นักกีฬาทีมชาติ กับการฝึกซ้อมในช่วงโควิด-19 พวกเขาฟิตอย่างไร

นักกีฬาทีมชาติ กับการฝึกซ้อมในช่วงโควิด-19 พวกเขาต้องฟิตซ้อมอย่างไร เรามีคำตอบ หลายคนคงสงสัยว่า ในเมื่อการระบาดยังไม่หยุด เหล่าทัพนักกีฬาที่จะต้องลงแข่งขันโอลิมปิก ต้องฟิตซ้อมอย่างไร พวกเขามีเคล็ดลับในการฝึกร่างกายอย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลจาก นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มาบอก เพราะการฝึกซ้อม คือปัจจัยหลักของความเป็น “นักกีฬาอาชีพ” การปรับตัวเพื่อฝึกซ้อมที่บ้านจึงเป็นทางเลือกเดียวในการรักษาศักยภาพ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 หลังจากมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุให้สนามกีฬา สถานฝึกซ้อม หรือแม้แต่สนามเด็กเล่นทั่วประเทศจำต้องปิดตัวลงเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด เหล่านักกีฬาทุกระดับ ไม่ว่าจะนักกีฬาหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงนักกีฬาทีมชาติที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาครั้งใหญ่อย่างโอลิมปิกที่จะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2564 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่แพ้กัน “ความมีวินัย” จึงเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ต้องเพิ่มขึ้นพร้อมไปกับความท้าทายของการรักษาสมรรถภาพ และจิตใจของนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่ต้องพึ่งพาคู่ซ้อมเป็นหลัก กีฬาที่ต้องซ้อมกันเป็นทีม หรือกีฬาที่ขึ้นอยู่กับสนามซ้อม เฉกเช่นกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้เวลาการฝึกซ้อมส่วนใหญ่ในสระว่ายน้ำ ทว่าเมื่อเกิดเหตุโรคระบาด การห่างไกลจากสนามซ้อมนั้น จึงนับได้ว่าเป็นการลดทอนกำลังกายและกำลังใจของพวกเขา “การที่ซ้อมในน้ำตลอดเวลา พอเปลี่ยนมาเป็นบนบกแทนทั้งหมด บางครั้งรู้สึกเหมือนจะหมดไฟในตัว” นางสาวเจนจิรา ศรีสอาด หนึ่งในกีฬาว่ายน้ำชาวไทยผู้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ณ […]

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องห่างกัน ขนาดคนที่อยู่ใกล้กันยังแทบไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนเก่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ออกไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้ แล้วยิ่งคนที่อยู่ไกลกันมากๆ หรือที่เรียกว่า รักทางไกล จากปกติที่ต้องเจอกันเดือนละครั้ง ก็คงจะไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสามเดือนแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเราต้องอยู่ห่างกันนานๆ ก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไป ความรู้สึกที่เคยมีให้กันอาจจะไม่เหมือนเดิม คงไม่มีใครอยากให้รักทางไกลต้องเกิดปัญหาใช่ไหมหละ แต่ถ้าถามว่าจะเติมความหวานอย่างไร ทำยังไงดีในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อให้เจอกันแบบนี้ ดังนั้น GL เลยเอาทริคดีๆ เพื่อให้รักทางไกลไปรอดถึงฝั่งฝัน มาฝากกัน 1.แชร์เรื่องราวของกันและกันเสมอ ถึงตัวจะห่างไกลแต่ก็ต้องให้หัวใจอยู่ใกล้กันไว้ เทคโนโลยีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ในยุคนี้เราสามารถส่งความคิดถึงและแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้กันได้แล้ว ไม่สำคัญว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นจะเล็กแค่ไหน เพียงเอามาเล่าสู่กันฟังก็จะช่วยย่นระยะห่างของหัวใจและส่งความคิดถึงให้กันได้แล้ว 2.เข้าใจและเชื่อใจกันให้มาก ความเข้าใจและความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญของรักทางไกลมากๆ บางครั้งเราอาจจะกังวลว่าเขาแอบไปคุยกับใครหรือเปล่า กลัวว่าอีกฝ่ายจะหมดรักเราแล้วไปเลือกคนที่อยู่ใกล้มากกว่า กลายเป็นยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป ต้องให้รายงานไม่ว่าจะออกไปไหน ทำให้ความอึดอัดเข้ามาสอดแทรกระหว่างกัน จะดีกว่าไหมถ้าเราเชื่อใจกันให้มาก ไม่อย่างนั้นความสุขที่มีให้กันจะไม่หลงเหลืออยู่เลย 3.ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจให้บอกไปตรงๆ การอยู่ไกลกันแน่นอนว่าเราคงเดาอารมณ์และความรู้สึกจากภาษากายไม่ได้ ดังนั้นหากมีอะไรไม่เข้าใจก็ให้บอกกันไปตรงๆ จะดีกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายคาดเดาไปต่างๆ นาๆ การได้พูดคุยในเรื่องข้อเสียของอีกฝ่าย พยายามปรับแก้ไขกันได้มากเท่าไหร่ จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นขึ้น แต่ระวังการใช้อารมณ์และคำพูดให้ดีนะ 4.วาดฝันอนาคตที่มีกันและกันอยู่ในนั้น ลองวางแผนชีวิตในอนาคตโดยที่มีกันและกันอยู่ในนั้น เพราะมันจะช่วยให้ทั้งคู่มีเป้าหมายชีวิตร่วมกันพร้อมที่จะจับมือกันฝ่าฟันและรักษาความสัมพันธ์ทางไกลไปให้รอด และการพูดคุยเรื่องของอนาคตจะทำให้ทั้งคู่มั่นใจได้ว่าสามารถฝากชีวิตไว้กับคนนี้ได้ ช่วยให้ความสัมพันธ์เติมโตอย่างมีเป้าหมาย อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ […]

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ที่ไม่ควรมองข้าม (ตอนที่ 2) ผื่นหลังวัคซีน

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ตอนที่ 2 วันนี้เรามาบทความ โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ตอนที่ 2 ต่อจาก บทความเดิม ซึ่งคราวนี้จะพูดถึงอาการทางผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนโควิด-19 มาอ่านรายละเอียดกันค่ะ ว่าด้วยผื่นหลังวัคซีน เราทุกคนคงเคยได้รับวัคซีนกันมาหลายตัว เช่น วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ และอื่น ๆอีกมากมาย วัคซีนทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคหรือลดความรุนแรงของโรค ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต บางครั้งหลังจากได้รับวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงเฉพาะบริเวณที่ฉีด ได้แก่ อาการปวด บวม แดง ร้อน หรืออาจมีอาการทั่ว ๆไป เช่น ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ปวดเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่น เป็นต้น อาการเหล่านี้พบได้ทุกวัคซีน ซึ่งไม่รุนแรงและหายได้เองมักพบ 1–3 วันหลังฉีดและไม่เกิน 7 วัน วัคซีนโควิด-19 ก็คล้ายกับวัคซีนอื่น ๆ  จากข้อมูลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่าตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนวันที่ […]

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด พลาสมา จากผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมการรักษาที่ใช้ได้ผล โดยงานนี้มีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศแรกที่ทำการทดลอง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้พลาสมาเร็ว ยิ่งได้ผล และยิ่งเพิ่มอัตรารอดชีวิต จากการทดลองใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในระยะแรกเป็นการรักษาแบบเปรียบเทียบคือ การให้พลาสมาและกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ให้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ผลไม่ต่างกัน ต่อมาได้มีการศึกษาเปรียบเทียบอีกโดยทำการทดลองให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยสูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงสูงโดยให้เร็ว ปรากฏว่าผลจากการทดลองพิสูจน์แล้วว่า การรักษาจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับพลาสมาหลังจากรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากได้รับพลาสมาช้า ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นเองและทำให้การรักษาด้วยพลาสมาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควรหรือไม่เกิดผลเลย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยิ่งให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยเร็วมากเท่าใด ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายและลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กับผลต่อการรักษาด้วยพลาสมา หลายคนมีข้อสงสัยว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ในครั้งนี้ที่มีความแตกต่างจากระลอกแรกจะมีผลต่อการรักษาด้วยพลาสมาหรือไม่ ศ.นพ.ยง ระบุว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสขณะนี้ไม่ส่งผลกับการรักษาด้วยพลาสมาแต่อย่างใด เพราะนับตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่หายแล้วหลายรายมาบริจาค และเมื่อนำพลาสมาไปรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายอื่นก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะนี้ได้ให้การรักษาไปแล้ว 10 รายอยู่ระหว่างการติดตามตามผล ทั้งนี้การกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลที่อาจมีผลต่อการศึกษา ก็ยังไม่ได้พบในประเทศไทย ศ.นพ.ยง ยังเน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาด้วยพลาสมาว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทางสาธารณสุขของไทยยังเดินหน้าในการค้นคว้าและศึกษากระบวนการรักษาด้วยพลาสมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าพลาสมายังคงสามารถใช้รักษาได้อย่างแน่นอน แม้วิธีการรักษาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาดพลาสมาจากผู้บริจาคก็ไม่สามารถรักษาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอบริจาคพลาสมาได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ […]

วิธีสังเกตอาการ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19

ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 ต้องสังเกตอะไรบ้าง ก่อนสายเกินแก้ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 บางครั้งก็มีอาการที่ค่อนข้างดูยาก ซึ่งผู้ดูแลต้องใช้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณีที่ผู้สูงอายุมีการติดเชื้อ อาการอาจไม่ชัดเจนและไม่ตรงไปตรงมา เช่น อาจไม่มีไข้ หรืออาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือรับอาหารทางสายยางไม่ได้ ซึมสับสนเฉียบพลัน ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาการจะรุนแรงมากกว่าในวัยอื่นๆ หลัก 5อ. สังเกตผู้สูงวัย เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เกิดการถดถอยของร่างกาย สมอง และ เกิดความเครียด ระหว่างที่ผู้สูงอายุ ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน โดยยึดหลัก 5อ. ได้แก่ อาหาร ออกก้าลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างสังคมนอกบ้าน ดังนี้ อาหาร รับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ๆไม่รับประทานอาหารที่หวานหรือเค็มเกินไปเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และควรให้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายและสมอง ผู้สูงอายุมักมีมีปัญหาสุขภาพในช่องปากซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องออกมาพบทันตแพทย์ในช่วงวิกฤตนี้ ขอแนะน้าผู้สูงอายุให้รักษาสุขภาพช่องปากโดยใช้สูตร 2 – 2 – 2 ดังนี้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, […]

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ต้องทำอย่างไรบ้าง

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อ ต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบ ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 จำเป็นต้องมีความเข้มข้นกว่าช่วงปกติ เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสเสียชีวิต มากกว่าคนทั่วไป เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรค ประจ้าตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรังโรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น หลายหน่วยงานได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งผู้สูงอายุ เก็บตัวอยู่ใน บ้านให้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุจ้านวนมากต้องการการดูแลจากญาติ หรือผู้ดูแลที่ยังมีความจ้าเป็นต้องออกไปนอกบ้านเพื่อท้างาน หรือ ไปหาซื้อของกินของใช้เข้ามาในบ้าน จึงมี โอกาสน้าเชื้อจากภายนอกมาสู่ผู้สูงอายุ อีกทั้งการจ้ากัดบริเวณให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานานติดต่อกัน หลายเดือน อาจส่งผลให้สภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุถดถอยลงจนเกิดภาวะพึ่งพิงในระยะยาว รวมทั้ง เกิดความเครียด ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับทั้งครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจ้าเป็นต้องมี แนวทางในการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์ ดังกล่าว ป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่สู่ผู้สูงอายุได้อย่างไร -ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเช่น มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้เดินทางกลับ จากกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือแหล่งที่มีการติดเชื้อในชุมชนในวงกว้างทุกรายต้องแยกตัวออกจากผู้อื่น และไม่เข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้สูงอายุ และ เด็ก อย่างเด็ดขาด (เนื่องจากเด็กร่างกายไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ เด็กมักจะไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุและเด็กอาจไม่เข้าใจวิธีและขาดความระมัดระวังในการป้องกัน) โดยให้ สังเกตอาการอย่างน้อย 14 […]

ภูมิคุ้มกันร่างกาย สู้โควิด ถูกทำลายได้ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้!

ภูมิคุ้มกันร่างกาย ไว้สู้โควิดถูกทำลายด้วยพฤติกรรมผิดๆ ภูมิคุ้มกันโรค หรือภูมิคุ้มกันร่างกาย เป็นเหมือนเกราะในการป้องกันร่างกายจากไวรัสต่างๆ จึงป้องกันสุขภาพไม่ให้ป่วยจากการติดเชื้อต่างๆ รวมไปถึงหวัด และโควิด-19 ด้วย ซึ่งในกรณีหลังนี้ หากมีมาก ก็จะทำให้อาการน้อยหน่อย แต่หากมีภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ก็ทำให้อาการเพียบหนักลงได้ ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญมากในยามนี้ ซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมีได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็หนีไม่พ้น การทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิกันร่างกาย และแม้เราจะทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค หรืออัดวิตามินทั้งซี และดี ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญในการสร้างภูมิ แต่ถ้าเรายังมีพฤติกรรมทำลายภูมิคุ้มกันโรคละก็ ภูมิคุ้มกันที่พยายามสร้าง ก็ถูกทำลายลงได้ง่ายๆ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ควรเลิกทำ หากไม่อยากให้ ภูมิคุ้มกันโรค ถูกทำลาย   เครียด ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดประสิทธิภาพลง เนื่องจากร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวที่เป็นกำลังหลักในการกำจัดเชื้อโรคลดลง จึงทำให้เชื้อโรคเข้าโจมตี และเกิดโรคได้ง่าย    กินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด รวมไปถึงการกินอาหารแปรรูป และอาหารปนเปื้อนต่างๆ ล้วนเป็นการทำลายภูมิคุ้มกันโรคทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรเลือกทานอาหารที่ดีต่อภูมิคุ้มกันร่างกายเช่น ปลา กระเทียม ผักผลไม้สีส้มเหลือ ผักใบเขียว และธัญพืช  […]

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่า โรคโควิด-19 จะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก แต่ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางผิวหนังร่วมด้วย สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงมีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยโควิด-19  ที่มีหลากหลายระบบ อย่างไรก็ดีจากสถิติพบว่าประมาณ 0.2 -20% ของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งหมดมีอาการผื่นทางผิวหนังร่วมด้วย ผื่นอะไร ที่ให้สงสัยว่าเป็น COVID               รศ.พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร อนุกรรมการประชาสัมพันธ์และงานกิจกรรมงคมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากผลงานวิจัย Skin manifestations in COVID-19: The tropics experience เมื่อปีพ.ศ. 2563 พบว่าสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน153 ราย มีอาการโรคผิวหนังร่วมด้วย 23 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% โดยอาการบ่งชี้ทางผิวหนังของผู้ป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอาการ เช่นเป็นผื่นผิวหนังแบบผื่นลมพิษ ผื่นแดงชนิด maculopapular  เป็นตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือผิวหนังแตกเป็นแผลจากการขาดเลือด  ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการทางผิวหนังในประเทศแถบยุโรป และประเทศเอเชียจะมีอาการทางผิวหนังแตกต่างกันอยู่บ้าง กล่าวคือ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศแถบเอเชียมักมีอาการผื่นลมพิษ ผื่นแดงทั่วตัว […]

รู้หรือไม่ มะเร็งตับ ดับชีวิตคนไทย 73 รายต่อวัน พุ่งสูงกว่าโควิด 26 เท่า

มะเร็งตับ ดับชีวิตคนไทย 73 รายต่อวัน ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤตสุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยตื่นกลัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทว่าอีกหนึ่งวิกฤตสุขภาพที่ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศมานานอย่างต่อเนื่อง คือ โรค มะเร็งตับ ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่คร่าชีวิตชายไทยเป็นอันดับ 1 และหญิงไทยเป็นอันดับ 2 อีกทั้ง ประเทศไทยยังติดอันดับ 5 ของโลกที่พบผู้ป่วยมะเร็งตับสูงสุด โดยมีอัตราของการพบผู้ป่วยมะเร็งตับอยู่ที่ 21 รายต่อประชากร 100,000 คน ข้อเท็จจริงเรื่องโรคกับคนไทย จากความร้ายแรงของวิกฤตสุขภาพทั้งสองโรค เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะพบว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (1 มิถุนายน 2563 – 1 มิถุนายน 2564) ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่จากไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 156,370 ราย และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 1,012 ราย ในขณะที่ปี 2563 เพียงปีเดียว พบว่าตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่อยู่ที่ 27,394 ราย แต่ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับกลับอยู่ที่ 26,704 คน หรือคิดเป็น 73 คนต่อวัน โดยเฉลี่ย […]

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษยชาติต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนหลักแสนหลักล้านคนทั่วโลก มนุษยชาติได้เคยข้ามผ่านความเจ็บปวด การสูญเสียมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยความเข้มแข็งและสติปัญญาก็สามารถก้าวผ่านและกลับมายืนได้แข็งแรงอีกทุกครั้ง  Pandemic ซึ่งวงการแพทย์ให้ความหมายว่า เป็นการเกิดการแพร่ระบาดของโรคที่ลุกลามเกินกว่าที่คาดไว้ว่าอาจจะจำกัดวงอยู่ในภูมิภาคเดียว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอหิวาตกโรค กาฬโรค ไข้หวัดใหญ่ หรือเอชไอวี ซึ่งล้วนเป็นโรคที่สังหารประชากรโลกมากมายในประวัติศาสตร์ บทความนี้เราจะมาย้อนรอยกลับไปเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมาว่ามนุษย์ต้องผ่านการท้าทายจากโรคระบาดหนักอะไรมาบ้างแล้ว เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ต้องเผชิญกับ COVID-19 ในวินาทีนี้ว่า ครั้งนี้เราก็จะก้าวผ่านและเอาชนะโรคร้ายไปได้เช่นที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยุติเมื่อใด การที่จะให้ผ่านพ้นวิกฤตโรคร้ายนี้ไปได้ คือต้องให้ประชาชนได้รับวัคซีน เพื่อสร้างความคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เลยอยากหยิบยกเรื่องราวที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawanในหัวข้อ โควิด-19 เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สเปน และ อหิวาตกโรคในรัชกาลที่ 2 เราสรุปออกมาได้ว่า หากย้อนมองในอดีตในปี พศ 2363 โรคอหิวาตกโรคได้เกิดการระบาดใหญ่ในไทย คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน ซึ่งขณะนั้นประชากรประเทศไทยก็ไม่น่าจะมาก น่าจะอยู่ที่ […]

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีด เพื่อรับมือโควิด-19

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีดวัคซีน เพื่อรับมือโควิด-19 รู้จักวัคซีนสักนิด น่าจะดี เพราะอีกไม่นาน หลายคนคงจะได้ ฉีดวัคซีน กันแล้ว ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนกันสักหน่อยจะดีกว่า มนุษยชาติมีความพยายามที่จะป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่าง ๆ มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว มีการสังเกตเห็นว่าเมื่อมีการระบาดของโรคใดๆ ผู้ที่เคยเป็นโรคนั้นแล้วหาย มักจะไม่ป่วยเป็นโรคเดิมซ้ำอีก!! นั้นคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วยหลากหลาย ในอดีตเคยพิศดารไปถึงขั้น กินงูพิษ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันจากพิษงู การดื่มเลือดเป็ดที่เคยกินยาพิษมาก่อน เพราะเชื่อว่าจะป้องกันพิษได้หากถูกวางยาพิษ…โอ้โน!! ราวศตวรรษที่ 10 พบบันทึกว่า ประเทศจีนเริ่มมีการพยายามหาวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้ทรพิษ ด้วยวิธีหลากหลาย เช่น นำเอาสะเก็ดแผลจากผื่นที่เกิดจากผื่นของโรคไปบดแล้วเอาไปใส่ในจมูกของผู้ไม่เคยเป็นไข้ทรพิษดังกล่าวมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีวิธีเอาเข็มสะกิดตุ่มหนองของผู้ป่วยแล้วนำไปสะกิดที่ผิวหนังของผู้ยังไม่เคยติดโรค ซึ่งภายหลังเรียกวิธีการนี้ว่า การปลูกฝี วิธีการดังกล่าวถูกเผยแพร่และนำไปปฏิบัติในหลายๆ ประเทศ ทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ศตวรรษที่ 17 ดร.เอดเวิร์ด เจนเนอร์ สกัดนำเชื้อไข้ทรพิษหรือ cowpox จากหญิงเลี้ยงวัวที่ติดเชื้อดังกล่าวจากวัวที่เธอเลี้ยง ไปให้เด็กชายวัย 8 ปี ซึ่งหลังจากให้เชื้อฝีดาษดังกล่าวแก่เด็กชายผู้นั้น 6 สัปดาห์ พบว่า เด็กชายไม่ป่วยหรือมีอาการสำแดงถึงโรคฝีดาษ ดร.เจนเนอร์ จึงเรียกหนองฝีวัวนั้นว่า “VACCINE” […]

ยาที่ควรงดก่อนฉีดวัคซีนโควิด – 19 และสิ่งที่ไม่ควรทำ

บอกให้รู้ ยาที่ควรงดก่อนฉีดวัคซีนโควิด – 19 และสิ่งที่ไม่ควรทำ ในตอนนี้หลายคนที่มีคิวกำลังจะได้รับวัคซีนโควิด-19 อาจสงสัยว่า ยาที่ควรงดก่อนฉีดวัคซีนโควิด มีตัวไหนบ้าง หรือก่อนฉีดวัคซีนต้องงดยาหรือไม่ เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ    ยาประจำตัวของผู้ที่อยู่ในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง  ยาในกลุ่มนี้กินได้ตามปกติ ผู้ที่มียาของกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง คือ  โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน    ยาละลายลิ่มเลือด  กินได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องงดยา   ยาพาราเซตามอล กินได้เมื่อมีอาการปวด แต่ห้ามกินล่วงหน้าเด็ดขาด!   ยาแก้ไมเกรนกลุ่ม cafergot, relpax ไม่ควรกินในวันก่อนถึงวันฉีดยา อย่างน้อย 5 วัน  เนื่องจากยาในกลุ่มนี้ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว ส่งผลให้หลอดเลือดเกร็ง ความดันขึ้นสูง เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ควรเลี่ยงในวันที่ฉีดยา เช่น ชา กาแฟ เนื่องจากส่งผลเช่นเดียวกับยาแก้ไมเกรนที่มีผลให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หลอดเลือดเกร็ง  แต่หากเป็นผู้ที่ดื่มเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว […]

วิธีใช้หน้ากากอนามัย ที่ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี ลดการแพร่เชื้อ

วิธีใช้หน้ากากอนามัย ที่ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี ลดการแพร่เชื้อ วิธีใช้หน้ากากอนามัย หลังจากที่ใช้แล้ว ควรทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อลดการแพร่เชื้อ โดยล่าสุด ขยะติดเชื้อโควิด โดยเฉพาะกทม. พุ่งสูง วันละเกือบ 13 ตัน ทาง กทม. จึงแนะนำแยกทิ้ง ให้ถูกวิธี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปริมาณมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงขยะหน้ากากอนามัยที่เก็บขนและกำจัดจากสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และสถานที่สำหรับผู้กักตัว เฉลี่ย วันละ 11.48 ตัน แต่ในช่วงการระบาดระลอกใหม่ นับตั้งแต่ 1 เมษายน ปริมาณขยะได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 12.92 ตัน ทั้งนี้จึงได้จัดเตรียมถังรองรับหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะประมาณ 1,000 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการทิ้งขยะหน้ากากอนามัย กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมจากครัวเรือนทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกวิธี โดย 1. พับครึ่งหน้ากากอนามัย โดยให้ด้านที่สัมผัสร่างกายอยู่ด้านใน 2. พับครึ่งอีกครั้งให้สายคล้องอยู่ด้านเดียวกัน 3. ม้วนทบหน้ากากอนามัย ใช้สายคล้องรัดให้แน่น 4. แยกทิ้งไม่ปะปันกับมูลฝอยในครัวเรือน 5. […]

ข้อเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ควรรู้ ก่อนสายเกิน

ข้อเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 ที่เราควรรู้มีอะไรบ้าง เรามีข้อมูลดีๆ จาก ผศ. นพ.กำธร มาลาธรรม และ รศ. พญ.สิริอร วัชรานานันท์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเล่าสู่กันฟัง COVID-19 มีวัคซีนป้องกันหรือไม่ ขณะนี้มีการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาหรือ COVID-19 ในประเทศ อิสราเอล เยอรมนี อเมริกา และจีน แต่อยู่ในกระบวนการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาในการทดลองและวิจัยหลายขั้นตอนเพื่อศึกษาผลลัพธ์และผลข้างเคียงของวัคซีน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาขั้นต่ำนานถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้นในการทดลอง COVID-19 อยู่ในน้ำได้หรือไม่ ถ้าเป็นสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐาน มีการใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อ โอกาสที่เชื้อไวรัสจะอยู่ในน้ำนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากการว่ายน้ำในสระ หรือแหล่งน้ำอื่น แต่ควรหลีกเลี่ยงสระว่ายน้ำที่มีผู้คนแออัดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ยุงเป็นพาหะนำโรคหรือไม่ ยุงไม่สามารถเป็นพาหะของ COVID-19 ได้โรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ ส่วนใหญ่จะเป็นไวรัสที่สามารถเจริญเติบโตหรือเพิ่มจำนวนในยุง และมีชีวิตอยู่ในยุงได้ เช่น ไข้เลือดออก ไข้ชิคุนกุนยา และไข้ซิกา ในช่วงกักตัวสามารถให้นมลูกได้หรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าแม่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือ COVID-19 จะมีเชื้อไวรัสในน้ำนมหรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อจากแม่นั้นไม่ได้มาจากน้ำนมโดยตรง แต่มาจากการสัมผัสและใกล้ชิดลูก […]

โควิด-19 ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน สำคัญกว่าระยะห่าง

โควิด-19 ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน สำคัญกว่าระยะห่าง อ่านเจอข่าวงานวิจัยที่บอกว่าการ ติดโควิด-19 เรื่องของระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันในอาคาร สำคัญกว่าการเว้นระยะห่าง เพราะถึงแม้ว่าจะสวมหน้ากากอนามัย แล้วอยู่ห่างกัน แต่อยู่ร่วมกันในสถานที่แออัดเป็นเวลานานก็มีโอกาสติดเชื้อ โควิด มากกว่า เรื่องนี้น่าสนใจเลยอยากเอามานำเสนอให้ทุกคนได้ทราบกันเพิ่มเติมค่ะ เรื่องนี้เป็นงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์มาร์ติน บาแซนท์และศาสตราจารย์จอห์น บุช ได้ทำการวิจัย โดยได้ทดลองคำนวณความเสี่ยงจากการสัมผัสกับโควิด -19 ภายในอาคาร ภายใต้ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการแพร่เชื้อ เช่น ระยะเวลาที่อยู่ในอาคาร การไหลเวียนของอากาศ การสร้างภูมิคุ้มกัน การสวมหน้ากากอนามัย  ท่ามกลางกิจกรรมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การรับประทานอาหารร่วมกัน การร้องเพลง ซึ่งล้วนแต่ต้องมีการสูดอากาศเข้าสู่ร่างกายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การเว้นระยะห่าง 6 ฟุต ( 1.8 เมตร) จึงอาจไม่เกิดประโยชน์มากนักแม้ว่าจะสวมใส่หน้ากากอนามัย” โดยเหตุผลของทั้งสองคนมองว่า การที่ผู้คนอยู่ร่วมกันภายใต้อาคารหรือที่สถานที่ปิด การสูดหายใจขณะสวมหน้ากากอนามัยใช้อากาศในการหายใจจะหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จำกัด อากาศจะเคลื่อนที่ขึ้นลงและหมุนวนอยู่ภายในห้อง ทำให้มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าการเว้นระยะห่างด้วยซ้ำ ละอองของเชื้อโรคมีโอกาสเดินทางผ่านอากาศภายในอาคาร เมื่อมีคนพูดคุย หายใจ หรือรับประทาน  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแพร่กระจายทางอากาศมีบทบาทอย่างมากในการแพร่กระจายของโควิด -19 ในระลอกหลัง […]

วิจัยชี้ วิตามินดี อาจช่วยต้าน โควิด-19 คนที่ขาด เสี่ยงเป็นมากขึ้น

วิจัยชี้ วิตามินดี อาจช่วยต้าน โควิด-19 คนที่ขาด เสี่ยงเป็นมากขึ้น ประเด็นนี้ค่อนข้างน่าสนใจค่ะ เมื่อลองอ่านรายงานการศึกษาในหลายประเทศ พบว่า ” วิตามินดี ” อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและต่อสู้กับสถานการณ์โรคระบาดของ โควิด-19 ได้ ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เริ่มจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ตรวจสอบผู้ป่วย 489 ราย พบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินดี หรือปริมาณวิตามินดีน้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อเลือด 1 มิลลิลิตร มีแนวโน้มผลการตรวจโควิด-19 เป็นบวกมากกว่ากลุ่มที่มีระดับวิตามินดีเพียงพอถึง 2 เท่า อังกฤษเองก็ตื่นตัวกับการให้ประชาชนรับวิตามินดีตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service—NHS) ระบุว่า คนควรพิจารณารับวิตามินดี 10 ไมโครกรัม ต่อวัน ถ้าคนคนนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร่ม ส่วนด้านรัฐบาลสกอตแลนด์ รัฐบาลเวลส์ และสำนักงานสาธารณสุขของไอร์แลนด์เหนือ ออกคำเตือนที่คล้ายคลึงกันในช่วงล็อกดาวน์ สาธารณสุขอังกฤษแนะนำให้ประชาชนรับวิตามินดีตลอดทั้งปี ถ้าหาก -คุณไม่ค่อยออกกลางแจ้ง -คุณอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราหรือสถานดูแลคนป่วยหรือคนพิการ -คุณสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวกายส่วนใหญ่เมื่อออกไปข้างนอก คนที่มีผิวเข้มอาจจะได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ถึงแม้จะใช้เวลากลางแจ้งนาน และควรพิจารณารับวิตามินดีเสริมตลอดทั้งปี มีหลักฐานว่า […]

เมื่อโควิด-19ระลอกใหม่ ไม่แสดงอาการ หมอชี้ วัดระดับออกซิเจนในเลือด บอกได้ดีกว่า

เมื่อโควิด-19ระลอกใหม่ ไม่แสดงอาการ หมอชี้ วัดระดับออกซิเจนในเลือด บอกได้ดีกว่า ทำไมถึงต้อง วัดระดับออกซิเจนในเลือด ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงเห็นชุดข้อมูลเกี่ยวกับการวัดระดับออกซิเจนในเลือดจะช่วยบอกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้ และอาจบ่งชี้ถึงระดับความรุนแรงของเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ที่กระทำต่อร่างกายของเราได้ แม้ไม่มีอาการแสดง สิ่งใหม่ที่แพทย์ให้ความสนใจ กลายเป็นความกังวลของคนทั้่วไป เมื่อตอนนี้ ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 หลายราย ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการน้อยมากๆ พอไปรู้ตัวอีกทีก็เชื้อลงปอด ปอดเสียหายไปแล้ว ทำให้คำแนะนำเรื่องการสังเกตและติดตามอาการ ของผู้ติดเชื้อที่โรงพยาบาลก็ดี บุคคลที่กักตัวดูอาการอยู่ที่บ้านก็ดีมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ตอนนี้ ข้อสังเกตสำคัญที่แพทย์ให้ความสนใจก็คือ “ความเหนื่อย” และ “ระดับออกซิเจนในเลือด” มาดูรายละเอียดกันเลย วิธีการ “เดิน 6 นาที”+ วัดออกซิเจน นายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มงานอายุรกรรม รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงรายละเอียดในการเฝ้าสังเกตอาการกลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลด้วยวิธีการ “เดิน 6 นาที” เนื้อหามีดังนี้ “การเดิน 6 นาที (6-minute walk test) หรือการให้เดินเร็ว ๆ […]

ฉีด วัคซีนโควิด – 19 แล้วติดโรคได้ยังไง? และแอสตร้าเซนเนก้าฉีดแล้วจะเป็นลิ่มเลือดหรือเปล่า? 

ฉีด วัคซีนโควิด – 19 แล้วติดโรคได้ยังไง? และ แอสตร้าเซนเนก้าฉีดแล้วจะเป็นลิ่มเลือดหรือเปล่า? กลายเป็นประเด็นที่ค้างคาใจทุกคนมาสักระยะแล้ว สำหรับ 2 คำถามยอดนิยมนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้มีข่าวออกมามากทั้งคนที่ ฉีดวัคซีนโควิด ไปแล้วยังป่วยได้  ทั้งปัญหาลิ่มเลือดในผู้ที่ฉีดวัคซีน   วันนี้มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ โดยแพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์  ผู้เชี่ยวชาญด้านแอนไทเอจจิ้ง ด้านระบบประสาทและสมอง และด้านกุมารเวช ประเด็นแรก ฉีดไปแล้วทำไมยังเป็นโรคโควิด-19 ได้ ในการฉีดวัคซีนนั้น เป็นการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกัน โดยหากนับวันที่ฉีดวัคซีนโดสแรกเป็นวันที่ 0 และโดสที่สองในวันที่ 14 – 28 นั้น ร่างกายจะค่อยๆ เรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา และจะมีภูมิคุ้มกันสูงสุดเต็มประสิทธิภาพ ประมาณวันที่ 48 นับจากวันที่ฉีดวัคซีนโดสแรก แต่หากได้รับเชื้อไวรัสโควิด ก่อนวันที่ 0 หรือในช่วงระยะเวลา ก่อนครบ 48 วัน นับจากวันที่ฉีดวัคซีนเข็มแรก ก็อาจจะมีโอกาสป่วยได้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่นั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเกิดภูมิคุ้มกันนี้ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย ประเด็นที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้าฉีดได้ไหม จะเป็นลิ่มเลือดหรือเปล่า? […]

keyboard_arrow_up