คนแจวเรือสันดานหยาบ นิทานสอนใจเรื่องการให้โอกาสคน

คนแจวเรือสันดานหยาบ นิทานสอนใจเรื่องการให้โอกาสคน   มักจะมีคนกล่าวว่า เราสมควรจะให้โอกาสแก่คนอื่น แต่การจะให้โอกาสใคร ก็ควรดูความเหมาะสมว่าคน ๆ นั้นสมควรจะได้รับหรือไม่ เพราะคนบางคนมองไม่เห็นค่า จึงเป็นการสูญเสียโอกาสดี ๆ สำหรับคนที่คู่ควรจะได้รับโอกาสนั้น ดังเช่น คนแจวเรือสันดานหยาบ ที่ไม่ซาบซึ้งกับธรรมโอวาทนี้ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษี บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลาช้านาน วันหนึ่งคิดอยากจะโปรดญาติโยม จึงเข้าไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี พระราชาทรงเลื่อมใสแล้วนิมนต์ให้จำพรรษาในสวนหลวงเพื่อถวายทาน โดยพระราชาจะเสด็จไปฟังธรรมวันละครั้ง ฤๅษีมักจะให้โอวาทเป็นประจำว่า “มหาบพิตร พระราชาไม่ควรมีอคติ 4 อย่าง เป็นผู้ไม่ประมาท สมบูรณ์ด้วยขันติ มีเมตตากรุณา ครองราชย์โดยธรรม ที่สำคัญพระองค์อย่าทรงโกรธเป็นอันขาด ไม่ว่าในสถานที่ใด จะเป็นในบ้านในป่าหรือที่ลุ่มที่ดอนก็ตาม ถ้าทำได้พระองค์จะเป็นที่รักของทวยราษฎร์ตลอดไป” พระราชาทรงเลื่อมใสยิ่ง จึงถวายหมู่บ้านชั้นดีที่เก็บเงินส่วยภาษีได้ปีละ 100,000 กหาปณะให้ 1 ตำบล แต่ฤๅษีไม่รับเพราะถือเป็นกิเลส จนเวลาผ่านไปได้ 12 ปี ต่อมาวันหนึ่ง ฤๅษีคิดจะเดินทางไปโปรดญาติโยมที่อื่นบ้างจึงไม่ได้เข้าเฝ้าทูลลาพระราชา เพียงบอกให้คนเฝ้าสวนหลวงไปกราบทูลให้ทรงทราบ แล้วก็ออกเดินทางไปถึงฝั่งแม่น้ำคงคา ที่ท่าเรือมี นายอาวาริย์ปิตา เป็นคนแจวเรือไปส่งคนข้ามฟากแล้วค่อยคิดเงินค่าจ้างเอาตามใจชอบ เมื่อลูกค้าไม่ให้ก็มักจะมีเรื่องทะเลาะชกต่อยและขู่เอาเงินค่าจ้างจากผู้โดยสารอยู่เป็นประจำ ฤๅษีเมื่อไปถึงท่าเรือแล้วก็ขอใช้บริการเรือจ้างของนายอาวาริย์ปิตานั้น […]

ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสใหม่ๆ เสมอ

ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสใหม่ๆ เสมอ จากวันที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่สร้างมากับมือต้องล้มลงในช่วงฟองสบู่แตกแบบไม่เหลืออะไรเลย ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ไม่เคยคิดท้อใจ ลุกขึ้นสู้จนกลับมาประสบความสำเร็จมากกว่าเดิมเสียอีก ปัจจุบันเขาเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทสถานีรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์สุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัทท็อป ซีเคร็ต ด็อกคิวเมนท์ ดิสทรัคชั่น จำกัด จากยะลามากรุงเทพฯ ผมเป็นลูกชาวสวนธรรมดา ๆ อยู่ที่ยะลา ครอบครัวไม่ได้ลำบาก ฐานะปกติทั่วไป ผมมีพี่น้อง 7 คน โชคดีที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายมองเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงส่งให้มาเรียนในตัวเมืองยะลา แล้วก็มาเรียนต่อ ปวส. ที่โรงเรียนเกษมโปลีเทคนิคที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ผมเกรงใจที่บ้านเลยคิดหาทางทำงานไปด้วย เนื่องจากตอนเรียน ปวช.ผมเรียนช่างอิเล็กทรอนิกส์ หลังเลิกเรียนผมก็ไปเรียนซ่อมทีวีที่พระโขนงอาชีวะ พอเริ่มมีความรู้เรื่องการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น ก็ทำป้ายรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไปฝากไว้ที่ร้านขายของชำใต้คอนโดที่พัก มีลูกค้าเป็นคนในซอยโดยเอามาฝากไว้ที่ร้านค้า เลิกเรียนผมก็มารับเครื่องที่ฝากไว้ไปซ่อมให้ แล้วเอาไปฝากไว้ที่ร้าน ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เผชิญวิกฤติ รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไปได้สักพัก ค่าเช่าคอนโดก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงขยายงานไปรับติดตั้งดาวเทียมและไฟฟ้าให้สำนักงานอาคารสูง ต่อมามีโครงการก่อสร้างโรงแรม 10 ชั้นหลังเอแบค เขาจ้างผมตีกิ๊บเดินสายไฟ ผมก็รับสมัครลูกน้องมา […]

keyboard_arrow_up