แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เวลาเราเห็นผิด เราเปลี่ยนเป็นถูก เวลาใดเป็นทุกข์ เราเปลี่ยนเป็นความไม่ทุกข์ เวลาใดเห็นมันโกรธ เราเปลี่ยนเป็นไม่โกรธ จุดนี้เป็นกรรมของเรา คนอื่นช่วยไม่ได้หรอก ความคิด เวลาใดที่เราคิด คนอื่นมาเห็นกับเราไม่ได้ เราเห็นเอง ความโกรธ คนอื่นก็ไม่เห็น เราต้องเห็นเอง ความโลภ ความหลง กิเลส ตัณหา ราคะ ความง่วงเหงาหาวนอน คนอื่นไม่เห็น เราเห็น คนอื่นอาจจะเห็นบ้างจากลักษณะภายนอก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเห็นขึ้นมา เราก็แก้ได้ ก็ลองแก้ลองดู อย่าเพิ่งไปหมดตัวกับมัน พอมันง่วงก็หลับตาปี๋เข้าไป หาว อ้าปาก ก็เรียกว่าร่วมกับมัน เป็นแนวร่วมไปกับมัน มันก็ง่วงง่าย เราหาวิธีดูซิ พอมันง่วงทำอย่างไร อย่าเพิ่งไปยอมแพ้มัน สู้มันสักหน่อย อาจจะไปมองท้องฟ้า มองยอดไม้ ดูวัน ดูเวลา ดูทิศ ดูทาง เอาความรู้สึกออกไปไกล ๆ มองก้อนเมฆ ท้องฟ้า ทำความเห็นว่าเวลานี้เป็นเวลากลางวัน ไม่ใช่เวลานอน […]

ธรรมลิขิต ๑๒ ฉบับ จากพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)

ธรรมลิขิต ๑๒ ฉบับ จากพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) เมื่อปี ๒๕๐๖ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ได้เมตตาไปอยู่จำพรรษาที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ท่านได้มีลิขิตเป็นจดหมายชี้แจงข้ออรรถ ข้อธรรมสั้น ๆ แต่มีใจความลึกซึ้ง ส่งถึงคณะทางวัดสันติธรรม จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งคราว เท่าที่ท่านอาจารย์บุญกู้ อนุวฑฺฒโน วัดอโศการามได้เก็บรวบรวมไว้มีจำนวน ๑๒ ฉบับ ลงพิมพ์เป็นธรรมเมตตาอนุสรณ์ใน “พุทฺธาจารปูชา”   ฉบับที่ ๑ ให้ละกิเลสออกจากจิตให้หมดทุกคน กิเลสนี้แหละทำให้คนเราเดือดร้อนวุ่นวายอยู่ไม่มีที่สิ้นสุด กิเลสนั้นท่านย่นย่อเข้ามา ก็คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลง ๓ อย่างนี้เท่านั้น ทำไมจึงเกิดมาสร้างกิเลสให้มากขึ้นไปทุกภพทุกชาติ ทำไมหนอ ใจคนเราจึงไม่ยอมละ การละไม่หมดสักที ในชาติเดี๋ยวนี้ให้ตั้งใจละทั้งพระและทั้งเณร ญาติโยมทั้งหลาย ความโกรธเมื่อเกิดขึ้น อย่าโกรธไปตาม ถ้าไม่ได้โกรธไปตาม มันจะตายเทียวหรือ ? ทำไมจึงไม่ระลึกอยู่เสมอ ๆ ว่า เราจะละความโกรธให้หมดสิ้นไปในเวลาเดี๋ยวนี้ ๆ อย่าได้มีความท้อถอยในการสร้างความดี […]

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร “เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี”

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร หรือพระพรหมมงคลญาณ วิ. พระราชาคณะ​เจ้าคณะ​รองชั้นหิรัญ​บัฏและเจ้าอาวาส วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2463 ณ สถานีรถไฟปากเพรียว จังหวัดสระบุรี บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2478 เมื่ออายุ 15 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2484 ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่กงมาและหลวงปู่มั่น ท่านเคยร่วมธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์ทั้งสอง ท่านมีพลังจิตสูง เชี่ยวชาญในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีชื่อเสียงทั้งด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการสอนวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ท่านยังมีผลงานด้านการสร้างและการสนับสนุนสาธารณสมบัติจำนวนมาก เช่น วัด ศาสนสถาน สถานปฏิบัติธรรม วิทยาลัยสงฆ์ สถาบันพลังจิตตานุภาพ โรงพยาบาล ที่ว่าการอำเภอ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา   เรื่องเล่า “รวมบันทึกธรรมหลวงปู่มั่นเล่มแรก” หลวงพ่อวิริยังค์เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อยู่ถึง 4 ปี ปรนนิบัติตั้งแต่การปูที่นอน กางกลด ซักผ้า เทกระโถน […]

ก้าวผ่านทุกข์ ด้วย 7 คำสอนหลวงปู่ขาว อนาลโย พระนักวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น

แม้ท่านจะละสังขารไปกว่า 30 ปีแล้ว หากแต่ คำสอนหลวงปู่ขาว ยังคงอยู่ในความทรงจำ สร้างศรัทธาในหมู่ชาวพุทธรุ่นแล้วรุ่นเล่าและเป็นความจริงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

สร้างสุขในชีวิตโดยการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ด้วยธรรมะ คำสอนของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

สร้างสุขในชีวิต โดยการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ด้วยธรรมะ คำสอนของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้กล่าวถึงการใช้ธรรมะขัดเกลาจิตใจ อันเป็นหนทางสู่ความสุขสงบและ สร้างสุขในชีวิต ไว้ว่า “การที่เราจะทำใจให้สงบได้ทุกโอกาสนี่แหละเป็นปัญหา เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษาทำความเข้าใจ การศึกษาธรรมก็เพื่อประโยชน์แก่เรื่องนี้ คือเพื่อให้เรารู้ว่าเราควรจะอยู่อย่างไร ควรจะคิดอย่างไร ควรจะทำอย่างไรชีวิตจะสดชื่นรื่นเริง และควรจะเป็นความสดชื่นตามแบบผู้ประพฤติธรรม “ถ้าจิตใจเราไม่มีหลักประจำแล้ว เราก็ขึ้น ๆ ลง ๆ กับเรื่องได้เรื่องเสีย ไม่รู้จักจบจักสิ้น การที่มีจิตขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่อย่างนั้น มันจะเป็นความสุขได้อย่างไร เป็นความสงบได้อย่างไร มันเป็นเรื่องที่เราไม่ควรจะทำในเรื่องอย่างนั้น แต่เราควรจะได้มีการรู้เท่ารู้ทันต่อสิ่งนั้นตามสภาพที่เป็นจริง ฉะนั้นจึงต้องมาทำการศึกษาในเรื่องนั้น ๆ เพื่อจะได้ต้อนรับสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้องตามเรื่องที่มันควรจะเป็น “ไม่ควรจะรื่นเริงตามแบบผู้คะนองในความสุขทางเนื้อหนังหรือว่าในทางวัตถุมากเกินไป เพราะว่าความสุขอันเกิดจากวัตถุนั้นมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งนั้น เช่น เวลาได้ก็ดีใจ เวลาเสียก็มีความเสียใจ ก็สิ่งทั้งหลายนั้นมันไม่มั่นคงถาวร ไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมของมันตลอดเวลา แต่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรไปเมื่อใดก็ได้ “ในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติขัดเกลาจิตใจตนเองก็เหมือนกัน มันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าเหลือวิสัยที่เราจะทำไม่ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่บัญญิติไว้ ที่พระองค์บัญญัติหลักธรรมไว้นั้น แสดงว่าพระองค์ได้กระทำด้วยพระองค์เองแล้ว เห็นผลจากการกระทำนั้นแล้วว่าได้จริง ๆ จึงนำมาสอนแก่ชาวโลก เพื่อให้ชาวโลกได้นำมาปฏิบัติต่อไป […]

7 คมธรรมคำสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ)

7 คมธรรมคำสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร นับเป็นพระเถราจารย์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อศาสนา แม้ท่านมรณภาพลงแล้ว แต่ทุกคำสอนยังมีคุณค่าเสมอ Secret จึงขอคัดเลือกคมธรรมของท่านมาฝากผู้อ่าน เพื่อจะได้น้อมนำไปปฏิบัติกันค่ะ 1. เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้ว ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกัน ต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเอง ก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น 2. ถ้าอยากรวยจนเป็นทุกข์ ก็ไม่ต้องรวย ถึงรวยก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะถึงรวยแล้ว ก็ยังเป็นทุกข์ ที่อยากรวย ก็เพราะต้องการให้เป็นสุข ไม่ใช่ว่าต้องการให้เป็นทุกข์ ถ้ารวยแล้วชีวิตต้องเป็นสุขด้วย แต่สุขอย่างผู้ครองเรือน 3. บางคนข้างนอกนั้นแลดูเรียบงามจริงๆ เชียว เป็นคนที่โก้ในสังคมว่าอย่างนั้นเถอะ จะเป็นรถนั่งก็ดี จะเป็นเครื่องใช้ไม้สอยก็ดี แหม ภูมิฐานเหลือเกิน แต่ว่าข้างในนั้นเป็นอาวุธทั้งหมด พร้อมที่จะเชือดจะเฉือนบุคคลผู้อื่นได้ พร้อมที่จะเชือดจะเฉือนสังคม เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ตนในทันทีทันใด นี่แหละต้องระวังมากๆ เดี๋ยวนี้มีมากเหลือเกิน 4. ของดีกับของเสียอยู่ไม่ใช่ไกลที่ไหน บางทีก็อยู่ปนๆ กัน แต่ถ้าน้อมใจให้ดีแล้วก็จะมองเห็นว่า นี่เป็นสิ่งดี นี่เป็นสิ่งไม่ดี สิ่งนี้ควรจะยึดไว้เป็นแบบ คนนี้ควรจะคบไว้เป็นมิตร […]

ผู้มีความเพียรเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ คำสอนของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ผู้มีความเพียรเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ คำสอนของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่สิมได้กล่าวถึงความเพียรว่า ความเพียรเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งปวง และเป็นหัวใจของการภาวนา เพราะหากเราไม่มีความเพียรเสียแล้ว การภาวนาเพื่อให้เข้าถึงธรรมก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ และการภาวนานั้นถือว่าเป็นการทำความดีที่ประณีตและได้อานิสงส์สูงสุด ฉะนั้นเราจึงต้องนำความเพียรมาเป็นกำลังเกื้อหนุนการภาวนา เพื่อให้การภาวนาเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป “ความเพียรนี้แหละท่านว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญ…พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้มีความพากเพียรพยายามแล้ว กิจกรรมการงานใด ๆ ไม่เหลือวิสัย ผู้มีความเพียรพ้นทุกข์ได้ แต่ผู้มาภาวนาตั้งใจปฏิบัติไม่มีความเพียร แต่อยากให้จิตใจของตนพ้นจากความทุกข์ความเร่าร้อนต่าง ๆ นานา…ก็อุบายที่ไม่ขี้เกียจนั่นแหละ…ทำอย่างไรข้าพเจ้าจะสู้กับกิเลสราคะ โทสะ โมหะในใจได้ ไปสู้ที่ไหน ก็สู้ด้วยความเพียร สู้ด้วยความตั้งใจมั่น เราตั้งใจลงไปแล้วให้มันมั่นคง ไม่มั่นคงอย่าไปถอย เมื่อจิตใจไม่ถอย จิตใจเพียรพยายามอยู่ หาวิธีการที่จะเอาชนะกิเลสในใจของตนให้ได้ “พระองค์ตรัสว่า เพียรพยายามอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก คำว่าทุกลมหายใจเข้าออก นั่นคือว่า เพียรอยู่เสมอ ตั้งใจอยู่เสมอ…เพียรพยายามฝึกตัวเองอยู่ มันจะเหลือวิสัยผู้มีความเพียรไปไม่ได้ เพราะว่าบนแผ่นดินนี้ ผู้มีความเพียร ผู้ไม่ท้อแท้อ่อนแอในดวงใจ ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมสำเร็จได้ ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้า เมื่อเห็นแล้วต้องตั้งความเพียรลงไป ภาวนาลงไป เมื่อมันยังไม่ตาย จะไปถอยความเพียรก่อนไม่ได้ ให้มันตาย มนุษย์เผาไฟแล้วจึงค่อยถอย ถ้ามันยังไม่ตาย เราจะไปถอยความเพียรไม่ได้ “ดูพระสาวกในครั้งพุทธกาล ท่านทำจริง […]

keyboard_arrow_up