โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 2)

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 2) โบท็อกซ์ลดริ้วรอย ยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนลังเลและกลัวอันตราย บ้างมีความคิดว่ายังไงก็จะไม่ฉีดสารชนิดนี้ในชีวิตนี้แน่นอน วันนี้เราจะมาสรุปเกี่ยวกับสารยอดฮิตชนิดนี้กัน ผลการรักษาและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หากเป็นการรักษาริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลการรักษาภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยจะพบว่ากล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัวออก ริ้วรอยจะหายไป ผู้ที่เข้ารับการรักษาสามารถไปทำงานต่อได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสารชนิดนี้ไม่คงทนถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน เพื่อให้คงสภาพผลของการรักษา สำหรับผลข้างเคียงของการรักษาด้วยสารโบทูลินุ่มท๊อกซินนั้นมีน้อยมาก หากเลือกชนิดของสารที่เหมาะสมและฉีดถูกต้องตามหลักการ อาจมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยและพบเป็นจุดจ้ำเลือดออกขนาดเล็กบริเวณที่ฉีด ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของสารโบทูลินุ่มท๊อกซิน มีหลายท่านเข้าใจว่าสารโบทูลินุ่มท๊อกซินเป็นสารอันตราย กังวลว่าจะตกค้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วสารโบทูลินุ่มท๊อกซินไม่ตกค้างในร่างกาย ภายหลังฉีดประมาณ 2 ชั่วโมงยาจะถูกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อและเริ่มออกฤทธิ์ ซึ่งฤทธิ์จะหมดไปภายใน 4-6 เดือน ดังนั้นจึงไม่มีทางเกิดเป็นก้อนในระยะยาวแน่นอน ที่สำคัญทางองค์การอาหารและยาทั้งสหรัฐอเมริกาและไทยได้รับรองถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาวแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าไม่อันตราย หากใช้ฉีดตามข้อบ่งชี้และฉีดถูกต้องตามหลักการ บางท่านสับสนกับการฉีดสารกลุ่มซิลิโคนที่เคยเป็นที่นิยมใช้เสริมความงามในสมัยก่อน หากเป็นสารกลุ่มซิลิโคนจริงจะถือว่าอันตราย เนื่องจากจะทำให้เกิดก้อนใต้ผิวหนังในอนาคตได้ ดังนั้นทางองค์การอาหารและยาจึงไม่รับรองถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารกลุ่มซิลิโคน การฉีดสารโบทูลินุ่มท๊อกซินเพื่อความงาม…เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับใคร การฉีดสารโบทูลินุ่มท๊อกซินจะเหมาะสมกับผู้ที่มีริ้วรอยที่เกิดจากการขยับโดยเฉพาะรอยที่บริเวณ ใบหน้าส่วนบน เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยหางตา ผู้ที่มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่เกิน จนทำให้ใบหน้าดูใหญ่ รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมาก […]

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 1)

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ โบท็อกซ์ลดริ้วรอย หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินชื่อกันมาแล้ว บางคนอาจเคยได้รับการรักษาด้วยสารชนิดนี้มาก่อน ในขณะที่บางท่านอาจจะอยากรักษาแต่ลังเลและกลัวอันตราย หรือมีความคิดว่ายังไงก็จะไม่ฉีดสารชนิดนี้ในชีวิตนี้แน่นอน วันนี้เรามีข้อมูลจาก ผศ. นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยผิวหนังและเลเซอร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาบอก สารชนิดนี้มีชื่อสามัญทางการแพทย์ว่า โบทูลินุ่มท๊อกซิน ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดมีโบทูลินุ่มท๊อกซินหลายยี่ห้อ โบท๊อกซ์ก็เป็นหนึ่งในยี่ห้อเหล่านั้น สารชนิดนี้ได้ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว และถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 โดยนำมาใช้ครั้งแรกเพื่อรักษาเด็กที่มีอาการตาเขจากกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติ และในภายหลังได้นำมาใช้กันอย่างกว้างขวางสำหรับโรคหรือภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ออกฤทธิ์อย่างไร สารชนิดนี้จะออกฤทธิ์โดยลดการหลั่งสารที่มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ผลที่ได้คือกล้ามเนื้อจะคลายตัวออก เนื่องจากสารชนิดนี้จะจับอยู่กับโปรตีน จึงมีโอกาสที่ร่างกายจะดื้อต่อสารชนิดนี้ได้ในอนาคตหากเลือกใช้สารที่มีโปรตีนโมเลกุลใหญ่ โรคหรือภาวะที่สามารถใช้สารโบทูลินุ่มท๊อกซินในการรักษาได้ โรคและความผิดปกติที่สามารถรักษาได้ด้วยโบทูลินุ่มท๊อกซิน เช่น โรคความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาหรือตาเข โรคตากระตุก โรคกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกจากตัวกล้ามเนื้อเองหรือจากความผิดปกติของสมอง ภาวะปวดศีรษะจากไมเกรน ความผิดปกติของกล้ามเนื้อทางเดินปัสสาวะและทางเดินอาหาร สำหรับผิวหนังสามารถนำมาใช้รักษาในผู้ที่มีเหงื่อออกมาก และใช้เพื่อลดริ้วรอยเสริมความงามได้ โบทูลินุ่มท๊อกซินกับความงาม โบทูลินุ่มท๊อกซิน ได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญว่าสามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้โดยสังเกตจากการรักษาผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อตากระตุกแล้วพบว่าริ้วรอยบริเวณหางตาหายไปด้วย จึงทำให้มีการนำสารโบทูลินุ่มท๊อกซินมาใช้กับปัญหาความงามโดยเฉพาะปัญหาริ้วรอย ซึ่งรอยย่นที่ใช้แล้วได้ผล ได้แก่ รอยย่นที่เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยบริเวณหางตา […]

ควรรู้และระวังก่อนฉีด โบท็อกซ์ อย่างปลอดภัย

พญ.สายชลี ทาบโลกา มีคำอธิบายมาบอก โบทูลินั่มท็อกซินหรือที่นิยมเรียกกันว่า โบท็อกซ์ ทางการแพทย์นำมาใช้รักษาภาวะตาเหล่และภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็งผิดปกติ

ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม หน้าเรียวเล็กลงจริงหรือไม่ ใครบ้างที่ควรฉีดและไม่ควรฉีด

 โบท็อกซ์ คืออะไร โบท็อกซ์ คือ โปรตีนที่สกัดมาจากพิษของแบคทีเรีย ชื่อ Clostridium botulinum ซึ่งมีผลลดการทำงานของสารสื่อประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ในทางการแพทย์เราจะเลือกใช้ในระดับปริมาณที่เหมาะสม เพื่อนำใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ  โดยโบท็อกซ์จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น การรักษาโรคทางระบบประสาทที่เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมากเกินไป นอกจากนี้ยังใช้ในการเสริมสวยด้วย เช่น  การฉีดเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น รอยตีนกา  ร่องแก้ม  ร่องหน้าผาก ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อแสดงสีหน้า เช่น อาการยิ้มตาหยี หัวเราะ ขมวดคิ้ว เป็นต้น โดยการฉีดโบท็อกซ์ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่สาวๆ คือการฉีดลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่กรามที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อกรามหนักทำให้กรอบหน้ากว้างเด่นชัด  เมื่อทำการฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่พอดีจะทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง ใบหน้าเป็นรูปทรงไข่ หรือที่เรียกว่า วีเชฟ (V-Shape)  นอกจากนี้ยังใช้ในผู้ป่วยที่ต้องการปรับรูปกรามเพื่อแก้รักษาโครงหน้าไม่เท่ากันด้วย   ดัดฟัน VS โบท็อกซ์ นอกจากการฉีดโบท็อกซ์แล้วยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยให้รูปหน้าดูเล็กลง เช่น การดัดฟัน เรามักได้ยินดารานักแสดงพูดบ่อยๆ ว่า ไม่ได้ผ่าตัดแค่ดัดฟันก็สวยได้ ซึ่งความจริงแล้ว การจัดฟัน ดัดฟัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้กระดูกโครงหน้าถูกดึง ทำให้ใบหน้าเล็กลงได้จริง แต่เห็นผลช้าและอาจมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ต้องการ การศัลยกรรม […]

keyboard_arrow_up
X amvata