หลังหมดโควิดคนจะ “ลาออก” กันมหาศาล และส่วนใหญ่อาจเป็นกลุ่มคน Gen Z

หลังหมดโควิดคนจะ “ลาออก” กันมหาศาล และส่วนใหญ่อาจเป็นกลุ่มคน Gen Z โลกของเราต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเกือบ 2 ปี แน่นอนว่าในช่วงระยะเวลาที่ว่านี้ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่การทำงาน ที่หลายคนต้องปรับและเปลี่ยนรูปแบบกันยกใหญ่เพราะเข้าใกล้กันไม่ได้เหมือนแต่ก่อน การเดินทางเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศลดน้อยถอยลงไป หลายบริษัทใช้นโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน และการต้องเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศทุกวันอาจไม่ตอบโจทย์ มีผลสำรวจที่น่าสนใจจาก Bankrate ซึ่งเป็นบริษัทหางานสัญชาติอเมริกัน ที่ระบุว่า 55% ของแรงงานในสหรัฐ บอกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะหางานใหม่ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เหตุผลที่จะลาออกนั้นก็คือการที่โควิดทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป พนักงานเริ่มชินกับวัฒนธรรมการทำงานทางไกล ที่มีเวลายืดหยุ่นมากกว่า จึงมองหาช่องทางหรือบริษัทใหม่ที่ยังรักษานโยบายการทำงานจากที่บ้านไว้ในช่วงหลังหมดโควิด อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ “ภาวะหมดไฟ” ที่เกิดจากการไม่สามารถแบ่งเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัวได้อย่างชัดเจน ทำให้ต้องหักโหมทำงานมากเกินไป และกลายเป็นการเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นจากการทำงานด้วยตัวเอง นำมาสู่ความเครียด ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และส่งผลให้อยากลาออก ขณะที่ผลการศึกษาจาก Adobe พบว่า ในช่วงเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว พนักงานในสหรัฐฯ กว่า 4 ล้านคนลาออกจากงาน (ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ) เป็นที่แน่ชัดว่าเทรนด์นี้จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น พนักงานบริษัท 35% […]

Work from Home ที่แสนสบาย อาจทำให้เราใช้เวลาทำงานกันมากขึ้น

Work from Home ที่แสนสบาย อาจทำให้เราใช้เวลาทำงานกันมากขึ้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกของเราส่งผลให้หลายสิ่งหลายอย่างเกิดการปรับเปลี่ยน เมื่อโควิด-19 ทำให้เกิดข้อจำกัด เราไม่สามารถมารวมกลุ่มพูดคุยหรือทำกิจกรรมกันได้เหมือนเก่า จากเดิมที่ร่วมโต๊ะกินข้าว เข้าประชุม หรือทำงานร่วมกัน ก็ต้องแยกย้ายไป Work frome Home แน่นอนว่าการทำงานจากที่บ้านจะทำให้เวลางานสามารถยืดหยุ่นได้ แต่ขณะเดียวกันองค์กรก็มีความคาดหวังเพิ่มสูงขึ้นว่าพนักงานจะต้องพร้อมทำงานอยู่เสมอ และสำหรับหลายๆ คน เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ถูกหลอมรวมเป็นเส้นเดียวกันไปแล้ว และจากผลสำรวจของ Adobe พบว่า 49 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานบริษัท และ 56 เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระบุว่า ทุกวันนี้พวกเขาใช้เวลาทำงานยาวนานกว่าเดิม กล่าวคือ พนักงานบริษัททำงานโดยเฉลี่ย 44.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทำงานโดยเฉลี่ย 45.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งมากกว่าชั่วโมงทำงานปกติ เวลาที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นว่าพนักงานหรือผู้ประกอบการต้อง “พร้อมติดต่อได้เสมอ” แม้กระทั่งหลังเวลาเลิกงาน และเกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานบริษัท และ 3 ใน 5 ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รู้สึกกดดันที่จะต้องตอบกลับอีเมล และแก้ปัญหาให้กับลูกค้าหลังเวลางาน ก่อนนี้เราเคยใช้เวลาราวสองชั่วโมงต่อวัน ในการเดินทางไป-กลับที่ทำงาน แต่ตอนนี้เมื่อเราทำงานจากที่บ้าน เราใช้เวลาดังกล่าวไปกับเรื่องใดบ้าง? คำตอบที่ได้คือ […]

พบผู้ป่วย กล่องเสียงเสียหาย หลัง หายจากโควิด-19

กล่องเสียงบอบช้ำเมื่อ หายจากโควิด-19 ผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่อาการรุนแรงและจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจขณะทำการรักษาเป็นเวลานาน เมื่อ หายจากโควิด-19 แล้วอาจส่งผลให้กล่องเสียงได้รับการบาดเจ็บ เกิดการบวม อักเสบ หรือมีแผลได้ เพื่อรักษากล่องเสียงที่บอบช้ำจากการรักษาจึงควรหมั่นสังเกตตนเอง เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วควรรีบพบแพทย์ทันที เกิดขึ้นได้อย่างไร แพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรื แพทย์ด้านหู คอ จมูก ศูนย์หูคอจมูก โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่มีการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว หายใจได้ยากจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) เพื่อช่วยในการรักษาโดยวิธีการใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal Intubation) ทางปากผ่านกล่องเสียงไปยังหลอดลม ท่อนี้จะเป็นตัวนำออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจส่งไปยังปอด ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งใช้เวลาในการรักษาที่ค่อนข้างนาน ตัวท่ออาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อภายในกล่องเสียงจนเกิดการบวม ช้ำ อักเสบ มีแผล แผลเป็น หรือบวมจนกลายเป็นเนื้องอกได้ ส่งผลให้เกิดภาวะกล่องเสียงทำงานผิดปกติไปจากเดิม อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการใส่ท่อช่วยหายใจ คือ 1.ภาวะกล่องเสียงหดเกร็ง (Laryngospasm) จะเกิดขึ้นเมื่อถอดท่อช่วยหายใจออกแล้ว เป็นการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นในทางเดินหายใจขณะที่กล้ามเนื้อของกล่องเสียงยังหย่อนตัวไม่เต็มที่จึงเกิดการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อกล่องเสียงและสายเสียง เช่น ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าปอดได้ 2.ภาวะกล่องเสียงอักเสบ (Laryngitis) นอกจากการใส่ท่อช่วยหายใจแล้วยังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุอื่น ๆ เชื้อโรค […]

Pfizer 3 เข็ม ดีจริง ป้องกันติดเชื้อ และป้องกันป่วยหนักได้

Pfizer 3 เข็ม ดีจริง สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล เผยแล้ว ป้องกันติดเชื้อ และป้องกันป่วยหนักได้ดีกว่าการฉีด 2 เข็ม กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลเผย วัคซีนป้องกัน Covid-19 เข็มที่ 3 ของ Pfizer เพิ่มการป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรงในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียง 2 เข็ม ข้อมูลการศึกษาของ Gertner Institute และ KI Institute พบว่า ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปการปกป้องของวัคซีน 10 วันหลังจากฉีดเข็มที่ 3 สูงกว่าหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ถึง 4 เท่า และป้องกันอาการรุนแรงและการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้มากกว่า 5-6 เท่า ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสถิติของ Maccabi ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขที่เป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อป้องกันการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในอิสราเอล ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลประกาศว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะค่อยๆ ลดลงหลังจากเวลาผ่านไป โดยชาวอิสราเอลที่ได้รับวัคซีนแล้วและมีอาการรุนแรงอยู่ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ทั้งนี้ […]

วิธีปรุงอาหาร ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรสะอาดปลอดภัย ไร้เชื้อโรค

วิธีปรุงอาหาร ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรสะอาดปลอดภัย ไร้เชื้อโรค ทำอาหารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะต้องใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ วันนี้ เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับ วิธีปรุงอาหาร ให้ไกลโรค จากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มาบอกต่อค่ะ การสัมผัสและเตรียมอาหาร แม้ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีคนที่ติดโรคโควิด-19 จากอาหารหรือภาชนะใส่อาหารได้ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่เราจะติดเชื้อจากการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อปะปนอยู่แล้วใช้มือนั้นสัมผัสใบหน้า โอกาสเสี่ยงที่สุดก็คือตอนที่ต้องไปใกล้ชิดกับผู้อื่นนอกบ้าน เช่น เมื่อออกไปซื้ออาหารหรือออกไปรับอาหารที่มีผู้นำมาส่งที่บ้าน (เมื่อรับอาหารที่มาส่งในพื้นที่ที่มีโรคโควิด-19 แพร่ระบาด) ดังนั้น คุณต้องรักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเวลาอยู่นอกบ้าน และล้างมือบ่อย ๆ ควรรักษาสุขอนามัยเมื่อหยิบจับอาหารเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารใด ๆ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติเสมอมา บรรจุภัณฑ์ของอาหารและข้อควรระวัง ทิ้งบรรจุภัณฑ์และหีบห่อที่ไม่จำเป็นลงถังขยะที่มีฝาปิด เทอาหารออกจากกล่องลงในจานสะอาดและทิ้งกล่องอาหารลงถังขยะ เช็ดทำความสะอาดกระป๋องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเปิดหรือเก็บ ล้างสินค้าที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อ เช่น ผักและผลไม้โดยให้น้ำไหลผ่าน ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันทีเมื่อเสร็จเรียบร้อย เคล็ดลับสุขอนามัยอาหาร ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาทีก่อนเตรียมอาหาร แยกเขียงสำหรับใช้หั่นเนื้อสัตว์หรือปลาดิบ ปรุงอาหารให้สุกด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม เก็บของที่เน่าเสียง่ายไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง คอยสังเกตวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์อาหาร รีไซเคิลหรือกำจัดภาชนะบรรจุอาหารหรือเศษอาหารอย่างเหมาะสม สะอาด และถูกสุขอนามัย อย่าสะสมไว้มากเกินไปจนล่อสัตว์ต่าง ๆ เข้าบ้าน ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย […]

แอสตรา 1 เข็ม สุดเจ๋ง ช่วยหยุดตายจากโควิด-19 ได้ถึง 3 สายพันธุ์

แอสตรา 1 เข็ม สุดเจ๋ง ช่วยหยุดตายจากโควิด-19 ได้ถึง 3 สายพันธุ์ งานวิจัยใหม่ที่เพิ่งเปิดเผย บริษัท แอสตราเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลการศึกษาข้อมูลการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในแคนาดา แสดงประสิทธิผลของวัคซีนหลังจากฉีดเข็มแรก ช่วยลดการเจ็บป่วยในระดับที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและป้องกันการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เบตา/แกมมาได้ร้อยละ 82 และเดลตาได้ร้อยละ 87 ผลการวิเคราะห์จากการศึกษาครั้งนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 69,533 คน ในช่วงระหว่างเดือน ธ.ค.63- พ.ค.64 ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในสายพันธุ์ที่ไม่น่ากังวลจำนวน 28,705 คน (6.8%) และในสายพันธุ์ที่น่ากังวลจำนวน 40,828 คน (9.7%) โดยผลการศึกษาพบว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราฯ 1 โดส มีประสิทธิผลสูงถึงร้อยละ 82 ช่วยลดการเจ็บป่วยในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์บีตา และสายพันธุ์แกมมา นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันสายพันธุ์เดลตา ( อินเดีย ) และสายพันธุ์อัลฟา […]

ป้องกันโรคโควิด 19 จำง่ายแค่ 10 ข้อ ขอให้ทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

ป้องกันโรคโควิด 19 จำง่ายๆ มีแค่ 10 ข้อ ขอให้ทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน ป้องกันโรคโควิด 19 ต้องทำอย่างไรบ้าง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะแนวทางปฏิบัติ 10 ประการ สำหรับทุกบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อโควิด 19 เข้าบ้าน โดยขอย้ำให้ทุกคนปฏิบัติทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนอกบ้าน อาทิ ทำความสะอาดรถยนต์ ถอดรองเท้านอกบ้าน ล้างมือฟอกสบู่นานไม่น้อยกว่า 20 วินาที ไม่สัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือคนในบ้านก่อนอาบน้ำ เผยขณะนี้เชื้อไวรัสโควิด 19 มีการแพร่กระจายในวงกว้าง อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในขณะนี้พบว่า เชื้อมีการแพร่กระจายในวงกว้างทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 10,000 รายต่อวัน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งป้องกันควบคุมเพื่อยุติการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้น้อยลง ซึ่งจะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคในผู้ที่ติดเชื้อ มีข้อสังเกตพบว่าผู้ติดเชื้อไม่สามารถระบุพิกัดหรือแหล่งของการติดเชื้อเหมือนที่ผ่านมาได้ ดังนั้น กรมควบคุมโรค จึงมุ่งเน้นที่การป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสโควิดเข้าสู่บ้านเรือนที่พักอาศัยทุกประเภทให้ได้มากที่สุด เพื่อให้บ้านหรือที่พักเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปลอดเชื้อ […]

นักกีฬาทีมชาติ กับการฝึกซ้อมในช่วงโควิด-19 พวกเขาฟิตอย่างไร

นักกีฬาทีมชาติ กับการฝึกซ้อมในช่วงโควิด-19 พวกเขาต้องฟิตซ้อมอย่างไร เรามีคำตอบ หลายคนคงสงสัยว่า ในเมื่อการระบาดยังไม่หยุด เหล่าทัพนักกีฬาที่จะต้องลงแข่งขันโอลิมปิก ต้องฟิตซ้อมอย่างไร พวกเขามีเคล็ดลับในการฝึกร่างกายอย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลจาก นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มาบอก เพราะการฝึกซ้อม คือปัจจัยหลักของความเป็น “นักกีฬาอาชีพ” การปรับตัวเพื่อฝึกซ้อมที่บ้านจึงเป็นทางเลือกเดียวในการรักษาศักยภาพ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 หลังจากมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุให้สนามกีฬา สถานฝึกซ้อม หรือแม้แต่สนามเด็กเล่นทั่วประเทศจำต้องปิดตัวลงเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด เหล่านักกีฬาทุกระดับ ไม่ว่าจะนักกีฬาหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงนักกีฬาทีมชาติที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาครั้งใหญ่อย่างโอลิมปิกที่จะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2564 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่แพ้กัน “ความมีวินัย” จึงเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ต้องเพิ่มขึ้นพร้อมไปกับความท้าทายของการรักษาสมรรถภาพ และจิตใจของนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่ต้องพึ่งพาคู่ซ้อมเป็นหลัก กีฬาที่ต้องซ้อมกันเป็นทีม หรือกีฬาที่ขึ้นอยู่กับสนามซ้อม เฉกเช่นกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้เวลาการฝึกซ้อมส่วนใหญ่ในสระว่ายน้ำ ทว่าเมื่อเกิดเหตุโรคระบาด การห่างไกลจากสนามซ้อมนั้น จึงนับได้ว่าเป็นการลดทอนกำลังกายและกำลังใจของพวกเขา “การที่ซ้อมในน้ำตลอดเวลา พอเปลี่ยนมาเป็นบนบกแทนทั้งหมด บางครั้งรู้สึกเหมือนจะหมดไฟในตัว” นางสาวเจนจิรา ศรีสอาด หนึ่งในกีฬาว่ายน้ำชาวไทยผู้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ณ […]

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องห่างกัน ขนาดคนที่อยู่ใกล้กันยังแทบไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนเก่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ออกไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้ แล้วยิ่งคนที่อยู่ไกลกันมากๆ หรือที่เรียกว่า รักทางไกล จากปกติที่ต้องเจอกันเดือนละครั้ง ก็คงจะไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสามเดือนแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเราต้องอยู่ห่างกันนานๆ ก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไป ความรู้สึกที่เคยมีให้กันอาจจะไม่เหมือนเดิม คงไม่มีใครอยากให้รักทางไกลต้องเกิดปัญหาใช่ไหมหละ แต่ถ้าถามว่าจะเติมความหวานอย่างไร ทำยังไงดีในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อให้เจอกันแบบนี้ ดังนั้น GL เลยเอาทริคดีๆ เพื่อให้รักทางไกลไปรอดถึงฝั่งฝัน มาฝากกัน 1.แชร์เรื่องราวของกันและกันเสมอ ถึงตัวจะห่างไกลแต่ก็ต้องให้หัวใจอยู่ใกล้กันไว้ เทคโนโลยีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ในยุคนี้เราสามารถส่งความคิดถึงและแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้กันได้แล้ว ไม่สำคัญว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นจะเล็กแค่ไหน เพียงเอามาเล่าสู่กันฟังก็จะช่วยย่นระยะห่างของหัวใจและส่งความคิดถึงให้กันได้แล้ว 2.เข้าใจและเชื่อใจกันให้มาก ความเข้าใจและความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญของรักทางไกลมากๆ บางครั้งเราอาจจะกังวลว่าเขาแอบไปคุยกับใครหรือเปล่า กลัวว่าอีกฝ่ายจะหมดรักเราแล้วไปเลือกคนที่อยู่ใกล้มากกว่า กลายเป็นยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป ต้องให้รายงานไม่ว่าจะออกไปไหน ทำให้ความอึดอัดเข้ามาสอดแทรกระหว่างกัน จะดีกว่าไหมถ้าเราเชื่อใจกันให้มาก ไม่อย่างนั้นความสุขที่มีให้กันจะไม่หลงเหลืออยู่เลย 3.ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจให้บอกไปตรงๆ การอยู่ไกลกันแน่นอนว่าเราคงเดาอารมณ์และความรู้สึกจากภาษากายไม่ได้ ดังนั้นหากมีอะไรไม่เข้าใจก็ให้บอกกันไปตรงๆ จะดีกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายคาดเดาไปต่างๆ นาๆ การได้พูดคุยในเรื่องข้อเสียของอีกฝ่าย พยายามปรับแก้ไขกันได้มากเท่าไหร่ จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นขึ้น แต่ระวังการใช้อารมณ์และคำพูดให้ดีนะ 4.วาดฝันอนาคตที่มีกันและกันอยู่ในนั้น ลองวางแผนชีวิตในอนาคตโดยที่มีกันและกันอยู่ในนั้น เพราะมันจะช่วยให้ทั้งคู่มีเป้าหมายชีวิตร่วมกันพร้อมที่จะจับมือกันฝ่าฟันและรักษาความสัมพันธ์ทางไกลไปให้รอด และการพูดคุยเรื่องของอนาคตจะทำให้ทั้งคู่มั่นใจได้ว่าสามารถฝากชีวิตไว้กับคนนี้ได้ ช่วยให้ความสัมพันธ์เติมโตอย่างมีเป้าหมาย อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ […]

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ที่ไม่ควรมองข้าม (ตอนที่ 2) ผื่นหลังวัคซีน

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ตอนที่ 2 วันนี้เรามาบทความ โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนัง ตอนที่ 2 ต่อจาก บทความเดิม ซึ่งคราวนี้จะพูดถึงอาการทางผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนโควิด-19 มาอ่านรายละเอียดกันค่ะ ว่าด้วยผื่นหลังวัคซีน เราทุกคนคงเคยได้รับวัคซีนกันมาหลายตัว เช่น วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน คางทูม ไข้หวัดใหญ่ และอื่น ๆอีกมากมาย วัคซีนทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคหรือลดความรุนแรงของโรค ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต บางครั้งหลังจากได้รับวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงเฉพาะบริเวณที่ฉีด ได้แก่ อาการปวด บวม แดง ร้อน หรืออาจมีอาการทั่ว ๆไป เช่น ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ปวดเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่น เป็นต้น อาการเหล่านี้พบได้ทุกวัคซีน ซึ่งไม่รุนแรงและหายได้เองมักพบ 1–3 วันหลังฉีดและไม่เกิน 7 วัน วัคซีนโควิด-19 ก็คล้ายกับวัคซีนอื่น ๆ  จากข้อมูลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่าตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนวันที่ […]

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด พลาสมา จากผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมการรักษาที่ใช้ได้ผล โดยงานนี้มีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศแรกที่ทำการทดลอง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้พลาสมาเร็ว ยิ่งได้ผล และยิ่งเพิ่มอัตรารอดชีวิต จากการทดลองใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในระยะแรกเป็นการรักษาแบบเปรียบเทียบคือ การให้พลาสมาและกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ให้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ผลไม่ต่างกัน ต่อมาได้มีการศึกษาเปรียบเทียบอีกโดยทำการทดลองให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยสูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงสูงโดยให้เร็ว ปรากฏว่าผลจากการทดลองพิสูจน์แล้วว่า การรักษาจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับพลาสมาหลังจากรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากได้รับพลาสมาช้า ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นเองและทำให้การรักษาด้วยพลาสมาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควรหรือไม่เกิดผลเลย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยิ่งให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยเร็วมากเท่าใด ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายและลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กับผลต่อการรักษาด้วยพลาสมา หลายคนมีข้อสงสัยว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ในครั้งนี้ที่มีความแตกต่างจากระลอกแรกจะมีผลต่อการรักษาด้วยพลาสมาหรือไม่ ศ.นพ.ยง ระบุว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสขณะนี้ไม่ส่งผลกับการรักษาด้วยพลาสมาแต่อย่างใด เพราะนับตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่หายแล้วหลายรายมาบริจาค และเมื่อนำพลาสมาไปรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายอื่นก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะนี้ได้ให้การรักษาไปแล้ว 10 รายอยู่ระหว่างการติดตามตามผล ทั้งนี้การกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลที่อาจมีผลต่อการศึกษา ก็ยังไม่ได้พบในประเทศไทย ศ.นพ.ยง ยังเน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาด้วยพลาสมาว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทางสาธารณสุขของไทยยังเดินหน้าในการค้นคว้าและศึกษากระบวนการรักษาด้วยพลาสมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าพลาสมายังคงสามารถใช้รักษาได้อย่างแน่นอน แม้วิธีการรักษาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาดพลาสมาจากผู้บริจาคก็ไม่สามารถรักษาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอบริจาคพลาสมาได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ […]

วิธีสังเกตอาการ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19

ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 ต้องสังเกตอะไรบ้าง ก่อนสายเกินแก้ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 บางครั้งก็มีอาการที่ค่อนข้างดูยาก ซึ่งผู้ดูแลต้องใช้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณีที่ผู้สูงอายุมีการติดเชื้อ อาการอาจไม่ชัดเจนและไม่ตรงไปตรงมา เช่น อาจไม่มีไข้ หรืออาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือรับอาหารทางสายยางไม่ได้ ซึมสับสนเฉียบพลัน ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาการจะรุนแรงมากกว่าในวัยอื่นๆ หลัก 5อ. สังเกตผู้สูงวัย เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เกิดการถดถอยของร่างกาย สมอง และ เกิดความเครียด ระหว่างที่ผู้สูงอายุ ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน โดยยึดหลัก 5อ. ได้แก่ อาหาร ออกก้าลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างสังคมนอกบ้าน ดังนี้ อาหาร รับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ๆไม่รับประทานอาหารที่หวานหรือเค็มเกินไปเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และควรให้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายและสมอง ผู้สูงอายุมักมีมีปัญหาสุขภาพในช่องปากซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องออกมาพบทันตแพทย์ในช่วงวิกฤตนี้ ขอแนะน้าผู้สูงอายุให้รักษาสุขภาพช่องปากโดยใช้สูตร 2 – 2 – 2 ดังนี้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, […]

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ต้องทำอย่างไรบ้าง

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อ ต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบ ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 จำเป็นต้องมีความเข้มข้นกว่าช่วงปกติ เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสเสียชีวิต มากกว่าคนทั่วไป เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรค ประจ้าตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรังโรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น หลายหน่วยงานได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งผู้สูงอายุ เก็บตัวอยู่ใน บ้านให้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุจ้านวนมากต้องการการดูแลจากญาติ หรือผู้ดูแลที่ยังมีความจ้าเป็นต้องออกไปนอกบ้านเพื่อท้างาน หรือ ไปหาซื้อของกินของใช้เข้ามาในบ้าน จึงมี โอกาสน้าเชื้อจากภายนอกมาสู่ผู้สูงอายุ อีกทั้งการจ้ากัดบริเวณให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานานติดต่อกัน หลายเดือน อาจส่งผลให้สภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุถดถอยลงจนเกิดภาวะพึ่งพิงในระยะยาว รวมทั้ง เกิดความเครียด ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับทั้งครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจ้าเป็นต้องมี แนวทางในการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์ ดังกล่าว ป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่สู่ผู้สูงอายุได้อย่างไร -ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเช่น มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้เดินทางกลับ จากกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือแหล่งที่มีการติดเชื้อในชุมชนในวงกว้างทุกรายต้องแยกตัวออกจากผู้อื่น และไม่เข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้สูงอายุ และ เด็ก อย่างเด็ดขาด (เนื่องจากเด็กร่างกายไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ เด็กมักจะไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุและเด็กอาจไม่เข้าใจวิธีและขาดความระมัดระวังในการป้องกัน) โดยให้ สังเกตอาการอย่างน้อย 14 […]

ภูมิคุ้มกันร่างกาย สู้โควิด ถูกทำลายได้ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้!

ภูมิคุ้มกันร่างกาย ไว้สู้โควิดถูกทำลายด้วยพฤติกรรมผิดๆ ภูมิคุ้มกันโรค หรือภูมิคุ้มกันร่างกาย เป็นเหมือนเกราะในการป้องกันร่างกายจากไวรัสต่างๆ จึงป้องกันสุขภาพไม่ให้ป่วยจากการติดเชื้อต่างๆ รวมไปถึงหวัด และโควิด-19 ด้วย ซึ่งในกรณีหลังนี้ หากมีมาก ก็จะทำให้อาการน้อยหน่อย แต่หากมีภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ก็ทำให้อาการเพียบหนักลงได้ ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญมากในยามนี้ ซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมีได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็หนีไม่พ้น การทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิกันร่างกาย และแม้เราจะทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค หรืออัดวิตามินทั้งซี และดี ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญในการสร้างภูมิ แต่ถ้าเรายังมีพฤติกรรมทำลายภูมิคุ้มกันโรคละก็ ภูมิคุ้มกันที่พยายามสร้าง ก็ถูกทำลายลงได้ง่ายๆ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ควรเลิกทำ หากไม่อยากให้ ภูมิคุ้มกันโรค ถูกทำลาย   เครียด ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดประสิทธิภาพลง เนื่องจากร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวที่เป็นกำลังหลักในการกำจัดเชื้อโรคลดลง จึงทำให้เชื้อโรคเข้าโจมตี และเกิดโรคได้ง่าย    กินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด รวมไปถึงการกินอาหารแปรรูป และอาหารปนเปื้อนต่างๆ ล้วนเป็นการทำลายภูมิคุ้มกันโรคทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรเลือกทานอาหารที่ดีต่อภูมิคุ้มกันร่างกายเช่น ปลา กระเทียม ผักผลไม้สีส้มเหลือ ผักใบเขียว และธัญพืช  […]

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่า โรคโควิด-19 จะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก แต่ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางผิวหนังร่วมด้วย สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงมีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยโควิด-19  ที่มีหลากหลายระบบ อย่างไรก็ดีจากสถิติพบว่าประมาณ 0.2 -20% ของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งหมดมีอาการผื่นทางผิวหนังร่วมด้วย ผื่นอะไร ที่ให้สงสัยว่าเป็น COVID               รศ.พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร อนุกรรมการประชาสัมพันธ์และงานกิจกรรมงคมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากผลงานวิจัย Skin manifestations in COVID-19: The tropics experience เมื่อปีพ.ศ. 2563 พบว่าสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน153 ราย มีอาการโรคผิวหนังร่วมด้วย 23 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% โดยอาการบ่งชี้ทางผิวหนังของผู้ป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอาการ เช่นเป็นผื่นผิวหนังแบบผื่นลมพิษ ผื่นแดงชนิด maculopapular  เป็นตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือผิวหนังแตกเป็นแผลจากการขาดเลือด  ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการทางผิวหนังในประเทศแถบยุโรป และประเทศเอเชียจะมีอาการทางผิวหนังแตกต่างกันอยู่บ้าง กล่าวคือ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศแถบเอเชียมักมีอาการผื่นลมพิษ ผื่นแดงทั่วตัว […]

รู้หรือไม่ มะเร็งตับ ดับชีวิตคนไทย 73 รายต่อวัน พุ่งสูงกว่าโควิด 26 เท่า

มะเร็งตับ ดับชีวิตคนไทย 73 รายต่อวัน ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤตสุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยตื่นกลัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทว่าอีกหนึ่งวิกฤตสุขภาพที่ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศมานานอย่างต่อเนื่อง คือ โรค มะเร็งตับ ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่คร่าชีวิตชายไทยเป็นอันดับ 1 และหญิงไทยเป็นอันดับ 2 อีกทั้ง ประเทศไทยยังติดอันดับ 5 ของโลกที่พบผู้ป่วยมะเร็งตับสูงสุด โดยมีอัตราของการพบผู้ป่วยมะเร็งตับอยู่ที่ 21 รายต่อประชากร 100,000 คน ข้อเท็จจริงเรื่องโรคกับคนไทย จากความร้ายแรงของวิกฤตสุขภาพทั้งสองโรค เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะพบว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (1 มิถุนายน 2563 – 1 มิถุนายน 2564) ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่จากไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 156,370 ราย และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 1,012 ราย ในขณะที่ปี 2563 เพียงปีเดียว พบว่าตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่อยู่ที่ 27,394 ราย แต่ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับกลับอยู่ที่ 26,704 คน หรือคิดเป็น 73 คนต่อวัน โดยเฉลี่ย […]

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษยชาติต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนหลักแสนหลักล้านคนทั่วโลก มนุษยชาติได้เคยข้ามผ่านความเจ็บปวด การสูญเสียมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยความเข้มแข็งและสติปัญญาก็สามารถก้าวผ่านและกลับมายืนได้แข็งแรงอีกทุกครั้ง  Pandemic ซึ่งวงการแพทย์ให้ความหมายว่า เป็นการเกิดการแพร่ระบาดของโรคที่ลุกลามเกินกว่าที่คาดไว้ว่าอาจจะจำกัดวงอยู่ในภูมิภาคเดียว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอหิวาตกโรค กาฬโรค ไข้หวัดใหญ่ หรือเอชไอวี ซึ่งล้วนเป็นโรคที่สังหารประชากรโลกมากมายในประวัติศาสตร์ บทความนี้เราจะมาย้อนรอยกลับไปเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมาว่ามนุษย์ต้องผ่านการท้าทายจากโรคระบาดหนักอะไรมาบ้างแล้ว เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ต้องเผชิญกับ COVID-19 ในวินาทีนี้ว่า ครั้งนี้เราก็จะก้าวผ่านและเอาชนะโรคร้ายไปได้เช่นที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยุติเมื่อใด การที่จะให้ผ่านพ้นวิกฤตโรคร้ายนี้ไปได้ คือต้องให้ประชาชนได้รับวัคซีน เพื่อสร้างความคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เลยอยากหยิบยกเรื่องราวที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawanในหัวข้อ โควิด-19 เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สเปน และ อหิวาตกโรคในรัชกาลที่ 2 เราสรุปออกมาได้ว่า หากย้อนมองในอดีตในปี พศ 2363 โรคอหิวาตกโรคได้เกิดการระบาดใหญ่ในไทย คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน ซึ่งขณะนั้นประชากรประเทศไทยก็ไม่น่าจะมาก น่าจะอยู่ที่ […]

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีด เพื่อรับมือโควิด-19

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีดวัคซีน เพื่อรับมือโควิด-19 รู้จักวัคซีนสักนิด น่าจะดี เพราะอีกไม่นาน หลายคนคงจะได้ ฉีดวัคซีน กันแล้ว ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนกันสักหน่อยจะดีกว่า มนุษยชาติมีความพยายามที่จะป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่าง ๆ มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว มีการสังเกตเห็นว่าเมื่อมีการระบาดของโรคใดๆ ผู้ที่เคยเป็นโรคนั้นแล้วหาย มักจะไม่ป่วยเป็นโรคเดิมซ้ำอีก!! นั้นคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วยหลากหลาย ในอดีตเคยพิศดารไปถึงขั้น กินงูพิษ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันจากพิษงู การดื่มเลือดเป็ดที่เคยกินยาพิษมาก่อน เพราะเชื่อว่าจะป้องกันพิษได้หากถูกวางยาพิษ…โอ้โน!! ราวศตวรรษที่ 10 พบบันทึกว่า ประเทศจีนเริ่มมีการพยายามหาวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้ทรพิษ ด้วยวิธีหลากหลาย เช่น นำเอาสะเก็ดแผลจากผื่นที่เกิดจากผื่นของโรคไปบดแล้วเอาไปใส่ในจมูกของผู้ไม่เคยเป็นไข้ทรพิษดังกล่าวมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีวิธีเอาเข็มสะกิดตุ่มหนองของผู้ป่วยแล้วนำไปสะกิดที่ผิวหนังของผู้ยังไม่เคยติดโรค ซึ่งภายหลังเรียกวิธีการนี้ว่า การปลูกฝี วิธีการดังกล่าวถูกเผยแพร่และนำไปปฏิบัติในหลายๆ ประเทศ ทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ศตวรรษที่ 17 ดร.เอดเวิร์ด เจนเนอร์ สกัดนำเชื้อไข้ทรพิษหรือ cowpox จากหญิงเลี้ยงวัวที่ติดเชื้อดังกล่าวจากวัวที่เธอเลี้ยง ไปให้เด็กชายวัย 8 ปี ซึ่งหลังจากให้เชื้อฝีดาษดังกล่าวแก่เด็กชายผู้นั้น 6 สัปดาห์ พบว่า เด็กชายไม่ป่วยหรือมีอาการสำแดงถึงโรคฝีดาษ ดร.เจนเนอร์ จึงเรียกหนองฝีวัวนั้นว่า “VACCINE” […]

keyboard_arrow_up