กิมจิ ปลาร้า ความเค็มสูง เสี่ยงโรคเรื้อรัง

จากกิมจิ สู่ปลาร้า โจทย์ท้าทายของการลดเค็ม ลดโรคของคนไทย องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ปริมาณโซเดียมที่ควรบริโภคต่อวันของผู้ใหญ่นั้นไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมหรือกินเกลือแกง (NaCl) ได้ไม่เกิน 1 ช้อนชาหรือ 5 กรัมต่อวัน ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์สาขาวิชาโรคไต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม อธิบายเพิ่มเติมว่า เกาหลีใต้เริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์ลดการบริโภคเค็มระดับชาติขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณการบริโภคโซเดียมของประชากรลง 20% ภายในปี 2563 โดยมีผลสำรวจก็พบว่าการบริโภคโซเดียมในประชากรวัยผู้ใหญ่นั้นลดลงถึง 23.7% ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จีนพบว่าราว 45% ของประชากรจีนมีการบริโภคในระดับสูงเกินกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยมีนโยบายคือการส่งเสริมให้ประชากรและธุรกิจอาหารหันมาใช้สารทดแทนเกลือ (Salt Substitute) ที่มีโปแตสเซียมคลอไรด์เป็นส่วนประกอบอาหารแทนการใช้เกลือแกง คนไทยบริโภคโซเดียมสูงถึง 4,351.7 มิลลิกรัม/วัน และมีภาวะความดันโลหิตสูงถึง 24.7 % ซึ่งไทยได้อยู่ระหว่างขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย ปี 2559 – 2568  ที่มีเป้าหมายให้คนไทยลดการบริโภคโซเดียมลง 30% ภายในปี 2568 การบริโภคเกลือในปริมาณมากเกินพอดีจะส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง โดยโรคความดันโลหิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น หัวใจวาย อัมพาต […]

อาหารรสเค็ม ส่งผลต่อไตอย่างไรบ้าง

อาหารรสเค็ม กับโรคไต หลายคนคงรู้แล้วว่า การกิน อาหารรสเค็ม มากๆ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก่อผลเสียต่อไต วันนี้เรามาศึกษารายละเอียดกันว่า ทำไมอาหารเค็มๆ ถึงทำให้ไตพังได้ โดยจะขอหยิบยกข้อมูลจาก บทความ ในนิตยสารวาไรตี้เพื่อสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ผศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต พญ.กชรัตน์ วิภาสธวัช ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ภาควิชาอายุรศาสตร์ ว่าด้วยโรคเรื้อรังที่ไม่มีใครอยากเป็น โรคความดันโลหิตสูงและโรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สําคัญของคนไทย จากการศึกษาความชุกของโรคพบว่ามีประชากรไทยที่เป็นความดันโลหิตสูงได้ถึง 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่ หรือกว่า 10 ล้านคน และพบว่า มีประชากรไทยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 7 ล้านคน โดยส่วนมากเป็นโรคไตระยะเริ่มต้น ซึ่งถ้าความดันโลหิตสูงไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะทําาให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น หัวใจวาย อัมพาต และความเสื่อมจากการทําางานของไต นําไปสู่ภาวะไตวาย หลักสําาคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเหล่านี้คือ ควบคุมความดันโลหิต รักษาเบาหวาน รวมทั้งป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด อุปสรรคที่สําคัญที่ทําาให้การควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ตามเป้าหมายคือ การบริโภคเกลือปริมาณมาก มีการเติมเกลือหรือน้ำปลาในการปรุงรสชาติอาหารให้มีรสเค็ม โดยเฉพาะคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคเกลือสูงถึง 2 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการ […]

เบาหวานลงไต โรคพ่วงจากเบาหวานทำสุขภาพพัง

เบาหวานลงไต อีกหนึ่งอันตรายที่ไม่ควรปล่อยให้เป็น โรคไต ก็เป็นอีกหนึ่งโรคพ่วงที่ตามมาจากเบาหวานได้หากผู้ป่วยเบาหวานไม่ดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับ เบาหวานลงไต สำหรับผู้ป่วยจะได้สามารถป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผู้ที่เป็นแล้วมีข้อปฏิบัติอย่างไร มาอ่านข้อมูลจาก บทความสุขภาพโดย อ.นพ.ไพฑูรย์ ขจรวัชรา สาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กันเลยค่ะ ว่าด้วยการเกิดโรคไตจากเบาหวาน หากกล่าวถึงโรคเบาหวานแล้วหลายคนอาจส่ายหน้าและรู้สึกกลัว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่ตามมา ที่ล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่  และที่อยู่ในอันดับต้น ๆ คือ “โรคไตจากเบาหวาน”  ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด “โรคไตวาย” เป็นอันดับหนึ่ง ในประเทศไทย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โรคไตจากเบาหวานมาย่างกราย เราควรรู้เท่าทันเพื่อป้องกันครับ เกิดขึ้นได้อย่างไร โรคไตจากเบาหวาน เมื่อเป็นโรคเบาหวานและไม่สามารถควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นระยะเวลานานก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่อเซลล์ที่บริเวณอวัยวะต่าง ๆ  เช่น ตา  ระบบประสาทส่วนปลาย ไต หัวใจและหลอดเลือด  สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตจากเบาหวาน นอกจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจนเกิดอันตรายต่อเซลล์ที่ไตแล้ว  ยังทำให้เกิดความดันในหลอดเลือดฝอยในไต และอัตราการกรองของไตสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อไต โรคไตจากเบาหวานแบ่งได้เป็น 5 […]

ชวนรู้จักโซเดียม และผลเสียต่อไตที่ไม่ควรมองข้าม

โซเดียมกับโรคไต อาหารที่มีส่วนผสมของโซเดียม หากเรารับประทานเข้าไปในปริมาณที่มาก จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้หรือไม่ และควรรับประทานอย่างไรให้เกิดประโยชน์ มารู้จัก โซเดียมกับโรคไต กันดีกว่าค่ะ โซเดียมคืออะไร โซเดียม คือ เกลือแร่ชนิดหนึ่งที่มีความสําคัญต่อการควบคุมสมดุลนําและของเหลวในร่างกาย ซึ่งสามารถควบคุมระบบความดันโลหิต การทํางานของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ ตลอดจนถึงการดูดซึมสารอาหารและเกลือแร่ในไตและลําไส้เล็ก โซเดียมพบในอาหาร เนื้อสัตว์ อาหารจากธรรมชาติ นอกจากนั้นเราบริโภคโซเดียมในรูปแบบของเกลือแกง อาหารสําเร็จรูป วัตถุปรุงรส ตลอดจนถึงขนมกรุบกรอบทีใส่ผงฟูทุกชนิด ร่างกายต้องการปริมาณโซเดียมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกาย เพศ และอายุ โดยทัวไปแล้วสามารถบริโภคโซเดียมสูงสุดโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ที่ 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน เมือเทียบเป็นเกลือป่นอยู่ทีประมาณ 1 ช้อนชาหรือ 6 มิลลิกรัม โดยปกติแล้วอาหารจากธรรมชาติทีบริโภคทุกวันก็มีปริมาณโซเดียมที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว หากกินโซเดียมเกิน หากบริโภคโซเดียมเกินปริมาณทีร่างกายต้องการแล้ว จะก่อให้เกิดการเสื่อมของไต เพราะไตทําหน้าทีขับโซเดียม เมือไตทํางานได้ลดลงจะทําให้มีการคั่งของเกลือ มีการบวมนํ้า ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเกิดโรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาได้ นิสัยบริโภคที่ควรระวัง คนไทยส่วนใหญ่มักติดการรับประทานอาหารรสจัดโดยเฉพาะ “การติดเค็ม” แบบไม่รู้ตัว  เนื่องจากอาหารบางประเภทมีความเค็มแฝงอยู่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมหลักของการเกิดโรคไตเรื้อรัง คนไทยประมาณ 17.6% ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง คิดเป็นอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7,800 คน/ปี […]

รวมพลัง “คัดกรอง ป้องกัน รู้ทัน โรคไต”

รวมพลัง “คัดกรอง ป้องกัน รู้ทัน โรคไต” จัดงานกิจกรรมสัปดาห์วันไตโลกและสัปดาห์ลดการบริโภคเค็ม  ประจำปี 2563 สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกาศจัดงานกิจกรรมสัปดาห์วันไตโลกและสัปดาห์ลดการบริโภคเค็ม ประจำปี 2563 นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตในประเทศไทย เป็นปัญหาที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 และเรื่องของฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มีอันตรายต่ออวัยวะในร่างกายและสุขภาพของทุกคน  สาเหตุเนื่องจากคนไทยยังคงมีพฤติกรรมการบริโภคเค็มเกินความพอดีจนเกิดเป็นโรคไต และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ  เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเรื้อรัง จึงทำให้ภาครัฐบาลจำเป็นต้องมีการรณรงค์เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง การจัดงานกิจกรรมสัปดาห์วันไตโลกและสัปดาห์ลดการบริโภคเค็ม ประจำปี 2563 ประจำปีนี้ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563  ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 […]

กินยังไงไม่ให้เป็นโรคไต? อาหารแบบไหน เสี่ยงโรคไต มากที่สุด

กินยังไงไม่ให้เป็นโรคไต? อาหารแบบไหน เสี่ยงโรคไต มากที่สุด เนื่องในโอกาสที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศได้จัดงานวันไตโลก (World kidney day) ขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น. โดยในปีนี้ได้เน้นไปที่หัวข้อการป้องกันโรคไต ในคำขวัญที่ว่า “คัดกรอง ป้องกัน รู้ทัน โรคไต” จึงอยากจะมาแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคไตที่เป็นภัยต่อสุขภาพของคนไทยในทุกเพศทุกวัยกัน ว่าอาหารแบบไหน เสี่ยงโรคไต มากที่สุด   ใครเสี่ยงเป็นโรคไตบ้าง? คนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยสูงอายุ ล้วนเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรังได้ พฤติกรรมแบบไหน เสี่ยงโรคไตมากที่สุด “พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินอยู่” นับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นเราลองมาสำรวจตัวเองกันดูสักนิดว่า “เราได้เปิดประตูต้อนรับโรคไตเรื้อรังให้เข้ามาในชีวิตบ้างแล้วหรือยัง” โดยดูจากพฤติกรรมของตัวเราเอง ยกตัวอย่างเช่น ชอบกินอาหารรสจัดคำว่า “รสจัด” รวมความถึง เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด และมันจัด อาหารรสจัดทำให้ไตทำงานหนัก […]

เช็คอาการ คัดกรอง ป้องกัน และรู้ทัน โรคไตเรื้อรัง

คัดกรอง ป้องกัน รู้ทัน โรคไตเรื้อรัง เนื่องในโอกาสที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศได้จัดงานวันไตโลก (World kidney day) ขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่  22 มีนาคม 2563  ณ ลานอีเดน  ชั้น 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น. โดยในปีนี้ได้เน้นไปที่หัวข้อการป้องกัน โรคไตเรื้อรัง ในคำขวัญที่ว่า “คัดกรอง ป้องกัน รู้ทัน โรคไต” จึงอยากจะมาแบ่งปันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคไตที่เป็นภัยต่อสุขภาพของคนไทยในทุกเพศทุกวัยกัน อาจารยเพทย์หญิง ปิยวรรณ  กิตติสกุลนาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินอยู่” นับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นเราลองมาสำรวจตัวเองกันดูสักนิดว่า “เราได้เปิดประตูต้อนรับโรคไตเรื้อรังให้เข้ามาในชีวิตบ้างแล้วหรือยัง” โดยดูจากพฤติกรรมของตัวเราเอง ยกตัวอย่างเช่น ชอบกินอาหารรสจัดคำว่า “รสจัด” รวมความถึง เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด และมันจัด อาหารรสจัดทำให้ไตทำงานหนัก จึงมีส่วนทำให้เป็นโรคไตได้ จากข้อมูลของเครือข่ายลดบริโภคเค็มพบว่าปัจจุบันคนไทยกินเค็มมากกว่ามาตรฐาน […]

4 สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า เรากำลัง กินเค็ม มากจนเกินไป

4 สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า เรากำลัง กินเค็ม มากจนเกินไป นอกเหนือจากเกลือ ซีอิ๊ว และซอสต่างๆ ที่เราเหยาะเพื่อปรุงรสให้กับอาหารของเรา ก่อนที่อาหารจะถูกเสิร์ฟมาอยู่ตรงหน้าของเรา อาหารเหล่านั้นก็มักจะมีโซเดียมปริมาณมากที่แอบแฝงอยู่ จึงทำให้เรามักจะเผลอ กินเค็ม โดยที่ไม่รู้ตัว ปกติแล้ว เราควรกินโซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ ก่อนที่จะกินอะไร ควรดูฉลากโภชนาการเสียก่อน ว่าอาหารนั้นมีปริมาณเปอร์เซ็นโซเดียมอยู่เท่าไหร่ เพื่อที่เราจะสามารถควบคุมปริมาณโซเดียมที่กินในแต่ละวันได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเราเผลอกินเค็มมากเกินไปอยู่หรือเปล่า? เราสามารถสังเกตได้จาก 4 สัญญาณด้านล่างนี้ ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ   1 รู้สึกกระหายน้ำ โซเดียมมีหน้าที่สำคัญในการปรับสมดุลปริมาณของเหลวในร่างกายของเรา ร่างกายของเราจึงต้องการโซเดียมทุกวัน เพื่อช่วยคงสมดุลของน้ำในร่างกาย เมื่อเรารู้สึกกระหายน้ำ นั้นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายของเรามีปริมาณโซเดียมมากเกินไปจนต้องการน้ำที่จะเข้ามาเติมเต็มสมดุลนี้ จึงส่งสัญญาณไปที่สมองของเราให้มีการดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปมากขึ้น   2 เผชิญกับอาการบวม อืด อาหารเค็มๆ จะให้ร่างกายของเราบวม อืด เนื่องจากเมื่อมีปริมาณโซเดียมจำนวนมากอยู่รอบๆ เม็ดเลือดจะทำให้น้ำแพร่ออกจากเซลล์ จนทำให้เกิดอาการบวม เมื่อมีโซเดียมปริมาณมาก ร่างกายของเราจึงต้องการของเหลวจำนวนมากเพื่อปรับสมดุล จนทำให้ร่างกายของเราบวม โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง […]

โรคไตอาการ ที่ควรรู้ รู้เร็ว รู้ก่อน ป้องกันได้

โรคไตอาการ ที่ควรรู้ รู้เร็ว รู้ก่อน ป้องกันได้ โรคไตอาการ ที่ควรรู้ “โรคไต” คือ กลุ่มโรคหรือภาวะที่ทำให้ไตเกิดความเสียหาย หรือทำงานผิดปกติจนเกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ตามมา เนื่องจากไตไม่สามารถฟอกเลือดหรือขับของเสียออกจากเลือดได้ตามปกติ หากป่วยเป็นโรคไต ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต   ไต ทำหน้าที่หลายอย่าง ดังนี้ – กำจัดของเสียออกทางปัสสาวะ ที่สำคัญคือของเสียจากโปรตีนและจากกล้ามเนื้อคือ ยูเรีย (Urea) และครีอะตินิน (Creatinine) ซึ่งถ้ามีมากร่างกายจะเจ็บป่วย – กำจัดยาบางชนิดหรือสารที่เป็นพิษอื่นๆ – ดูดซึมและเก็บสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย – กำจัดน้ำ เกลือแร่ และสารส่วนเกิน รวมทั้งกรดเพื่อให้ร่างกายอยู่ในภาวะปกติ – สร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงในไขกระดูกดังนั้นถ้าไตวายจะทำให้ซีดได้ – ผลิตวิตามินดีให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการเสริมสร้างกระดูก   ไตไม่ทำงานจะเกิดอะไรขึ้น – ของเสียคั่งในเลือดทำให้เลือดไม่สะอาด เมื่อเลือดไม่สะอาดไหลไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกายเซลล์จะทำงานไม่ได้ดังปกติ – การคั่งของน้ำของเสีย เกลือแร่ และกรดในร่างกายจะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ – ถ้าไตหยุดทำงานอย่างรวดเร็ว ร่างกายปรับตัวไม่ทันจะมีอาการให้เห็นเร็ว แต่ถ้าไตทำงานลดลงอย่างช้าๆร่างกายจะปรับตัวตามได้บ้าง […]

6 พฤติกรรม กินเค็ม เสี่ยงโรคความดัน ไต หัวใจ และอัมพาต

6 พฤติกรรม กินเค็ม เสี่ยงโรคความดัน ไต หัวใจ และอัมพาต คนไทยกินเค็มกว่าความต้องการของร่างกายถึง 2 เท่า โดย กินเค็ม (โซเดียม) ประมาณ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ความต้องการของโซเดียมในร่างกายของคนเราที่ได้รับและไม่ทำให้เกิดอันตราย คือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลทำให้คนไทย โดยส่วนใหญ่มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDS เช่น โรคความดัน  ไต  หัวใจ และอัมพาต   พบว่าคนไทยที่เป็นวัยรุ่น และมีภาวะความดันโลหิตสูงมีเพิ่มจำนวนมากขึ้นและอายุน้อยลงเรื่อย ๆ  โดยปัจจุบัน พบผู้ป่วยเบาหวานและความดัน  อายุเพียง 20 กว่าปี เพิ่มมากขึ้น  พอเริ่มทำงานอายุประมาณ 30 กว่าปี เริ่มป่วยเป็นโรคไต ทั้งนี้เกิดจากการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง และจากการสำรวจล่าสุดพบว่าเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี มีการบริโภคเค็ม เกินปริมาณ 2-5 เท่า  ดังนั้นจึงมีวิธีการลดเค็มง่าย ๆ ด้วยการหยุด ! […]

วิธีทำนายโรคไต ป่วยหรือไม่ใน 10 ปี

สัญญาณโรคไต วิธีทำนายโรคไต ป่วยหรือไม่ใน 10 ปี สัญญาณโรคไต เมื่อไหร่ต้องระวัง เมื่อไหร่จะป่วยเป็นโรคไต  วันนี้ชีวจิตออนไลน์ จะชวนคุณผู้อ่านมาทำ “แบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคไตในคนไทย” อย่าเพิ่งทำหน้าเบ้พร้อมบ่นเบาๆว่า ก็ไม่เห็นจะน่าสนใจหรือน่าตื่นเต้นตรงไหน เพราะแบบประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคนั้นเคยทำมาเยอะแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องจริง เรามีแบบประเมินมากมาย แต่ส่วนใหญ่นั้นมักแปลเนื้อหามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีหัวข้อในการประเมินที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยนัก แต่สำหรับแบบประเมินที่เรานำมาฝากนี้ทำการศึกษาในคนไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยคนไทยและคิดวิธีการแปลผลโดยคนไทย ที่สำคัญ เป็นงานวิจัยเรื่องใหญ่ที่สุดและใช้เวลาทำการวิจัยยาวนานที่สุดในประเทศ จึงเชื่อได้ว่าให้ผลการทำนายหรือวิเคราะห์แม่นยำมาก ร่วมภูมิใจ งานวิจัยเรื่องสำคัญของคนไทย นายแพทย์ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ ประจำหน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้จัดการโครงการการประเมินความเสี่ยงต่อโรคไตในคนไทย เล่าถึงที่มาของแบบประเมินนี้ว่า “ก่อนหน้านี้เราไม่มีแบบประเมินความเสี่ยง สัญญาณโรคไต เป็นของตัวเอง เราจึงนำแบบประเมินของต่างประเทศมาใช้ แต่ปรากฏว่า ผลประเมินที่ออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากแบบประเมินของต่างประเทศเขาเก็บข้อมูลจากประชากรในประเทศของเขา ซึ่งมีลักษณะทางพันธุกรรม สภาพความเป็นอยู่หรือไลฟ์สไตล์ สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่ไม่เหมือนเรา มาวิเคราะห์และทำเป็นแบบประเมิน ผลวิเคราะห์จึงไม่ตรงกัน” สำหรับแบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคไตในคนไทยนี้ เป็นงานวิจัยที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยแบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นการทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คุณหมอปริญญ์อธิบายรูปแบบการทำวิจัยว่า “งานวิจัยนี้เริ่มทำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ถือเป็นงานวิจัยเรื่องใหญ่ที่สุด และใช้เวลาในการทำวิจัยยาวนานที่สุด คือเกือบ 30 ปี โดยการเก็บข้อมูลสุขภาพและติดตาม พฤติกรรมการใช้ชีวิตของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 3,000 คน ที่มีสุขภาพแข็งแรง เป็นเวลา 20 ปี ระหว่าง 20 ปีนี้ เราเก็บข้อมูลละเอียดมากตั้งแต่ผลเลือด พฤติกรรมการกิน การดื่ม เช่น ดื่มวันละเท่าไร ดื่มยี่ห้อไหน หรือ สูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร วันละกี่มวน กี่ซอง เป็นต้น เมื่อครบระยะเวลา 20 ปี เราก็จะทราบว่าใครมีสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วนำข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บได้มาวิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และล่าสุดนี้ จากข้อมูลที่เก็บมาได้มีการนำมาวิเคราะห์ว่าอะไรคือสาเหตุทำให้เกิดโรคไตในคนไทย และสามารถสร้างเป็นแบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคไตในคนไทยออกมาได้แล้ว” แบบประเมินความเสี่ยง สัญญาณโรคไต วิธีสแกนแบบประเมินความเสี่ยงโรคไตต่อคนไทยโดยใช้คิวอาร์โค้ด ทำได้ดังนี้ 1. เข้าไปในแอพพลิเคชั่นไลน์ 2. กดเพิ่มเพื่อน (Add Friends) 3. กดคิวอาร์โค้ด (QR Code) 4. สแกนคิวอาร์โค้ดในหน้านิตยสารเพื่อโหลดแบบประเมิน อ่านต่อ>>เช็กสาเหตุเสี่ยงโรคไต อ่านเพิ่มเติม วิธีกินช่วยผู้ป่วย โรคไต แข็งแรง อายุยืน คู่มือกินผักผลไม้ ปรับสมดุลแร่ธาตุ ฟื้นสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไต หนานเฉาเหว่ย : ผู้ป่วยโรคไต กินได้หรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า

กินเบเกอรี่ ใครว่าไม่เค็ม! อาหารเสี่ยงโรคไต ที่ใครๆ นึกไม่ถึง

กินเบเกอรี่ ใครว่าไม่เค็ม! อาหารเสี่ยงโรคไต ที่ใครๆ นึกไม่ถึง เมื่อนึกถึง อาหารเสี่ยงโรคไต สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงก็คือ “อาหารเค็ม” นั่นเอง เมื่อนึกถึงอาหารเค็ม เราก็มักจะนึกอาหารที่ใส่เกลือ น้ำปลาเยอะๆ จนเค็มปี๋ แต่ที่จริงแล้ว มีอาหารอีกหลายชนิดที่หากบริโภคเยอะๆ ก็มีความเค็ม และไม่ดีต่อไตของเรา แถมอาหารบางอย่าง ยังเป็นอาหารที่เรานึกไม่ถึงอีกด้วย! ผศ.นพ.สุรศักดิ์  กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มและประธานการจัดงานวันไตโลก กล่าวว่า วันไตโลกประจำปี 2562  ในปีนี้สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, เครือข่ายลดบริโภคเค็ม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),  มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, องค์การเภสัชกรรมและสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เน้นถึงภาวะไตเรื้อรังและแนวทางในการป้องกันไตเสื่อม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไต   ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไต ::: ลดกินเค็ม ::: ลดการบริโภคเค็ม ลดอาหารที่มีโซเดียมสูง ได้แก่  น้ำปลา เกลือ ซีอิ๊ว ผงปรุงรส ซอสปรุงรส ซุปก้อน จะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบทำให้เค็ม   ::: ลดเบเกอรี่ ::: ผงฟูที่ใส่ในเบเกอรี่ ก็มีความเค็มเช่นกัน […]

วิธีกินช่วยผู้ป่วย โรคไต แข็งแรง อายุยืน

ชีวจิต จึงอยากชวนผู้ป่วยโรคไตและผู้ดูแล มาเรียนรู้เรื่องการกินอาหารให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสภาวะโรคของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ผู้ป่วยได้สบายใจ สบายไต ปลอดภัย

กินเค็มหน่อยๆ อร่อยดี! มาดูแนวทางกินเค็มอย่างไรให้ดีต่อใจและไตของคุณ

ลดเค็ม ลดโซเดียม ลดโรค แนวทางการป้องกันโรคไตที่ดีที่สุด คือ การลดการกินอาหารเค็ม หรือลดการกินโซเดียมลง โดยวิธีการที่ดีและได้ผลสุด คือ การทำอาหารกินเองจากที่บ้าน เพื่อที่จะได้ควบคุมปริมาณการใส่เครื่องปรุงไม่ให้มากเกินความต้องการของร่างกาย เนื่องจากการกินอาหารนอกบ้าน มักมีการเติมหรือปรุงรสเค็มด้วยน้ำปลาหรือมากไป ซึ่งสูงถึง 2 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการ โดยผลเสียที่ตามมาคือ ร่างกายมีโซเดียมสูง ทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ และส่งผลเสียโดยตรงต่อไต   แนวทางการเลือกกินอาหารรสเค็มที่จะช่วยลดโซเดียม แต่ยังอร่อยถูกปาก มีดังนี้ พยายามกินอาหารรสธรรมชาติ ปรุงโดยเติมน้ำปลา เกลือ ซอสต่างๆ ให้น้อยที่สุด เป็นการฝึกลิ้นให้คุ้นเคยกับอาหารจืด แม้รสเค็มจะทำให้อาหารอร่อย อาหารจืดๆ รสชาติไม่ชวนกิน เราสามารถแก้ไขโดยการปรุงให้มีรสเปรี้ยวหรือเผ็ดแทน โดยการใส่เครื่องเทศ สมุนไพรต่างๆ จะช่วยให้มีกลิ่นหอม รสชาติดี ชวนกินมากขึ้น   ลดหรือเลิกการใส่ผงชูรสในอาหาร แม้ผงชูรสเป็นสารปรุงรสที่ไม่มีรสเค็ม แต่ก็มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง  15%   เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่เขียนฉลากว่า โซเดียมต่ำ เลือกที่มีโซเดียมน้อยทีสุด หรือดูส่วนประกอบ เช่น ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนมีโซเดียมมากกว่า 0.5 กรัม หรือเกลือ […]

หนานเฉาเหว่ย : ผู้ป่วยโรคไต กินได้หรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า

หนานเฉาเหว่ย : ผู้ป่วยโรคไต กินได้หรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า หนานเฉาเหว่ย สมุนไพรจีน แต่มาฮิตและใช้กันอย่างเเพร่หลายในประเทศไทย เเต่จากการค้นงานวิจัยพบว่าต้นหนานเฉาเหว่ย พบมากในฝั่งแอฟริกา มาเลเซีย เวียดนามก็มีปลูกนะครับ มีชื่อเรียกแบบไทยว่า ป่าช้าเหงา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vernonia amygdalina มีรสชาติขมเลยแหละ (ใครที่ไม่ชอบกินยารสขมอาจกินยากหน่อย) ในตำรายาจีน ระบุว่า สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวานได้ แก้อาการของโรคเกาต์ และยังสามารถลดความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหิดล ระบุว่า หนานเฉาเหว่ย มีสรรพคุณ รักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคขาง โรคสาน (โรคที่มีก้อนเนื้อผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย) และใช้แก้พิษ อ่านเพิ่มเติม : หนานเฉาเหว่ยสมุนไพรจีน รักษาความดัน เบาหวาน มะเร็ง ได้จริงหรอ เเต่ไม่วายก็มีข่าวลือว่า “คนที่กินหนานเฉาเหว่ย ทำให้ไตพัง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไต มีค่าไตในห้องแล็ปสูงมาก นานเข้าอาจทำให้ไตพังได้” เเท้จริงเเล้วจริงเท็จแค่ไหน ชีวจิตออนไลน์ หาคำตอยมาให้จ้า ข้อมูลจากหนังสือ “ดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรอย่างปลอดภัย”  ผศ.ดร.ลลิตา […]

คู่มือกินผักผลไม้ ปรับสมดุลแร่ธาตุ ฟื้นสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไต

ผู้ป่วยโรคไต เรื้อรังควรได้รับอาหารประเภทโปรตีน ในปริมาณพอดีเท่าที่ร่างกายต้องการ ไม่มากเกินไปจน ทำให้ไตเสื่อม ไม่น้อยเกินไปจนเกิดภาวะทุพโภชนาการ

9 สมุนไพร ที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวัง

สมุนไพรรักษาไต สิ่งที่ควรรู้ และข้อควรระวัง การใช้ที่ปลอดภัย สมุนไพรรักษาไต สำหรับผู้ป่วยโรคไตในปัจจุบันมีเยอะมาก ที่แชร์และบอกต่อในออนไลน์  เเต่สมุนไพรรักษาไตตัวไหนกินได้บ้าง ตัวไหนต้องระวังเราลองมาดูกันครับ สมุนไพรรักษาไตมีจริงหรือไม่ ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในปัจจุบันได้มีการโฆษณาถึงสรรพคุณของยาสมุนไพรหลายชนิดว่าสามารถรักษาโรคไตเรื้อรังให้ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นปกติได้ รวมถึงสามารถรักษาโรคร่วมอื่น ๆ ที่พบในผู้ป่วยโรคไต เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ซึ่งสมุนไพรดังกล่าวประชาชนสามารถซื้อหาได้โดยง่าย ทำให้คนไข้อาจจะมีความสงสัยอยู่ว่า เขาสามารถจะลองใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อช่วยรักษาโรคไตของเขาได้หรือไม่  ? จะมีข้อเสียอะไรหรือเปล่า ? ในประเด็นนี้ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายองค์กรทางการแพทย์ ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ขอยืนยันว่า ในปัจจุบัน ยังไม่มีสมุนไพรชนิดหรือตำรับใดได้รับการบรรจุไว้ใน “รายการยาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติ ในข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคไต” หมายความว่า ยังไม่มีสมุนไพรตัวไหนที่มีข้อมูลหลักฐานทางงานวิจัยหรือการบันทึกมากเพียงพอที่แสดงถึงประโยชน์ในการรักษาโรคไตได้อย่างมั่นใจ การนำมาใช้จึงอาจทำให้เกิดโทษต่อผู้ป่วยโรคไตได้ อ่านเพิ่มเติม: 7 สัญญาณเตือน คุณเป็นโรคไตหรือเปล่า ? ไตเป็นอวัยวะที่สามารถเกิดอันตรายจากการใช้ยาและสารต่าง ๆ ได้ง่าย เนื่องจากสารต่าง ๆ […]

พฤติกรรมทำไตพัง ถ้ายังไม่เลิกเป็น โรคไต แน่

10 พฤติกรรมต้องห้าม หากไม่อยากเป็น โรคไต วันนี้จับเข่าคุยเรื่อง โรคไต กับกูรูแพทย์แผนจีน แพทย์หญิงศรันยา กตัญญูวงศ์ หรือคุณหมอส้ม แพทย์ผู้นำแผนปัจจุบันและแผนจีนมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เจ้าของคอลัมน์ “เปิดบ้านชีวจิตโฮม” คุณหมอส้มได้อธิบายถึงพฤติกรรมต้องห้าม ทำบ่อยๆ เสี่ยงเป็นโรคไตเอาไว้ ซึ่งผู้เขียนได้เรียบเรียงมาฝากคุณผู้อ่านดังต่อไปนี้ค่ะ   พฤติกรรมทำร้ายไต ต่อไปนี้ คือ พฤติกรรมที่ยกให้เป็นสุดยอดของพฤติกรรมทำร้ายไตให้ทรุดโทรมลง ใครเข้าข่ายพฤติกรรมต่อไปนี้ รีบปฏิวัติตัวเองด่วน 1. ทำงานหนัก ต่อเนื่องยาวนาน การทำกิจกรรมมากๆ ทำงานต่อเนื่องนานยาว ทำงานหนักไม่ค่อยได้พักผ่อน หรือใช้ชีวิตเปลือง เช่น ไปเที่ยวหามรุ่งหามค่ำ ไตจะทำงานหนัก เมื่อเวลาผ่านไป พลังงานของไตหยาง จะเริ่มอ่อนลงยิ่งไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้พลังงานของไตหยินเสื่อมได้เร็ว เมื่อเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องนานๆ ไตทั้งระบบจะเสื่อมได้ง่าย 2. ขาดการพักผ่อน การพักผ่อนถือเป็นการบำรุงพลังหยินทั้งร่างกาย ไตก็เช่นเดียวกันเมื่อได้พักผ่อน ไตทั้งระบบจะเริ่มซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้นถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ การซ่อมแซมและการเก็บพลังงานกลับคืนเข้าเก็บสะสมที่ไตจะทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ 3. เครียด เนื่องจากไตจะได้รับพลังงานจากอาหารและอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดความเครียด ซึ่งทำให้เกิดการกลั้นหายใจ หยุดหายใจ หายใจช้าหายใจตื้น การหายใจที่ผิดปกติเหล่านี้ทำให้ไตไม่ได้รับอากาศลงไปเพื่อเสริมพลังอย่างเพียงพอ นอกจากนี้เมื่อเกิดความเครียด […]

keyboard_arrow_up