เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิต?

“ความสุข” ถือเป็นตัวผลักดันความสำเร็จในชีวิตของมนุษย์ทุกคน และเป็นส่วนผสมหลักของการมีความรักที่ดี เรียกว่าเป็นส่วนที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ คือ ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ขอแค่มีความสุข นั่นคือที่สุดแล้วของชีวิต! แต่หากตอนนี้คุณไม่มีความสุข เชื่อว่าในอนาคตคุณก็ไม่น่าจะมีความสุขได้ นั่นเพราะมันคือนิสัยของคุณ นิสัยที่มักจะสร้างเงื่อนไขของการมีความสุขให้กับตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น บางคนมีทุกอย่างครบแล้ว ทั้งเงินทอง หน้าที่การงาน ชื่อเสียง แต่ภายในจิตใจยังเศร้าหมอง ทุกข์ระทม ทั้งหมดเกิดจากความผิดหวังจากการคาดหวังว่าทุกสิ่งที่หามาได้ทั้งหมดจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ แต่ตอนนี้กลับไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข  คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าแล้วอะไรที่เรายังขาดอยู่อีก หลายคนอาจเคยประสบกับช่วงเวลาแบบนี้ แล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใด? ทำอย่างไรเราจึงจะมีความสุขที่แท้จริง ถ้างั้นวันนี้เราไปดูเรื่องราวและเหตุผลที่ว่าทำไมคนเราจึงไม่รู้สึกมีความสุขกับชีวิต พร้อมหนทางแก้ไขไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ >> ยึดติดกับบรรทัดฐานความสุขในแบบของคนอื่นมากไป <<      เชื่อว่าคนเราส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ หรือมักจะเอาบรรทัดฐานความสุขของคนอื่นมาเป็นของตนเอง เช่น ยังคงเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบกับดารา นักแสดง นักการเมือง หรือเศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน และนั่นมันทำให้คุณไม่มีความสุขกับชีวิตที่มี เลิกคิดแบบนั้นเถอะค่ะ เลิกเปรียบเทียบ เลิกสนใจคำโฆษณาชวนเชื่อหรือสิ่งที่สังคมมองกันแค่เปลือกนอกและพยายามยัดเยียดความเชื่อและนิยามของความสุขให้คุณ เพราะคุณจะไม่มีวันมีความสุขเลยถ้าคุณมัวแต่ยุ่งยากกับการไขว่คว้าเอาจากข้างนอก แต่ลืมมองสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว จงมีความสุขในตอนนี้โดยนับสิ่งดีๆ ที่คุณมีอยู่ในชีวิต ลองนึกดูดีๆ ว่า ถึงแม้ว่าคุณจะมีและหาสิ่งที่คนอื่นมองว่าควรจะมีมาได้แล้ว ความสุขของคุณจะเกิดขึ้นแค่ชั่ววูบเดียว หลังจากนั้นจะลดลงไปเท่าเดิม แล้วคุณพจะหันไปไขว่คว้าหาสิ่งที่ยังไม่ได้อีกต่อไป […]

วิธีสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆ คนรอบข้าง

การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับจุดเล็กๆ ไม่กี่จุด คุณก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่อยู่รอบตัวเราเพื่อให้กลายเป็นที่รักของทุกคน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามาเริ่มจากการจะเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ เพื่อให้เป็นที่รัก และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข >> อย่าตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา <<           คนเรามักจะชอบมองและตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น คนนี้เป็นแบบนี้ เมื่อเราเอาความรู้สึกตัวเองตัดสินคนอื่นไปแล้วก็จะนำมาซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความ “ชอบ”  หรือ  “ไม่ชอบ”  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพฤติกรรมในทางไม่ชอบเสียมากกว่า เมื่อเราตัดสินไปแล้วว่าไม่ชอบก็จะทำให้แสดงออกด้วยกิริยาแย่ๆ ใส่คนคนนั้น สุดท้ายก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเรามีความรู้สึกและไปตัดสินคนอื่นแบบนี้หลายๆ คนเข้า เราเองนั่นแหละที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่ราบรื่นนัก แบบนี้ไม่มีความสุขแน่ๆ ค่ะ เลิกตัดสินคนอื่นก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนนั้นจะดีกว่า >> เปลี่ยนจากมองผู้อื่นหันกลับมามองที่ตัวเอง << วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราปรับพฤติกรรมการมองคนอื่นในแง่ไม่ดีทำได้ง่ายๆ ค่ะ แค่ปรับเป็นหันมามองที่ตัวเอง เพราะตัวเราเองนี่แหละถือเป็นจุดเล็กๆ ที่เราควรพิจารณามากที่สุด เราต้องมองตัวเราเองก่อนว่าเราเป็นคนอย่างไรในสายตาผู้อื่น เมื่อรู้แล้วเราจะได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น อะไรที่ไม่ดีเราก็เปลี่ยนเพื่อจะได้มีคนชอบเรามากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแต่คนเอาเราไปพูดถึงแต่ในแง่ดี เพราะบางทีถ้าคนรอบข้างเอาเราไปพูดในแง่ไม่ดีมากๆ เข้า ชื่อเสียงเราจะโดนมองในแง่ลบเอาได้ค่ะ แบบพูดกันปากต่อปาก เราไม่สามารถไปอธิบายตัวตนของเราให้ทุกคนเข้าใจได้หมด ดังนั้นลองหันมามองตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร อะไรไม่ดีก็ปรับให้ดีขึ้นก็เท่านั้น >> ถามคนรอบข้างไปตรงๆ เกี่ยวกับตัวเรา […]

การหาความสุขด้วยตนเอง ไม่ซับซ้อน…แต่ได้ผล!

หลายครั้งที่มักจะได้ยินคำถามว่า ความสุขของคนเราอยู่ที่ไหน? ซึ่งก็ไม่เคยมีใครให้คำตอบได้ หรือแม้แต่มีคนออกมาให้นิยามความสุขกันมากมายเราก็ไม่รู้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิดใช่มั้ยคะ นั่นอาจเป็นเพราะความสุขเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถวัดได้ว่าใครรู้สึกว่าตัวเองมีความ “สุข” จากอะไร เพราะมันประกอบไปด้วยปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่างรวมกัน เอาเป็นว่าเรารู้แค่ว่าเราทำอะไรแล้วมีความสุข และทำอะไรแล้วทำให้ความสุขเราหายไปก็พอ เมื่อเรารู้แล้วว่าเราสูญเสียความสุขไปจากหัวใจเราเองเพราะอะไร จะทำให้เราแสวงหาความสุขจากหัวใจของเราให้กลับคืนมาด้วยตัวเราเองได้ง่ายกว่าจริงมั้ยคะ ความสุขไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบไหนก็ดีด้วยกันทั้งนั้น บางคนขอแค่เพียงแค่ไม่ทุกข์ ก็สุขได้แล้ว ไม่ต้องไปนั่งหานิยามว่าความหมายของความสุขคืออะไร ไม่ต้องไปไขว่คว้าว่ามันจะมาจากที่ไหน ขอเพียงแค่โอบกอดช่วงเวลาที่เราไม่เป็นทุกข์เอาไว้ให้นานๆ ก็พอ…แต่เชื่อมั้ยคะว่า “ความสุข” หาได้ไม่ยาก ก็แค่ทำหล่นไว้ตรงไหน ก็ไปหาจากตรงนั้นเท่านั้นเองค่ะ งั้นลองไปดูวิธีฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนไม่มีความทุกข์ดูกันดีมั้ยคะ วิธีการเหล่านี้ อาจทำให้เราได้คำตอบว่า เราจะหาความสุขได้จากที่ไหน? >> ลองเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ << หากเราลองฝึกตังเองให้เป็นคนธรรมดาที่ตัวเล็กๆ เข้าไว้ หมายถึงอย่าให้ความสำคัญกับตัวเองมากจนเกินไป อย่าไปวนไปเวียนมากับความรู้สึกของตัวเองจนเกินเหตุ ลองกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วจะเห็นว่าบนโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้ทำ ให้เราได้สนใจ และได้ใส่ใจ ตัวเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดังนั้นอย่าไปให้ความสำคัญกับความรู้สึกตัวเองมากนัก เราอาจจะทำถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ถือซะว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราก็เป็นเพียงคนๆ หนึ่ง ไม่ได้วิเศษหรือเหนือไปกว่าใคร หากคิดได้แบบนี้ เมื่อทำผิดพลาด หรือผิดหวัง เราจะทำใจได้ว่าใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ ไม่ต้องมานั่งทุกข์อยู่ เอาเวลาไปแก้ไขสิ่งที่พลาด […]

ถ้าอยากมีชีวิตที่สุข หยุดทำสิ่งเหล่านี้เถอะ

ปี 2017 กำลังจะผ่านพ้นไป ปี 2018 กำลังจะขยับเข้ามาแทน ใครเคยมานั่งคิดกันบ้างคะว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน บางครั้งคิดจะทำอะไรที่อยากทำก็ยังไม่ได้ทำสักที เลื่อนมาเรื่อยๆ จนล่วงเลยเข้าปีใหม่อีกแล้ว คนที่มีชีวิตอยู่กับสิ่งดีๆ ชีวิตก็ดีตลอดมาทั้งปีถืออันนี้ว่าดีไปค่ะ แต่สำหรับบางคนใช้ชีวตจมปลักอยู่กับสิ่งที่ทำให้ชีวิตแย่ลง จมอยู่กับความความคิดที่ยึดเหนี่ยวตัวเองเอาไว้ไม่ให้ออกไปพบเจออะไรดีๆ แล้วอะไรล่ะ ที่มันไม่ดีกับชีวิต? อะไรที่ทำแล้วชีวิตไม่ค่อยจะพบกับความสุขสักเท่าใดนัก บางคนก็ทำไปโดยไม่รู้ตัวนะคะ แบบว่าในชีวิตประจำวันไปจนชินและชากับสิ่งเหล่านี้ไปซะแล้ว บางคนหนักถึงขั้นมีสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของชีวิตเลยก็มี เอาเป็นว่าปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ใครอยากเข้าชมรมสลัดความทุกข์ มาใช้ชีวิตแบบสุขๆ ไปกับเรา มาดูสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข แล้วเลิกทำกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกัน และถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้เราทำอยู่ หยุดทำมันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ชีวิตจะได้สุขขึ้น เชื่อสิ! >> หยุดใช้เวลากับคนแย่ๆ >>    การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนหรือในสังคมที่แย่ๆ อาจทำให้ชีวิตของคุณแย่ตามไปด้วย อย่างที่มีคนพูดว่าการคบเพื่อนผิดอาจทำให้ชีวิตยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปด้วย ดั่งสุภาษิต “คบคนพลาล พาลพาไปหาผิด” นั่นแหละค่ะ ดังนั้น รีบเปลี่ยนกลุ่มสังคมใหม่ เปลี่ยนการคบคนกลุ่มใหม่ ๆ ที่มีนิสัยดี และทำแต่เรื่องดี ๆ การเลือกเข้าไปอยู่แต่ในสังคมที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือเรื่องของครอบครัว การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดย่อมไม่ผิด จงหยุดใช้เวลาที่มีค่าเสียไปกับคนที่แย่ […]

ความสุขไม่ใช่สิ่งที่จะต้อง “มี” แต่คือสิ่งที่จะต้อง “รู้สึก”

ความสุขเป็นเหมือนของล้ำค่าที่ใครๆ ก็อยากได้ บางคนได้มาง่ายๆ ในขณะที่บางคนก็รู้สึกว่าไขว่คว้ามาได้ยากเหลือเกิน ใช่มั้ยคะทุกคน เพราะแต่ละคนนั้นมีสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขไม่เหมือนกัน เราเลยต้องเข้าใจว่าความสุขของคนเราไม่เท่ากัน เราอาจมีความสุขกับสิ่งหนึ่ง แต่คนอื่นอาจมีความสุขกับอีกสิ่งหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็เปลี่ยนไปด้วย เห็นได้ชัดว่าคนเราจะมีความสุขแท้ได้ต้องมีปัจจัยอื่นด้วย เช่น รู้สึกพอใจในชีวิต ไม่อิจฉาริษยา รักคนอื่น พร้อมจะปรับเปลี่ยนและมีจิตใจที่เข้มแข็ง ให้เรามาดูว่าทำไมเรื่องเหล่านี้จึงสำคัญ วันนี้เราลองมาค้นหาวิธีที่จะทำให้เรารู้สึกมีความสุขแบบที่ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องวิ่งตามอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ความสุขของเราเองกันดีกว่า  แต่มาโฟกัสกับความสุขที่เรารู้สึกและรับรู้ได้จริงๆ >> ก่อนอื่นต้องรู้ว่าคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน >>   แน่นอนว่าด้วยพื้นฐานในหลายๆ อย่าง ที่ส่งผลให้คนเรามีประสบการณ์ที่แตกต่างกันที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เลยทำให้ความรู้สึกและความสุขคนเรามีไม่เท่ากัน โดยไม่มีหลักเกณฑ์ใดที่สามารถจะนำมาชี้วัดเรื่องความสุขได้ การที่จะตัดสินว่าใครมีความสุขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการนิยามความหมายของคนผู้นั้นว่าความสุขของเขาคืออะไร สำหรับบางคนความสุขคือภาวะที่ไร้ความกังวล มีความรู้สึกรื่นเริงเบิกบาน บางคนมองว่าคือการมีสุขภาพดีและไร้ปัญหาใด ๆ ในชีวิตอย่างสิ้นเชิง บางคนเห็นว่าความสุขคือการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและได้เป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น ฉะนั้น อย่าไปวัดความสุขของตัวเองกับใคร >> ความสุขมาจากอารมณ์ความรู้สึก และการปฏิบัติตัว >>   แม้จะมีทฤษฎีความสุขจากนักวิจัยหลายๆ ที่ จะบอกว่าระดับความสุขในชีวิตของคนเราถูกกำหนดมาล่วงหน้าแล้วด้วยพันธุกรรมถึง 50% และถูกกำหนดด้วยเหตุการณ์แวดล้อม 10% แต่เรื่องนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับความพยายามริเริ่มส่วนบุคคลด้วยอีกถึง 40% เช่นกัน นั่นหมายถึงคนเราเมื่อรู้สึกมีคว่มสุขได้ นออกจากเกิดจากความรู้สึกที่อยากมีความสุขไม่พอ […]

keyboard_arrow_up