สารอาหารสำคัญ ช่วย รักษาแผล หายไวใน 4 ขั้นตอน

สารอาหารสำคัญ ช่วย รักษาแผล เมื่อเกิดแผล หรือการบาดเจ็บ นอกจากการทำแผลแล้ว การกินสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟู รักษาแผล ให้หายร่วมด้วยยิ่งมีความสำคัญมาก ลองมาดูกันว่าเมื่อเป็นแผล ควรจะกินอาหารแบบไหนบ้าง ช่วยแผลหายไวใน 4 ขั้นตอน ในขณะที่เรากำลังร้องโอดโอยเพราะถูกมีดบาด  กลไกการรักษาบาดแผลก็เริ่มขึ้น Journal of Wound Care แบ่งการรักษาบาดแผลไว้4 ขั้นตอน  และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ  แต่ละขั้นตอนต้องการสารอาหารแตกต่างกันเพื่อการเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่หนึ่ง : ห้ามเลือด (Haemostasis) เมื่อเกิดบาดแผล ร่างกายจะรีบห้ามเลือด  โดยหลอดเลือดที่ฉีกขาดจะหดตัวโดยอัตโนมัติเพื่อลดการไหลเวียนเลือดมายังบริเวณบาดแผล จากนั้นเกล็ดเลือดจะเข้ามายึดเกาะบริเวณแผลและรวมตัวกันกลายเป็นลิ่มเลือดอุดรูรั่วบริเวณหลอดเลือดที่ฉีกขาดเพื่อช่วยให้เลือดหยุดไหล โปรตีนและวิตามินเคคือ สารอาหารสำคัญที่ใช้รักษาบาดแผลในขั้นตอนนี้  โดยโปรตีนเป็นส่วนประกอบของเกล็ดเลือดและมีส่วนช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด ส่วนวิตามินเคช่วยให้เลือดหยุดไหล  โดยปกติร่างกายมีวิตามินเคเพียงพอเพราะสามารถสร้างได้จากแบคทีเรียในลำไส้ แต่สำหรับผู้สูงอายุที่การดูดซึมไม่ดี  หรือผู้ที่กินยาปฏิชีวนะที่มีผลฆ่าแบคทีเรียในลำไส้  ร่างกายอาจได้รับวิตามินเคลดลง  หากขาดวิตามินเค  เลือดจะแข็งตัวช้า เลือดจึงไหลไม่หยุด  เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ขั้นตอนที่สอง : อักเสบ (Inflammation) หลังจากเลือดหยุดไหลอาจมีอาการบวมแดงบริเวณแผลตามมา  ไม่ต้องตกใจไป  เพราะนั่นเป็นหนึ่งในกระบวนการรักษาบาดแผลโดยเลือดจะไหลมายังบริเวณแผลมากขึ้นเพื่อนำสารอาหารมาสร้างเนื้อเยื่อ ขณะเดียวกันเซลล์เม็ดเลือดขาวจะเคลื่อนเข้าสู่บาดแผลเพื่อดักจับเชื้อโรคและย่อยทำลายเนื้อตายพร้อมเริ่มซ่อมแซมเนื้อเยื่อและหลอดเลือดที่เสียหาย ระหว่างการซ่อมแซม  ผนังหลอดเลือดที่เกิดขึ้นใหม่ยังไม่แข็งแรง  อาจทำให้ของเหลวภายในไหลออกสู่ภายนอกได้ง่าย  จึงเป็นที่มาของอาการบวม โปรตีน […]

10 วิธีรักษา แผลเป็นหลังผ่าตัด

วิธีรักษา แผลเป็นหลังผ่าตัด คุณหมอชัญวลี ศรีสุโข สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลประจำจังหวัดพิจิตร มีวิธีรักษา แผลเป็นหลังผ่าตัด มาบอก สาเหตุการเกิดแผลเป็น จากงานวิจัยพบว่า หลังผ่าตัดหรือหลังได้รับบาดเจ็บจะทำให้เกิดแผลเป็นในคนร้อยละ 5 – 16 โดยหญิงและชายเท่ากัน สาเหตุที่เป็นแผลเป็นนั้นเพราะร่างกายตอบสนองหลังการบาดเจ็บมากกว่าคนอื่นๆ โดยมีการผลิตสารสมานแผล ได้แก่ เส้นเลือดใหม่ๆ คอลลาเจน (Collagen) ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ไมโอไฟโบรบลาสต์ (Myofibroblast) ปริมาณมากกว่าคนที่ไม่เป็นแผลเป็น แม้แผลสมานแล้ว แต่ร่างกายยังผลิตสารสมานแผลเพิ่มอีกจนเกิดแผลเป็นนูนและแดงกว่าผิวหนังปกติ   แผลเป็นแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1. แผลเป็นธรรมดา (Hypertrophic scar) เป็นแผลนูนแต่ไม่ล้ำขอบการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ แผลเป็นแบบนี้อาจไม่ต้องรักษา เพราะจะโตเฉพาะ 6 เดือนแรก หลังจาก 12 – 18 เดือนก็สามารถยุบเองได้ 2. แผลเป็นชนิดคีลอยด์ (Keloid) แผลเป็นชนิดนี้มักมีลักษณะนูนใหญ่ ล้ำขอบการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ เช่น จากรอยเข็มแทงกลับโตเป็นก้อนแผลเป็นนูนใหญ่มักพบที่หน้าอก แผ่นหลัง ไหล่ ใบหูใบหน้า และคอ บางคนเกิดหลังผ่าตัดหรือบาดเจ็บ 1 เดือน บางคนเกิดหลังจากนั้น 1 ปี ส่วนใหญ่ไม่ยุบเอง มักต้องได้รับการรักษา         << อ่านต่อหน้าที่ 2 ปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็น >>

keyboard_arrow_up