย่างเงียบๆ […]

“คุณตาไม้กวาด” พิการแต่มุ่งมั่นทำไม้กวาดขาย เพื่อช่วยทุนการศึกษาเด็กยากไร้

“คุณตาไม้กวาด” พิการแต่มุ่งมั่นทำไม้กวาดขาย เพื่อช่วยทุนการศึกษาเด็กยากไร้ “คุณตาไม้กวาด” เป็นฉายาของ คุณตาวัลลภ พุ่มแฟง อดีตสารวัตรกำนัน ชาวอำเภอกงไกรลาศ จ.สุโขทัย วัย 71 ปี คุณตาประสบอุบัติเหตุถูกรถชน จนลำไล้ทะลักออกมาข้างนอก และไม่สามารถนำกลับเข้าไปไว้ในลำตัวดังเดิมได้ เนื่องจากการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง จึงต้องห่อลำไส้มัดไว้ตรงหน้าท้อง ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นคนพิการ ร่างกายไม่แข็งแรงนัก แต่คุณตาวัลลภไม่ยอมอยู่เฉย ทุกเช้าคุณตาจะปั่นรถจักรยานไฟฟ้าออกจากบ้านมานั่งทำไม้กวาดขายอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. (ปั๊มแก้ว) ริมถนนสิงหวัฒน์ อ.กงไกรลาศ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวัน จนเป็นภาพชินตาของคนทั่วไป       คุณตาจะรวบรวมรายได้จากการขายไม้กวาด ไปเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบทุนการศึกษาช่วยเด็กนักเรียนยากจนทั้ง 9 อำเภอใน จ.สุโขทัย โดยดำเนินการไปแล้ว 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านโป่งแค อ.กงไกรลาศ , โรงเรียนบ้านคลองน้ำเย็น อ.คีรีมาศ และโรงเรียนบ้านสันติพิทยาคาร อ.ศรีสำโรง         […]

ชกมวยไม่หวังรวย ไทสัน ฟิวรี แชมป์มวยอังกฤษประกาศบริจาคค่าตัวให้คนไร้บ้านและผู้หิวโหย

ไทสัน ฟิวรี (Tyson Fury) เตรียมบริจาคเงิน 8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 333 ล้านบาท) จากการชกกับ ดิออนเทย์ ไวเดอร์ แชมป์โลก WBC รุ่นเฮฟวี่เวท เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งคู่เสมอกันด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ นั่นหมายความว่าไทสันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC จากดิออนเทย์ไม่สำเร็จ ก่อนวันชกจริง ไทสันเคยประกาศมาก่อนแล้วว่า เขาจะได้ค่าตัวเป็นเลขเจ็ดหลักจากไฟท์นี้ และจะบริจาคเงินทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ให้กับผู้ยากไร้ และเขากำลังมีแผนจะสร้างบ้านให้คนเร่ร่อนอีกด้วย นอกจากนั้นนักชกเจ้าของฉายา Gypsy King ยังบอกอีกว่า ตัวเขาเองไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไรนัก เขาไม่เคยสนใจที่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านหรือมหาเศรษฐีพันล้าน เขาเป็นนักมวยไม่ใช่นักธุรกิจ และเขาก็น่าจะเดินบนเส้นทางเดียวกับนักชกอื่น ๆ คือ อยู่แบบพอมีพอกินไปจนบั้นปลายชีวิต ตายไปก็เอาเงินติดตัวไปด้วยไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงคิดจะนำเงินไปทำสิ่งดี ๆ โดยการช่วยเหลือคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่ไทสันต้องต่อสู้กับปัญหาทางสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการดื่มหนักและใช้ยาเสพติด เขาจึงมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ และมีชีวิตอยู่อย่างไร้คนเหลียวแลเพราะความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไทสันยังบอกอีกว่า เมื่อเขากลับบ้านที่อังกฤษ เขาจะสร้างบ้านพักให้คนเร่ร่อนสัก 2 – 3 แห่ง และตั้งกองทุนสำหรับผู้ติดสุราและสารเสพติด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขาทำมาตลอด จนกระทั่งเขามาชกที่แอลเอ […]

ฮอตกว่าเพลิงป่า เมื่อ หนุ่มนักดับเพลิง เปลื้องผ้าถ่ายแบบการกุศล ลงปฏิทิน 2019 !

ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งแดนจิงโจ้ เมื่อหนุ่มๆ รูปหล่อ งานดีอย่างแก็ง หนุ่มนักดับเพลิง ในประเทศออสเตรเลีย เขายกทัพ รวมตัวกันเปลื้องผ้าผ่อน ถ่ายภาพปฏิทินปี 2019 คู่กับ เหล่าสัตว์โลกน่ารัก แถมก็ไม่ได้ทำเพื่อเรียกเรตติ้งแต่อย่างใด เพราะงานนี้ พี่ๆ เขาถ่ายแบบเพื่อรวบรวมทุนบริจาค ยอดการกุศลครั้งนี้ ร่วมสมทบให้กับ โรงพยาบาลสัตว์ ออสเตรเลีย ค่า   ฮอตกว่าเพลิงป่า เมื่อ หนุ่มนักดับเพลิง เปลื้องผ้าถ่ายแบบการกุศล ลงปฏิทิน 2019 !   ไม่ใช่งานแรกที่ หนุ่มๆ รวมใจกันถ่ายแบบ เพราะโปรเจ็กนี้ เขามีมาตั้งแต่ปี 1993 แล้ว และยอดการกุศลส่วนใหญ่ก็บริจาค เพื่อกลุ่มองค์กร ที่ทำเพื่อสังคมทั้งหลาย อาทิเช่น โรงพยาบาลเด็ก หรือ โรงพยาบาลสัตว์ เอาเป็นว่า ภาพปฏิทินจะน่ารักละลายใจแค่ไหน เราไปดูกันเลย   ดูเจ้าเหมียวขนส้มสิ หลับตาพริ้มเชียวนะ <3   น้องโคอาล่า ขนปุกปุย ในอ้อมแขนน่ารักจังเลย […]

9 มหาเศรษฐีใจบุญ ของโลก บอกเลยว่าเปย์หนักมาก!!!

9 มหาเศรษฐีใจบุญ ของโลก บอกเลยว่าเปย์หนักมาก!!! กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับคนมีเงิน ที่พากันสวมวิญญาณ มหาเศรษฐีใจบุญ หันมาตอบแทนสังคม บริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ หรือตั้งกองทุน มูลนิธิขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ แก้ไข เยียวยาปัญหาสังคมในด้านที่ตนสนใจ และบริจาคแต่ละครั้งไม่ใช่น้อย ๆ ต้องหลัก 10 หรือหลัก 100 ล้านเหรียญขึ้นไป มาดูยอดการบริจาคในปีที่แล้วของมหาเศรษฐีใจบุญสายเปย์ระดับโลกว่ามีใครบ้าง Photo : Columbia University Medical Center FLORENCE IRVING เมื่อปีที่แล้วฟลอเรนซ์ เออร์วิ่ง ทุบสถิติยอดการบริจาคเงินซะแตกกระจุยโดยเธอบริจาคเงิน 600 ล้านเหรียญให้แก่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและโรงพยาบาลนิวยอร์ก-เพรสไบเทเรียน เพื่อการศึกษาและวิจัยมะเร็ง และในวันเดียวกันยังบริจาคเงินอีก 80 ล้านเหรียญให้แก่ The Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ก ซึ่งทั้งสองแห่งยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือยอดเงินบริจาคสูงสุดเท่าที่เคยได้รับมาเลยทีเดียว ฟลอเรนซ์เป็นภรรยาม่ายของเฮอร์เบิร์ต เออร์วิ่ง ผู้ก่อตั้งอาณาจักร Sysco ธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทั่วโลกให้แก่ภัตตาคารร้านอาหาร เฮลธ์แคร์ สถาบันการศึกษา และโรงแรม […]

กู่เทียนเล่อ ซูเปอร์สตาร์ใจบุญ ผู้ไม่เคยหยุดปิดทองหลังพระ

กู่เทียนเล่อ ซูเปอร์สตาร์ใจบุญ ผู้ไม่เคยหยุดปิดทองหลังพระ   กู่เทียนเล่อ (Louis Koo) เป็นหนึ่งในนักร้อง – นักแสดง และนักสร้างภาพยนตร์ชาวฮ่องกงที่คนไทยรู้จักกันดี เขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายและเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี เขาทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นพนักงานขายของในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน พนักงานทำความสะอาดที่ร้านฟาสต์ฟู้ด ลูกมือกุ๊กในร้านอาหาร พนักงานขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้า พนักงานเดินเอกสารในออฟฟิศ จนกระทั่งเขาได้ไปเล่นเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอในคาราโอเกะจึงคิดเข้าสู่วงการบันเทิง โดยการไปสมัครทดสอบบทเอี้ยก้วยในละครเรื่องมังกรหยก ของสถานีโทรทัศน์ทีวีบีเมื่อปี พ.ศ. 2538 ปรากฏว่าเขาได้รับคัดเลือก จากนั้นเป็นต้นมาอาชีพนักแสดงของเขาก็รุ่งโรจน์จนกลายเป็นพระเอกหมายเลขหนึ่งของทีวีบี ปัจจุบันซูเปอร์สตาร์คนนี้อายุ 47 ปี มีผลงานมากมายทั้งทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อีกด้วย เขาเคยได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมของทีวีบี 2 ครั้ง ได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง และเป็นแอมบาสเดอร์ของงานเทศกาลหนังนานาชาติฮ่องกงมาตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน เขาตั้งบริษัท One Cool Film Production Limited ซึ่งสร้างภาพยนตร์มาแล้ว 14 เรื่อง นั่นเป็นประวัติที่คนทั่วไปรู้จักเขา แต่เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้คือ เขาบริจาคเงินสร้างโรงเรียนให้เด็ก ๆ ในประเทศจีนเกือบร้อยแห่งโดยไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ความใจบุญของกู่เทียนเล่อกลายเป็นข่าวดังในปี […]

แฮร์ริสัน ฟอร์ด ดาราฮอลลีวูด รุ่นใหญ่ ทำบุญถวายพระพุทธรูปแด่วัดที่สปป.ลาว

แฮร์ริสัน ฟอร์ด ดาราฮอลลีวูด รุ่นใหญ่ ทำบุญถวายพระพุทธรูปแด่วัดที่สปป.ลาว วันนี้ซีเคร็ตนำเสนอเรื่องดี ๆ  ที่เกิดขึ้น ในสังคมออนไลน์แชร์และโพส เรื่องราวการทำบุญในพระพุทธศาสนาของ ดาราฮอลลีวูด ชายรุ่นใหญ่คนหนึ่ง แฮร์ริสัน ฟอร์ด พร้อมด้วยครอบครัว ถวายพระพุทธรูปแด่วัดที่สปป.ลาว     เด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้จักเขานัก แฮร์ริสัน ฟอร์ด ดาวค้างฟ้าแห่งวงการหนังฮอลีวูดของสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าถามคุณพ่อคุณแม่คงรู้จักดารารุ่นใหญ่คนนี้เป็นอย่างดี     เขาโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า (1981) และ อินเดียน่า โจนส์ สองภาคแรก คือ ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี (1984) ศึกอภินิหารครูเสด (1989) ยังรับบทเป็นอินเดียน่า โจนส์ในวัยแก่ จากอินเดียน่า โจนส์ ภาค 4  อาณาจักรกะโหลกแก้ว (2008)  ผลงานที่ทำให้เขาเป็นรู้จักอีกเรื่อง คือ สตาร์วอร์ส เอพพิโซด 4-6       ปัจจุบันแฮร์ริสัน ฟอร์ดมีอายุ 75 […]

keyboard_arrow_up