4 เทคนิค ลดปวดประจำเดือน ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

ลดปวดประจำเดือน ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญกับอาการปวดท้องประจำเดือนมากน้อยแตกต่างกันไป บางคนไม่ปวดเท่าไร บางคนปวดนิดหน่อยทนได้ บางคนปวดแบบไม่เป็นอันทำอะไรเลย วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธี ลดปวดประจำเดือน ที่ทำได้เองง่าย ๆ ลองดูค่ะ ประคบร้อนลดปวด ข้อมูลจากวารสาร American Journal of Obstetrics & Gynaecology พบว่าการประคบด้วยความร้อนที่ท้องน้อยได้ผลในการลดอาการปวดประจำเดือนธรรมดาพอ ๆ กับการกินยาแก้ปวดไอบูโปรเฟน หากใช้ทั้งความร้อนและกินยาไอบูโปรเฟน พบว่า ช่วยลดช่วงระยะเวลาที่เจ็บปวดลงเมื่อเทียบกับการกินยาไอบูโปรเฟนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช้ความร้อน ส่วนข้อมูลจาก Journal of Reproductive Medicine, Gynaecology & Obstetrics พบว่า การประคบด้วยความร้อนที่ท้องน้อยด้วยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนาน 8 ชั่วโมงซึ่งคนไข้มักทนได้ ได้ผลดีกว่าการกินยาแก้ปวดพาราเซตามอล นวดท้อง เราสามารถนวดด้วยตัวเองหรือใช้คนอื่นนวดให้ก็ได้ โดยกางมือออก นิ้วโป้งซ้ายจรดนิ้วโป้งขวา ใช้นิ้วโป้งทั้งสองกดลงที่ท้องน้อยเหนือหัวหน่าว ส่วนนิ้วมือที่เหลือกดลงบนกระดูกอุ้งเชิงกราน นับ 1 -10 จึงผ่อนการกด ค่อย ๆ ทำติดต่อกัน 10 […]

วัยหมดประจำเดือน หมดแล้วหมดเลย ไม่ควรมาใหม่

วัยหมดประจำเดือน กับความผิดปกติของประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความผิดปกติประจำเดือน โดยแพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตให้รายละเอียดไว้ว่า ใช้คำว่าหมดประจำเดือน คือในคนอายุ 48 ปีขึ้นไป เฉลี่ยถึง 51 ปีเมนส์ไม่มาต่อเนื่องกัน ไม่ได้คุมกำเนิดแต่กรณีหมดประจำเดือนแล้วมีเลือดกลับมาใหม่ ภาวะนี้ไม่ปกติ และอย่าคิดว่าประจำเดือนกลับมาทำให้สาวใหม่ เป็นความคิดที่ผิด “อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อักเสบจากการติดเชื้อหรือเป็นเนื้องอกธรรมดา แต่ที่อันตรายมากคือ โรคคมะเร็ง ตั้งแต่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งผู้หญิงที่มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 1 ปีมีโอกาสเกิดสูงได้ถึงร้อยละ 10 ดังนั้น หากมีอาการตามข้อนี้ควรไปพบแพทย์” ดูแลด้วยธรรมชาติ ปรับจิตใจรับวัยหมดประจำเดือน นอกจากการมีประจำเดือนอีกครั้งหลังจากหายไปแล้ว 1 ปีที่คุณผู้หญิงควรรีบมาพบแพทย์ คุณหมอชัญวลียังให้ข้อคิดในการจากลาประจำเดือนอย่างเป็นสุขว่า “บางคนกลัววัยทอง กลัวการหมดประจำเดือน กลัวว่าจะเหี่ยว จะแก่ แต่คนที่หมดประจำเดือนโดยไม่มีอาการใดๆ คือ คนที่มีสติ สมาธิ และคิดบวก ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมาพร้อมกับความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้หรือช่วยคนอื่นได้ เหล่านี้คือสิ่งสวยงามที่อยู่ในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน” แอนติออกซิแดนต์บำบัดภาวะหมดประจำเดือน อาจารย์สาทิสแนะนำให้กินวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ ได้แก่ วิตามินเอและวิตามินอี อย่างละ 1 เม็ดทุกวัน เพื่อสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น วิตามินเอมีมากในผักสีเขียวเข้มและเหลืองส้ม และปลา […]

วัยก่อนหมดประจำเดือน ประจำเดือนมาผิดปกติ เสี่ยงโรครุมเร้า

ประจำเดือนมาผิดปกติ ในวันก่อนหมดประจำเดือน สำหรับปัญหา ประจำเดือนมาผิดปกติ ของผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน คือช่วงอายุ 35-45 ปี แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตให้ข้อมูลดังนี้ ประจำเดือนมามาก “ผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน อายุ 35-45 ปี วัยนี้เริ่มมีโรคแล้ว คนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค หนึ่ง มีกรรมพันธุ์ แม่เป็น สองคือ เป็นสาวโสด ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแล้วไม่มีลูก ตัวโรคทำให้มีปัญหาประจำเดือนมาผิดปกติคือมาก ประจำเดือนที่ว่ามามากคือ ประจำเดือนมากจนต้องใช้ผ้าอนามัยขนาดธรรมดาเกินเดือนละ 16 แผ่น จะเสียเลือดเกิน 30 ซีซีต่อหนึ่งรอบเดือน และมานานคือ นานเกิน 1 สัปดาห์ คุณผู้หญิงบางท่านโดยเฉพาะวัยใกล้หมดประจำเดือนคิดว่าการที่ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดถนัด “ด้วยประจำเดือนที่มามากนี้ นอกจากทำให้ซีดหรือมีภาวะโลหิตจางแล้ว ยังเป็นภาวะที่อันตรายถึงแก่ชีวิต ควรไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจตกเลือดจนเกิดความดันโลหิตตกมาก หัวใจหยุดเต้น หรือที่เรียกว่าช็อก และสาเหตุที่ทำให้เกิดประจำเดือนมามากก็อาจเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต” โรคที่เป็นสาเหตุให้ประจำเดือนมามาก เช่น ฮอร์โมนผิดปกติอย่างรุนแรง โพรงมดลูกอักเสบอย่างรุนแรง เนื้องอกปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก เนื้องอกเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ดูแลแบบธรรมชาติ ถ้ามีอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ คุณหมอชัญวลีแนะนำให้พบแพทย์อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้เรายังสามารถกินอาหารบำรุงเลือดที่สูญเสียไปจากประจำเดือน อาหารชีวจิตบำรุงเลือด อาจารย์สาทิสแน่ะนำอาหารบำรุงเลือดตามแนวทางชีวจิตไว้ ดังนี้ “อาหารชีวจิตนั้นป้องกันโรคโลหิตจางหลายโรคหลายแบบได้ […]

แพทย์จีนแนะ ท่อนำไข่ตัน สาเหตุสำคัญของคนมีบุตรยาก

แพทย์จีนแนะ ท่อนำไข่ตัน สาเหตุสำคัญของคนมีบุตรยาก พร้อมวิธีแก้ ท่อนำไข่ตัน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก เพราะเป็นบริเวณที่อสุจิกับไข่ปฏิสนธิกันก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงมาฝังตัวที่มดลูก ถ้าท่อนำไข่ตันส่งผลให้อสุจิไม่สามารถไปพบกับไข่ได้หรือถ้าท่อนำไข่ตีบอสุจิสามารถเล็ดลอดเข้าไปพบและปฏิสนธิกับไข่แต่ไม่สามารถเคลื่อนตัวมาฝังตัวที่มดลูกได้ และเกิดการฝังตัวที่ท่อนำไข่ทำให้เกิดท้องนอกมดลูกจนอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ ท่อนำไข่ตันจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการมีบุตร ถ้าผู้ป่วยที่ต้องการมีบุตรแต่งงานมานานไม่ตั้งครรภ์แนะนำตรวจท่อนำไข่ด้วยการฉีดสีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะมีบุตรยาก “ท่อนำไข่ตัน” เกิดจาก ทางแพทย์แผนจีนมีแนวความคิดว่า “ท่อนำไข่ตัน” เกิดจากสาเหตุใหญ่ๆที่แตกต่าง กันอยู่ 2 ประการ ได้แก่ 1. เลือด และลมปราณ(ชี่) ติดขัด 2. ความร้อนชื้นคั่งค้าง ซึ่งหมอจะขออธิบายขยายความเพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจหลักการในการวินิจฉัยแบบแพทย์จีน เลือดและลมปราณ(ชี่)ติดขัด มักจะเกิดมาจากความเครียด โกรธ หรือ โมโห ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลมปราณ(ชี่) ของตับติดขัด ตับในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีหน้าที่ควบคุมและระบายถ่ายเทชี่ทุกส่วนในร่างกาย และสัมพันธ์โดยตรงกับอารมณ์ เมื่อร่างกายเกิดความเครียดขึ้น ชี่ในร่างกายจะไหลเวียนถ่ายเทไม่ดีเกิดการติดขัดรวมทั้งบริเวณท่อนำไข่ จึงส่งผลให้ท่อนำไข่ตีบตัน ลักษณะอาการส่วนใหญ่ของผู้ป่วยก็คือประจำเดือนมักมาช้า เลือดประจำเดือนสีคล้ำ มีก้อนเลือดปน อารมณ์หงุดหงิด คัดหน้าอก ก่อนหรือขณะมีประจำเดือน ช่วงตกไข่อาจมีอาการปวดจี๊ดเหมือนเข็มแทงที่บริเวณท้องน้อยทั้งสองข้าง ความร้อนชื้นคั่งค้าง หมายถึง ความร้อนและความชื้นที่เป็นพิษคั่งค้างสะสมอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานาน จึงเกิดเลือดคั่งบริเวณท่อนำไข่ ส่งผลให้ท่อนำไข่ตัน ซึ่งความร้อนชื้นนี้มีสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ขาดสุขอนามัย หรือกินอาหารรสเผ็ดร้อนหรือหวานจัดมากเกินไป หรือเคยมีอาการติดเชื้อ มดลูกอักเสบ เป็นต้น ลักษณะอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่มักพบมีอาการปวดท้องหน่วงๆ […]

เช็กสัญญาณอันตรายจาก ประจำเดือนผิดปกติ ก่อโรคร้าย อันตรายถึงชีวิต

เช็กสัญญาณอันตรายจาก ประจำเดือนผิดปกติ ก่อโรคร้าย อันตรายถึงชีวิต โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เตือน 8 สัญญาณอันตรายของ ประจำเดือนผิดปกติ ทำให้เกิดโรคร้าย และเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ อายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนครั้งแรกอยู่ที่ 12 ปี 7 เดือน ซึ่งเลือดประจำเดือนเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกประกอบด้วย ฮอร์โมน 2 ชนิด ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยแต่ละรอบเดือนเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องน้อย ในช่วงเวลา 8 – 48 ชั่วโมง หลังมีประจำเดือน เนื่องจากร่างกายมีการหลั่งสารเคมี ทำให้เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูกมีการหดเกร็ง ร่วมกับอาการปวดเมื่อยหลัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก นอกจากนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม เช่น หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล […]

ป้องกันมะเร็งปากมดลูก กันเถอะสาวๆ ทำตามด่วน มีแต่ข้อดี

ป้องกันมะเร็งปากมดลูก กันเถอะสาวๆ ทำตามด่วน มีแต่ข้อดี การ ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสาวๆ เพราะมะเร็งเจ้านี้คือ สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของหญิงไทย ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ หากได้รับการครวจคัดกรองเเละฉีดวัคซีนอย่างถูกต้อง นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งปี 2562 ประมาณการจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ราว 5500 คน หรือคิดเป็นอุบัติการณ์การเกิดโรค 9.3 คนต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 2200 คน สาเหตุหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อไวรัส HPV พบมากกว่า 130 สายพันธุ์ แต่มีประมาณ 40 สายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดรอยโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ดังนั้น การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าปกติ นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ […]

รวมวิธี ลดอาการวัยทอง ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

แพทย์จีนแนะวิธี ลดอาการวัยทอง คำว่า วัยทอง เป็นคำเรียกวัยของผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงหมดประจำเดือน  และไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่เกิดภาวะขาดฮอร์โมนเพศ  แต่ในผู้ชายก็พบภาวะนี้เช่นกัน  เพียงแต่ในผู้ชายจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป  แต่ของผู้หญิงจะลดลงแบบฮวบฮาบ วัยทองนี้มักจะเริ่มเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน  โดยผู้หญิงไทยมักหมดประจำเดือนเมื่ออายุเฉลี่ย 48-50 ปี  ในขณะที่ผู้ชายนั้น การสร้างฮอร์โมนเพศชายจะลดลงประมาณปีละ 1 เปอร์เซ็นต์  ตั้งแต่อายุย่างเข้าวัย 40 ปี  ส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่วัยทองเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป  แต่เดี๋ยวนี้ผู้ชายอาจขาดฮอร์โมนเพศชายเร็วกว่านั้น  เพราะการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ  สูบบุหรี่จัด  และดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น  จนทำให้บางคนอาจจะเข้าสู่วัยทองได้ตั้งแต่อายุ 35 ปีเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาแนะนำการ ลดอาการวัยทอง โดยแพทย์แผนจีนกันค่ะ ศาสตร์จีนเยียวยา พญ.ศรันยา  กตัญญูวงศ์อธิบายว่า  ในทางการแพทย์แผนจีนมีมุมมองด้านนี้โดยอิงประโยคที่ว่า  เมื่อผู้หญิงเราย่างเข้าอายุ 40 ปีไปแล้ว หยินหรือความเย็นในร่างกายจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่หยางหรือความร้อนยังมีปริมาณเท่าเดิม ทำให้ปริมาณหยางหรือความร้อนในร่างกายเกิน วิธีแก้คือ  การหาทางบำรุงหยินให้เพิ่มปริมาณขึ้นมา  โดยลดปริมาณหยางลง  เพื่อให้เกิดความสมดุลหยินและหยางกลับมาอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกัน  ช่วยให้อาการต่างๆเหล่านี้ลดลงหรือหายไป ออกกำลังกายแบบเสริมหยินหรือเสริมความเย็น เพื่อให้ความร้อนที่ดูเหมือนจะเกินอยู่ลดลง  การออกกำลังกายที่ช่วยอาการดังกล่าว ได้แก่  รำไท้เก๊ก  ชี่กง  ซึ่งเป็นการออกกำลังกายช้าๆ  […]

เมื่อผู้หญิง ช่วยตัวเอง เรื่องสุขภาพแสนปลอดภัยที่ไม่น่าอาย

เมื่อผู้หญิง ช่วยตัวเอง เรื่องสุขภาพแสนปลอดภัยที่ไม่น่าอาย ช่วยตัวเอง คือหนึ่งในกิจกรรมทางเพศที่หลายคนอาจบอกว่า เป็นเรื่องน่าอาย ไม่กล้าออกความเห็นทั้งที่จริงๆ แล้ว กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นได้ ประโยชน์ของการช่วยตัวเอง “การช่วยตัวเอง” เป็นเรื่องปกติ แม้จะมีความเชื่อผิด ๆ หลายอย่างเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง ทั้งตาบอด ทำให้เป็นสิว มีลูกยาก รวมถึงทำให้รสรักไม่ซาบซ่าเหมือนเดิม แต่ใครจะรู้ว่าการช่วยตัวเอง มีประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในหลากหลายด้าน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ประโยชน์ต่อสุขภาพทางเพศ -ใครจะช่วยเราได้ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง คำพูดนี้ก็สามารถใช้ได้กับกิจกรรมทางเพศเช่นกัน เพราะการช่วยตัวเอง เป็นวิธีที่ทำให้เรารู้จัก รู้ใจ และรู้จุดที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศของตัวเองได้ดีที่สุด -การช่วยตัวเอง ไม่มีพรมแดนในเรื่องวัยและเพศสภาพ และดีต่อทุกคนในทุกสถานะความสัมพันธ์ ทั้งคนโสด คนที่มีปัญหาชีวิตเซ็กซ์กับคู่ของตัวเอง หรือคนที่ยังไม่พร้อมมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การช่วยตัวเอง ทำให้ผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้นในคนที่มีปัญหานอนไม่หลับ (แต่สำหรับอาการนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ดีกว่านะ) การสำเร็จความใคร่ ทำให้เลือดสูบฉีด ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ทำให้ฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน หรือ “สารสุข” หลั่งออกมา เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข และกระตุ้นความรู้สึกเชิงบวกได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง และทำให้รู้สึกรักตัวเองมากยิ่งขึ้น การช่วยตัวเอง […]

กระดูกพรุน ภัยร้ายใกล้ตัวผู้หญิง

กระดูกพรุน ไม่ระวังอาจถึงตายได้ กระดูกพรุน เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิงก็จริงค่ะ แต่เมื่อเทียบกันแล้วเกิดขึ้นกับผู้หญิงได้สูงกว่าผู้ชายมาก โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยทอง ผู้หญิงเราจะสูญเสียกระดูกได้ไวกว่าผู้ชายมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญคือ ถ้าไม่ระวังอาจถึงกับเสียชีวิตได้เลยนะคะ ความเสี่ยง กระดูกพรุน  เพศ ผู้หญิงเมื่อหมดประจำเดือน หรือตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง จะทำให้กระดูกสลายอย่างรวดเร็ว เพราะสูญเสียฮอร์โมนเพศ และมีโอกาสเกิดกระดูกหักได้มากกว่าผู้ชาย 40-50% อายุ คนเรามีกระดูกหนาแน่นที่สุด เมื่ออายุ 30 ปี แล้วหลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง กรรมพันธุ์ หากในครอบครัวมีใครเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคกระดูกได้ ยา ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ยากันชัก ทำให้มวลกระดูกบางลงได้ แอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นตัวเร่งที่ทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้น เมื่อกระดูกหัก จากกระดูกพรุน  20% เสียชีวิตภายใน 1 ปี 30% พิการถาวร 40% ใช้เครื่องช่วยพยุงในการเดิน 80% ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนก่อนกระดูกหัก อาการกระดูกพรุน  ส่วนใหญ่ไม่มีแสดงอาการให้รู้ตัว […]

ปวดท้องน้อย อาการนี้บอกอะไรได้บ้าง

ปวดท้องน้อย สัญญาณโรคที่คุณผู้หญิงมองข้ามไม่ได้ อาการปวดท้องน้อย เป็นอาการที่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เล็กเลยนะคะ หากใครมีอาการปวดท้องน้อย ควรรีบไปปรึกษาสูตินรีแพทย์ เพราะไม่อย่างนั้น จากเรื่องเล็กๆ อาจกลายเป็น โรคผู้หญิง ที่ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้เลยค่ะ  ท้องน้อย คือบริเวณที่อยู่ใต้สะดือลงมาจนถึงหัวหน่าวค่ะ โดยอาการปวดอาจจะปวดได้ทั้งแบบเรื้อรังและฉับพลัน เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการมีประจำเดือนก็ได้ แต่การปวดท้องน้อยแบบไหนบ้างที่ควรต้องหาหมอ เรามาดูกันค่ะ อาการปวดท้องน้อยที่ต้องเฝ้าระวัง ปวดเฉียบพลัน ทันที รุนแรง กินยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น  ปวดเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน รบกวนชีวิตประจำวัน  มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะแสบขัด  ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ  หลายคนคงสงสัยแล้วว่า ถ้าปวดท้องน้อยแบบนี้มีโอกาสเป็นโรคอะไรได้บ้างนะ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  เป็สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการปวดท้องประจำเดือน และมักเกิดขึ้นในผู้หญิงที่มีบุตรยาก หรือยังไม่มีบุตร  อาการ : ปวดเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน ปวดหน่วงขณะมีเพศสัมพันธ์ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืดระหว่างมีประจำเดือน    เนื้องอกมดลูก ปวดจากการที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่จนไปเบียดอวัยวะอื่นๆ หรือมีการบิดของขั้วเนื้องอก จนทำให้ปวดรุนแรง  อาการ : […]

คู่มือ กินยาคุมกำเนิด อย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เสียสุขภาพ

กินยาคุมกำเนิด อย่างไร ให้ปลอดภัย รู้ไหมคะว่า  นอกจากยาแก้ปวดแล้ว  ยังมียาอีกชนิดหนึ่งที่คุณผู้หญิงจำเป็นต้องใช้นั่นก็คือ ยาคุมกำเนิด ผู้เขียนได้อ่านข้อมูลจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ศึกษาการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในผู้หญิงอายุ15-45 ปี  จำนวน 300 คน พบว่า  มีเพียงร้อยละ 53.6 เท่านั้นที่ใช้ยาถูกวิธี เป็นข้อมูลที่น่าตกใจค่ะ  เพราะแสดงว่ามีผู้หญิงเกือบครึ่งหนึ่งกำลังใช้ยาคุมผิดวิธี ชีวจิต จึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับการ กินยาคุมกำเนิด ให้ถูกต้องปลอดภัยมาฝาก นานาประโยชน์จากยาคุมกำเนิด แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลประจำจังหวัดพิจิตร อธิบายว่า “ในยาเม็ดคุมกำเนิดจะมีฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง โดยกลไกลการทำงานของยาเม็ดคุมกำเนิด คือ ห้ามการตกของไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน และทำให้ปากมดลูกเหนียวจนอสุจิไม่อาจเข้าไปได้” จะเห็นได้ว่า จุดประสงค์หลักของผู้ใช้ยาคุมกำเนิดคือเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ก็มีสาวๆหลายคนกินยาคุมเพื่อความสวยงาม คุณหมอชัญวลีอธิบายว่า “ปัจจุบันมีการปรับสูตรยา นอกจากมีฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจนที่มีคุณสมบัติป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ตัวยายังมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อแอนโดรเจน ซึ่งหลังกินยาจะทำให้ผู้ใช้บางคนซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น เช่น ช่วยลดหนวด ลดเครา ลดสิว ลดหน้ามัน แต่ไม่ได้ช่วยผู้ที่มีปัญหาสิวที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือการติดเชื้อ” ถึงอย่างนั้นแพทย์ปัจจุบันก็ยังใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อบำบัดโรคบางชนิด  ซึ่งคุณหมอชัญวลีสรุปไว้ดังนี้ 1. โรคไข่ไม่ตก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่มีประจำเดือน […]

ตรวจภายใน 101 มือใหม่ ตรวจครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ตรวจภายใน แบบฉบับมือใหม่ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ตรวจภายใน เป็นชื่อที่ฟังแล้วสยองสำหรับมือใหม่ ผู้ไม่เคยตรวจมาก่อน ทำให้หลายคนยังลังเลไม่รู้ว่าจะไปตรวจดีไหม แอดผู้เคยผ่านวิกฤตตรวจภายในมาแล้ว จะเล่าให้ผู้ที่ยังไม่เคยฟังเองค่ะ ว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไร  เตรียมตัวให้พร้อม  ควรตรวจก่อนและหลังมีประจำเดือนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ ค่ะ เพราะในช่วงมีประจำเดือน จะเป็นช่วงที่ติดเชื้อโรคได้ง่ายมากกว่าปกติ งดสวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บก่อนตรวจอย่างน้อย 2 วัน  หลีกเลี่ยงการมีเซ็กส์ก่อนตรวจภายใน  เลือกเสื้อผ้าสบายๆ เป็นกระโปรงได้ยิ่งดี แต่ถ้าเป็นกาางเกงก็ไม่ควรใส่กางเกงรัดรูปค่ะ  ถ้ามีประจำเดือน แต่จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยโรค สามารถตรวจได้ โดยไม่ต้องรอประจำเดือนหมดนะคะ  ถ้ามีตกขาว ก็ปล่อยได้เลยค่ะ แพทย์จะได้นำไปตรวจหากมีความผิดปกติ ปัสสาวะก่อนเข้าตรวจนะคะ  คำถามยอดฮิด “เจ็บไหม?” สาวเวอร์จิ้นก็อาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถามว่าเจ็บไหม มันก็จะเจ็บๆ ตึงๆ หน่วงๆ นิดหน่อย แต่คุณหมอและคุณพยาบาลก็จะพยายามช่วยเรานะคะ ด้วยการเลือกเครื่องมือขนาดเล็ก และใช้น้ำยาหล่อลื่น ส่วนผู้เข้ารับการตรวจ ก็ควรจะผ่อนคลาย อย่าไปเกร็งค่ะ แล้วเราจับผ่านมันไปได้  (บีบมือให้กำลังใจ)  เริ่มตรวจเมื่อไหร่ดี  ตามปกติแล้วแพทย์แนะนำเมื่ออายุ 25 – 30 ปีขึ้นไปค่ะ […]

ประสบการณ์สุขภาพ : นึกว่าแค่ปวดท้อง ที่แท้มะเร็งรังไข่

นึกว่าแค่ปวดท้อง ที่แท้ มะเร็งรังไข่ คุณเอ๋ย– นีรยา พิมพ์อุไร นักศึกษาอายุ20 ปี  ผู้คอยดูแลคุณแม่ซึ่งป่วยด้วยโรค มะเร็งรังไข่ ได้มาแชร์ประสบการณ์การป่วยของคุณแม่ให้ได้อ่านกันค่ะ เมื่อปวดท้อง ไม่ใช่แค่ปวดท้อง “ประมาณสองปีที่แล้ว คุณแม่ปวดท้องบ่อยๆ แน่นและอึดอัดท้องมากๆ คล้ายกับอาการของผู้ที่มีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะค่ะ ทั้งๆที่คุณแม่รู้สึกเบื่ออาหาร กินข้าวไม่ได้ แต่ท้องน้อยกลับโตขึ้นๆ และมีอาการซึมเศร้า “หลังจากนั้นอาการแย่ลงเรื่อยๆค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยมีแรง เป็นไข้หนาวๆร้อนๆ แต่ท่านคิดว่าความผิดปกตินี้เป็นอาการจากภาวะหมดประจำเดือน คงไม่เป็นอะไรมาก แต่เอ๋ยทนไม่ไหว เพราะสภาพร่างกายคุณแม่แย่สุดๆ จึงพาท่านไปโรงพยาบาล และตรวจพบมะเร็งรังไข่ระยะที่ 1C คือ เซลล์มะเร็งอยู่ในรังไข่ทั้งสองข้าง และกระจายมาที่บริเวณผิวรังไข่ข้างซ้ายค่ะ” เผชิญกับอาการป่วยที่ไม่เป็นมิตร ระหว่างที่ตรวจพบและรอการรักษา คุณแม่ของคุณเอ๋ยมีอาการเพิ่มขึ้นคือ ปวดหลังแทบเดินไม่ไหวและถ่ายปัสสาวะทุก 30 นาที เพราะก้อนมะเร็งไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ คุณเอ๋ยเล่าต่อว่า “คุณหมอรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการทำเคมีบำบัดค่ะ เอ๋ยเห็นคุณแม่ซูบผอมลงไปมากเพราะเสียเลือด น้ำหนักลด ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ขับถ่ายไม่ปกติ และกินอาหารไม่ได้ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาค่ะ” รู้จัก 3 Types ของมะเร็งรังไข่ […]

ปวดท้องน้อยมาก ๆ ระวังโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

มีอาการ ปวดท้องน้อย ผิดปกติ อาจป่วยเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ใครที่มีอาการ ปวดท้องน้อย มากผิดปกติ อยากให้ลองสังเกตอาการให้ดี และพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดค่ะ วันนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณหมอชัญวลี ศรีสุโข จะมาพูดเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ลักษณะอาการเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน มาอ่านกันเลย ว่าด้วยเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ วันนี้มาคุยกันถึงโรคฮิตอีกโรคหนึ่งค่ะ นั่นคือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่ควรจะอยู่ในโพรงมดลูก กลับกระจายไปอยู่นอกมดลูก เช่น ที่เยื่อบุช่องท้อง ผิวมดลูก กล้ามเนื้อมดลูก รังไข่ (ช็อกโกแลตซีสต์) ผิวลำไส้ ผิวกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ ทำให้เกิดอาการน่าวิตกหลายๆอย่าง เช่น ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง ปวดมดลูก ปวดท้องเรื้อรัง ปวดเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะและถ่ายอุจจาระ มีลูกยาก ฯลฯ โรคนี้ฮิตอย่างไร มาฟังเหตุผลเลยค่ะ 1. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่พบได้มากถึงร้อยละ 50 ในวัยรุ่นที่มีอาการปวดท้อง ปวดประจำเดือน จนต้องได้รับการส่องกล้องตรวจภายใน 2. ผู้หญิงที่มีลูกยากจะพบโรคนี้ร้อยละ 9 – 50 ขณะที่ผู้ไม่มีภาวะนี้พบเพียงร้อยละ 6.7 […]

กรวยไตอักเสบ ภัยร้ายใกล้ตัวของคนชอบอั้น

อั้นนานๆ ระวัง กรวยไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ แม้ไม่ใช่โรคผู้หญิงโดยตรง ก็เป็นโรคที่ผู้หญิงเป็นกันเยอะมาก เพราะต้องอั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะด้วยหาห้องน้ำเข้าไม่ได้ หรือเพราะห้องน้ำที่เจอไม่สะอาดพอให้สบายใจที่จะขับถ่าย วันนี้เรามารู้จักโรคนี้กันสักหน่อยดีกว่าค่ะ กรวยไตอักเสบ  เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเชื้อที่เป็นปัญหาอยู่บ่อยๆ คือเชื้ออีโคไล ( E.coli) โดยมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทั้งอย่างเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง นอกจากนั้นยังพบในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย และใครจะเชื่อว่า แค่เพราะกรวยไตอักเสบ หากไม่รักษา ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เลยนะคะ กลุ่มเสี่ยง ต้องระวังตัว  ผู้หญิง เพราะท่อปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย รวมถึงว่าอยู่ใกล้ช่องคลอด และทวารหนัก ผู้หญิงท้อง เพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น ทำให้ความดันในท่อไตสูง จนอาจเกิดกรวยไตอุดตันและติดเชื้อ ผู้ที่เคยส่องกล้อง หรือผ่าตัดในระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้ที่กลั้นปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำน้อย ทำให้มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ ผู้ที่เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ผู้ที่ระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ อาการ  หนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง อาเจียน ปวดสีข้าง หรือบั้นเอวอย่างเฉียบพลัน ปัสสาวะบ่อย รู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น สีขุ่น มีเลือดปนหนอง หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เป็นการด่วน การป้องกัน   แม้เป็นโรคที่ผู้หญิงเป็นกันเยอะ […]

หาก คลำเต้านม เจอไว จะยับยั้งมะเร็งกระจายได้ทันควัน

คลำเต้านม เจอไว ชะลอมะเร็งกระจายทันควัน การ คลำเต้านม เพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตัวเองที่บ้าน เป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนหมั่นตรวจเป็นประจำสม่ำเสมอ ข้อดีของการคลำเต้าเป็นประจำคือเราจะสามารถสังเกตความผิดปกติของเต้านมได้รวดเร็ว และสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที หากเจอมะเร็งในระยะต้น ๆ โอกาสรักษาหายก็ยิ่งมากขึ้น มาลองอ่านประสบการณ์ของคุณไอรีลกันเลยค่ะ บังเอิญคลำเจอก้อน คุณไอรีล ไตรสารศรี อายุ 32 ปี เล่าว่า ตัวเองเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุ27 ปี  จากการคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณหน้าอกด้านขวาขณะกำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ “ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งเต้านม  และไม่เคยตรวจคลำด้วยตัวเองเลย  เพราะคิดว่าอายุยังน้อยจะเป็นมะเร็งเต้านมได้อย่างไร  และเคยทราบมาว่า  ผู้หญิงอายุ35 ปีขึ้นไปจึงจำเป็นต้องตรวจมะเร็งเต้านม” แต่ด้วยความบังเอิญ  ครั้งหนึ่งขณะที่เธอคลำเต้านมก็พบว่ามีก้อนเนื้อเป็นไตแข็งๆบริเวณลานนมด้านขวา แต่ไม่ได้สนใจ กระทั่งหลังมีประจำเดือนจึงลองคลำอีกครั้ง พบเนื้องอกมีลักษณะเป็นก้อนชัดเจนมากขึ้น ตรวจอย่างละเอียด เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว  เธอจึงเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล โดยคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นเพียงถุงน้ำธรรมดา (Cyst) เท่านั้น  ซึ่งเป็นลักษณะปกติของร่างกาย  คุณไอรีลเล่าว่า “ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจ  แต่ในใจก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่  รวมถึงพี่สาวก็ไม่แน่ใจในอาการของเรา  จึงตัดสินใจไปหาหมอท่านอื่นเพื่อยืนยันผลการตรวจ” ก่อนเดินทางกลับต่างประเทศ 1 สัปดาห์  คุณไอรีลจึงไปตรวจวินิจฉัยซ้ำที่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง “ตอนนั้นได้นำผลการตรวจอัลตราซาวนด์จากโรงพยาบาลเก่าติดตัวไปด้วย  ซึ่งจากการดูฟิล์มอัลตราซาวนด์ในเบื้องต้น  คุณหมอก็สงสัยว่าน่าจะเป็นก้อนเนื้อมากกว่าเป็นถุงน้ำ  จึงได้ส่งตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เพื่อยืนยันผล  […]

มีเซ็กส์ตอนท้อง อันตรายจริงไหม ทำได้หรือเปล่า

มีเซ็กส์ตอนท้อง ทำได้จริง หรือเสี่ยงเกินไป มีเซ็กส์ตอนท้อง ดูเป็นคำที่หลายคนสงสัยว่าตกลงแล้วทำได้จริงไหม จริงหรือเปล่า จะมีอันตรายกับเด็กไหม หรือเป็นเพียงคำห่ามๆ ที่พูดเล่นกันสนุกเท่านั้น วันนี้ชีวจิตมาไขคำตอบให้แล้วค่ะ มีเซ็กส์ตอนท้อง ทำได้จริง คำตอบคือ จริงจ้า  การมีเซ็กส์ตอนท้องทำได้จริง และทำได้จนก่อนครบกำหนดคลอด 1 เดือนเลยล่ะ แต่ต้องเป็นในกรณีที่ภาวะครรภ์ปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ นะคะ ที่สามารถทำได้ก็เพราะว่าถุงน้ำคร่ำมีความเหนียว ยากมากที่จะแตกออกได้ ในขณะที่ปากมดลูกเองก็มีการสร้างมูกเพื่อมาป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ถุงตั้งครรภ์ ส่วนเรื่องของการถึงจุดยอดของคุณแม่ และสารโปรสตาแกรมดินในน้ำอสุจิที่อาจทำให้มดลูกบีบตัว ก็เป็นการบีบแค่ชั่วคราว และไม่เป็นอันตรายกับเบบี๋ค่ะ แต่ถึงแม้จะไม่มีอันตราย และทำได้จนถึงก่อนครบกำหนดคลอด แต่ก็มีข้อที่ควรระวังอยู่นะคะ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ความต้องการทางเพศจะลดน้อยลง ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องมีการพูดคุยกันระหว่างสามีภรรยา เพื่อทำความเข้าใจ และช่วยเหลือกันนะคะ เลือกทางท่าทางที่เหมาะสม แอดไม่ได้ทะลึ่งนะ แต่ว่าเมื่อขนาดครรภ์ใหญ่ขึ้น การนอนหงายอาจทำให้ปวดหลังได้ ดังนั้นจึงต้องปรับท่าทางให้เหมาะสม เพื่อสร้างความสุขให้กับทั้งคู่ และไม่ทำให้เกิดการเจ็บปวด และปวดเมื่อย หากว่าที่คุณแม่เกร็งหน้าท้อง ขณะมีเซ็กส์ หรือถึงจุดสุดยอด ไม่ใช่เรื่องต้องกังวลค่ะ แต่หากว่ารู้สึกเกร็งหน้าท้องนานเกินไปควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ แม้ว่าปากมดลูกจะมีการสร้างมูกมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็ไม่ควรละเลยเรื่องนี้นะคะ ดังนั้นหากไม่มั่นใจ การสวมใส่ถุงยางอนามัยก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ข้อห้าม แม้จะบอกว่าทำได้ถึงก่อนครบกำหนดคลอด […]

ประสบการณ์สาวออฟฟิศ ตรวจหาความเสี่ยง เพราะคุณแม่ เป็นมะเร็ง

ตรวจหาความเสี่ยง เพราะคุณแม่ เป็นมะเร็ง เชื่อว่าตอนนี้ โรคมะเร็งเต้านม เกิดขึ้นในผู้หญิงที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ และด้วยเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม พฤติกรรม และการใช้ชีวิต สาว ๆ จึงไม่ควรประมาท ควรตรวจเช็กเต้านมสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพอย่างละเอียดทุกปี เพื่อที่ว่า หาก เป็นมะเร็ง ขึ้นมา จะได้รับมือได้ง่ายขึ้นค่ะ มาอ่านประสบการณ์การตรวจความเสี่ยงมะเร็งเต้านมของสาวออฟฟิศท่านหนึ่งที่มาแชร์ให้เราได้รับทราบกันดีกว่า เริ่มจากคุณแม่เสียด้วยมะเร็งเต้านม คุณนิสา (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 25 ปี  เป็นสาวออฟฟิศทั่ว ๆ ไป ที่แม้อายุยังน้อย  แต่เธอไม่เคยประมาทภัยร้ายที่เรียกว่า “มะเร็งเต้านม” ด้วยความที่คุณแม่ของเธอเสียชีวิตจากโรคร้ายนี้  รวมถึงในครอบครัวยังมีประวัติเป็นโรคมะเร็งอีกหลายคน  เธอจึงเลือกที่จะตรวจเช็กสุขภาพอย่างละเอียดทุกปี “ปกติเป็นคนไม่ใส่ใจสุขภาพค่ะ  จนกระทั่งคุณแม่เสียด้วยโรคมะเร็งเต้านม  คนรอบข้างจึงแนะนำให้หาเวลาไปตรวจสุขภาพบ้าง  จึงลองไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาดู” คุณนิสาเล่าให้ฟังว่า  ก่อนที่เธอจะเข้ารับการตรวจสุขภาพตามปกติ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอและพยาบาลที่แนะนำการตรวจเพิ่มเติมต่าง ๆ เพราะคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งเต้านม  ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้เธอตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) “นอกจากจะตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว  คุณหมอได้แนะนำให้ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งประเภทซีเอ 15-3 (CA 15-3)  เพราะด้วยความที่ไม่ได้ตรวจสุขภาพมานานและไม่เคยตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองมาก่อน  การตรวจในลักษณะนี้จะช่วยคัดกรองความเสี่ยงหรือระยะของโรคมะเร็งได้ในระดับหนึ่งค่ะ” […]

keyboard_arrow_up