หัวไต้ซาน องครักษ์พิทักษ์แม่น้ำหวาย ช่วยชุมชนให้ฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง

แม‹่น้ำหวาย (Huai River) เปš็นแม่‹น้ำขนาดใหญ่‹อันดับสามของจีน ไหลพาดผ่านสี่มณฑลใหญ่เป็นšระยะทาง 1,000 กิโลเมตร หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนริมสองฝั่งแม่น‹้ำกว่า‹ 150 ล้านคน หัวไต้ซาน (Huo Daishan) ยังจำได้ดีว่า สมัยเด็ก ๆ แม่น้ำหวายมีขนาดกว้างมากและมีคลื่นลูกโต ๆ ด้วย ยามลมพัดแรง สายลมจะหอบกลิ่นหอมของข้าวที่กำลังออกรวง มองเห็นนาข้าวอยู่บนฝั่งไกลลิบ ๆ แต่เมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ ภาพดังกล่าวได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ปี 1994 หัวไต้ซานซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ได้ไปทำข่าวที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำหวาย เขาตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าเด็กนักเรียนทุกคนต้องสวมผ้าปิดปากและสวมแว่นตาสำหรับป้องกันก๊าซพิษตลอดเวลาที่นั่งเรียนหนังสือ ไม่เพียงเท่านั้น หัวไต้ซานยังพบข้อมูลที่น่ากลัวมากมาย เช่น จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นที่ว่าบางครอบครัวพี่น้องเสียชีวิตห่างกันเพียงหนึ่งเดือน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไปหาหมอก็ต่อเมื่อป่วยถึงขั้นสุดท้าย เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีเงินค่ารักษาอยู่ดี บางหมู่บ้านเด็กเกิดใหม่มีอาการผิดปกติ เช่น เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด ส่วนแม่น้ำหวายที่เคยเป็นสวรรค์บนดิน ก็เปลี่ยนเป็น แม่น้ำแห่งความตาย โดยสมบูรณ์ เพราะน้ำกลายเป็นสีดำสนิท ฟองลอยฟ่อง ส่งกลิ่นเน่าเหม็น และแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อันที่จริงหัวไต้ซานผูกพันกับแม่น้ำหวายมาเกือบชั่วชีวิต เพราะหมู่บ้านเสิ่นชิ่ว (Shenqiu) ที่เขาเกิดก็ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหวาย เมื่อรู้ปัญหานี้ หัวไต้ซานจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อช่วยแม่น้ำหวายที่กำลังใกล้ตาย แม้ว่าเขาจะมีเครื่องมือเพียงกล้องถ่ายรูปราคาไม่ถึง 300 […]

เพราะผมอยากทำงานกับพวกมันจริง ๆ Edgardo Perros ชายผู้เดินทางทั่วเม็กซิโกเพื่อช่วยเหลือสุนัขอนาถา

เพราะผมอยากทำงานกับพวกมันจริง ๆ Edgardo Perros ชายผู้เดินทางทั่วเม็กซิโกเพื่อช่วยเหลือ สุนัขอนาถา ชายหนุ่มชาวเม็กซิกันคนหนึ่งเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือ สุนัขอนาถา และเขายังเปิดเพจให้คนติดตามเรื่องราวการช่วยเหลือสุนัขของเขา ซึ่งตอนนี้มีคนติดตามเขาเป็นหมื่นแล้ว  “ไม่มีใครช่วยหมาจรจัดข้างถนน ผมเห็นความเจ็บปวดของพวกมัน  แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การเจ็บป่วยของมัน แต่เป็นคนเราต่างหากที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น  ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์ก็อยากได้เพื่อนและความรักกันทั้งนั้น”     นี้คือคำพูดของชายวัย 49 ปีที่อุทิศตนช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้มานานกว่า 6 ปี  ชื่อของเขาคือ Edgardo Perros เขามีความมุ่งมั่นมากที่จะเดินทางรอบเม็กซิโก เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ล้มป่วย และบาดเจ็บ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมานี้ เขาได้ช่วยชีวิตสุนัขจรจัดกว่า 500 ตัว บางตัวก็ได้รับบาดเจ็บเกินกว่าจะรักษา เขาเล่าว่า “บางทีผมก็อยู่เป็นเพื่อนมัน จนกว่ามันจะจากไปตามธรรมชาติ ไปอย่างสงบ”      นอกจากจะดูแล และรักษาสุนัขจรจัดแล้ว เขายังอุปการะสุนัขอีกหลายตัว เช่น  Negro,  Blanco,  Chilletas สุนัขไร้หัวเข่า (เพราะมันป่วยเป็นโรค swimmers syndrome […]

ท่านเจ้าคุณอลงกต ได้รับรางวัลดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2562

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยรายชื่อบุคคลและองค์กรที่สมควรได้รับรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชู และประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้สังคมได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่าง โดยมีบุคคลและองค์กรที่สมควรได้รับรางวัลทั้งสิ้น จำนวน 7 ราย แบ่งตามประเภทรางวัล 7 ด้าน ดังรายชื่อต่อไปนี้ ด้านที่ 1 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้แก่ พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) หรือ เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พระของชุมชนผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมในการอุปการะช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์ มายาวนานกว่า 20 ปี ด้านที่ 2 สิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ได้แก่ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ องค์กรศาสนาภายใต้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเด็นความยุติธรรมและสันติ และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับชุมชน โรงเรียน และสังคมมาเป็นเวลากว่า 42 ปี ด้านที่ 3 สิทธิเด็ก […]

เจสสิก้า ค็อกซ์ เกิดมาไม่มีแขนแต่ใช้เท้าทำแทนได้ทุกอย่างแม้แต่ขับเครื่องบิน!

เราอาจจะรู้ “ขนาด” หัวใจของตัวเองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการกำมือเข้าหากัน แต่คงไม่มีใครที่จะล่วงรู้ได้ว่า หัวใจของตัวเองแข็งแกร่งมากน้อยเพียงไหน ตราบเท่าที่เขาคนนั้นยังไม่เคยเผชิญหน้ากับความทุกข์หรืออุปสรรคปัญหาจริง ๆ เรื่องราวของ เจสสิก้า ค็อกซ์ (Jessica Cox) หญิงสาวเชื้อสายฟิลิปปินส์ – อเมริกัน คือแบบอย่างคนหัวใจแกร่งที่น่าชื่นชมเป็นที่สุด เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะเอ่ยคำว่า “ทำไม่ได้” แม้ว่าเธอจะเกิดมาโดยปราศจากแขนทั้งสองข้างก็ตาม ย้อนหลังกลับไปราวสามสิบหกปีก่อน ณ เมืองทักสัน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เจสสิก้าถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะลูกคนที่ 2 ของครอบครัวค็อกซ์ พร้อมด้วยความผิดปกติที่แม้แต่แพทย์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่เป็นอุปสรรคขวางกั้นความรักและกำลังใจจากครอบครัวที่มีให้เธอแม้แต่น้อย เจสสิก้าเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข สดใส ร่าเริงสมวัย จะแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ บ้างตรงที่เธอมีเพื่อนสนิทเป็น “แขนเทียม” แต่กระนั้นเธอก็ตัดสินใจถอดมันออกขณะอายุได้เพียง 13 ปี เมื่อค้นพบว่า ใช่สิ ถึงเราจะไม่มีแขน ไม่มีมือเหมือนใคร ๆ แต่เราก็ยังมีขาและเท้าอยู่นี่ เมื่อตระหนักว่า “สิ่งที่ขาดหายไป” ไม่สำคัญเท่ากับ “สิ่งที่มีอยู่” จากวันนั้นเป็นต้นมาเธอจึงตั้งอกตั้งใจฝึก “ขาและเท้า” คู่นี้ให้มีความยืดหยุ่นคล่องแคล่ว […]

เกรก มอร์เทนสัน พ่อพระผู้เสี่ยงชีวิตช่วยเด็กหญิงปากีสถานให้ได้เรียนหนังสือ

เมื่อไดŒ้ฟั˜งเรื่องราวของ เกรก มอร์เทนสัน (Greg Mortenson) จนจบ คุณจะรูŒ้ว่‹าขีดจำกัดของมนุษย์แท้Œจริงแล้Œว… อยู่‹ที่ไหน เรื่องราวของเกรกเริ่มต้นเมื่อ 26 ปีที่แล้ว… ในปี ค.ศ. 1993 เกรกต้องสูญเสีย คริสตา (Christa) น้องสาวเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหัน เพื่อรำลึกถึงการจากไปของเธอ เกรกจึงตัดสินใจปีนภูเขา K2 ซึ่งมีความสูงเป็นอันดับสองของโลก ทว่าในวันที่ 78 ของการปีนเขา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและขาวโพลนไปด้วยหิมะ เกรกในสภาพขาดน้ำและอาหารเดินพลัดหลงจากกลุ่มไปจนถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า Korphe ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประเทศปากีสถาน และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านจนหายดี วันหนึ่งเกรกออกมาเดินเล่นรอบหมู่บ้าน เขาตกใจมากเมื่อเห็นว่าในสถานที่ที่ชื่อว่าโรงเรียนนั้น มีเด็ก ๆ จำนวน 84 คนออกมานั่งเรียนกลางแจ้ง ใช้กิ่งไม้ต่างดินสอ ใช้พื้นดินต่างสมุด และเด็ก ๆ ต้องเวียนกันใช้กระดานชนวนซึ่งมีอยู่เพียง 7 แผ่น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจของเกรกไม่ใช่ความยากจนที่เขาเห็นด้วยตา แต่เป็น “ความปรารถนาอันแรงกล้าของเด็ก ๆ ที่อยากเรียนหนังสือ” เกรกสัญญากับตัวเองวา่ เขาจะกลับมาปากีสถานอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อสานต่อภารกิจการปีนเขา […]

นุ่น-ต๊อด ทำบุญกฐิน สร้างอุโบสถวัดทางภาคเหนือ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และทุนการศึกษาให้กับ 7 โรงเรียน 

นุ่น-ต๊อด ทำบุญกฐิน สร้างอุโบสถวัดทางภาคเหนือ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และทุนการศึกษาให้กับ 7 โรงเรียน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นางเอกสาวนุ่น-วรนุช และสามี ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี พากันไปทำบุญกฐินที่ภาคเหนือ ด้วยยอดเงินทำบุญทั้งสิ้น 1,592,768 บาท เพื่อสร้างอุโบสถวัดดงมะผาง จังหวัดเชียงราย และวัดพระธาตุเจ้าวงตา จังหวัดลำปาง       นอกจากงานบุญในพระพุทธศาสนาแล้ว คุณต๊อด-ปิติ ยังเป็นตัวแทนมูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเมืองปาน จังหวัดลำปาง อีกด้วย อุปกรณ์ทางการแพทย์มีดังนี้ (1) เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 2 เครื่อง (2) เตียงผู้ป่วยทรงเตี้ย 5 หลัง (3) เครื่องฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ 2 เครื่อง (4) เปลนอนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระบบไฮโดรลิค 3 หลัง (5) เครื่องดูดเสมหะ 2 เครื่อง (6) เตียงผู้ป่วย 10 […]

คุณพ่อออทิสติกผู้ไม่เคยแสดงความรู้สึก กลับเสียน้ำตาแห่งความปีติในวันวิวาห์ของลูกสาว

คุณพ่อออทิสติกผู้ไม่เคยแสดงความรู้สึก กลับเสียน้ำตาแห่งความปีติในวัน วิวาห์ ของลูกสาว  คงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคุณพ่อที่กำลังยินดีกับลูกสาวซึ่งได้ลั่นระฆัง วิวาห์ กับชายหนุ่มที่เธอรัก แต่ถ้าบอกว่า คุณพ่อของเจ้าสาวผู้นี้ไม่ใช่คนปกติล่ะ จะแปลกใจไหม     คุณพ่อเจ้าสาวมีชื่อว่า “Martin Elliott” เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นจิตเภท แต่เป็นการวินิจฉัยที่ผิดพลาด เพราะแท้จริงแล้วเขาเป็นออทิสติก ซึ่งผู้วินิจฉัยได้ลงความเห็นนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ระหว่างที่คุณพ่อมาร์ตินถูกวินิจฉัยว่าเป็นจิตเภท เขาก็ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีมาโดยตลอด และพยายามทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข     นอกจากนั้นเขายังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้เหมือนคนปกติทั่วไป แถมมีความโอบอ้อมอารีอีกด้วย แต่เสียอย่างเดียวคือ คุณพ่อมาร์ตินไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้า ซึ่งคนในครอบครัวทราบกันดี และสิ่งที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของเขามีเพียงการปล่อยมุขตลกฝืด ๆ และเสียงเพลงเท่านั้น     และแล้ววันวิวาห์ของลูกสาวก็มาถึง วันนั้นเป็นวันที่คุณพ่อมาร์ตินแสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน เป็นสีหน้าแห่งความสุข ในระหว่างที่เขากำลังเต้นรำกับลูกสาว น้ำตาแห่งความปีติก็หลั่งออกมา  Hayley เจ้าสาวคนสวยบอกว่า ปกติคุณพ่อจะเป็นคนที่ไม่แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าเลย แต่วันนี้คุณพ่อกลับมีรอยยิ้ม และร้องไห้อีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านมีความสุขมาก การเต้นรำระหว่างเธอกับคุณพ่อในวันแต่งงานของเธอเอง จะกลายเป็นความทรงจำดี ๆ  ที่มีความหมายมากสำหรับเธอ   ที่มาและภาพ www.unilad.co.uk บทความน่าสนใจ […]

แฝดสองพี่น้องขยันเปิดร้านตัดผมยึดเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกเรียนและวันหยุด 

แฝดสองพี่น้องขยันเปิดร้านตัดผมยึดเป็น อาชีพเสริมหลังเลิกเรียน และวันหยุด เด็กดีมีหัวคิด…สองพี่น้องฝาแฝดไม่อยากเป็นภาระของคุณพ่อคุณแม่ จึงชวนกันทำ อาชีพเสริมหลังเลิกเรียน และวันหยุด เพื่อหารายได้เสริมโดยการเป็นช่างตัดผม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ผู้จัดการออนไลน์ได้นำเสนอข่าวว่า  นายกรภัทร์ วัฒนาสถิตยานนท์ หรือน้องแต้ม  และนายกรฤต วัฒนาสถิตยานนท์ หรือน้องเติ้ล สองพี่น้องฝาแฝดที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ แผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ ปวช.1 ได้สร้างรายได้เป็นหลักหมื่นต่อเดือน ด้วยการเป็นช่างตัดผมหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์       แรงบันดาลใจที่ทำให้สองพี่น้องตัดสินใจเป็นช่างตัดผม มาจากตอนเด็กต้องไปตัดผมที่ร้าน และได้เห็นว่ามีลูกค้าเยอะมาก จึงทำให้ทั้งสองสนใจอาชีพช่างตัดผมอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงเท่านั้นน้อง ๆ ยังเรียนตัดผมที่โรงเรียนเสริมสวยในหาดใหญ่ตั้งแต่อายุ 11 ปี เรียนอยู่นาน 3 ปี จนชำนาญ คุณพ่อคุณแม่จึงส่งเสริมลูกทั้งสองด้วยการเปิดร้านตัดผมให้     คุณแม่ของน้องทั้งสองยังบอกอีกว่า ลูกชายอยากเป็นช่างตัดผม เพราะเห็นช่างร้านประจำที่ไปตัดฝีมือดีมาก ใช้เวลาตัดเพียง 10-15 นาทีต่อคน และเป็นอาชีพอิสระ ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนทำได้ ครอบครัวจึงสนับสนุนเต็มที่จนสามารถเปิดร้านตัดผมได้ […]

คนไข้ลาวเงินหมด คิดกลับไปตายบ้านเกิด หมอไทยช่วยกันลงขันยื้อชีวิตไว้ได้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าประทับใจในโลกโซเชียล เมื่อทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย ระดมน้ำใจช่วยเหลือ คนไข้ลาว ฐานะยากจน ซึ่งครอบครัวพามารักษาตัวจนเงินหมด เหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท ครอบครัวจึงจะขอพากลับไปตายที่บ้านเกิด คุณหมอเจ้าของไข้เห็นว่าอาการของคนไข้สามารถรักษาให้หายได้ ไม่อยากปล่อยให้คนไข้กลับไปเสียชีวิตที่บ้านเกิด เพราะคนไข้ยังมีลูกเล็ก ๆ หลายคนที่ต้องดูแล จึงขอคำปรึกษาจากเพื่อนหมอด้วยกัน และเกิดการระดมทุนช่วยกันลงขันในกลุ่มเพื่อนหมอ ในที่สุดก็สามารถช่วยชีวิตคนไข้เอาไว้ได้  ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wirat Sawangarom  ได้เผยแพร่เรื่องราวดังต่อไปนี้ เทวดาผู้คืนชีวิต พาพ่อคืนมาให้ลูก ๆ ได้สำเร็จ .. #สายของวันหนึ่ง .. หมอราชันย์ : เอาไงดีพี่ก๊อต คนไข้ลาว ญาติจะเอากลับไปตายที่บ้าน แต่ผมรักษาได้ ผมรักษาหายได้ อายุไม่เยอะ มีลูกเล็ก ๆ หลายคน รักษาจนหมดตัว เหลือแค่ 200 ค่าข้ามกลับไปยังไม่พอ ค่าข้าวกินแทบไม่มี ผม : ให้ทีมช่วยเลยครับ หมอราชันย์ : เอากลับไปเขาตายแน่นอน แต่ค่ารักษาต่อเนื่องอีกครึ่งเดือน แสนกว่าบาท ผม : […]

เด็กน้อยรักคุณครูของเขามาก จึงแบ่งเงินของตนให้ เพราะคิดว่าเงินเดือนครูน้อย

เด็กน้อย รักคุณครูของเขามาก จึงแบ่งเงินของตนให้ เพราะคิดว่าเงินเดือนครูน้อย เป็นเรื่องที่สร้างรอยยิ้มให้แก่สองสามี-ภรรยา  Darrell และ Jennifer Williams เมื่อทั้งสองพบกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในกระเป๋านักเรียนของ เด็กน้อย เรื่องนี้เกิดขึ้นที่แทมปา ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อ Darrell Williams และ Jennifer Williams ได้เจอกับแผ่นกระดาษมีข้อความว่า “ถึง คุณครู CHAMBERS ผมไม่คิดว่า เงินเดือนที่คุณครูทั้งหลายได้รับนั้น จะเพียงพอกับสิ่งที่พวกเขาทำ ถ้าอย่างนั้นครูจะช่วยรับของขวัญชิ้นนี้ไปได้ไหม?” และมีลูกศรชี้ลงมาที่ธนบัตร โดยมีข้อความกำกับว่า “นี่เงินของผม”     Darrell Williams และ Jennifer Williams รู้สึกปลื้มใจมาก พวกเขาไม่รอช้าที่จะถามลูกชายคนเล็กถึงแผ่นกระดาษนี้ คำตอบที่ทั้งสองได้จากปากของลูกชายคือ “ผมรักคุณครู CHAMBERS และผมอยากมอบบางสิ่งให้กับคุณครู ผมคิดว่าอาชีพครูได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เพียงพอ”  คุณพ่อคุณแม่ถ่ายรูปข้อความในกระดาษนี้ลงในโซเชียล เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา คุณครู Mary Hall Chambers […]

บทเรียนจากพลทหารเดนตาย ลาซาร์ ปองตีเซลลี

นายลาซาร์ ปองตีเซลลี (Lazzaro Ponticelli) เป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเสียชีวิตในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2551 รวมอายุได้ 110 ปี เขาเป็นทหารผ่านศึกฝรั่งเศสคนสุดท้ายที่รอดตายจากสงครามครั้งนั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457 – 2461) นั้น เดิมได้รับการขนานนามว่า ””สงครามซึ่งยุติทุกสงคราม”„ มีทหารจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเข้าร่วมรบกว่า 60 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้ทั้งทหารและพลเรือนถึง 40 ล้านคน เป็นสงครามที่โหดเหี้ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นคือ นอกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จะไม่ใช่สงครามที่ยุติทุกสงครามแล้ว ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย นายปองตีเซลลีเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2440 ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอิตาลีซึ่งอยู่ติดกับชายแดนฝรั่งเศส ครอบครัวของเขายากจนชนิดที่ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวเลย และความจนนี่เองที่ทำให้เขาอพยพตัวเองเข้าไปในฝรั่งเศสประเทศที่เขาเรียกว่า ””สวรรค์”„ จนวันสุดท้าย เมื่อสงครามเริ่ม เขาอาสาเข้ารบให้กองทัพฝรั่งเศสและเข้าร่วมในกองทหารต่างด้าวซึ่งคนชาติใดก็เข้าร่วมได้ มีข้อแม้อย่างเดียวคือ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของคนฝรั่งเศส นายปองตีเซลลีเล่าว่า […]

เพียงแค่หันไป…ฉันก็ช่วยให้เด็กคนหนึ่งได้มีอนาคตที่สดใส

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนคนหนึ่ง อาจเกิดจากการกระทำที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยกับความใส่ใจอีกนิดหน่อย โดยลืมคำว่า “ธุระไม่ใช่” ไปเสียและใครจะรู้…การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจส่งผลถึงสังคมส่วนรวมอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้ เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเด็กน้อยคนนี้… วันนั้นฉันไปซื้ออาหารสุนัขที่ร้านแถวจตุจักร ขณะกำลังเดินกลับมาที่รถ ฉันเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่กับเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ฉันเดินผ่านเลยไปโดยไม่ได้สนใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงดังไล่หลังมาว่า “เด็กคนนี้มันน่าสงสารจริง ๆ พ่อค้ายาบ้าจนติดคุก แม่ก็ไม่ดูแล มันเลยต้องไปขอข้าวบ้านนั้นทีบ้านนี้ที” เมื่อหันกลับไปฉันก็ได้เห็นว่าต้นเสียงคือชายคนดังกล่าว และข้าง ๆ เขาเป็นเด็กผ้ชู ายผิวดำเกรียมอายุประมาณ 5 – 6 ขวบหน้าตาน่าเอ็นดู แต่รูปร่างผอมเกร็ง สวมเพียงกางเกงขาสั้นมอซอกับรองเท้าแตะเก่า ๆ ในมือกำธนบัตรสีเขียวไว้แน่น…ฉันหันไปมองรอบตัว ไม่เห็นใคร ก็เลยแน่ใจว่าชายคนนั้นคงไม่ได้พูดกับคนอื่น ฉันจึงสาวเท้าเข้าไปหา “ดูซิครับคุณ ผมต้องให้มันวันละยี่สิบบาท เพราะมันไม่มีจะกิน วัน ๆ ก็วิ่งอยู่แถวนี้ ผมละกลัวมันจะโดนรถทับ…ป่านนี้ยังไม่ได้เรียนหนังสือกับเขาเลย” ชายคนนั้นบ่นพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยท่าทางเอ็นดู แต่สังคมที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงทำให้ฉันไม่ปักใจเชื่อใครง่าย ๆ ‘อาจเป็นพวกแก๊งขอทานเอาเด็กมาหากินก็ได้’ ฉันคิดก่อนจะดึงตัวเด็กชายออกมาห่าง ๆ และลงมือซักถามเขาด้วยตัวเอง แล้วฉันก็ได้รับคำตอบทุกอย่างตามคำบอกเล่าของชายคนนั้น แต่รู้เพิ่มขึ้นมาว่า “เอก” อาศัยอยู่ใต้สะพานลอย และเขาอยากเรียนหนังสือมาก…เด็กน้อยพูดลงท้ายด้วยคำว่า “ครับ” ทุกประโยค […]

พิยุช เทวารี นักบุกเบิกผู้ปฏิวัติท้องถนนอินเดียให้เป็นสีขาว

“อินเดีย” เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก ประมาณกันว่า ในทุก ๆ 13 ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างน้อย 1 ราย พิยุช เทวารี (Piyush Tewari) เป็นคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียน้องชายไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ พ.ศ. 2550 บนถนนสายหนึ่งในเมืองเดลี แม้การจากไปของเด็กหนุ่มอนาคตไกลคนนี้จะสร้างความโศกเศร้าอาลัยให้ครอบครัวและโรงเรียนอย่างมาก แต่นั่นก็ยังไม่มากเท่ากับความจริงที่ทางโรงพยาบาลเปิดเผยว่า ถ้าเด็กหนุ่มมาถึงมือหมอ “เร็ว” กว่านี้สักนิด ก็ยังพอมีโอกาสรอดอยู่บ้าง เพราะบาดแผลของคนเจ็บไม่ได้หนักหนาอะไร จะมีก็แต่การเสียเลือดมากเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายคนเจ็บต้านทานไม่ไหว แรก ๆ เหตุผลนี้ฟังดูคล้ายกับการปัดความรับผิดชอบของทางโรงพยาบาล แต่ทว่าเมื่อพิยุชได้ตรึกตรองถึงการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ประกอบกับประสบการณ์การสัญจรบนท้องถนนอินเดียตลอดชีวิต 26 ปีที่ผ่านมาของตัวเขาเอง จากคำบอกเล่าจากเพื่อนฝูง คนรู้จัก ไม่นานนักเขาก็ได้คำตอบอย่างชัดเจนว่า อินเดียไม่มีหน่วยกู้ภัย ไม่มีหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินเหมือนในอเมริกา ยุโรป หรือเมืองใหญ่ ๆ ในเอเชีย จะมีก็เพียง “ตำรวจจราจร” ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้กว่าจะลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้แล้วเสร็จก็ใช้เวลาไปไม่น้อยกว่า 1 – 2 ชั่วโมง “เวลา” จึงมีผลอย่างยิ่งในการชี้เป็นชี้ตายคนเจ็บแต่ละราย ดั่งที่ภาษานักกู้ภัยเรียกกันว่า “ชั่วโมงทอง” เพราะยิ่งได้รับความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากเท่าไร โอกาสที่คนเจ็บจะรอดชีวิตหรือรอดพ้นจากภาวะทุพพลภาพก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น […]

สัปเหร่อหญิงใจบุญ ช่วยทำศพ 9 วัด ไม่รับค่าจ้างมานานกว่า 20 ปี

สัปเหร่อหญิงใจบุญ นางสายัณห์ อ่อนละม้าย หรือ “น้ายัณห์” วัย 61 ปี อาสาช่วยชาวบ้านจัดงานศพที่วัดในเขตพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง จ.อ่างทองโดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว น้ายัณห์เล่าว่า พ่อเป็นสัปเหร่อมาก่อน เธอได้สืบทอดวิชามาจากพ่อ เวลาพ่อไปช่วยงานศพ ก็จะติดสอยห้อยตามพ่อไปตลอด จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต น้ายัณห์จึงสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อ ประกอบกับใจรักในด้านนี้ จึงสานต่อการเป็นสัปเหร่อจากพ่อ โดยไม่ได้คิดว่าเป็นอาชีพ เพราะปกติจะมีอาชีพจักสาน รับสานตะกร้าหวายส่งในตลาดโพธิ์ทอง พอมีงานศพก็จะมีคนมาตามไปช่วย เธอก็ไปทุกงาน ตอนแรกช่วยวัดที่บ้านก่อนคือวัดท่าอิฐ จากนั้นวัดอื่น ๆ ก็ตามมารวม 9 วัด คือ วัดท่าอิฐ วัดน้ำอาบ วัดแม่นาง วัดท่าตลาด วัดโพธิ์เกรียบ วัดศีลขันธาราม วัดสว่าง วัดท่าโขลง และวัดกลางพุฒินิมิต ตั้งแต่ทำมายังไม่เคยเว้นไม่ไปงานไหนเลย ถึงไม่สบายไปไม่ไหวก็จะมีคนมาช่วยพยุงไป แต่พอไปถึงงานเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จากที่เดินไม่ค่อยไหว พอไปถึงกลับมีเรี่ยวมีแรงทำหน้าที่สัปเหร่อจนเสร็จ พอกลับมาบ้านก็ถึงกับล้มนอนต่อ การทำหน้าที่สัปเหร่อไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมากมาย แต่ต้องมีพิธีกรรมท่องคาถาตามที่พ่อสอนมา เมื่อมีคนมาแจ้งข่าวงานศพ เธอจะไปช่วยจัดเตรียมพิธีรดน้ำศพ  มัดตราสังศพลงโลง และจัดเตรียมสถานที่เสร็จเรียบร้อย […]

เด็กหญิงที่ถูกไฟคลอกจนมือข้างขวาพิการ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว

เด็กหญิงที่ถูก ไฟคลอก จนมือข้างขวาพิการ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว เป็นอีกหนึ่งข่าวที่ทำให้เห็นถึงน้ำใจของมหาชนที่ต้องการช่วยเหลือ เด็กหญิงปิยะพร เด็กหญิงผู้ถูก ไฟคลอก จนมือข้างขวาของเธอพิการ ดอยอมก๋อยที่กำลังเหน็บหนาวกลับอบอุ่นขึ้นมาทันทีเพราะน้ำใจจากประชาชนคนไทยด้วยกัน เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กชื่อว่า “บ้านติดป่า ฮาติดดอย” ได้โพสต์รูปถ่ายเด็กหญิงที่มือข้างขวาพิการ พร้อมกับข้อความว่า “เห็นน้องแล้วรู้สึก “สะเทือนใจ” ยังไงไม่รู้ ทั้งพิการ ทั้งยากจน แม่น้องเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่ น้องอายุ 6 ขวบจึงต้องมาอยู่กับยายชรา ยากจน เอารูปให้ดู เผื่อคุณจะได้รู้ว่าตัวเอง โชคดีมากแค่ไหนแล้ว ที่มีมือ มีเท้าครบทั้งสองข้าง ผู้มีจิตเมตตาสามารถส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ ให้แก่น้องได้ที่….ครู ธัญสุดา หยกภู (ฝากให้ ด.ญ ปิยะพร หลวงแก้ว ) 81 หมู่ 4 ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ เชียงใหม่ 50310 (0955757598 […]

โมโมฟุกุ อันโดะ บิดาแห่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

“”โลกย่อมมีสันติสุข เมื่อผู้คนมีอาหารกินเพียงพอ”” โมโมฟุกุ อันโดะ ผู้กล่าวประโยคนี้สิ้นชีวิตไปในขณะมีอายุได้ 96 ปี เขาเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยของไต้หวัน สมัยที่ไต้หวันยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรญี่ปุ่น ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของร้านขายผ้า พออายุ 22 เขาจึงทำกิจการโรงงานทอผ้าของตนเองที่กรุงไทเป อีกหนึ่งปีต่อมาก็ขยายสาขาไปที่เมืองโอซะกะในญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อันโดะย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น เปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่น และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น พร้อม ๆ กับทำธุรกิจโรงงานทอผ้าไปด้วย เขาถูกจับเข้าคุกไปสองปีด้วยข้อหาเลี่ยงภาษี ซึ่งเขายืนยันว่าที่เขาทำก็แค่จัดสรรเงินให้เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ออกจากคุก เขาล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มตั้งบริษัทนิสชินเพื่อผลิตเกลือสู่ตลาด ขณะนั้นญี่ปุ่นกำลังอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง หลังสงครามโลก รัฐบาลออกมาสนับสนุนให้ประชาชนกินขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีจากสหรัฐฯ อันโดะผู้ชอบกินบะหมี่เป็นชีวิตจิตใจเกิดความสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น คำตอบของรัฐคือโรงงานทำบะหมี่เล็กเกินกว่าจะผลิตได้เพียงพอกับความต้องการ อันโดะจึงตัดสินใจจะพัฒนาโรงงานผลิตบะหมี่ด้วยตนเอง แต่สาเหตุที่เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้น ก็เพราะคืนอันหนาวเย็นคืนหนึ่งที่เขาต้องเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อบะหมี่น้ำจากรถเข็น เขาเกิดความคิดเฉียบคมขึ้นว่าต้องหาวิธีทำบะหมี่ที่เกือบสุก ปรุงรสแล้ว เพื่อคนที่ซื้อไปแค่เติมน้ำร้อนก็จะได้ซดบะหมี่ร้อนคล่องคอโดยไม่ต้องเดือดร้อนรอนาน หลังจากลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ขณะมีอายุ 48 ปี อันโดะก็ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสไก่ออกวางขายในตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ซึ่งกลายเป็นอาหารหรูเพราะราคาแพงกว่าบะหมี่น้ำตามร้านถึงหกเท่า จนปีต่อมาสินค้าของเขาจึงเริ่มเป็นที่นิยม ผลิตได้มากขึ้น ทำให้ราคาลดลงเหลือแค่หนึ่งในสามของราคาบะหมี่น้ำตามร้านค้า หลังจากนั้นก็เกิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติต่าง ๆ ตามออกมา […]

คุณป้าเสียงมหัศจรรย์ ป่วยเป็นมะเร็ง ใช้บทเพลงบำบัดจิตใจ

คุณป้าเสียงมหัศจรรย์ ป้าจอย – อารยา รุ่งเรือง เธอเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ช่อง One 31 หลังจากโชว์พลังเสียงเธอก็ได้สร้างความประทับใจให้ทุกคน แม้แต่นักดนตรีในรายการยังลุกขึ้นปรบมือให้ ทุกคนทึ่งในความสามารถของเธอ เนื่องจากเธอเป็นเพียงแม่ค้าในตลาดนัด ไม่เคยขึ้นเวทีร้องเพลงที่ไหนมาก่อน และไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลย นอกจากพรสวรรค์ในการร้องเพลงแล้ว เรื่องราวชีวิตของป้าจอยยังน่าสนใจ และเป็นพลังบวกให้คนทั่วไป เพราะป้าจอยใช้เสียงเพลงช่วยเยียวยาจิตใจเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง ป้าจอยเล่าถึงตัวเองไว้ในรายการว่า “เป็นคนอุบลค่ะ แต่มาทำมาหากินอยู่ที่ศรีสะเกษ ขายเคสโทรศัพท์ ขายพวกอุปกรณ์ เช่น สายชาร์จแบตโทรศัพท์ ตามตลาดนัด ก็พอได้เงินมาผ่อนค่ารถค่าบ้าน “มาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมตอนปีที่แล้วเมื่อประมาณเดือนเมษายน เป็นระยะสาม เป็นเนื้อร้ายก็เลยต้องตัดนมข้างขวาไปข้างหนึ่ง อยู่โรงพยาบาลศรีสะเกษ “ตอนรักษากินยาหมอก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าก็ใช้เสียงเพลงบำบัดตัวเอง มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรอก เราต้องสู้ เราก็ร้องเพลงนี่แหละสู้เอา เพราะว่ามันอยู่ที่ใจเรา บางทีก็สงสารคนที่เค้าเป็นเหมือนกัน ขอให้สู้ไปนะคะ ถ้าไม่สู้ก็ไม่รู้ โรคมะเร็งมันไม่น่ากลัวหรอกค่ะ มันอยู่ที่ใจเรา อยากให้มาฟังเพลงที่ร้อง มันรักษาโรคนี้ได้สบายมากเลยค่ะ” ป้าจอยเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร้องเพลงไว้สั้น ๆ ว่า “เริ่มต้นร้องเพลงจากข้างบ้านมีตู้เพลง เค้าเปิดร้านขายลาบ เป็นร้านเพื่อน […]

แพทย์ฉุกเฉินได้ช่วยเหลือคนไร้บ้านและติดยาไว้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน พอเจอกันอีกครั้ง พบว่าชีวิตของเขาดีขึ้น 

แพทย์ฉุกเฉิน ได้ช่วยเหลือคนไร้บ้านและติดยาไว้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน พอเจอกันอีกครั้ง พบว่าชีวิตของเขาดีขึ้น  เป็นเรื่องราวดี ๆ แสนประทับใจอีกหนึ่งเรื่องของวันนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อ แพทย์ฉุกเฉิน หญิงที่มีชื่อว่า “Jeanah Nomelli ” และอดีตชายไร้บ้านที่เคยติดยาเสพติดอย่าง “Will Levens” ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานานกว่า 10 ปี เกิดอะไรขึ้น ทำไมทั้งสองถึงไม่ได้เจอกันมานานขนาดนั้น และแพทย์ฉุกเฉินอย่าง Jeanah จะมารู้จักกับคนติดยาอย่าง Will ได้อย่างไร  Jeanah เล่าว่า ในปีนี้ (2019) เธอได้เจอ Will อีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานานถึง 14 ปี เขายืนรอเธออยู่หน้าห้องน้ำในร้านค้าแห่งหนึ่ง เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นชายคนนี้ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตรงหน้าเธอ เธอใช้เวลานึกอยู่สักพักว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือใคร และเธอก็นึกออก น้ำตาแห่งความปีติจึงเกิดขึ้นกับทั้งคู่     ทั้งสองได้ถามสารสุขทุกข์ดิบกันจนทราบว่า ตอนนี้ Will จากชายไร้บ้านที่ไม่มีงานทำ และเคยติดยาเฮโรอีนหลังจากที่สูญเสียภรรยาไปเมื่อ 10 ปีก่อน กลายเป็นคนใหม่ผิดหูผิดตา Jeanah เคยช่วยเหลือเขาด้วยการซื้อรองเท้าบูท เสื้อแจ็คเก็ต […]

keyboard_arrow_up