รู้ทันสิ่งที่ห้ามทำก่อนเข้านอน และ 8 เคล็ดลับเพื่อการนอนหลับฝันดี

4 สิ่งที่ห้ามทำก่อนนอน สิ่งที่ห้ามทำก่อนนอน มีอะไรบ้าง? ถ้าต้องการนอนหลับให้สนิท หลับให้สบาย สิ่งที่ห้ามทำก่อนนอนอย่างแรกเลยก็คือ ห้ามยุ่งกับโทรศัทพ์มือถือ โดยให้ตั้งใจว่า หลัง 22.00 ไปแล้ว ห้ามต่อสายหาใคร ห้ามรับสายจากใคร ห้ามแชท และให้ปิดการแจ้งเตือนโดยเปิดไว้เฉพาะเบอร์ติดต่อฉุกเฉินเทานั้น ให้ทำเป็นนิสัยพื้นฐานชีวิตเลย  ซึ่งการงดใช้โทรศัพท์ช่วงกลางคืนนั้น เป็นการสร้างมารยาทที่ดีต่อคนอื่นด้วย เพราะเสียงโทรศัทพ์ในนอนตอนกลางคืน จะทำให้คนได้ยินตกใจ กังวล หากอยากนอนสบายๆ เราต้องทำให้ประสาทพาราซิมพาเทติกได้ทำงาน เมื่อทำให้กายและใจสงบ เราถึงจะนอนหลับพักผ่อนได้   ต่อมาคือ รายการโทรทัศน์กับหนังสือนิยาย โดยเฉพาะแนวตื่นเต้น ลุ้นระทึก หนังและนิยายสุดมันที่จะกระตุ้นให้ประสาทซิมพาเทติกตื่นตัว และทำให้อวัยวะในระบบย่อยอาหารเข้าสู้โหมดพักผ่อนไม่ได้ ยิ่งทำให้อ่อนล้าทั้งกายและใจ รวมถึงสมองด้วย เรื่องกินก็สำคัญ เราควรกินอาหารมื้อเย็นตอน 18.00 หรือก่อน 20.00  และห้ามกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหนักๆ เป็นมื้อดึกเด็ดขาด เช่น ขนมปัง ข้าวขาว ก้วยเตี๋ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะร่างกายเราใช้เวลาย่อยคาร์โบไฮเดรตนาน ดังนั้น หากกระเพาะยังทำงานตอนเรานอน เราจะหลับได้ไม่สนิท อาจจะฝันร้าย หนำซ้ำคาร์โบไฮเดรตยังรบกวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ต้นเหตุโรคอ้วนไปอีก สุดท้ายคือ บุหรี่ อีกตัวการทำสมองล้าและทำให้ร่างกายนอนหลับได้ยาก […]

วิธีง่ายๆ แก้ปัญหานอนไม่หลับในวัยทำงาน

เทคนิค แก้ปัญหานอนไม่หลับ ในวัยทำงาน เคยคุยกับคนทำงานที่ประสบความสำเร็จด้านการงาน เขาและเธอต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชีวิตนี้ให้ความสำคัญกับสมดุลการนอน เพราะหากไม่รู้จัก “นอนให้เป็น” ร่างกายจะไม่มีพลังสมองสำหรับการทำงาน ในวันต่อๆมา ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งระบบ นำไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ วันนี้เราจึงมีคำแนำนำในการ แก้ปัญหานอนไม่หลับ สำหรับคนนอนไม่พอมาฝากค่ะ 4 ตัวการทำมนุษย์งานตาค้างตลอดคืน ทุกปัญหาย่อมมีสาเหตุ เช่นเดียวกับอาการนอนไม่หลับของคนทำงาน ซึ่งมีสาเหตุหลัก 4 ประการ ดังนี้ค่ะ คุยโทรศัพท์มือถือก่อนนอน นักวิจัยจากสถาบันแคโรลินสกา (Karolinska Institute) ประเทศสวีเดน และมหาวิทยาลัยเวย์นสเตต (Wayne State University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า คลื่นความถี่จากโทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนไม่หลับ ในรายงานระบุว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับคลื่นความถี่ 884 เมกะเฮิรตซ์ก่อนนอน ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวกับโทรศัพท์มือถือ จะส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะและต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับ ศาสตราจารย์เบนท์ อาร์เนตซ์(Bengt Arnetz) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์สังคมและความเครียด หนึ่งในนักวิจัย กล่าวว่า “การใช้โทรศัพท์มือถืออาจมีผลต่อการทำงานของสมอง โดยจะกระตุ้นให้เกิดความเครียดขณะหลับ และคลื่นที่แผ่ออกมาจากมือถืออาจขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน (melatonin hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับให้เป็นปกติ” ฉะนั้น ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับจึงไม่ควรคุยโทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอน […]

keyboard_arrow_up